Finally, Snow!

Excursion Date: February 2020

วันสัญจร: กุมภาพันธ์ 2563

I was just beginning to think that we would never get any snow this winter. Normally, we would have at least one or two rounds by now, but somehow this year we made it through mid February without any trace of the magical white fluffiness! Granted, it had been very unseasonably warm, but I have never seen an NC winter with no snow ever since I moved here.

แหมนึกว่าปีนี้จะไม่ได้เห็นหิมะซะแล้ว ปรกติทุกปีจะเจอหิมะอย่างน้อยปีละสองสามครั้ง แต่ปีนี้ตั้งเกือบจะสิ้นเดือนกุมภาแล้วยังไม่มีมาให้เห็น จริงๆอากาศก็อุ่นกว่าปรกติ แต่ตั้งแต่อยู่ที่นี่มาเกือบสิบปียังไม่เคยมีปีไหนที่หิมะไม่ตกเลยซักครั้ง

Finally, on Thursday night, we were blessed with a whopping 2 inches of snow! 😆Having grown up in a tropical climate, I can’t help getting excited every time I see snow. 😊One thing I love about living here in North Carolina is that we do have the change of seasons, and I get to enjoy that without having to endure the harsh winter. For me, a few rounds of snow per year is just the perfect amount. I was getting worried that the inevitable effects of climate changes from global warming had robbed that from us forever, but I’m glad to report that’s not the case, not just yet anyhow!

ในที่สุดเมื่อสองคืนก่อนเจ้าคุณหิมะอุตส่าห์โผล่หน้ามาให้เห็นจนได้ 😆ด้วยความที่เราเป็นกะเหรี่ยงมาจากเมืองร้อน เห็นหิมะทีไรก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้ทุกที 😊อยู่ที่รัฐนอร์ทแคโรไลน่านี่มีข้อดีก็คือปีนึงๆได้เจอครบสี่ฤดู ถึงหน้าร้อนจะร้อนไปหน่อย แต่หน้าหนาวก็ยังไม่ถึงกับหนาวจับใจเหมือนเมืองอื่นๆ หนาวแบบพอให้ได้บรรยากาศกำลังดี แต่ปีนี้เริ่มจะรู้สึกได้จริงจังถึงภาวะโลกร้อนที่เค้าว่ากัน เลยกำลังกลัวอยู่ว่าสงสัยเราอาจจะไม่ได้มีหิมะสวยๆมาตกให้เห็นกันที่นี่อีกแล้ว แต่ปรากฎว่าปีนี้ยังเย็นใจได้ แต่ปีหน้าไม่แน่ ไว้รอดูกันอีกที

Joel and I made our traditional snow pilgrimage, as we usually do every time it snows. And here are the beautiful sceneries from all around our neighborhood for y’all to enjoy! 😍

เรากับคุณสามีมีประเพณีที่มีปฏิบัติสืบเนื่องกันมาหลายปีก็คือ เวลาหิมะตกเราจะแต่งองค์ทรงเครื่องแล้วออกไปลุยหิมะกัน 😆และนี่ก็คือภาพสวยๆที่ไปเก็บมาให้ชมกันเมื่อคืนก่อน

Bottling Bourbon at Mystic Farm & Distillery

Excursion Date: January 2020

วันสัญจร: มกราคม 2563

We had an interesting Saturday volunteering as part of this weekend’s bottling crew at Mystic Farm & Distillery in Durham. We took a tour there a few months ago and Joel loved it so much that he thought it would be fun to sign up for the task. We got an offer earlier in the week and decided this would be the perfect way to start off our weekend! 😆

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเราไปได้ประสบการณ์แปลกใหม่จากการอาสาไปเป็นลูกมือช่วยบรรจุเหล้าใส่ขวดที่ Mystic Farm & Distillery ในเมือง Durham เราไปทัวร์กันมาเมื่อหลายเดือนก่อน แล้วคุณสามีเกิดติดใจเลยไปลงชื่อไว้เป็นอาสาสมัคร อาทิตย์นี้เค้าเรียกมา พอดีว่างกันอยู่เลยได้มาลองเป็นหนุ่ม/สาวโรงงานดูซิว่าจะเป็นยังไง 😆

We woke up early and reported for duty promptly at 9 am. Once there, while waiting for the guys to finish setting up the bottling line, we got to enjoy shots of sweet and aromatic Mystic Bourbon Liqueur in their cozy lounge – such a great way to warm up for the arduous task ahead! 🤪

ตื่นกันตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ เพราะเค้าบอกว่าต้องไปถึงก่อนเก้าโมงเช้า ระหว่างนั่งรอเค้ามีเหล้าหวานอร่อยมาเสิร์ฟให้จิบกันไปพลางๆ เป็นการอุ่นเครื่องเตรียมตัวก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ 🤪

They spent a few minutes explaining to us briefly about the entire process. Then, the crew was divided into different groups, each for the different tasks. Joel and I got assigned to labeling.

ก่อนอื่นเค้ามาอธิบายให้ฟังว่าขั้นตอนการบรรจุขวดเหล้ามีอะไรบ้าง จากนั้นจึงทำการแบ่งอาสาสมัครทั้งหลายออกเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มก็รับหน้าที่แตกต่างกันไป เราสองคนถูกจัดเข้ากลุ่มผนึกตรา

My main task was to catch bottles coming out of the heat shrink machine, inspect them to ensure they were properly sealed, then set them on a table ready to be labeled by Joel. I thought I got an easy job, then quickly realized that it was no joke, when shrunk-wrapped bottles started to come flying out and one almost fell from the conveyor belt before I could catch it! 😳 In the end, another lady stepped in to help when we realized there was simply no way I could transfer bottles and inspect them fast enough at the rate they were coming out!

หน้าที่หลักของเราก็คือ คอยรับขวดเหล้าที่ทยอยออกมาจากเครื่อง heat shrink ที่ทำให้พลาสติกผนึกฝาขวดหดตัวด้วยความร้อน ตรวจดูว่ามันปิดสนิทเรียบร้อยรึเปล่า จากนั้นจึงย้ายไปวางบนโต๊ะเตรียมให้ Joel ติดตรา ตอนแรกนึกว่าได้งานกระจอกๆ ปรากฎว่าไม่ถึงห้านาทีเริ่มเหงื่อตก ขวดพากันเรียงแถวออกมาจากเครื่องอย่างรวดเร็วปานจรวดบิน เกือบหล่นแตกไปหลายใบเพราะรับไม่ทัน 😳 สุดท้ายต้องเรียกน้องอีกคนมาช่วย เพราะตระหนักได้ว่าไม่สามารถทำหน้าที่นี้คนเดียวได้

Joel’s job was to man Martha, the labeling machine. He would take a bottle I set out on the table, lay it on a mold, first on its back, pump the foot pedal to apply the back label, then flip over to the front to apply the front label. Towards the end, I decided catching bottles was a bit too stressful for me 😣, so I switched over to grab the readily-labeled bottle and smooth them on to get rid of air bubbles before passing it over to the boxing team instead!

ส่วนคุณสามีมีหน้าที่รับมือกับเครื่องผนึกตรา ซึ่งเค้าอุตส่าห์ตั้งช่ือซะเก๋ไก๋ไว้ว่า คุณมาร์ธา เริ่มด้วยการนำขวดที่เราวางเรียงไว้ให้คว่ำลงบนแท่นเพื่อติดตราด้านหลัง จากนั้นจึงหงายขึ้นมาติดตราด้านหน้า หลังจากเครียดกับการคอยจับขวดมาเรียงอยู่เป็นชั่วโมง 😣พอเค้าให้หยุดพักเหนื่อยเราเลยได้โอกาสขอเปลี่ยนหน้าที่มารับขวดที่ผนึกตราเสร็จสรรพเอามารูดตราให้เรียบแล้วจัดใส่กล่องแทน

After a hard day of work, we were rewarded with the fruits of our labor 😉 – a bottle each of the Heart of Mystic single-barrel bourbon whiskey, from the batch we just finished!

หลังจากที่ตรากตรำทำงานมากว่าครึ่งค่อนวัน ท้ายที่สุดเราก็ได้รับค่าเหนื่อยเป็นเหล้าเบอร์เบินวิสกี้ Heart of Mystic คนละขวด แกะกล่องมาจากที่เราเพิ่งแพ๊คเสร็จไปหมาดๆนี่เอง 😉

All in all, we had a lot of fun. Mystic seems like a really great place. These people truly love what they do and are serious about their products. They only make a few things and make them extremely well. You can really taste the quality in every sip 🥃.

สรุปแล้วเป็นวันที่สนุกสนานไม่น้อย คนที่นี่ดูจะจริงจังกับการผลิตเหล้าให้มีคุณภาพ สะท้อนให้เห็นว่าเค้ารักในสิ่งที่ทำ และสินค้าก็มีอยู่เพียงไม่กี่อย่าง แต่ละอย่างได้รับการปรับปรุงพัฒนามาอย่างดีเลิศ ของเค้าชิมแล้วรับรู้ได้จริงๆ 🥃

They also have a beautiful farm 👨‍🌾 where they grow their own wheat and corn for the distillery. They even keep their own bee hives 🐝 for the honey they use to blend into their bourbon. Speak about dedication, that’s it, right there!

ที่นี่นอกจากจะเป็นโรงกลั่นสุราแล้ว ยังมีฟาร์ม 👨‍🌾อยู่ด้านหลังที่เค้าใช้ปลูกทั้งข้าวสาลีและข้าวโพดที่เอามาใช้ในกระบวนการกลั่นเหล้าเอง แถมยังมีฟาร์มเลี้ยงผึ้ง 🐝อยู่ต่างหากเพื่อเก็บน้ำผึ้งเอามาผสมในเหล้าเบอร์เบินอีกด้วย แหมจริงจังกันขนาดนี้ มิน่าเหล้าเค้าถึงได้ออกมารสชาติกลมกล่อมไม่มีที่ติอย่างที่เห็น

Christmas Lights at Daniel Stowe Gardens

Excursion Date: January 2020

วันสัญจร: มกราคม 2563

I never thought I would have another Christmas lights post up again so soon ☺️! We had a late Christmas get-together with Joel’s family at his brother’s house in Charlotte this past weekend. One of the many activities accomplished was a visit to Daniel Stowe Botanical Gardens in Belmont, which is just a little over half an hour drive from Charlotte.

แหม นึกว่าจะต้องรอถึงปีหน้าถึงจะได้มีโอกาสได้ไปดูไฟคริสต์มาสอีกที ☺️ ปรากฎว่าเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาไปฉลองคริสต์มาสย้อนหลังกันที่บ้านพี่ชาย Joel ที่เมือง Charlotte เค้าชวนไปดูสวน Daniel Stowe Botanical Gardens ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Belmont ใช้เวลาขับรถจาก Charlotte แค่ครึ่งชั่วโมงกว่าๆเท่านั้น

From the weekend after Thanksgiving to the weekend after New Year, they have an annual event called ‘Holidays at the Garden’ where they put up colorful LED lights to brighten up the entire garden. Inside the main building, they also have Christmas displays featured. The highlight was this Christmas tree made entirely from these beautiful white orchid stems, located right in the middle of the lobby.

ที่สวนนี้เค้ามีจัดรายการ ‘Holidays at the Garden’ เปิดให้เข้าชมกันได้ตั้งแต่หลังวัน Thanksgiving ไปจนถึงหลังวันปีใหม่ เค้าเอาไฟมาตกแต่งประดับประดาจนสว่างไสวไปทั่ว แถมในตัวตึกยังมีของตกแต่งเข้ากับบรรยากาศคริสต์มาสอีกด้วย ไฮไลต์ก็คือต้นคริสต์มาสต้นใหญ่กลางล๊อบบี้ที่ทำขึ้นมาจากดอกกล้วยไม้ล้วนๆ ชอบไอเดียมาก ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับใบสีเขียวขจีดูเก๋ไม่ซ้ำใคร

We were there late on a Saturday night, right after a burst of rain, so there wasn’t that many people there. The place looked magical! 😍 It was a great way to get enjoy the last of the holiday spirits!

วันนั้นที่ไปเป็นคืนวันเสาร์ ไปถึงก่อนเค้าปิดพอดี แถมก่อนไปฝนตกกระหน่ำ ไปถึงเลยโชคดีไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่ ได้เดินชมไฟกันอย่างเพลิดเพลิน และถ่ายรูปได้แบบไม่ต้องเกรงใจใคร 😆 เป็นการฉลองเทศกาลส่งท้ายอย่างพอเหมาะพอดี

At the far end of the garden, they have a little kiosk set up where you can buy snacks and hot drinks. We got some s’mores kit and were able to grill the marshmallows right on this fire pit they have set up nearby. Perfect treats for the chilly night!

ที่ปลายสวนเค้ามีตั้งซุ้มขายขนมและเครื่องดื่มเตรียมไว้บริการ เลยได้ซื้อ marshmallows มาปิ้งกันที่กองไฟที่จัดไว้ใกล้ๆ เสร็จแล้วเอามาทำขนมยอดฮิตที่นี่ที่เค้าเรียกว่า s’mores ซึ่งทำจากการเอา marshmallow หรือแป้งผสมน้ำตาลเอามาปิ้งให้ร้อนแล้วนำไปประกบกับเกรย์แฮมแครกเกอร์และช็อกโกแลตเยิ้มๆ กินแล้วอุ่นอกอุ่นใจ เหมาะกับค่ำคืนที่อากาศหนาวๆเยี่ยงนี้เป็นอย่างยิ่ง

Another special exhibit they had on display was this Stickwork sculpture by NC artist Patrick Dougherty called the ‘Magnificent Seven’. Joel and I had seen another one of these at the Riverwalk in Hillsborough during our hike at the Mountains-to-Sea Trail there so we recognized it immediately! 😊

นิทรรศการอีกอันที่จัดแสดงไว้ให้ชมกันช่วงนี้ก็คือผลงานศิลปะชื่อ ‘Magnificent Seven’ โดย Patrick Dougherty ศิลปินท้องถิ่น เป็นงานประติมากรรมที่เอากิ่งไม้มาเรียงก่อกันเป็นแจกันยักษ์เจ็ดใบ เราเคยไปเห็นผลงานของเค้าอีกชิ้นมาแล้วตอนไปเดินป่าที่ Mountains-to-Sea Trail ในเมือง Hillsborough เมื่อปีที่แล้ว มาเห็นอันนี้แล้วเลยอดตื่นเต้นกันไม่ได้ 😊

Annual Christmas Lights 2019

Excursion Date: December 2019

วันสัญจร: ธันวาคม 2562

One of my most favorite things to enjoy 😍 during the holiday season is the colorful 🎄Christmas lights display. We have made it our annual tradition for the past few years to set aside a night for Christmas lights hunting. This year, my dearest husband decided to jump on the bandwagon and started decorating our house for the first time ever! We happened to have a pair of built-in Christmas trees, right in front of our house, which serves as the perfect vessel for Joel’s beginner artistic outlet. 🤣 We shall see what next Christmas will bring, in terms of creative expansion.

ใกล้ช่วงเทศกาลคริสต์มาสทีไร มีอยู่อย่างที่เราตั้งหน้าตั้งตารอดู 😍 ก็คือไฟคริสต์มาส 🎄 ที่ต่างคนต่างงัดกันออกมาประดับประดาตามบ้าน ทุกปีเราต้องชวนคุณสามีออกไปขับรถตระเวนหาบ้านที่มีไฟสวยๆดูกัน ปีนี้พิเศษกว่าทุกปี เพราะคุณสามีตัดสินใจเข้าร่วมก๊วนซื้อไฟมาประดับหน้าบ้านเราด้วย เผอิญมีต้นคริสต์มาสสำเร็จรูปปลูกไว้ให้อยู่แล้วเสร็จสรรพ เลยได้ใช้เป็นที่จัดไฟสำหรับมือใหม่สมัครเล่นพอดิบพอดี 🤣 ปีนี้เอาแค่นี้ก่อนเดี๋ยวปีหน้าค่อยมาว่ากันใหม่

Now on to the tour. This first house, or shall we say mansion, at 1012 Holt Road in Apex, made the headline on the local news channel just the night before, about their traffic squabble with law enforcement 🙄. Fortunately they were able to work it out with the police and resumed their light show for us general public. The traffic was still brutal 😓 but that became understandable once we had witnessed the sheer amount of lights they had put on on their 12-acre piece of property. Unfortunately, due to said traffic, I wasn’t able to get many good pictures to demonstrate the monstrosity of the display 😐, but it was one of the largest we had seen on a private property!

เริ่มทัวร์กันที่บ้านหลังแรก หรือคงต้องเรียกว่าคฤหาสน์อาจจะเหมาะกว่า หลังนี้ตั้งอยู่ที่ 1012 Holt Road ในเมือง Apex ก่อนไปไม่กี่วันเห็นจากข่าวในทีวีว่าคุณเจ้าของบ้านแกไปมีเรื่องกับคุณตำรวจ เกี่ยวกับที่ไฟบ้านแกไปกีดขวางทางจราจร 🙄 โชคดีที่ตกลงกันได้เลยกลับมาเปิดให้ชาวบ้านได้เข้าชมกันอีกครั้ง ไปถึงรถติดมากกกกกก 😓 เกือบจะกลับรถหนีแล้ว แต่ด้วยความอยากรู้ว่าเค้าแห่มาดูอะไรกัน เลยยอมจำใจนั่งแช่รอ จนในที่สุดถึงได้เข้าไปเห็นว่าอลังการงานสร้างอย่างสมกับคำร่ำลือจริงๆ เสียดายรถเยอะติดกันเป็นแถวยาว เลยถ่ายรูปมาอวดกันได้แค่ที่เห็น 😐 แต่ต้องยอมรับว่าของเค้าจัดได้ยิ่งใหญ่ตระการตาคุ้มค่ากับการรอคอย

This house, at 700 Bay Bouquet Lane, also in Apex, and the next few, are one of the ones with the synchronized Christmas songs on the radio, which is always fun to watch. The most popular song this year appears to still be the theme song from Disney movie Frozen!

บ้านหลังนี้ซึ่งตั้งอยู่ที่ 700 Bay Bouquet Lane ในเมือง Apex กับหลังถัดๆไปเป็นสไตล์ที่เค้าเปิดไฟเข้าจังหวะกับเพลงคริสมาสต์ที่ออกอากาศทางวิทยุ หน้าบ้านจะมีป้ายปักบอกไว้ว่าให้เปิดวิทยุไปที่สถานีไหน สรุปแล้วปีนี้เพลงประกอบหนังดิสนีย์เรื่อง Frozen ยังคงครองตำแหน่งเพลงยอดฮิตประจำปีไม่ต่างไปจากปีที่แล้ว

This one is located at 203 Billingrath Turn Lane in Cary. Wishing those cars weren’t there in the driveway to obstruct our view, but oh well it is their house 😆!

หลังถัดไปตั้งอยู่ที่ 203 Billingrath Turn Lane ในเมือง Cary เสียดายหน้าบ้านมีรถจอดบังวิวอยู่หลายคันมาก แต่จะว่าไปมันก็บ้านเค้าอ่ะเนอะ 😆

This one, at 101 Chestone Court in Cary, we have seen many many times on our way to H Mart, and always told each other we had to check it out. And we finally did!

หลังนี้ตั้งอยู่ที่ 101 Chestone Court ในเมือง Cary บ้านนี้เราขับรถผ่านอยู่หลายครั้งมาก เพราะอยู่ระหว่างทางไปซุปเปอร์มาร์เก็ตเกาหลี H Mart ผ่านทีไรก็ว่าจะต้องแวะมาดูตอนเค้าเปิดไฟ (เพราะปรกติไปตอนมันยังไม่มืด ไฟเค้าเลยยังไม่เปิด) สุดท้ายก็ได้มาเห็นจนได้

This one, at 1033 Hortons Creek Road in Cary, was also very well-done.

หลังนี้ที่ 1033 Hortons Creek Road ในเมือง Cary เรียบหรูแต่ดูดี

We arrived at this one, at 416 Waverly Hills Drive in Cary, just as they were turning the radio synchronization off 😆, but we did still enjoy their cute display anyway!

ขับมาถึงหลังนี้ที่ 416 Waverly Hills Drive ในเมือง Cary ตอนเค้าเลิกเปิดเพลงทางวิทยุพอดี เลยได้ดูแต่ไฟ 😆 สีสันสดใสได้บรรยากาศกำลังดี

This one, at 2932 Green Level West Road in Cary, was a little different than the rest of the bunch – no music, but tons of lights and inflatables!

หลังนี้อยู่ที่ 2932 Green Level West Road ในเมือง Cary อันนี้ไม่มีเพลงให้ฟัง แต่ไฟตรึมมาก เห็นสะดุดตามาแต่ไกลเชียว

This next to last one was located at 1001 Hemby Ridge Lane in Morrisville, where every square inch of the little yard was packed full of inflatables – what a sight to behold!

หลังนี้ตั้งอยู่ที่ 1001 Hemby Ridge Lane ในเมือง Morrisville ซึ่งจัดหุ่นยางสูบลมมาอัดแน่นกันให้ชมเต็มสนาม ดูกันละลานตามาก

This very last one was right around the corner from our house. These little colorful Christmas trees brought a smile to my face every time we drove past it. Finally, we stopped by to take a picture, which did not seem to do it justice. And that concludes our Christmas lights excursion this year – looking forward to finding more holiday creativity next year!

หลังสุดท้ายนี้อยู่ใกล้ๆบ้าน ขับรถผ่านทีไรอดยิ้มกับบรรดาต้นคริสมาสต์จิ๋วหลากสีพวกนี้ไม่ได้ทุกที จนมาวันนี้ถึงได้มีโอกาสจอดรถลงมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน และนี่ก็เป็นบทสรุปการคริสมาสต์สัญจรประจำปีนี้ หวังว่าปีหน้าจะมีไอเดียเก๋ๆใหม่ๆมาให้ชมกันอีก

Bull Moon Rising in Durham

Excursion Date: November 2019

วันสัญจร: พฤศจิกายน 2562

This weekend, there is a special event in downtown Durham called ‘Bull Moon Rising‘ where an art piece called ‘Museum of the Moon‘ by UK artist Luke Jerram is being presented. This is a touring installation that has been traveling all over the world since 2016. According to their web site, ‘Measuring seven metres in diameter, the moon features 120dpi detailed NASA imagery of the lunar surface. At an approximate scale of 1:500,000, each centimetre of the internally lit spherical sculpture represents 5km of the moon’s surface*.’ Apart from celebrating Durham’s 150th Anniversary, the event also honors the 50th anniversary of the Apollo 11 moon landing.

สุดสัปดาห์นี้ที่เมือง Durham เค้ามีงานฉลองครบรอบ 150 ปีของเมือง ซึ่งประจวบเหมาะกับวันครบรอบ 50 ปีที่ยานอวกาศอพอลโล 11 ไปลงจอดที่ดวงจันทร์ เลยมีการจัดงานพิเศษ ‘Bull Moon Rising‘ เอางานศิลปะที่มีชื่อว่า ‘Museum of the Moon‘ มาแสดงให้ชมกัน ผลงานชิ้นนี้เป็นฝีมือของ Luke Jerram ศิลปินชาวอังกฤษที่จำลองดวงจันทร์ในมาตราส่วน 1:500,000 และใช้ภาพถ่ายจาก NASA ในการแสดงพื้นผิวของดวงจันทร์ มาเป็นผลงานประติมากรรมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 7 เมตร ส่องสว่างจากภายใน ขึงด้วยลวดสลิงลอยอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ

The moon was out in all its gloriousness. There was a lot of people out on this chilly night. We were happy to have made the trek to witness this weirdly wonderful art piece in person!

ถึงแม้ว่าจะหนาว แต่คนก็มาชมพระจันทร์สุกสว่างดวงนี้กันอย่างคับคั่ง ถือว่าไปกันไม่เสียเที่ยวจริงๆ

The Oakwood Halloween House 2019

Excursion Date: October 2019

วันสัญจร: ตุลาคม 2562

The night before Halloween, we went out to explore this infamous Halloween House in the Oakwood District of downtown Raleigh. We first stumbled upon it a few years ago, on our way out of Oakwood Cemetary, which is right down the street. We got to chat a bit with Mr. Jesse Jones, the owner of the house and the mastermind behind all this awesomeness. He is an attorney by day and a Halloween aficionado by October nights. This is truly a labor of love. The decorations get moved away at the end of the night, and put back again the next day. Mr Jones said he had to do that because somebody was stealing his props. 😣

คืนก่อนวันฮัลโลวีนเราแวะไปเยี่ยมบ้านฮัลโลวีนชื่อดังประจำเมือง Raleigh กันมา บ้านหลังนี้เราเผอิญขับรถผ่านเมื่อสองสามปีก่อนตอนไปสุสาน Oakwood ซึ่งอยู่ถัดไปไม่ไกล แถวๆช่วงฮัลโลวีนพอดี ตอนนั้นได้คุยกับคุณเจ้าของบ้านชื่อ Jesse Jones ซึ่งมีอาชีพเป็นทนายความ แต่แกรักวันฮัลโลวีน เลยเอาบ้านตัวเองมาแต่งฉลองทุกปี คือประมาณว่าทำด้วยความใจรักมาก แกบอกว่าหลายปีมานี้ที่นี่เริ่มดังจากคำพูดปากต่อปาก เลยมีคนแห่กันมาดูเยอะ แกเลยต้องเก็บของเข้าบ้านทุกคืน แล้วเช้าค่อยเอาออกมาแต่งใหม่ ไม่งั้นของจะโดนขโมย 😣

We were lucky that night because they forecasted for rain so not that many people were around and we got to enjoy the many scary monsters, zombies, rabid animals, tombstones, skeletons, and other weirdly wonderful creepy ghouliness 👻 pretty much crowd-free.

คืนนั้นที่เราไปโชคดีว่าฝนตกพรำๆ คนเลยไม่เยอะ เลยได้ถ่ายรูปกันสบาย 👻

I wanted to get this post up before Halloween, but unfortunately didn’t get a chance to. 😣 If any locals happen to read this and want to go check it out next year, the house is located at 504 Oakwood Avenue, at the intersection of Oakwood Avenue & N East Street, in Raleigh NC. Happy Belated Halloween!

ตอนแรกตั้งใจว่าจะขึ้น post นี้ก่อนวันฮัลโลวีน แต่ด้วยความที่งานยุ่งมากเลยไม่ทัน 😣 ถ้ามีใครอยากไปเยี่ยมชมกันปีหน้า บ้านนี้ตั้งอยู่ที่เลขที่ 504 ถนน Oakwood ตัดกับถนน N East ในตัวเมือง Raleigh นะคะ แฮปปี้ฮัลโลวีนย้อนหลังค่า

Lunch at NC State Fair 2019

Excursion Date: October 2019

วันสัญจร: ตุลาคม 2562

This past Monday, Joel and I decided to have a mini midday adventure with a long lunch date at the North Carolina State Fair. We found out that they had this thing called the Weekday Lunch Pass Program. Here is how it works. You need to pay $10 cash per person for a ticket to get in, after 11:30 am. As long as you return the pass by 1:30 pm, you’ll get your $10 back. So, we decided to give it a try! 🤔

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเราแอบไปกินข้าวกลางวันกันที่งาน State Fair ประจำปี ของรัฐ North Carolina ปรกติไปกันทุกปี ปีนี้กะว่าจะไม่ไปแล้ว เพราะไปทีไรก็เดิมๆทุกที แถมคนเยอะมาก แต่เผอิญคุณสามีไปได้ยินมาว่าเค้ามีโปรแกรมพิเศษสำหรับมื้อกลางวัน กฎมีอยู่ว่าคุณจะต้องจ่ายเงินสด 10 เหรียญเพื่อซื้อบัตรผ่านประตู ซื้อได้ตั้งแต่เวลา 11:30 น. เป็นต้นไป หากเอาบัตรมาคืนภายในเวลา 13:30 น. ก็จะได้เงินสด 10 เหรียญคืนมา เราเลยนึกสนุกไปลองกันดู 😆

I was running a little late and didn’t get to Joel’s office to pick him up until 11:35 am. By the time we found a parking spot, which was about 10 minute walk from the fair, it was already past noon! 😣 The crowd was a lot bigger than we anticipated. Fortunately, there was no line at the ticket counter, so we were able to pretty much just walk right in.

นัดกันว่าจะไปรับคุณสามีที่ทำงานก่อนเวลา แต่เกิดงานยุ่ง ไปถึงจริงๆเลยสิบเอ็ดโมงครึ่งแล้ว กว่าจะวนหาที่จอดรถได้ (หาที่จอดฟรี เพราะงกไม่ยอมเสียตังค์ 😂) กว่าจะเดินไปถึงประตูทางเข้าก็เลยเที่ยง ดีที่ว่าไม่มีคนต่อแถวซื้อตั๋วเลยไม่ต้องรอนาน ไปถึงข้างในคนเยอะกว่าที่คิด แต่ก็ยังนับว่าน้อยถ้าเทียบกับปรกติที่เคยมากันตอนเย็นๆ

We had located the food items we had our hearts set on beforehand and had them readily marked on the map. We first headed for The Sloppy Pig at Bubba’s Bacon. This is a sloppy Joe on Texas Toast topped with cheese sauce and bacon. We liked it ok. I felt that it would taste better if it were warmer. The next one was a dessert, The Pineapple Dole Whip Float from Tropical Delights. This was good and refreshing but nothing to write home about, in my opinion. We then spent 15 minutes trying to find Woody’s Wing Wagon, so that we could try their Korean BBQ Pork Belly Eggroll. Unfortunately, we never located it and finally just gave up. 😔

ก่อนมาเราเตรียมตัวมาอย่างเพียบพร้อม มีแผนที่ติดมาด้วย พร้อมมาร์คตำแหน่งที่ตั้งของรายการอาหารที่อยากลองกันมาเสร็จสรรพ จุดหมายแรกคือ The Sloppy Pig จากร้าน Bubba’s Bacon จานนี้เค้าเอาขนมปังชิ้นหนาสไตล์เท็กซัสรองจาน แล้วราดด้วยซ๊อสเนื้อ ตามด้วยซ๊อสชีส แล้วโรยหน้าด้วยเบคอน รสชาติโอเคใช้ได้ ติว่ามันไม่ร้อนเลยซักนิด ถ้าเสิร์ฟมาร้อนๆน่าจะอร่อยกว่านี้ จากนั้นเราตามติดด้วยของหวานคือ The Pineapple Dole Whip Float จากร้าน Tropical Delights เป็นไอศครีมสัปปะรดปั่น เสิร์ฟมากับน้ำสัปปะรดสดๆก้นแก้ว อันนี้ได้ยินมาว่าอร่อยนักหนา แต่ลองแล้วก็งั้นๆ หวานไปหน่อย แถมรสชาติปะแล่มๆเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าใช้อะไรแทนน้ำตาล หลังจากนั้นเราไปตามล่าหาร้านที่ชื่อว่า Woody’s Wing Wagon เพราะอยากจะลองปอเปี๊ยะทอดไส้หมูสามชั้นสไตล์เกาหลีของเค้า ซึ่งหน้าตาดูดีมากจากในรูป แต่หายังไงก็หาไม่เจอ สรุปเลยอด 😔

Joel also managed to squeeze in 3 different rides at Hydro Shock, Alien Abduction, and Khaos! Being a single rider paid off, since he could just breeze through the line in no time!

คุณสามีอุตส่าห์ไปขึ้นเครื่องเล่นได้สามเครื่อง Hydro Shock, Alien Abduction, และ Khaos ดีว่าขึ้นไปเล่นคนเดียว เลยได้แซงหน้าคนอื่นๆที่รอเล่นด้วยกันอยู่

It was already past 1:10 pm by the time Joel was done with his last ride. We thought we had enough time to squeeze in The Crack-n-Cheese Stuff Turkey Leg from Hickory Tree BBQ on the way out. There was only a few people in line when we got there, and it was really close to the exit, where we had to return our passes, so we decided to go for it and had our fingers crossed. As soon as we had our food in hand, we raced for the exit, forgetting to even snap a picture of the yummie looking dish! 😰 We made it to the ticket counter at exactly 1:29 pm, according to the clock on our phones, to find that they had already put the ‘CLOSED’ sign up at the Lunch Pass line. 😓 Joel knocked on the glass and was able to get the lady to give us back our money any way! Whew! 😅

กว่าคุณสามีจะเสร็จจากเครื่องเล่นอันสุดท้าย เวลาก็ปาเข้าไปตั้งเกือบบ่ายโมงสิบห้าแล้ว ยังเหลือของกินที่อยากลองอยู่อีกที่ คือ The Crack-n-Cheese Stuff Turkey Leg จากร้าน Hickory Tree BBQ ซึ่งดูแล้วว่าอยู่ใกล้ประตูทางออกพอดี ไปถึงมีคนต่อแถวอยู่ไม่กี่คน เลยคิดว่าน่าจะโอเค รอไปรอมา บ่ายโมงยี่สิบห้าแล้วยังไม่ได้อาหารตามที่สั่ง 😰 ชักจะเริ่มเหงื่อตกกันเล็กน้อย พอได้อาหารมาปุ๊บเราก็คว้าแล้ววิ่งเลย รูปเริบไม่ทันได้ถ่าย ไปถึงเคาน์เตอร์ที่แลกบัตรคืน คุณป้าแกขึ้นป้าย “ปิด” แล้วเรียบร้อย 😓 เช็คนาฬิกาในโทรศัพท์แค่ 13:29 น. เลยเคาะหน้าต่างเรียกป้า แกอุตส่าห์ยอมเปิดมาเอาตังค์คืนให้ สรุปภารกิจเสร็จสมบูรณ์ตามเป้าหมาย แต่ได้แบบเฉียดฉิวเล็กน้อย 😅