Finally, Snow!

Excursion Date: February 2020

วันสัญจร: กุมภาพันธ์ 2563

I was just beginning to think that we would never get any snow this winter. Normally, we would have at least one or two rounds by now, but somehow this year we made it through mid February without any trace of the magical white fluffiness! Granted, it had been very unseasonably warm, but I have never seen an NC winter with no snow ever since I moved here.

แหมนึกว่าปีนี้จะไม่ได้เห็นหิมะซะแล้ว ปรกติทุกปีจะเจอหิมะอย่างน้อยปีละสองสามครั้ง แต่ปีนี้ตั้งเกือบจะสิ้นเดือนกุมภาแล้วยังไม่มีมาให้เห็น จริงๆอากาศก็อุ่นกว่าปรกติ แต่ตั้งแต่อยู่ที่นี่มาเกือบสิบปียังไม่เคยมีปีไหนที่หิมะไม่ตกเลยซักครั้ง

Finally, on Thursday night, we were blessed with a whopping 2 inches of snow! 😆Having grown up in a tropical climate, I can’t help getting excited every time I see snow. 😊One thing I love about living here in North Carolina is that we do have the change of seasons, and I get to enjoy that without having to endure the harsh winter. For me, a few rounds of snow per year is just the perfect amount. I was getting worried that the inevitable effects of climate changes from global warming had robbed that from us forever, but I’m glad to report that’s not the case, not just yet anyhow!

ในที่สุดเมื่อสองคืนก่อนเจ้าคุณหิมะอุตส่าห์โผล่หน้ามาให้เห็นจนได้ 😆ด้วยความที่เราเป็นกะเหรี่ยงมาจากเมืองร้อน เห็นหิมะทีไรก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้ทุกที 😊อยู่ที่รัฐนอร์ทแคโรไลน่านี่มีข้อดีก็คือปีนึงๆได้เจอครบสี่ฤดู ถึงหน้าร้อนจะร้อนไปหน่อย แต่หน้าหนาวก็ยังไม่ถึงกับหนาวจับใจเหมือนเมืองอื่นๆ หนาวแบบพอให้ได้บรรยากาศกำลังดี แต่ปีนี้เริ่มจะรู้สึกได้จริงจังถึงภาวะโลกร้อนที่เค้าว่ากัน เลยกำลังกลัวอยู่ว่าสงสัยเราอาจจะไม่ได้มีหิมะสวยๆมาตกให้เห็นกันที่นี่อีกแล้ว แต่ปรากฎว่าปีนี้ยังเย็นใจได้ แต่ปีหน้าไม่แน่ ไว้รอดูกันอีกที

Joel and I made our traditional snow pilgrimage, as we usually do every time it snows. And here are the beautiful sceneries from all around our neighborhood for y’all to enjoy! 😍

เรากับคุณสามีมีประเพณีที่มีปฏิบัติสืบเนื่องกันมาหลายปีก็คือ เวลาหิมะตกเราจะแต่งองค์ทรงเครื่องแล้วออกไปลุยหิมะกัน 😆และนี่ก็คือภาพสวยๆที่ไปเก็บมาให้ชมกันเมื่อคืนก่อน

Sunday Hike: Duke Forest

We went back to join our Winter Series Hiking group at Duke Forest on Sunday. This research forest spans across 3 different counties. Besides serving its purpose as research and educational resources, it also offers recreational benefits for those of us living in the area. The gravel trails here are nice and wide throughout the entire route, with occasional gradual climbs.

อาทิตย์นี้เรากลับไปเดินป่ากับเพื่อนๆกลุ่มเดิมจากโปรแกรมเดินป่าหน้าหนาวที่ Duke Forest ที่นี่เป็นป่าสำหรับการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัย Duke แต่เปิดให้คนทั่วไปอย่างเราๆมาใช้เพื่อกิจกรรมนันทนาการตามอัธยาศัย ทางเดินที่นี่โรยกรวดไว้อย่างดี แถมกว้างขวางสะดวกสบาย ส่วนใหญ่เป็นทางตรงไม่วกวน แต่มีบางส่วนที่ลาดชันเล็กน้อยให้ได้เรียกเหงื่อกันบ้าง

There are signs detailing the types of trees and landscaping specifics for each different section.

แต่ละส่วนมีป้ายอธิบายว่าเค้าปลูกต้นไม้อะไรไว้ และมีการทดลองใช้วิธีแบบใดบ้างเพื่อการศึกษาวิจัย

Clear road signs everywhere, so no chance of getting lost here!

ถนนทุกสายมีป้ายบอกชื่ออย่างชัดเจนไม่ต้องกลัวหลง

As the name suggests, the majority of the path took us through a forest of trees. The trail cuts across New Hope Creek a couple of times – the one at Wooden Bridge gives an optional side track that winds along the creek. We didn’t get to do that this time because it was flooded over, according to our hike leader Joe Miller.

ทางเดินที่นี่พาเราเข้าป่าตามชื่อที่เรียกไว้ มีสะพานไม้เชื่อมส่วนที่ตัดผ่านลำห้วย New Hope Creek คราวที่แล้วที่มาเราเดินลงทางแยกริมห้วยไปชมวิวริมน้ำได้ แต่คุณหัวหน้ากลุ่มบอกว่าทางข้างหน้าน้ำท่วมกลบหมด เลยอดไปกันคราวนี้

We saw some signs of Spring along the path.

ระหว่างทางเริ่มมีดอกไม้ให้เห็นประปราย

This week we clocked in at 4.55 miles, which took us about an hour and a half. Temperature was nice and cool in the 50s throughout the entire hike!

วันนั้นเดินกันไปสี่ไมล์ครึ่ง หรือประมาณ 7 กิโลกว่าๆ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง อากาศเย็นสบายกำลังดีอยู่ที่สิบกว่าๆองศาเซลเซียส

Saturday Hike: Muddy MST at Falls Lake

Joel got an invitation from our Get Hiking Triangle MeetUp group for an MST hike this past Saturday. It was for a section we had never been on, so we decided to go with that instead of our usual Sunday hike with the Winter Series, which was scheduled to be at Umstead Park this weekend – a trail we have hiked many many times before!

คุณสามีบังเอิญไปเห็นว่าเสาร์นี้กลุ่มคนรักการเดินป่าจาก Get Hiking Triangle MeetUp เค้าจะไปรวมตัวกันที่เส้นทางเดินป่า MST ช่วงที่เรายังไม่เคยไปกัน แถมพอดีว่าโปรแกรมเดินป่าหน้าหนาวอาทิตย์นี้จัดไว้ที่ Umstead Park ซึ่งเราไปเดินกันมาหลายทีแล้ว เลยได้ทีเปลี่ยนแผนกันแบบพอเหมาะพอเจาะ 😉

The hike started at 9 am, early for us, but still we made it to the meeting point just in time. From the parking lot on Highway NC 50 by Falls Lake, we shuttled to our starting point at NC 98 and started our hike back to the car. According to our hike leader, Joe Miller, this is supposedly the longest uninterrupted stretch of the MST along Falls Lake. The weather was quite chilly 🥶in the 30s when we left, but warmed up somewhat as the day progressed.

เค้านัดเจอกัน 9 โมงเช้า เลยต้องแหกขี้ตาตื่นกันเพื่อไปให้ทันตามนัด เราเอารถไปจอดทิ้งไว้ที่ลานจอดรถเลียบไฮเวย์เส้น NC 50 ซึ่งอยู่ติดกับ Falls Lake จากนั้นจึงรวมกองคาราวานกันไปที่จุดเริ่มต้นของเราที่ติดกับไฮเวย์เส้น NC 98 คุณโจ มิลเลอร์ หัวหน้ากลุ่มบอกเราว่าช่วงนี้เป็นเส้นทางเดินป่า MST เลียบ Falls Lake ที่ยาวที่สุดในจำนวนทั้งหมด เช้านั้นอากาศค่อนข้างหนาวเล็กน้อยอยู่ที่ประมาณไม่ถึง 5 องศาเซลเซียสดี 🥶แต่เดินๆไปก็อุ่นขึ้นมาหน่อย

About a mile in, we came across this section of the trail that was completely flooded over by the big storm ⛈just the day before. We had to walk way off course trying to find a good spot to cross. Most of the men in our group just jumped over, but it took quite an effort for a few ladies and I, with our short stumpy legs 😭, before we could manage to cross. Turned out this was just one in many of the tough spots we encountered during the hike! I was glad to confirm that our old hiking boots were indeed waterproof as advertised! 

เดินไปประมาณไมล์กว่าๆก็ไปเจอน้ำท่วมทาง เพราะเมื่อวันก่อนแถวนี้เพิ่งเจอพายุลูกใหญ่เข้า ⛈เลยต้องเดินอ้อมกันไปไกลกว่าจะเจอที่ข้ามได้ หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั้งหลายกระโดดข้ามกันอย่างง่ายดาย แต่สาวๆอย่างเราๆเผอิญขาสั้น 😭เลยกระโดดไม่พ้น กว่าจะข้ามกันได้ก็ต้องใช้ความพยายามอยู่ไม่น้อย 😆 สรุปว่าตลอดทางยังมีอีกหลายจุดที่เป็นอย่างนี้ ดีว่ารองเท้าบู๊ตของเรากันน้ำได้สมกับคำโฆษณา 

Approximately half way in, we stopped to check out an old farm, long since abandoned, along the shore of Falls Lake.

ถึงจุดพักครึ่งทางมีซากโรงนาเก่าแก่ถูกทิ้งร้างอยู่บนฝั่งทะเลสาบให้เดินสำรวจดูกัน

Before the end of the hike, we saw Rollingview Marina from across the shore. 

เดินไปอีกหน่อยก่อนสุดทางเจอท่าจอดเรือ Rollingview Marina อยู่ริมฝั่งข้ามฟากทะเลสาบ

The hike turned out to be one of the longest we had done in recent memory, not to mention the hardest! Joel and I had such a hard time, both because of the distance, and also because of how sloppy the trail was. 😓On our regular hikes with the other group, we usually finish first, many times way before the others. But with this group, we struggled to keep up, and lagged so far behind at times they had to stop to let us catch up. I came home with super muddy pants and shoes as my souvenirs! 😆

เดินป่าคราวนี้นับว่าสุดๆทั้งระยะทางที่ไกลแสนไกล และความยากลำบากในการเดิน ด้วยความที่ทางเฉอะแฉะเหลือเกิน ไปทางไหนก็มีแต่โคลน 😓ปรกติเวลาไปเดินกับอีกกลุ่มส่วนใหญ่เราสองคนจะอยู่ข้างหน้าเป็นคนนำ และเสร็จกันก่อนใครๆ แต่มากับกรุ๊ปนี้กลับเดินล้าหลัง บางทีเค้าต้องหยุดคอยให้เราเดินทัน เสร็จสรรพกลับบ้านได้กางเกงกับรองเท้าเปื้อนโคลนติดมาเป็นที่ระลึก 😆

We ended up clocking in at 8 miles even, and it took us over 3 hours! I don’t think I have ever burned that many calories on a single hike! 😆

วันนั้นเดินกันไป 8 ไมล์ หรือประมาณเกือบๆ 13 กิโล ใช้เวลากว่าสามชั่วโมง ได้เผาผลาญแคลอรี่กันไปอย่างเต็มที่ทีเดียว 😆

Sunday Hike: Danger, Horton Grove!

This week we went back to Horton Grove Nature Preserve in Bahama for our Winter Series Hike. The last time we were here, it was the end of Spring and I had a heat stroke 🥵 at the end of the hike. This time, the temperature was a lot cooler at 60 degrees, so there was no need to worry about that at all! 

อาทิตย์นี้เรากลับไปเดินป่ากันที่ Horton Grove Nature Preserve ในเมือง Bahama กันอีกครั้ง คราวก่อนที่มาถ้ายังจำกันได้เรามาเป็นลมแดด 🥵เป็นครั้งแรกในชีวิตที่นี่ คราวนี้อากาศกำลังสบายอยู่ที่ 60 องศาฟาเรนไฮต์ (15 องศาเซลเซียส) เลยไม่ต้องกลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย

When we were here back in Spring, the meadow was lush and green – a stark difference from this time when there was not much to see in the middle of winter… But beauty in nature is really all around, you just have to look for it! 😆

คราวที่แล้วที่มาเป็นฤดูใบไม้ผลิทุ่งหญ้ากำลังเขียวขจี คราวนี้มาหน้าหนาวเลยไม่ค่อยมีอะไรให้ดูเท่าไหร่ แต่ธรรมชาติยังไงๆก็มีความสวยงามซ่อนอยู่ เพียงแต่เราต้องหาให้เจอเท่านั้นเอง 😆


I never really thought of hiking as a dangerous activity, until now… About a third of the way into the hike, I heard the sound of the wind, and was just thinking about how windy it was, on such a clear day. The next thing I knew, something landed right next to me with a loud thud! I screamed 😱and jumped before I realized that a branch, about the size of Joel’s arm, had broken and fell. It missed my head by about 2 feet or so. I was too spooked and forgot to snap a picture of it. 😅This lady behind me saw the whole thing and she kept saying how lucky I was!

เดินป่ากันมาก็นานหลายปี ไม่เคยคิดเลยว่านี่เป็นกิจกรรมอันตราย จนมาอาทิตย์นี้ถึงได้ตระหนัก วันนั้นเดินไปประมาณเกือบครึ่งค่อนทาง เผอิญได้ยินเสียงลมพัดหวิวหวู่ ยังคิดในใจว่าแหมท้องฟ้าใสแจ๋วแต่ทำไมถึงลมแรงจัง กำลังจะเงยหน้าขึ้นไปมอง ปรากฎได้ยินเสียงโครมใกล้ๆตัว ตกใจร้องกรี๊ด 😱พร้อมกับกระโดดหลบด้วยสัญชาติญาณนินจา ป้าข้างหลังชี้ให้ดูว่าท่อนไม้อันที่ตกอยู่ข้างๆตัวเพิ่งตกลงมาจากข้างบน ท่อนขนาดประมาณต้นแขนคุณสามีเห็นจะได้ ป้าแกเห็นจากต้นจนจบ พูดแล้วพูดอีกว่าโชคดีจริงๆที่ไม่ได้หล่นใส่หัว ท่าทางป้าจะตกใจมากกว่าเราซะอีก 😅แต่เราเองก็มัวแต่ตะลึงจนลืมเก็บรูปท่อนไม้เจ้ากรรมมาเป็นหลักฐาน

We clocked in at 4.6 miles in just a little over one and a half hours. Despite the close-call with the fallen tree limb, we did have a great hike! 😆And I’m still looking forwarding to going back out there in the wild again next week. But perhaps we ought to avoid Horton Grove…that’s two strikes out of two recent hikes! 🙄

ถึงแม้จะหวุดหวิดเกือบโดนท่อนไม้ฟาดหัว 😆แต่ก็ยังเดินกันเพลิน วันนั้นเดินไป 4.6 ไมล์ หรือประมาณ 7 กิโลครึ่ง ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง และยังตั้งใจกลับมาเดินป่ากันต่ออาทิตย์หน้า แต่สงสัยว่าไม่ควรจะกลับมาที่นี่อีกจะดีไหม มาสองทีหลังนี้มีเหตุการณ์ให้ตื่นเต้นไม่ซ้ำกันอย่างนี้ คราวหน้ามาจะเจออะไรอีกเนี่ย 🙄

Sunday Hike: MST at Falls Lake

This Sunday’s Winter Series Hikes took us back to the Mountains-to-Sea trail (MST) at Falls Lake in north Raleigh. The weather was similar to last week’s at around 50 degrees – perfect hiking weather for me! We did a shuttle hike, which means we carpooled and drove to one end of the trail, then hiked back to the other end. The very first time I heard the term, when we started hiking with this group a few years ago, I kept thinking that a shuttle was going to come pick us up and drop us off 😊, but learned (with slight disappointment) at the end that there would be no shuttle… 😆

โปรแกรมเดินป่าหน้าหนาวคราวนี้พาเรากลับไปกันที่เส้นทางเดินป่า Mountains-to-Sea ช่วง Falls Lake ทางตอนเหนือของเมือง Raleigh อากาศประมาณเดียวกันเมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่ 50 องศาฟาเรนไฮต์ หรือประมาณ 10 องศาเซลเซียส เย็นสบายกำลังดี อาทิตย์นี้เราเดินป่าแบบที่เค้าเรียกกันว่า shuttle hike ซึ่งก็คือการขับรถไปเริ่มจากจุดนึงแล้วเดินกลับมาที่อีกจุดนึง ตอนเริ่มเดินป่าใหม่ๆได้ยินเค้าบอกอย่างงี้ ไอ้เราก็นึกว่าเออเค้าคงจัดรถตู้มารับเราไปส่ง 😊ก็คอยชะเง้อหารถอยู่นั่น เอ๊ะทำไมไม่มาซักที ปรากฎสุดท้ายเพิ่งมาถึงบางอ้อว่ารถตู้ก็คือรถเราๆท่านๆนี่แหละ อัดกันไปด้วยกัน แล้วขากลับค่อยผลัดกันกลับมาส่ง 😆

We started off at the end of Possum Track Road, then made our way back to Bayleaf Church Road. The trail was very well marked – there were several signs along the way.

เราเริ่มออกเดินกันจากสุดถนน Possum Track Road และเดินกลับมาที่ Bayleaf Church Road ที่นี่เดินไม่หลงแน่ๆเพราะมีป้ายคอยบอกตลอดทาง

It offers numerous views of Falls Lake. And we can spot certain signs that hinted Spring might be here sooner than we expected. 🙄

มีวิวทะเลสาบ Falls Lake ให้เห็นตามทาง และต้นไม้ใบหญ้าเริ่มจะมีสีสันขึ้นมาให้เห็นกันบ้างแล้ว สงสัยฤดูใบไม้ผลิปีนี้จะมาถึงเร็วกว่ากำหนด 🙄

Quite a few rusted debris along the way…

มีซากปรักหักพังให้เห็นอยู่ประปรายตามทาง…

This time, we clocked in at 6.11 miles, and it took us a little over 2 hours.

คราวนี้เดินกันไป 6 ไมล์กว่าๆ หรือประมาณเกือบสิบกิโล ใช้เวลาสองชั่วโมงนิดๆ

Bottling Bourbon at Mystic Farm & Distillery

Excursion Date: January 2020

วันสัญจร: มกราคม 2563

We had an interesting Saturday volunteering as part of this weekend’s bottling crew at Mystic Farm & Distillery in Durham. We took a tour there a few months ago and Joel loved it so much that he thought it would be fun to sign up for the task. We got an offer earlier in the week and decided this would be the perfect way to start off our weekend! 😆

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเราไปได้ประสบการณ์แปลกใหม่จากการอาสาไปเป็นลูกมือช่วยบรรจุเหล้าใส่ขวดที่ Mystic Farm & Distillery ในเมือง Durham เราไปทัวร์กันมาเมื่อหลายเดือนก่อน แล้วคุณสามีเกิดติดใจเลยไปลงชื่อไว้เป็นอาสาสมัคร อาทิตย์นี้เค้าเรียกมา พอดีว่างกันอยู่เลยได้มาลองเป็นหนุ่ม/สาวโรงงานดูซิว่าจะเป็นยังไง 😆

We woke up early and reported for duty promptly at 9 am. Once there, while waiting for the guys to finish setting up the bottling line, we got to enjoy shots of sweet and aromatic Mystic Bourbon Liqueur in their cozy lounge – such a great way to warm up for the arduous task ahead! 🤪

ตื่นกันตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ เพราะเค้าบอกว่าต้องไปถึงก่อนเก้าโมงเช้า ระหว่างนั่งรอเค้ามีเหล้าหวานอร่อยมาเสิร์ฟให้จิบกันไปพลางๆ เป็นการอุ่นเครื่องเตรียมตัวก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ 🤪

They spent a few minutes explaining to us briefly about the entire process. Then, the crew was divided into different groups, each for the different tasks. Joel and I got assigned to labeling.

ก่อนอื่นเค้ามาอธิบายให้ฟังว่าขั้นตอนการบรรจุขวดเหล้ามีอะไรบ้าง จากนั้นจึงทำการแบ่งอาสาสมัครทั้งหลายออกเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มก็รับหน้าที่แตกต่างกันไป เราสองคนถูกจัดเข้ากลุ่มผนึกตรา

My main task was to catch bottles coming out of the heat shrink machine, inspect them to ensure they were properly sealed, then set them on a table ready to be labeled by Joel. I thought I got an easy job, then quickly realized that it was no joke, when shrunk-wrapped bottles started to come flying out and one almost fell from the conveyor belt before I could catch it! 😳 In the end, another lady stepped in to help when we realized there was simply no way I could transfer bottles and inspect them fast enough at the rate they were coming out!

หน้าที่หลักของเราก็คือ คอยรับขวดเหล้าที่ทยอยออกมาจากเครื่อง heat shrink ที่ทำให้พลาสติกผนึกฝาขวดหดตัวด้วยความร้อน ตรวจดูว่ามันปิดสนิทเรียบร้อยรึเปล่า จากนั้นจึงย้ายไปวางบนโต๊ะเตรียมให้ Joel ติดตรา ตอนแรกนึกว่าได้งานกระจอกๆ ปรากฎว่าไม่ถึงห้านาทีเริ่มเหงื่อตก ขวดพากันเรียงแถวออกมาจากเครื่องอย่างรวดเร็วปานจรวดบิน เกือบหล่นแตกไปหลายใบเพราะรับไม่ทัน 😳 สุดท้ายต้องเรียกน้องอีกคนมาช่วย เพราะตระหนักได้ว่าไม่สามารถทำหน้าที่นี้คนเดียวได้

Joel’s job was to man Martha, the labeling machine. He would take a bottle I set out on the table, lay it on a mold, first on its back, pump the foot pedal to apply the back label, then flip over to the front to apply the front label. Towards the end, I decided catching bottles was a bit too stressful for me 😣, so I switched over to grab the readily-labeled bottle and smooth them on to get rid of air bubbles before passing it over to the boxing team instead!

ส่วนคุณสามีมีหน้าที่รับมือกับเครื่องผนึกตรา ซึ่งเค้าอุตส่าห์ตั้งช่ือซะเก๋ไก๋ไว้ว่า คุณมาร์ธา เริ่มด้วยการนำขวดที่เราวางเรียงไว้ให้คว่ำลงบนแท่นเพื่อติดตราด้านหลัง จากนั้นจึงหงายขึ้นมาติดตราด้านหน้า หลังจากเครียดกับการคอยจับขวดมาเรียงอยู่เป็นชั่วโมง 😣พอเค้าให้หยุดพักเหนื่อยเราเลยได้โอกาสขอเปลี่ยนหน้าที่มารับขวดที่ผนึกตราเสร็จสรรพเอามารูดตราให้เรียบแล้วจัดใส่กล่องแทน

After a hard day of work, we were rewarded with the fruits of our labor 😉 – a bottle each of the Heart of Mystic single-barrel bourbon whiskey, from the batch we just finished!

หลังจากที่ตรากตรำทำงานมากว่าครึ่งค่อนวัน ท้ายที่สุดเราก็ได้รับค่าเหนื่อยเป็นเหล้าเบอร์เบินวิสกี้ Heart of Mystic คนละขวด แกะกล่องมาจากที่เราเพิ่งแพ๊คเสร็จไปหมาดๆนี่เอง 😉

All in all, we had a lot of fun. Mystic seems like a really great place. These people truly love what they do and are serious about their products. They only make a few things and make them extremely well. You can really taste the quality in every sip 🥃.

สรุปแล้วเป็นวันที่สนุกสนานไม่น้อย คนที่นี่ดูจะจริงจังกับการผลิตเหล้าให้มีคุณภาพ สะท้อนให้เห็นว่าเค้ารักในสิ่งที่ทำ และสินค้าก็มีอยู่เพียงไม่กี่อย่าง แต่ละอย่างได้รับการปรับปรุงพัฒนามาอย่างดีเลิศ ของเค้าชิมแล้วรับรู้ได้จริงๆ 🥃

They also have a beautiful farm 👨‍🌾 where they grow their own wheat and corn for the distillery. They even keep their own bee hives 🐝 for the honey they use to blend into their bourbon. Speak about dedication, that’s it, right there!

ที่นี่นอกจากจะเป็นโรงกลั่นสุราแล้ว ยังมีฟาร์ม 👨‍🌾อยู่ด้านหลังที่เค้าใช้ปลูกทั้งข้าวสาลีและข้าวโพดที่เอามาใช้ในกระบวนการกลั่นเหล้าเอง แถมยังมีฟาร์มเลี้ยงผึ้ง 🐝อยู่ต่างหากเพื่อเก็บน้ำผึ้งเอามาผสมในเหล้าเบอร์เบินอีกด้วย แหมจริงจังกันขนาดนี้ มิน่าเหล้าเค้าถึงได้ออกมารสชาติกลมกล่อมไม่มีที่ติอย่างที่เห็น

Sunday Hike: Little River Regional Park

This Sunday our Winter Series Hikes group took us back to Little River Regional Park in Rougemont, which is just north of Durham. The weather couldn’t be more perfect at exactly 50 degrees. We started off on South River Loop, then took Ridge Trail to North River Loop. 

โปรแกรมเดินป่าหน้าหนาวอาทิตย์นี้พาเราไปเดินกันที่ Little River Regional Park ที่เมือง Rougemont ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือของเมือง Durham ไปเล็กน้อย อากาศเย็นสบายกำลังดีอยู่ที่ 50 องศาฟาเรนไฮต์ หรือประมาณ 10 องศาเซลเซียส เราเริ่มต้นกันที่รอบวงเลียบแม่น้ำตอนใต้ จากนั้นจึงไปต่อที่เส้นเชื่อมสันเขาที่นำเราไปจบที่รอบวงเลียบแม่น้ำตอนเหนือ

One unique feature of this park is that they set up this thing called Planet Walk at the start of the trail. There are pictures of all the planets in our solar system. Not only are they ordered by the actual sequence they are located in real life, but the posts for each are also separated by the distance intentionally scaled to depict how far they actually are from each other. This came in handy on the way back, when we were trying to gauge how far we were from the finish line! 😝

ที่นี่เค้ามีจัดนิทรรศการเล็กๆเรียกว่า Planet Walk ไว้ให้ดูกันเพลินๆระหว่างทาง เป็นภาพของดาวเคราะห์แต่ละดวงในระบบสุริยุปราคา ตั้งเรียงลำดับตามตำแหน่งจริง และแยกจากกันด้วยระยะห่างตามอัตราส่วนที่ย่อลงมาหลายเท่า เพื่อแสดงให้เห็นว่าแต่ละดวงอยูห่างจากกันแค่ไหนในชีวิตจริง ขากลับก็ได้รูปดาวพวกนี้แหละมาช่วยกะได้ว่าเกือบสุดทางรึยัง 😝

The trail just got renovated and they added stone paths to some of the sections to help us avoid the sloppy bits. It snaked nicely along ‘Little River’ which did not look so little this time because of recent rainfall.

ทางเดินที่นี่เพิ่งได้รับการบูรณะเมื่อไม่นานมานี้ โดยเอาแผ่นหินมาปูเพิ่มในบางส่วนเพื่อช่วยเลี่ยงจุดที่เฉอะแฉะ แม่น้ำ ‘Little River’ ที่เราเดินเลียบผ่านคราวนี้ไม่ได้เล็กสมชื่อแม้แต่น้อย เพราะพักนี้ฝนตกกระหน่ำเหลือเกิน

We clocked in at 4.87 miles, which took us a little less than 2 hours on mostly flat terrain, compared to last week’s hike.

เดินกันไป 4.87 ไมล์ หรือประมาณเกือบ 8 กิโล ใช้เวลาชั่วโมงกับ 45 นาที อาทิตย์นี้ทางไม่ค่อยชันเท่าไหร่ เลยเผาผลาญแคลอรี่ได้ไม่เยอะ ไม่เหมือนอาทิตย์ที่แล้ว