Pandemic Pause: Moravian Falls and Raffaldini Vineyards

Trip Date: October-November 2020

วันที่เดินทาง: ตุลาคม-พฤศจิกายน 2563

This short post wraps up our second mountain trip of the year 2020, with the last two stops at Moravian Falls and Raffaldini Vineyards.

โพสต์สั้นๆวันนี้เป็นตอนสุดท้ายของทริปภูเขารอบสองประจำปีค.ศ. 2020 โดยจะพาไปแวะเที่ยวที่น้ำตกโมราเวียนและไร่องุ่นแรฟฟาดีนี

Moravian Falls is a tiny little town in northwestern NC that is home to an amazing 35-foot waterfall of the same name. The waterfall is located within the Moravian Falls Family Campground & Rental Cabins area. The owners have stated on their web site that they welcome non-campground visitors to come see the falls, as long as they stop by at the office to pay a $5 fee. When we got there, there was a sign in front of the office that said nobody was in, with a phone number to call if help is needed. We noticed a senior couple nearby taking pictures on the bridge overlooking the falls, so we walked over.

Moravian Falls เมืองเล็กๆทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐนอร์ทแคโรไลน่าแห่งนี้เป็นที่ตั้งของน้ำตกขนาดกว้าง 35 ฟุต ซึ่งตั้งอยู่ในอาณาเขตของ Moravian Falls Family Campground & Rental Cabins เจ้าของที่เค้าบอกไว้ในเวบเพจว่ายินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวอื่นๆที่ไม่ได้เป็นแขกของที่แคมป์ แต่กรุณาแวะที่ออฟฟิศเพื่อจ่ายค่าธรรมเนียม 5 ดอลล่าร์ก่อนเข้าชมบริเวณน้ำตก วันนั้นที่ไปถึงหน้าออฟฟิศมีป้ายแปะไว้ว่าไม่มีคนอยู่ แต่มีเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ติดต่อถ้าต้องการความช่วยเหลือ เราไปด้อมๆมองๆแล้วเห็นลุงกับป้าคู่นึงยืนถ่ายรูปน้ำตกอยู่บนสะพาน เลยลองเดินไปดูกัน

The path down to the waterfall was blocked off with a yellow tape, and there was a sign indicating the area was closed due to a recent flood. The nice lady told us she called the number and was told they were welcomed to take photos from there, so that’s what we did too. 😛 Upon closer look, we noticed these 2 ladies down at the falls, past the cordoned off area… 😐 The nice lady told us the person she spoke to on the phone said they were not supposed to be down there. We took our pictures from afar, and said goodbye to the old couple before heading off to our next stop. Right as we were driving away, we saw a lady arriving in her truck and walking down to have a word the two ladies… 😬

ไปถึงเห็นเค้ามีเชือกกั้นทางลงไปที่น้ำตก แล้วมีป้ายเขียนติดไว้ว่าบริเวณนี้ปิดห้ามเข้า เพราะพื้นดินอ่อนตัวจากเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อเร็วๆนี้ เกรงว่าจะเป็นอันตราย พอเห็นเราเดินไปคุณลุงกับป้าก็เข้ามาทักทาย แกว่าแกโทรไปเบอร์ที่เค้าแปะไว้แล้วเจ้าของที่บอกว่าให้มาถ่ายรูปตรงนี้ได้ไม่เป็นไร แต่อย่าลงไปข้างล่าง พอเดินไปอีกฝั่งเพิ่งเห็นว่ามีเจ๊สองคนยืนถ่ายรูปอยู่ตรงริมน้ำตก ประมาณว่าคงแอบมุดเชือกเข้าไปกัน 😐 ป้าแกบอกว่าเจ้าของเค้ารู้แล้วและกำลังจะมาจัดการด้วย เราเลยยืนถ่ายรูปกันแบบไกลๆด้วยความเชื่อฟัง ตอนกำลังจะขับรถออกมาเห็นมีรถกระบะมาจอด แล้วคุณป้าเจ้าของที่เดินฉวบๆลงไปเจรจากับเจ๊ทั้งสองด้วยท่าทางซีเรียส 😬

Our last destination of the trip was at Raffaldini Vineyards, a beautiful estate in another tiny town of Ronda, NC. This family-owned enterprise claims to ‘bring Tuscan charm to North Carolina’ and is best known for their Chianti-style wines. As a non-wine-enthusiast, I can’t really attest to the quality of their wines. 😛 But this place got tons of 5-star reviews from several platforms, including Google, TripAdvisor, Yelp, and Facebook!

จากที่น้ำตกเราไปต่อยังจุดหมายสุดท้ายของทริปนี้นั่นก็คือ ไร่องุ่นแรฟฟาดีนี ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Ronda ที่นี่เป็นกิจการในครอบครัว เค้าโฆษณาไว้ว่า ‘เราต้องการนำเสน่ห์แห่งทัสคานีมาสู่รัฐนอร์ทแคโรไลน่า’ และมุ่งเน้นที่การผลิตเหล้าองุ่นสไตล์คีอานตีของอิตาลี่ คนไม่ชอบดื่มไวน์อย่างเราไม่สามารถบอกได้ว่าเหล้าของเค้าอร่อยจริงสมคำร่ำลือรึเปล่า 😛 แต่ฟังจากรีวิวหลากหลายกระแส ไม่ว่าจะเป็น Google, TripAdvisor, Yelp หรือว่า Facebook ลูกค้าที่นี่ดูจะเห็นพ้องต้องกันว่าของเค้าดีจริง

We ordered one of their sample tasting flights and a couple other wines on the menu to try, and Joel seemed to enjoy them so I suppose they were pretty good. (I just had a few sips of each.) 😆 Besides wines, we also got a ‘meat & cheese plate’ to go with it. Even though they tasted good, the presentation was a little lacking in my opinion… 🙄 In their defense, it was COVID season and they probably wanted to reduce risks for their customers, so I totally get it. There was also a food truck in the parking area that looked pretty good – a few people near us seemed to be enjoying their selections. If we had known about the few options provided, we probably would have gotten something from there as well, but it was quite a trek back, so we just made do with what we had! 😭

เราสั่งแซมเปิลมาชิมกันหนึ่งชุด รวมทั้งไวน์อีกสองอย่างที่คุณสามีอยากลอง เราจิบๆดูแล้วก็ว่างั้นๆ แต่คุณสามีชอบใจซื้อตุนกลับบ้านไปหลายขวด 😆 นอกจากนั้นยังสั่งชุดสแนคไส้กรอกกับชีสมากินเป็นกับแกล้ม ซึ่งรสชาติก็อร่อยดีอยู่ แต่ประมาณว่ามาเป็นแพคเหมือนซื้อจากซุปเปอร์ ไม่มีการจัดจานมาให้เลยซักเล็กน้อย 🙄 แต่อย่างว่าเราก็เข้าใจ ยุคโควิดเค้าคงคิดว่ามาอย่างนี้น่าจะดูปลอดภัยแก่ผู้บริโภคมากกว่า ตอนจอดรถเสร็จเห็นมี food truck จอดขายอยู่ที่ลาน ถ้ารู้อย่างนี้ซื้อจากเค้ามากินน่าจะเวิร์คกว่า เห็นโต๊ะข้างๆเค้าสั่งมากินกันก็ดูหน้าตาดีอยู่ เสียดาย แต่ขี้เกียจเดินกลับไปตั้งไกลเลยยอมทำใจกินแค่นี้ก็ได้ 😭

The carnage we saw on the way out! 🤣

เบื้องหลังการถ่ายทำ 🤣

I had a lot more fun taking pictures of their beautiful property. 😊 All in all, we had a nice relaxing time there. It was the perfect ending to our awesome trip! 🥰

ไวน์อร่อยไม่อร่อยไม่รู้ รู้แต่ว่าที่นี่มีวิวสวยๆให้เดินถ่ายรูปกันจนเพลิน 😊 สรุปว่าถึงจะไม่ใช่คอไวน์แต่ก็สามารถมาเที่ยวไร่องุ่นอย่างมีความสนุกสนานกันได้ 🥰

Check out my other posts from the same trip here:


Pandemic Pause: Hiking at Elk Knob State Park

Trip Date: October-November 2020

วันที่เดินทาง: ตุลาคม-พฤศจิกายน 2563

After Boone and Todd, we drove out to Elk Knob State Park, which is located near the NC-Tennessee border at Snake Mountain, hoping to get a good hike in for the day. However, when we got there, the parking lot was completely full. My dear husband, who was very nervous with the high number of COVID-19 case surge back at the time, was reluctant to proceed. We ended up compromising with a quick hike, since we already drove all the way out there. 🙄

หลังเสร็จจากแวะเที่ยวเมือง เรามุ่งหน้าเข้าป่าตั้งใจจะไปเดินป่ากันที่ Elk Knob State Park ซึ่งตั้งอยู่ที่ชายแดนระหว่างรัฐนอร์ทแคโรไลน่ากับรัฐเทนเนสซี่ทางด้านตะวันตก แต่พอไปถึงปรากฎว่าที่จอดรถเต็ม คุณสามีเลยเกิดความลังเล เพราะช่วงนั้นที่ไปสถานการณ์โควิดยังย่ำแย่อยู่ เจรจากันแล้วเลยตกลงว่าจะรีบเดินรีบออก เพราะไหนๆก็อุตส่าห์ขับรถกันมาถึงนี่แล้ว 🙄

We chose the Beech Tree Trail, an easy one-mile loop that was advertised as ‘lightly trafficked’, featuring a community art project by Appalachian State University. The trail was clearly marked with bright yellow signs throughout.

สรุปกันว่าเส้น Beech Tree Trail น่าจะเวิร์คสุด เพราะเป็นทางวงแหวนสั้นๆแค่ไมล์เดียวเท่านั้น ไกด์เค้าโฆษณาไว้ว่า ‘คนไม่เยอะ’ แถมมีผลงานศิลปะที่สปอนเซอร์โดย Appalachian State University มาติดตั้งให้ชมตามทาง นอกจากนั้นยังมีหมุดปักสีเหลืองคอยบอกทางอย่างชัดเจน

So many beautiful artworks lining up the short trail! 😍

ตามทางมีภาพวาดหลากสีหลายลายให้ดูแบบไม่ขาดสาย 😍

One mile done in just under half an hour. We ended up running into only one family along the way.

สรุปแล้ววันนั้นเดินกันไปหนึ่งไมล์ หรือประมาณกิโลครึ่ง ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงได้ เดินจนสุดทางเจอพ่อแม่ลูกเดินสวนมาแค่ครอบครัวเดียวเท่านั้น

This was such a beautiful park. Bare winter trees created a wonderful silhouette against the bright blue clear sky backdrop. I hope we get to come back here at some point, post COVID…for a real hike! 😇

พาร์คนี้ตอนที่ไปต้นไม้โกร๋นกำลังสวย โดยเฉพาะเวลาที่เห็นกิ่งก้านสีขาวโพลนตัดกับท้องฟ้าสีใสยิ่งสวยขึ้นไปอีก เสียดายมาแวะแป๊บเดียว ถ้ามีโอกาสคราวหน้าอยากกลับมาเดินป่ากันอย่างจริงจังกันอีกครั้งหลังโควิด 😇

Since we had plenty of time left before sunset, we did a little bit of sightseeing on the way back…starting with St. Mary’s Episcopal Church. This tiny little church in West Jefferson is famous for the frescoes by local NC artist Ben Long. The three main ones are “Mary, Great with Child,” “John the Baptist,” and “The Mystery of Faith”.

เพราะไม่ได้เดินกันนาน เลยมีเวลาเหลือเฟือ พอไปเที่ยวต่อได้อีกรอบ เราไปแวะชมภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างท้องถิ่นที่นี่ชื่อคุณ Ben Long ที่ St. Mary’s Episcopal Church โดยมีภาพหลักสามชิ้นตั้งเด่นอยู่ได้แก่ “Mary, Great with Child” “John the Baptist” และ “The Mystery of Faith”

Continuing on to downtown West Jefferson, where tons of colorful art and cute shops lined both sides of the streets. 🥰

จากนั้นเราไปเดินเล่นกันต่อที่ย่านดาวน์ทาวน์ของเมือง West Jefferson ซึ่งมีสตรีทอาร์ตและผลงานศิลปะอื่นๆให้ชมกันเพลินๆตลอดช่วงถนนสายหลัก 🥰

We drove through here the day before when we were coming back from Grayson Highland, and Joel noticed what appeared to be a little cemetary right in the middle of town! 😳 Naturally, we had to go check it out… It turned out to be a tombstone shop! 🤣

จริงๆเมื่อวันก่อนเราขับรถผ่านถนนเส้นนี้ตอนที่กลับมาจาก Grayson Highland กันทีนึงแล้ว คุณสามีตาดีไปเห็นสุสานเล็กๆตั้งอยู่กลางเมือง 😳 พอวันนี้กลับมาแวะเลยต้องไปสำรวจกันดู ไปถึงปรากฏว่าจริงๆแล้วมันคือร้านรับทำป้ายตั้งหน้าหลุมศพนั่นเอง 🤣

More barn quilts!


This here is a special one. Apparently, this location was supposed to have one of the very few real quilts on display – not just paintings like all the others! I was really excited to come check it out. It took us a while to actually locate the barn. You can see why – the quilt (the one on the right in the shot above) has almost disintegrated into nothingness. 😐 We had a picture of it, which was taken when it was still in pristine condition, so we kept looking for something that matched the picture. This is probably the reason why most people don’t hang real quilts on their barns! 😅

อันนี้อุตส่าห์ขับรถไปดูกัน เพราะไปอ่านเจอมาว่าที่นี่เค้าเอาผ้าห่มจริงๆมาแขวนโชว์ ไม่ใช่แค่ลายเพ้นท์เหมือนอันอื่นๆ ที่ไปเห็นกันมา เลยตื่นเต้นเล็กน้อยเพราะเป็นอันแรกที่ค้นพบ ไปถึงเดินหากันอยู่นานมาก คือมีรูปจากอินเตอร์เนตที่มีคนมาโพสต์ไว้ ไอ้เราก็เดินหากันอยู่นั่น ไม่เจอซักที จนสุดท้ายเหลือบไปเห็นกรอบโกร๋นๆอันนี้ (อันใหญ่ทางขวาในรูปข้างบน) ถึงได้มาถึงบางอ้อว่า มันคือไอ้ที่เราหาไม่เจอกันอยู่นี่เอง 😐 คือประมาณว่าผ้าเค้าแหลกสลายไปกับกาลเวลา เหลือไว้ให้เห็นแค่ขอบๆ เออ คงเพราะอย่างนี้แหละนะคนอื่นเค้าถึงไม่มีใครอาจหาญเอามาแขวนกัน 😅

Check out my other posts from the same trip here:


Pandemic Pause: Boone and Todd

Trip Date: October-November 2020

วันที่เดินทาง: ตุลาคม-พฤศจิกายน 2563

On our last full day of the trip, we set out to tour two beautiful mountain towns in the area. Our first stop of the day was at Grandview Overlook, which is located on the Blue Ridge Parkway, on the way to Boone.

วันสุดท้ายก่อนกลับเราไปเที่ยวกันที่เมืองบนภูเขาสองเมือง สองบรรยากาศ ระหว่างทางขอแวะถ่ายรูปที่ Grandview Overlook ซึ่งตั้งอยู่บน Blue Ridge Parkway ระหว่างทางไปเมือง Boone

Once in Boone, we rushed over to the Watauga County Farmer’s Market before they closed down at noon. 😊 It might be because it was really late, but there weren’t many people left when we got there. Stalls were in the process of shuttering up for the day, but we still managed to grab some of this beautiful Fall produce to take home with us.

เข้าเขต Boone ปั๊บก็ต้องรีบบึ่งไปที่ Watauga County Farmer’s Market กันเป็นเจ้าแรก ไปถึงเกือบเค้าปิดตอนเที่ยงพอดี 😊 คนไม่เยอะ แต่อาจจะเป็นเพราะเราไปสายมากแล้วก็ได้ ร้านรวงเริ่มเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน แต่ก็ยังอุตส่าห์ไปอุดหนุนพืชผักสีสวยๆเหล่านี้ติดมือกลับบ้านมาได้หลายอย่าง

After that we took a stroll down King Street, which is the main thoroughfare of downtown Boone.

จากนั้นเราไปเดินเล่นกันที่ King Street ซึ่งเป็นถนนสายหลักของเขตดาวน์ทาวน์ที่นี่

One of the reasons I wanted to come check this place out was because of this mural. Apparently, it was part of the ‘United States Post Office Mural Project‘ – an initiative funded by the Federal government to support artists and give hope to the general public during the Great Depression era in 1934. For 9 years, until 1943, several pieces of public art were appointed, including this one we see right here. I first read about it in this awesome book ‘Big Lies in A Small Town‘ by Diane Chamberlain. The book describes a fictional story surrounding a mural commissioned for the little town of Edenton, North Carolina, which was full of drama, much like the controversies they had with some of these real-life murals. Apparently, Boone is one of the select few towns in NC where this type of murals has been preserved. The mural depicts the town’s namesake, Daniel Boone, on a hunting trip encountering locals with guns.

เหตุผลนึงที่อยากมาที่นี่ก็เพราะไปได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือนิยายเรื่อง ‘Big Lies in A Small Town‘ ของคุณ Diane Chamberlain ซึ่งเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ โครงการจิตรกรรมฝาผนังในสถานที่ทำการไปรษณีย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ริเริ่มโดยรัฐบาลกลางของสหรัฐภายหลังภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่เมื่อปีค.ศ. 1934 เพื่อช่วยศิลปินยังชีพ และเป็นการให้ความหวังแก่ประชาชนว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะเฟื่องฟูขึ้นในไม่ช้า ในช่วงระยะเวลาเก้าปีนับจากนั้นมีผลงานศิลปะเกิดขึ้นมากมายนับไม่ถ้วน ในหนังสือเค้าเล่าถึงภาพจิตรกรรมที่ไปรษณีย์เมือง Edenton รัฐนอร์ทแคโรไลน่า ว่าเป็นต้นตอของความขัดแย้งในเมืองเล็กๆแห่งนั้น ในชีวิตจริงโครงการนี้ก่อให้เกิดดราม่าในเมืองชนบทต่างๆหลายเมืองโดยเฉพาะในรัฐทางตอนใต้ ทำนองว่าชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย 😆 Boone เป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่เมืองของรัฐนี้ที่ได้รับเลือกให้มีภาพจิตรกรรมมาติดตั้งไว้ ในภาพคือคุณ Daniel Boone ที่มาของชื่อเมืองนี่เอง

Made in USA – a rare sight these days! 🙄

Made in USA สมัยนี้หาดูได้ยาก 🙄

Spotting this fellow eyeing us on the way out of town! 😍

เจ้าหมาน้อยตัวนี้โผล่หน้ามาทักทายระหว่างทาง 😍

We stopped by Booneshine Brewing Company for some cold beer. Their outdoor space was perfectly arranged for pandemic-style outing. Even though it was cold, several people were out enjoying the day, many brought their four-legged companions along! We grabbed a few bites from the food truck they had there, to go with the beer. 😊

จากนั้นเราไปแวะจิบเบียร์เย็นๆกันที่ Booneshine Brewing Company ซึ่งตั้งอยู่ที่ชานเมือง ที่นี่เค้าจัดลานไว้โดยเฉพาะสำหรับให้คนมานั่งกินเบียร์กันเพลินๆตามสไตล์โควิดที่ต้องเว้นระยะห่างระหว่างกันและกัน ถึงแม้วันนั้นอากาศจะหนาวเหน็บ แต่คนแถวนี้ก็ไม่ย่นย่อ พาครอบครัวรวมทั้งน้องหมาออกมาปาร์ตี้กันอย่างสนุกสนาน ข้างๆลานมี food truck มาเสิร์ฟของว่างให้ชิมแกล้มเบียร์ เลยต้องไปอุดหนุนเค้าซะหน่อย 😊

Spotting this when driving out of the brewery.


Next stop is Todd, a tiny little town in the middle of nowhere that was home to Todd Mercantile, the legendary store that has been there since the late 18th century. Inside was a little bakery counter, with the infamous cinnamon buns that everybody said you can’t miss. We bought some to go for breakfast the next day and even a cinnamon adversary like me can honestly say that I didn’t hate it! 😛

ถัดไปคือเมือง Todd เมืองขนาดเล็กกะทัดรัดกลางหุบเขา ที่มีร้านขายของชำเก่าแก่ชื่อ Todd Mercantile ตั้งอยู่ ร้านนี้เปิดมาได้สองร้อยกว่าปีแล้ว นักท่องเที่ยวชอบมาแวะกันเพราะเค้าว่า ขนมปัง cinnamon ที่นี่เลื่องชื่อลือชามาก เลยต้องมาลองกันดู ชิมแล้วรสชาติไม่แพ้คำร่ำลือจริงๆ ขนาดคนเกลียดกลิ่นอบเชยอย่างเรายังกินได้ตั้งหลายคำ 😛

Check out my other posts from the same trip here:


Pandemic Pause: Hiking at Grayson Highlands

Trip Date: October-November 2020

วันที่เดินทาง: ตุลาคม-พฤศจิกายน 2563

After lunch, we drove north towards the NC-Virginia border, heading to one of the highlights of this trip – Grayson Highlands State Park, which is located just across the border in Virginia. I heard the rumor that they have wild ponies there and wanted to add another spotting to our portfolio, after our awesome experience on Shackleford. 😊

ทานข้าวกลางวันเสร็จ เราขับรถขึ้นเหนือเข้าไปที่รัฐเวอร์จิเนีย จุดหมายคือไฮไลต์ของทริปนี้ นั่นก็คือ Grayson Highlands State Park ซึ่งอยู่ถัดจากชายแดนระหว่างรัฐไปนิดเดียว ไปอ่านเจอมาว่าที่พาร์คนี้เค้ามีม้าป่าให้ดู คราวที่แล้วอุตส่าห์นั่งเรือข้ามเกาะไปดูที่ Shackleford มาแล้ว คราวนี้ลองเดินขึ้นเขาไปดูกันมั่ง 😊

Stopping by to snap some shots of the roadside gems along the way.


Almost as soon as we entered the park, I spotted three wild ponies along the side of the road! 😎 We still aren’t sure if these were officially part of the herd or not, but we stopped by to say hello and snap some pictures anyway. 😆

ขับรถเข้าเขตพาร์คไม่ทันไร เราเกิดตาดีไปเห็นม้าสามตัวเล็มหญ้าอยู่ข้างทาง 😎 เลยต้องจอดรถลงไปส่องดู ไม่แน่ใจเหมือนกันว่านี่เป็นฝูงเดียวกันกับที่คนเค้ามาดูกันรึเปล่า แต่เห็นแล้วเลยอดถ่ายรูปเก็บไว้ไม่ได้ 😆

We took the Rhododendron Trail to the Horse Trail North, as suggested by the ranger at the visitor center. There was evidence of horse ‘discharges’ along the way, so we knew for sure there were some around. 😂 In the end, we did manage to find about 4 horses before turning back. It had been a long day and both of us were completely exhausted. 😓

เราแวะเข้าไปที่ศูนย์ต้อนรับนักท่องเที่ยวไปถามเจ้าหน้าที่เค้าดูว่าอยากเห็นม้าป่าต้องไปเดินที่ไหน เค้าบอกให้ลองไปเส้น Rhododendron Trail เดินไปได้ไม่เท่าไหร่ก็เริ่มเห็นเบาะแสหล่นอยู่ตามรายทาง เลยอุ่นใจว่าต้องได้เห็นเจ้าของ ‘มูล’ เหล่านี้แน่ๆ 😂 จากเส้น Rhododendron เราต่อไปยังเส้น Horse Trail North จนสุดท้ายได้เห็นม้ากินหญ้าอยู่สี่ตัวถึงได้ตกลงเดินกลับ วันนี้มาตะลอนตั้งแต่เช้าจนบ่ายแก่ อยากเดินต่อแต่หมดแรงไม่ไหว 😓

It was freezing cold and windy so we were fully decked out in our heavy winter gears, but the view was gorgeous it was so worth it! 😍

วันนั้นอากาศเย็นจัด แถมลมก็แรงเลยยิ่งยะเยือกขึ้นไปอีก เราเลยห่อหุ้มกันไปหลายชั้น ถึงจะหนาวแต่เราก็สั่นสู้เพื่อวิวสวยๆอย่างนี้ 😍

We did another 2 miles on our third hike that day, which took us about an hour. All in all, a very good hiking day for us! 😎

สรุปแล้วรอบนี้เดินไปอีก 2 ไมล์หรือประมาณ 3 กิโลกว่าๆ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึงพอดี รวมๆแล้ววันนี้คือเดินกันจนขาลากแต่ก็แฮปปี้ 😎

Joel spotted this barn quilt on the side of the road on the way back.

คุณสามีตาดีไปเห็นลายผ้าบนโรงนาระหว่างทางกลับ เลยอุตส่าห์แวะจอดให้ลงไปถ่ายรูป

Check out my other posts from the same trip here:


Saturday Hike: Spring Blooms at Piedmont Nature Trails

We went back hiking again this weeknd, this time at Piedmont Nature Trails in Chapel Hill. I had actually picked another trail nearby at Mason Farm Biological Preserve, just because it looked to be the closest to my real goal of the day, which is to be featured later in this post. 😊 Somehow, Google Map directions led us here to the Piedmont Trails instead! 🤨 We only realized it when we saw the map at the trailhead. Since we did not have our hearts set, we just went along with it. 🤣 In any case, we had no expectation whatsoever before we got there. But this ended up being one of the best hikes we’ve had in a long time! 🤩

เสาร์นี้เราไปเดินป่ากันอีกตามเคย คราวนี้ไปกันที่ Piedmont Nature Trails ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Chapel Hill จริงๆแล้วตั้งใจจะไปอีกที่คือ Mason Farm Biological Preserve เพราะดูแผนที่แล้วอยู่ใกล้กับร้านขนมที่เล็งไว้ 😊 แต่ปรากฎว่าคุณ GPS บน Google Map ทำไมถึงพามาที่นี่แทนก็ไม่ทราบได้ 🤨 จอดรถเสร็จเดินไปดูป้ายถึงได้รู้ว่ามาผิดที่ แต่เพราะยังไม่เคยมาเดินทั้งสองแห่งก็เลยเอาเป็นว่าเลยตามเลยละกัน 🤣 ก่อนมาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย แต่เดินเสร็จแล้วกลับสนุกสนานเกินคาด ต้องขอขอบคุณคุณ GPS ที่พาหลงมาถึงนี่ได้ 🤩

We started off with Streamside Trail, then switched over to Oak Hickory Trail, before hopping on Elephant Rock Trail which ended us up at Arboretum Drive, where we turned around and headed back. We ran into a few people in the beginning and towards the end, but once we got a little further uphill, the crowd started to thin out. There are no blazes on these trails, but color-coded trail markers are there at every turn. We had no trouble finding our way at all.

เราเริ่มต้นกันที่ Streamside Trail จากนั้นจึงไปต่อยัง Oak Hickory Trail และ Elephant Rock Trail ตามลำดับ เส้นหลังนี่พาเราไปโผล่ที่ถนน Arboretum Drive ซึ่งเป็นจุดที่เรากลับหลังหันเดินย้อนกลับทางเดิม ตอนต้นทางมีคนเยอะอยู่เหมือนกัน แต่พอทางเริ่มขึ้นเขา คนก็เริ่มบางตาลง ที่นี่ไม่มีหมุดปักบอกทางตามต้นไม้ แต่มีป้ายปักอยู่ทุกทางแยกคอยบอกชัดเจน ไม่มีการหลง

The trail started off with pretty standard winter terrain, a lot of barren trees, and mostly uphill! 😓

ช่วงแรกวิวก็เดิมๆตามบรรยากาศหน้าหนาวทั่วไป ต้นไม้ใบโกร๋น ใบไม้แห้งหล่นเต็มพื้น ทางชันขึ้นเขาตลอดสาย 😓

Things started to get more interesting once we got on Elephant Rock Trail. We noticed another couple heading towards us stooping down to take a look at something on the side. We waited until they left before going in to check it out. That’s when we saw this purple unicorn 🦄 hidden in the crack of a tree stump. My brain immediately translated the situation into a treasure hunt challenge! 😆 From then on, I kept my eyes peeled, scanning every nook and cranny we passed along the way.

พอเลี้ยวไปที่เส้น Elephant Rock ไปเจอหนุ่มสาวคู่นึงเดินลงเขามาสวนกันพอดี แอบไปเห็นเค้าด้อมๆมองๆอะไรอยู่ตรงข้างทาง พอเค้าเดินเลยไปเราเลยก้มลงไปดูบ้างด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไปเจอเจ้ายูนิคอร์นสีม่วง 🦄 ตัวจิ๋วนี้ซ่อนอยู่ในตอไม้ สมองเราเลยแปลสถานการณ์ได้ว่าจะต้องเป็นการเล่นเกมซ่อนหาอะไรซักอย่าง 😆 จากนั้นเราเลยคอยส่องทุกซอกทุกมุม เผื่อจะเจออะไรซ่อนอยู่อีก

And I am happy to report that we spotted not only one or two, but FOUR more, mostly on the way back! 😎 It definitely helped take our minds off the steep climb when we were concentrating on finding these trinkets. 😆 Most of these little bits and pieces were found on the Elephant Rock Trail. But we did find one on the Oak Hickory Trail as well.

และขอรายงานด้วยความภาคภูมิใจว่า เราได้ไปเจอของเล่นชิ้นอื่นๆซ่อนอยู่ตามทางถึง “สี่” ชิ้นด้วยกัน 😎 ส่วนใหญ่เจอตอนขากลับ ซึ่งเป็นการช่วยให้การเดินขึ้นเขาของเราเป็นไปด้วยความเพลิดเพลินแทนที่จะหอบแฮกเหมือนเคย 😆 สามชิ้นในรูปเราเจอบนเส้น Elephant Rock พอเลี้ยวกลับลงมาที่เส้น Oak Hickory นึกว่าไม่มีแล้ว แต่ก็ยังไปเจออีกชิ้นสุดท้ายจนได้

A note about this so-called ‘Elephant Rock’… We scrutinized it from many different angles. We even climbed on it, to get yet another perspective. But neither of us saw any elephant there. 🤨 A lion, maybe. 🧐 A gorilla, could be. 🤔 But, no, definitely not elephant! 🙄😝

ขอเม้าท์เรื่อง ‘Elephant Rock’ นี่หน่อย ไอ้เราเห็นชื่อก็ตั้งใจว่าจะได้เห็นก้อนหินเป็นรูปช้างอย่างที่เค้าว่า ปรากฎไปถึงดูแล้วดูอีกยังไงก็ไม่เห็นช้างซักตัว อุตส่าห์ตะกายขึ้นไปยืนบนยอดเผื่อจะเห็น แต่ยังไงก็ไม่ใช่ ดูไกลๆคล้ายๆสิงโต 🤨 หรือจากอีกมุมจะใกล้เคียงลิงกอริลล่าก็พอรับได้ 🧐 บอกได้แต่ว่าไม่ใช่ช้างแน่นอน 🙄😝

Past the rock, the trail started hugging alongside Morgan Creek.

พอเดินผ่านก้อนหิน ทางเริ่มเลียบไปกับลำห้วย Morgan Creek

Shortly afterwards, Joel turned around and looked at me with wild eyes. 😲 I followed his gaze to one side of the trail and had to step closer to realize I was looking at a daffodil patch! Right here in the middle of the forest! 😳 It was clearly man-made because there was a path right through the middle of it.

เดินไปอีกหน่อย คุณสามีหยุดกึกหันมามองหน้า 😲 กำลังจะถามว่าหยุดทำไม พอดีเหลือบไปเห็นทุ่งเขียวขจีอยู่ไกลๆ เดินเข้าไปใกล้ๆถึงได้เห็นว่าเป็นทุ่งดอกแดฟโฟดิลกำลังงอกงามอยู่กลางป่า 😳 ดูแล้วต้องมีใครมาปลูกไว้แน่ๆ เพราะมีทางเดินตัดไว้ตรงกลางเสร็จสรรพ ไม่ทราบว่ามายังไง แต่ยังไงก็ขอขอบคุณที่ให้เราได้มาเก็บรูปสวยๆโดยมิได้คาดหมาย 🥰

A little further along, we crossed over this water/sewage pipe to get to the other side of the creek, where the trail continued.

ทางพาลงน้ำ แต่มีท่ออันใหญ่ไว้ให้ข้ามได้ ดูแล้วเหมือนง่ายๆ แต่เดินไปอยู่ตรงกลางน้ำก็อดเสียวไม่ได้

We ran into yet another random bush of beautiful flowers! 😍 Camelias, I think… 🤔 White, blush pink, hot pink, bright red, you name it! My mind was officially blown! 🤯

ข้ามฝั่งไปเจอดงดอกไม้อีกอันกลางป่า 😍 คิดว่าน่าจะเป็นดอกคามิเลีย 🤔 มีทุกสีทุกเฉด ตั้งแต่ขาวโพลน ชมพูเรื่อๆ ไปจนถึงชมพูแปร๋น หรือแดงฉานก็มี ป่านี้เป็นป่าไม้มหัศจรรย์หรืออย่างไรกัน 🤯

Other wildflowers, berries, and other signs of Spring along the way.

นอกจากนี้ยังมีดอกไม้ป่าที่เจอได้ทั่วไป รวมไปถึงลูกเบอร์รี่ป่า และยอดไม้ที่เริ่มแตกหน่อ ส่งสัญญาณให้ทราบว่าฤดูใบไม้ผลิกำลังใกล้จะมาถึง

It makes me sad whenever I see people defacing nature’s beauty like this… 😭

ไปเห็นพวกมือบอนมาทำลายธรรมชาติกลางป่าอย่างนี้ทีไร ชวนให้เศร้าใจทุกที 😭

We clocked in at 3.66 miles, which took us 1 hour and 41 minutes, most of it uphill, which would explain my elevated heart rate almost throughout the entire hike! 😛

วันนั้นเราเดินกันไป 3.66 ไมล์หรือประมาณเกือน 6 กิโล ใช้เวลาเกินชั่วโมงครึ่ง เพราะทางชันขึ้นเขาเกือบตลอด อัตราการเต้นของหัวใจเลยสูงตามไปด้วย 😛

After that, we headed to what was supposed to be the real intention behind this hike. Meet Fresh is a Taiwanese desserts shop chain, with several locations all over the US. The one we went to was located at Meadowmont Village in Chapel Hill. My friend tipped me off on it and I had been itching to try. 😋

เดินเสร็จถึงเวลาไปเติมน้ำมันกัน มีเพื่อนแอบมาบอกว่าที่นี่มีร้าน Meet Fresh ซึ่งเป็นร้านขนมชื่อดังจากไต้หวันมาตั้งสาขาอยู่ที่ย่าน Meadowmont Village ในเมือง Chapel Hill เลยตะหงิดๆอยากจะมาลองชิมดู 😋

We ordered the Pudding & Q-Mochi Shaved Ice. I did not expect such a huge portion. 😳 Together, we were able to finish roughly half of it, before we called it quits. 😅 It was good. I’m glad we tried it. But if we ever make it back there, I’ll probably order something else… Something that comes in a hopefully much more reasonable serving size.

เราสั่งน้ำแข็งไสรส Pudding & Q-Mochi ออกมาเกือบจะเป็นลม จานใหญ่เป็นภูเขาไฟขนาดนี้จะกินกันยังไง 😳 สองคนช่วยกันแซะไปมา สุดท้ายยังเหลือเกินครึ่ง 😅 ก็อร่อยอยู่ แต่ติที่ว่าเยอะเหลือเกิน กินไม่หมดเสียดายของ ถ้ามีโอกาสกลับมาอีกคงจะลองสั่งอย่างอื่น หวังว่าจะออกมาที่เล็กกว่านี้

After desserts, we moved on to the main course. 🤣 Hubby went with Al’s Burger Shack, which was voted Best Burger in America in 2018 by Food & Wine Magazine & TripAdvisor! I opted for the Penang Char Kway Teow from Rasa Malaysia right across the street, over in South Village. Both equally delicious, if you asked me! 😉

หลังของหวานเราไปต่อด้วยของคาวกัน 🤣 คุณสามีเลือกกิน Al’s Burger Shack ซึ่งเค้าได้รับการโหวตจากนิตยสาร Food & Wine และเวบนำเที่ยว TripAdvisor ว่าเป็นเบอร์เกอร์ที่อร่อยที่สุดในอเมริกาประจำปี 2018 ส่วนเราขอไปสั่ง ฉ่าก๋วยเตี๋ยว จากร้านมาเลย์ Rasa Malaysia ฝั่งตรงข้ามกลับไปกินที่บ้านแทน ถ้าถามเราเราว่าอร่อยกว่าเบอร์เกอร์ของเค้าซะอีก 😉

Saturday Hike: Another Muddy MST at Falls Lake

This past Saturday, the weather was so nice it felt like such a crime not to go hiking! 😆 Since we have been noticing some Spring blooms starting to pop up during our weekday walks nearby, I thought it would be great to check out the trail at Eno River, where we had great luck with wildflower spotting before. It turned out a ton other people had exactly the same idea. 🙄 When we got to the parking lot there, it was at about 200% capacity! 😅 There were cars everywhere, many parked along the sides of the road because the official spots were all taken.

เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว อากาศดีมาก แดดจ้า ฟ้าใส อุณหภูมิกำลังดี ไม่ร้อนไม่หนาว ทำให้เกิดอาการอยู่ไม่ติดบ้าน ต้องออกไปเดินป่ากันให้ได้ 😆 ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ออกไปเดินออกกำลังใกล้ๆบ้าน ไปเห็นมาว่าดอกไม้แถวนี้เริ่มจะออกดอกกัน เลยตั้งใจว่าจะไปเดินที่ Eno River เพราะจำได้ว่ามีดอกไม้ป่าสวยๆให้ดูตามทาง ไปถึงปรากฎว่าชาวบ้านแถวนี้มีความคิดเดียวกับเรา 🙄 ลานจอดรถเต็มจนล้น รถจอดกันเลยออกมาข้างทางยาวเป็นกิโล 😅

We quickly turned around and headed over to another obscure spot we had been before. This Day Hike Section T of the Mountains-to-Sea trail at Falls Lake on Red Mill Road in north Durham was one of the least crowded trails we know of in the area. There was only one other car parked there when we arrived.

เลยต้องกลับรถออกมาหาที่เดินกันใหม่ เห็นจำนวนคนแล้วคิดว่าไปไหนก็คงแน่น สุดท้ายเลยตกลงไปลองที่เคยไปกันแล้วแน่ใจว่าไม่มีคน ช่วง T ของเส้นทางเดินป่า Mountains-to-Sea ที่ Falls Lake ซึ่งมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ถนน Red Mill ทางตอนเหนือของเมือง Durham แห่งนี้ เรามาเดินกันเมื่อปีที่แล้วตอนที่โควิดเริ่มระบาดได้ไม่นาน มาคราวนี้ยังปลอดคนเหมือนเดิม ไปถึงเจอรถจอดอยู่แค่คันเดียวเท่านั้น

The trail was straightforward, with distinct white blazes guiding us along the way. We enjoyed the nice quiet hike by ourselves without running into a single human being the entire way. The weather was perfect, nice and cool at 55 degrees and sunny. It was quite muddy in several spots, but nothing our trusty old boots couldn’t handle. 😆

ทางที่นี่ตรงไปตรงมาไม่คดเคี้ยว มีป้ายบอกทางจุดขาวให้เห็นตลอดทาง เดินยังไงก็ไม่หลง วิวก็ไม่มีอะไรหวือหวา เห็นทะเลสาบอยู่ไกลๆ แต่ดีตรงที่ว่าปลอดคน เดินไปจนกลับมาถึงรถไม่มีเพื่อนมนุษย์ปรากฎมาให้เห็นเลยซักราย อากาศเย็นสบายกำลังดี อุณหภูมิอยู่ที่ 55 องศาฟาเรนไฮต์ หรือประมาณ 13 องศาเซลเซียส ทางมีที่เฉอะแฉะอยู่บ้าง แต่รองเท้าบู๊ตเดินป่าคู่เก๋าของเรารับมือได้สบายมาก 😆

We even saw some wildflowers! 😍 And some mushrooms, of course.

นอกจากจะมีเห็ดป่าให้ชมแล้ว ยังอุตส่าห์ได้ไปเจอดอกไม้ป่าตามที่ตั้งใจไว้ 😍

Time for a nice thorough wash, maybe? 🙄

ถึงเวลาต้องเอารองเท้าไปล้างซักหน่อย 🙄

We clocked in at a little under 4 miles in a little over 1.5 hours.

วันนั้นเดินกันไปเกือบๆ 4 ไมล์ หรือประมาณ 6 กิโลกว่าๆ ใช้เวลารวมแล้วหนึ่งชั่วโมงครึ่งพอดี

Grabbing a quick bite at QueenBurger in downtown Durham before heading home.

ก่อนกลับบ้านแวะไปลองชิม QueenBurger ที่ดาวน์ทาวน์เมือง Durham กัน

Pandemic Pause: Hiking in the Blue Ridge

Trip Date: October-November 2020

วันที่เดินทาง: ตุลาคม-พฤศจิกายน 2563

The next morning, we drove over to the Blue Ridge Parkway, starting with Tompkins Knob Overlook.

เช้าวันรุ่งขึ้น เราขับรถไปเที่ยวกันที่ Blue Ridge Parkway โดยเริ่มต้นกันที่ Tompkins Knob Overlook

From the parking area, there is a dirt path that leads over to Jesse Brown’s cabin and Cool Spring Baptist Church. According to the cool sign post, this was where traveling preachers held outdoor services for local families.

จากที่จอดรถมีทางพาเดินไปชมกระท่อม Jesse Brown และ Cool Spring Baptist Church ป้ายด้านหน้าบอกไว้ว่านี่เป็นที่ที่ชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ในละแวกนี้มานั่งฟังคำเทศนาจากบาทหลวงสัญจรที่เดินสายผ่านมาแวะพักที่กระท่อม

From there, we drove the short distance to E.B. Jeffress Park to start our first hike of the day at the Cascades Trail. The quick loop led us on a nicely paved gravel path that features all the main species of trees that can be found in the Blue Ridge Forest. The trail eventually took us across a bridge and then down to Cascade Falls, then circled back to the parking lot.

จากนั้นเราไปต่อกันที่ E.B. Jeffress Park ซึ่งอยู่ถัดไปไม่ไกล ที่นี่เราไปเดินป่ากันบนเส้นทางเดินป่าที่ชื่อว่า Cascades Trail ซึ่งเป็นทางวงแหวนที่นำเสนอพันธุ์ไม้ต่างๆที่เติบโตอยู่บนผืนป่า Blue Ridge Forest แถบนี้ ทางพาเราไปชมน้ำตก Cascade ก่อนวกกลับมาสู่ลานจอดรถ

We finished the one-mile loop within 45 minutes, a little longer than expected due to the steep incline and a bit of foot traffic along the narrow paths! 😝

รอบนี้เดินกันไปประมาณหนึ่งไมล์ หรือประมาณ 1.7 กิโล ใช้เวลา 45 นาที นานกว่าที่คาดไว้เนื่องจากทางที่ปีนขึ้นไปดูน้ำตกค่อนข้างแคบ เลยเกิดการจราจรติดขัดกันเล็กน้อย 😝

After that, we stopped by for the view at Lewis Fork Overlook.

แวะชมวิวที่ Lewis Fork Overlook

Then heading on to Mt Jefferson Overlook, where we walked over to check out these cows grazing on this beautiful green pasture.

ต่อไปที่ Mt Jefferson Overlook ที่มองไปเห็น Mt Jefferson อยู่ลิบๆ ตามป้ายบอกไว้ว่าภูเขาลูกนี้เดิมเรียกกันว่าภูเขานิโกร เพราะเป็นที่ๆทาสผิวสีหนีไปหลบกันก่อนจะเดินทางต่อไปยังรัฐทางเหนือซึ่งไม่มีการใช้ทาสกันอย่างรัฐทางใต้แถบนี้ ติดกันเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวขจีตัดกับท้องฟ้าสวยใสมีฝูงวัวยืนเล็มหญ้ากันสบายใจเฉิบ