Giant Cats Taking over Downtown Cary

Excursion Date: June 2022

วันสัญจร: มิถุนายน 2565

Short post today on an awesome art exhibit currently on display at Cary Arts Center. I spotted the article about it on The News & Observer the other day and we just had to go check it out.

วันนี้มีโพสต์สั้นๆจะพาไปดูผลงานศิลปะแหวกแนวที่กำลังตั้งโชว์อยู่ที่ Cary Arts Center บังเอิญไปอ่านเจอบทความในหนังสือพิมพ์ The News & Observer เมื่ออาทิตย์ก่อน เลยต้องชวนกันไปดู

The Magnus Cattus exhibit is the product of local artist and cat lover Matt McCarthy, featuring digital prints of cats in funny poses superimposed all over the world. The title of the show, ‘Magnus Cattus‘, literally means ‘Big Cat’ in Latin – a very aptly named display indeed! 😍

นิทรรศการชุดนี้ตั้งชื่อไว้ว่า ‘Magnus Cattus‘ ซึ่งเป็นภาษาละติน แปลตรงตัวได้ว่า ‘แมวยักษ์’ เป็นผลงานของศิลปินท้องถิ่นคุณ Matt McCarthy ซึ่งได้ไอเดียเอาภาพแมวขนาดยักษ์มาตัดต่อใส่สถานที่ท่องเที่ยวดังๆทั่วโลก ประมาณว่าเข้าใจตั้งชื่อมาก 😍

The show runs daily at Cary Arts Center in downtown Cary, from June 2-28. Without further ado, here are some of my favorites. 😻

ผลงานชุดนี้กำลังเปิดให้เข้าชมได้ฟรีที่ Cary Arts Center ตั้งแต่วันที่ 2-28 มิถุนายน น่าจะถูกใจบรรดาคนรักแมว ยังไงขออนุญาตโชว์ชิ้นที่ถูกใจให้ชมกันไปพลางๆก่อน 😻

If you would like to purchase some of these prints for your own daily consumption at home, the artist has his own Etsy shop where you can buy some of these prints, and many many more equally wonderful pieces. We are definitely planning to get some, as soon as we can agree on which one we love best! 😸

ถ้าเห็นแล้วชอบใจอยากซื้อไปแขวนไว้ชมเองที่บ้าน เจ้าของเค้าก็มีร้านใน Etsy คอยให้บริการ นอกจากภาพที่นำมาแสดงในนิทรรศการชุดนี้แล้ว ยังมีชิ้นอื่นๆที่น่าสนใจไม่แพ้กัน บ้านนี้จะไปอุดหนุนแน่ๆ แต่ต้องตกลงกันให้ได้ก่อนว่าจะเอาชิ้นไหนดี 😸

Twice as Nice, Hike & Chill Sundays

I accidentally stumbled upon what was to become Joel’s latest ‘happy place’ on Pinterest recently. It was a post featuring something called a ‘garden bar’. Intrigued, I looked it up and found out that it was this garden center in North Raleigh that came equipped with a small bar that serves a limited selection of beers, wines, and mimosas. 😲

เมื่อประมาณเกือบสองเดือนก่อน เราบังเอิญไปเจอโพสต์ใน Pinterest เกี่ยวกับสถานที่ที่มีชื่อว่า ‘garden bar’ ฟังดูแล้วน่าสนใจก็เลยไปลองเสิร์ชดูซิว่ามันคืออะไร ปรากฎว่ามันเป็นร้านขายต้นไม้ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมือง Raleigh นี่เอง แต่จุดเด่นก็คือเค้ามีบาร์เล็กๆตั้งอยู่ด้านในคอยเสิร์ฟเบียร์ ไวน์ และเครื่องดื่มค็อกเทลมิโมซ่าหน้าตาดี 😲 พอเอาไปบอกคุณสามีแกว่าเราต้องไปสำรวจกันดูโดยด่วน 😂

As predicted, Joel was totally in! 😆 So, we went and checked out Atlantic Gardening Company one Sunday. We needed plants to grow for the season, and would normally go to the garden center closer to home anyway. But this was ‘way better’ according to Joel, because, “I can sip on a beer while we shop.” 🤣

ก่อนไปก็ไม่ได้คิดว่าจะกลายมาเป็นลูกค้าขาประจำของร้านที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Atlantic Gardening Company แห่งนี้ 😆 ที่ไปครั้งแรกเพราะมีข้ออ้างว่ากำลังจะย่างเข้าฤดูร้อน ได้เวลาเริ่มปลูกพืชผักสวนครัวประจำปีพอดี ปรกติก็ไปร้านที่อยู่ใกล้บ้านกันทุกปีอยู่แล้ว แต่คุณสามีแกบอกว่า ที่นี่ “ดีกว่าหลายเท่า” เพราะว่า “เราค่อยๆจิบเบียร์ไปค่อยๆช็อปไปได้” 🤣

We did a scouting trip the first time just to the garden bar itself. The small bar is located inside the store on one end, with plenty of tables to sit and enjoy your drinks, both inside and out.

อาทิตย์แรกที่ไปดูลาดเลาไปถึงปุ๊บก็ไปเช็คดูเมนูเครื่องดื่มกันก่อนเป็นอันดับแรก บาร์เค้าขนาดกะทัดรัดตั้งอยู่มุมร้านด้านใน มีเก้าอี้ให้นั่งที่เคาน์เตอร์สี่ห้าตัว หรือจะนั่งเป็นโต๊ะถัดออกมาก็ได้ มีให้บริการทั้งด้านในและนอกร้าน

Tasty drinks in hand, we browsed through the entire store, and came home with a small selection of plants to start off the season for our balcony gardening. 😍

พอเลือกเครื่องดื่มกันเสร็จเรียบร้อย เราก็ไปเดินชมร้านกัน ได้ต้นไม้ติดมือกลับบ้านมาปลูกในกระถางบนระเบียงบ้านได้จำนวนหนึ่ง 😍

By the way, they had a plant called ‘Creeping Jenny’! 🤯

ตาดีไปเจอะต้นไม้ชื่อประหลาด ‘Creeping Jenny’ 🤯

Naturally, my husband wanted to go back again the following week, and then the next. 😐 To make the trip a little more ‘rewarding’ 🙄, I found a new-to-us nature preserve nearby so that we could burn off some calories beforehand. 😏 Annie Louise Wilkerson, MD Nature Preserve Park turned out to be such a perfect spot, fully equipped with a park office, a picnic shelter, a children’s playground, plenty of parking, and a nice clean restroom – which is a very important perk in my book! 😊

อาทิตย์ถัดมา คุณสามีบอกว่าเรามีความจำเป็นต้องกลับไปเยือน garden bar กันอีก เพราะสวนครัวแกยังมีผักไม่ครบ 😐 เราเลยต้องใช้ความพยายามในการทำให้การเดินทางมีความคุ้มค่ามากขึ้นเล็กน้อย 🙄 ด้วยการไปหาป่าไม้ใกล้เคียงเพื่อเดินเผาผลาญแคลอรี่ก่อนไปดริ้งค์กัน 😏 เลยไปเจอป่าสงวนพันธุ์ธรรมชาติ Annie Louise Wilkerson, MD Nature Preserve Park ซึ่งอยู่เลยไปไม่ไกล ที่นี่มีทุกอย่างสะดวกครบครัน ทั้งออฟฟิศพร้อมเจ้าหน้าที่ประจำ เพิงพักปิคนิค สวนเด็กเล่น และที่สำคัญที่สุดสำหรับเราก็คือห้องน้ำสะอาดๆนั่นเอง 😊

They take wildlife seriously here! 😆

ที่นี่เค้าตั้งใจคุ้มครองสัตว์ป่ากันอย่างจริงจัง 😆

We were on a pretty tight schedule, since the park doesn’t open until 1 pm, but the garden bar closes at 5 pm on Sundays. 😅 The first time there, we opted to go with the Forest Loop trail. This nice little trail, we discovered, connects with the Mountain-to-Sea trail at Falls Lake. It was clearly marked with bright yellow blazes, and there is a clear sign telling you when you are about to leave their property to continue onto the MST.

ครั้งแรกที่ไปต้องรีบร้อนกันเล็กน้อย เพราะป่าที่ไปเดินวันอาทิตย์เปิดบ่ายโมง ส่วน garden bar ปิดห้าโมงเย็น 😅 เราเลือกเดินที่เส้น Forest Loop ทางสายสั้นที่เชื่อมต่อกับเส้นทาง Mountain-to-Sea ที่เราคุ้นเคยตรงช่วง Falls Lake โดยมีหมุดปักบอกทางสีเหลือง และมีป้ายบอกชัดเจนว่าเรากำลังออกจากบริเวณพื้นที่ของเค้าไปต่อยังเส้น MST

We did check out a bit of the MST, just enough that we got a glimpse of Falls Lake, before turning back. Again, a clear sign lets you know you have stepped back onto the nature preserve area. 🙂

เราเดินเลยไปรำลึกความหลังบนเส้น MST กันเล็กน้อย เอาแค่พอให้ได้เห็นทะเลสาบอยู่ลิบๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับทางเดิม หมุดปักทางที่นี่เปลี่ยนเป็นสีขาวตามสไตล์ MST พอกลับเข้าบริเวณอาณาเขตของป่าสงวนก็มีป้ายบอกชัดเจนอีกเช่นกัน 🙂

That first weekend, we spent about 45 minutes with a total mileage of 1.84 mile, short but sweet!

วันนั้นเดินกันไปพอหอมปากหอมคอ ยังไม่ถึงสองไมล์ดี หรือประมาณสามกิโลได้ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที

With the hiking mission accomplished, we headed on back to the garden bar for the second weekend in a row. I did get to try a different flavor of mimosa this time. 😊 So many flowers were in bloom I couldn’t help but get a little carried away with picture snapping. 😛

หลังจากจบภารกิจการเดินป่า เราก็ได้ฤกษ์กลับไปเยือน garden bar กันอีกเป็นครั้งที่สอง คราวนี้เราลองเป็นมิโมซ่ารสพีช 😊 ดอกไม้ที่นั่นกำลังออกดอกบานสะพรั่ง เลยได้เดินถ่ายรูปซะเพลิน 😛

Found yet another cool plant! 😍

ไปเจอต้นไม้แปลกๆอีกละ 😍

And we did come home with another tray of plants to add to our collection.

ได้ต้นไม้ติดมือกลับบ้านมาอีกถาดย่อมๆ

Since Joel ‘insisted’ that our garden was still ‘incomplete’ 🙄, we had no choice but to head back to the garden bar yet again the following weekend. 😅 But first, another stop to Annie Louise Wilkerson, MD Nature Preserve Park, this time for the remaining trails we didn’t get a chance to check out the week before.

อาทิตย์ถัดมาคุณสามียืนกรานว่าสวนครัวแกยังมีที่เหลือ 🙄 เลยจำใจต้องกลับไป garden bar กันอีกที 😅 แต่ก่อนอื่นเราขอแวะไปเดินป่าที่ Annie Louise Wilkerson, MD Nature Preserve Park กันก่อนอีกเช่นเคย เพราะยังมีอีกหลายเส้นที่ยังไม่ได้เดินเมื่อคราวก่อน

First, we started off with the Farm Pond trail, a short but very picturesque path along a small pond.

เริ่มต้นด้วยเส้น Farm Pond สั้นๆที่พาเราเดินรอบบ่อน้ำขนาดเล็ก

After that, we walked over to the Hidden Rocks trail, yet another short loop that features a set of large boulders in the middle of a forest. This time, we spotted a family of about 5 deer roaming in the woods. And, yes, they did spot us too! 😆

จากนั้นจึงไปต่อยังเส้น Hidden Rocks ซึ่งเป็นทางสั้นๆอีกเหมือนกัน แต่คราวนี้พาเดินไปที่กลุ่มก้อนหินขนาดใหญ่กลางป่า คราวนี้โชคดีไปเจอะครอบครัวกวางประมาณสี่ห้าตัวเดินมาให้เห็นอยู่ไกลๆ ใช่ว่าเราเห็นเค้าอยู่ฝ่ายเดียว เค้าก็เห็นเราเดินมาแต่ไกลเหมือนกัน 😆

Last but not least, my favorite part of this entire park – the Woodland Village! 😍

ท้ายที่สุดเป็นที่ๆเราชอบมากที่สุดในป่าแห่งนี้นั่นก็คือสวนเล็กๆที่เค้าตั้งชื่อว่า Woodland Village 😍

Apparently, the staff had set out a little area meant to entertain children. 🤩 It came equipped with a set of crates containing ‘supplies’ – all of natural materials, for kids to make little ‘fairy houses’ in the woods.

เจ้าหน้าที่เค้าอุตส่าห์จัดเตรียมไว้เอาใจสมาชิกตัวน้อยของครอบครัว 🤩 โดยพยายามปลูกฝังให้เด็กๆมีความรักธรรมชาติด้วยการหาอุปกรณ์จากธรรมชาติมาให้ประกอบเป็นบ้านนางฟ้าหลังน้อย

The result was an array of cute innovations, all made possible with the most creative of minds. 😍 As you can see, I got carried away yet again with such colorful and plentiful subjects. 😊

จะเห็นได้ว่าเด็กน้อยแถวนี้มีความสร้างสรรค์กันเต็มล้น 😍 เกิดเป็นบ้านนางฟ้าสีสันสวยงามวางเรียงรายเต็มป่าไปหมด เด็กโข่งอย่างเราเลยได้โอกาสเดินเก็บภาพอย่างเพลิดเพลิน 😊

The very short trail, nicknamed ‘Troll Stroll’, 😆 connects back with the Forest Loop that we did the week before. I only realized that when we came upon this very distinct tree I remembered from last time!

ทางสายสั้นๆเส้นนี้มีชื่อว่า ‘Troll Stroll’ หรือแปลตรงตัวได้ว่า ‘ทางยักษ์เดิน’ 😆 เดินไปหน่อยปรากฎว่าอ้อมไปเจอกับเส้น Forest Loop ที่เรามาเดินกันไปเมื่ออาทิตย์ก่อนนั่นเอง ที่จำได้ก็เพราะเดินมาจ๊ะเอ๋ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้นี่แหละ

We did almost exactly the same mileage this time around, at 1.83 miles, but took quite a lot longer, likely due to the excessive photo taking. 😛

คราวนี้เดินไปได้ระยะทางเกือบเท่าคราวก่อนพอดิบพอดี แต่ใช้เวลาเลยชั่วโมง เพราะมัวแต่แวะถ่ายรูป 😛

And, back to the garden bar we went… 🤣

และแล้วเราก็กลับมาสิงสู่อยู่ที่ garden bar กันอีกครั้ง 🤣

Just as I was about to publish this post, our sage plant happened to die… 🙄 So, we had to go back to pay the garden bar another visit, yet again. 🤣 This time, we got to explore the part we had never been in before – their greenhouse! 😇

นึกว่าจะไม่ต้องกลับไปกันอีกแล้ว แต่เผอิญต้นใบเสจของเรากลับมามีอันเป็นไปพอดี๊พอดี 🙄 เลยต้องจำอกจำใจกลับไปเยือนที่ garden bar อีกจนได้ 🤣 คราวนี้เลยมีโอกาสได้ไปเดินชมเรือนกระจกของเค้าเป็นครั้งแรก 😇

It was surprisingly very cool in there. Our kitchen window sill still had a few empty spots left for succulents, so I conveniently picked out some from their massive collection. 😊

ตอนแรกนึกว่าจะร้อนตับแตก แต่เอาเข้าจริงข้างในเค้าเปิดพัดลมแรงสูง เลยเย็นสบายกว่าข้างนอกซะอีก มานึกขึ้นได้ว่าตรงขอบหน้าต่างในครัวยังมีกระถางว่างอยู่ เลยไปเดินเลือกได้ไม้อวบน้ำกลับบ้านมาสองต้นจิ๋ว 😊

They also have a variety of beautiful orchids.

กล้วยไม้เค้าสวยๆทั้งนั้น เสียดายเราปลูกไม่เป็น

Of course, we did enjoy a cold beer while taking our time perusing the selection! 😛

แน่นอนว่าต้องมีเบียร์เย็นๆไว้จิบตามตำราคุณสามี 😛

2022 Highland County Maple Festival

Excursion Date: March 2022

วันสัญจร: มีนาคม 2565

We started off what is shaping up to be the year of unique festival jaunts with a visit to the 2022 Highland County Maple Festival in Virginia back in March. We had absolutely no idea what to expect, but happily accepted the invitation from our dear friends, Brad & Lisa, thinking it would be fun to hang out no matter what! 😆

ปีนี้มีทีท่าว่าจะกลายเป็นปีแห่งการไปชมเทศกาลแปลกๆ 😆 เริ่มต้นด้วยคุณแบรดเพื่อนสามีตั้งแต่สมัยประถม มาชวนไปงานเทศกาลน้ำตาลเมเปิลของ Highland County ประจำปี 2022 เมื่อเดือนมีนา เพิ่งจะรู้ว่ารัฐเวอร์จิเนียเค้าก็มีทำน้ำตาลเมเปิลเหมือนกัน คือตอบรับกันไปแบบงงๆ ไม่เข้าใจว่าเทศกาลน้ำตาลเมเปิลนี่มันคืออะไรแน่

Joel & I set out Friday morning on a 5-hour drive to Monterey, Virginia to meet up with the clan in a cozy farmhouse airBnB we booked for the weekend stay together. Naturally, we made stops along the way. 😊

เราสองคนออกเดินทางไปสู่จุดมุ่งหมายคือบ้านพักในฟาร์มเล็กๆที่เมือง Monterey รัฐเวอร์จิเนียเช้าตรู่วันศุกร์ โดยมีจุดแวะตามรายทางตามเคย 😊 เพราะต้องขับไปไกลถึง 5 ชั่วโมง

First stop for lunch in Lynchburg, Virginia, was at this cute cafe called My Dog Duke’s Diner. The dog-theme restaurant was decorated with canine memorabilia from top to bottom, down to the hooks in their bathrooms! 😍 Food & drinks were both decent & reasonably priced, we left happy and full. 😋

ก่อนอื่นไปหยุดพักทานข้าวกลางวันกันที่เมือง Lynchburg เราเลือกคาเฟ่เก๋ไก๋ชื่อ My Dog Duke’s Diner ข้างในเค้าประดับประดาเต็มไปด้วยของตกแต่งธีมสุนัขสมชื่อร้าน ขนาดตะขอแขวนกระเป๋าในห้องน้ำก็ไม่เว้น 😍 อาหารและเครื่องดื่มรสชาติไม่เลวใช้ได้ อิ่มอร่อยไม่ผิดหวัง 😋

We spent a few minutes walking around and admiring the beautiful downtown area after lunch to digest. The Craddock Terry Hotel was decorated with a shoes theme, to celebrate the history of the location, which used to serve as the 5th largest shoe company in the world! 😳 

กินเสร็จขอไปเดินเล่นย่อยอาหารซักหน่อย ขามาขับผ่านโรงแรม Craddock Terry เห็นเค้ามีรองเท้าส้นสูงยักษ์สีแดงตั้งอยู่ข้างหน้า เลยต้องเดินย้อนกลับไปขอถ่ายรูปด้วย 😊 ไปค้นดูเพิ่งจะรู้ว่าเมื่อก่อนที่นี่เคยเป็นที่ตั้งของโรงงานทำรองเท้าที่ใหญ่เป็นอันดับห้าของโลก 😳

The Riverfront Park boardwalk offers beautiful views overlooking James River.

เดินมาอีกหน่อยเป็นทางเดินเลียบแม่น้ำ James วิวสวยดี แต่อาจจะเป็นเพราะเป็นบ่ายวันศุกร์เลยไม่มีคน 🙄

Nearby Art Alley has a small collection of colorful street art that was excellent for a photo ops! 🥰

ถัดมาเป็นตรอกเล็กๆที่เค้าเรียกว่า Art Alley ตามพื้นและผนังเพ้นท์เป็นลวดลายสีสันละลานตา เหมาะแก่การถ่ายรูปเล่นเป็นอย่างยิ่ง 🥰

Next, we stopped by at Woodruff’s Cafe & Pie Shop in Monroe, to pick up a few slices of their legendary pies. Unfortunately, we learned from a sign posted inside that Mama Woodruff, the original recipe and store owner, had just passed away last year 😢, at the ripe old age of 104. The pies totally live up to all the hype, by the way! 🥰

จากนั้นเราไปแวะเลือกขนมพายจากร้าน Woodruff’s Cafe & Pie Shop ที่เมือง Monroe มาลองชิมกัน เสียดายว่าคุณยายเจ้าของสูตรเพิ่งจะเสียไปเมื่อปีที่แล้วนี่เอง 😢 สิริรวมอายุได้ 104 ปี ต้องยอมรับว่าพายของแกอร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ 🥰

Spotted this little kitty at a traffic stop in Buena Vista. 😻

ตาดีไปเห็นเจ้าแมวน้อยตัวนี้ตอนรถกำลังติดไฟแดงที่เมือง Buena Vista 😻

Our last stop was in Staunton, Virginia, about an hour drive away from our destination. We checked out Yelping Dog Wine, the second dog-theme establishment of the day! 😆

จุดแวะสุดท้ายอยู่ที่เมือง Staunton ซึ่งอยู่ห่างจากจุดหมายปลายของเราแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น เราไปแวะจิบไวน์ที่ร้าน Yelping Dog Wine เแหมคนรัฐนี้ท่าจะชอบตั้งร้านธีมสุนัขกันจัง 😆

Downtown Staunton is also home to a bookstore called The Book Dragon!

ใกล้ๆร้านไวน์เป็นร้านหนังสือชื่อเก๋ The Book Dragon

And many other beautiful buildings. 

เดินชมวิวเพลินๆย่านดาวน์ทาวน์

We started off our snowy Saturday with an all-you-can-eat pancake & sausage breakfast. 

กว่าจะไปถึงก็ค่ำแล้วเลยไม่ได้ถ่ายรูป ตื่นมาเจอหิมะตกขาวโพลนไปหมด รายการอาหารมื้อเช้าวันนั้นเป็นบุฟเฟ่ต์แพนเค้กกับไส้กรอก

Vendors at the Church at the Old Oak.

โบสถ์เล็กๆ Church at the Old Oak ที่เค้าเปิดให้คนมาออกร้านตั้งโต๊ะขายของ

Learning about barn quilt making at the Highland Barn Quilts Studio, which intrigued me ever since we saw those marvelous barn quilts on our tour the year before!

ใกล้ๆกันเป็นสตูดิโอทำผืนผ้าโรงนา Highland Barn Quilts Studio ถ้ายังจำกันได้เราไปตระเวนทัวร์ตามล่าหากันเมื่อปีก่อนนี้เอง

The studio was located right next to an Amish home with a couple of buggies parked out front! 😆

ถัดไปเป็นบ้านชาวอามิช กลุ่มอนุรักษ์นิยมที่ใช้ชีวิตแบบดั้งเดิม เลยขอไปแอบถ่ายรูปกับรถลากที่เค้าจอดอยู่หน้าบ้าน 😆

Lunch and refreshments at Back Creek Farm. We had our first maple syrup tasting here, and picked a few to bring home with us. Their maple fizz was so tasty I was willing to drink it despite the below freezing 🥶 temperature outside! 😋

ไปทัวร์ต่อกันที่ฟาร์ม Back Creek ที่เราได้ไปแวะชิมน้ำตาลเมเปิลหลากรส ก่อนจะได้ติดไม้ติดมือกลับบ้านมาหลายขวด ที่นี่เค้ามีอาหารกลางวันเสิร์ฟ ดีที่มีเต้นท์ให้นั่งกินพร้อมเตาผิง ไม่ต้องไปยืนกินกันกลางหิมะข้างนอก 🥶 ซุปผักร้อนๆรสชาติกำลังดี แต่ที่อร่อยที่สุดก็คือน้ำเมเปิลโซดาใส่น้ำแข็งนี่แหละ 😋 หนาวยังไงก็ยังยอมจิบกันได้จนหมดแก้ว

This was the first time I have seen how they attach buckets to maple trees to collect the sap that would later become yummie syrup. 😲

เพิ่งเคยรู้ว่าน้ำตาลเมเปิลนี่ทำมาจากยางไม้ของต้นเมเปิลที่เค้าเอาถังมาห้อยเก็บกันอย่างนี้นี่เอง 😲

We learned how maple syrups are made the old-fashioned way at Duff’s Sugar House.

ไปดูการสาธิตวิธีการเคี่ยวน้ำตาลเมเปิลแบบดั้งเดิมที่ Duff’s Sugar House

At the other end of the spectrum, Mill Gap Farms has all the latest technology and shiny equipment! 😲

แล้วเอาไปเปรียบเทียบกับวิธีไฮเทคที่ Mill Gap Farms ประมาณว่าต่างกันสุดขั้วมาก 😲

Love this horse-drawn buggy sign! 😂

ชอบป้ายเตือนระวังเกวียนอันนี้มาก ต้องขอจอดแวะถ่ายรูปหน่อย 😂

Last stop of the day, perusing the shops along Main Street in downtown Monterey. And a stop for boozy refreshments at Big Fish Cider Co. 😛

สต๊อปสุดท้ายเป็นร้านค้าตามถนนสายหลักในเมือง Monterey ก่อนไปแวะจิบเหล้าผลไม้เพื่อความอบอุ่นของร่างกายที่ Big Fish Cider Co 😛

And last but not least, Joel & I ventured out on a mini hike within the property we were staying at. It was a tough walk, in subzero temperatures, with the wind howling at us from all directions. We saw some deer tracks, but never saw the actual deer. 😕 Nevertheless, we had fun on the (very) brief outing despite coming home with a seriously chapped face! 😅

กลับมาถึงคุณสามีลากไปเดินสำรวจรอบๆบริเวณบ้านที่เราไปพักอยู่กัน หนาวประมาณแทบจะแข็ง แต่ไหนๆก็ไปแล้วไม่อยากเสียเที่ยว เลยต้องจำใจเดินฝ่าลมเอา อุตส่าห์ไปเห็นรอยเท้ากวางอยู่ตามทาง แต่ไม่มีตัวกวางให้เห็น 😕 เดินผจญอยู่ได้ไม่เกินสิบห้านาทีก็เลี้ยวกลับบ้าน ตากลมจนหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกพอดี 😅

The next morning, we had time for just a few more stops before heading home. First up, the Ginseng Mountain Farm & Store.

วันรุ่งขึ้นก่อนกลับบ้านไปแวะซื้อสเต๊กสดๆจากฟาร์มที่ร้านขายของชำ Ginseng Mountain Farm & Store เจ้าวัวตัวนี้ท่าจะรู้ทันว่าเราจะกินเพื่อนมันเลยส่งสายตาไม่ค่อยจะเป็นมิตรนัก 😅

Next stop, at Hiner Town Trout Fishing, where we had the most delicious trout sandwich & trout chowder, before taking home a 5-lb box of farm fresh trout for later consumption! 😊

จากนั้นไปแวะกินแซนด์วิชปลาเทร้าท์และซุปปลาแสนอร่อยที่ Hiner Town Trout Fishing ก่อนขอซื้อปลาแช่แข็งกล่องใหญ่กลับไปตุนไว้กินกันที่บ้าน 😊

We stopped by briefly back in Monterey to snap a few more pictures, before saying goodbye to our friends, and started off on our journey home.

ก่อนออกเดินทางกลับบ้านขอแวะถ่ายรูปในเมือง Monterey ไว้เป็นที่ระลึก

A serendipity stop at Silverback Distillery in Afton, Virginia, made possible only because Joel missed an exit on a highway! 😆 We thoroughly enjoyed our visit here, and were impressed to learn the story behind this uniquely female-owned distillery. Their smoked old-fashioned, made with maple syrup, was very smooth and surprisingly drinkable to an non-drinker like me! 😛

สต๊อปนี้ไม่ได้แปลนไว้ แต่มาเจอด้วยความบังเอิญ ด้วยความที่คุณสามีขับเลย exit บนไฮเวย์จนต้องอ้อมไปอีกทาง พอเห็นป้ายโรงกลั่นเหล้า Silverback Distillery ที่เมือง Afton เลยหายโมโหได้ 😆 ไปถึงตอนเค้ากำลังจะปิดพอดีเลยไม่มีคน คุณบาร์เทนเดอร์น่ารักมาก เล่าให้ฟังว่าที่นี่เป็นโรงกลั่นเหล้าแห่งแรกในประเทศที่มีเจ้าของเป็นแม่และลูกสาว ขอบอกว่าโอลด์แฟชั่นคอกเทลอร่อยมากกกก เพราะเค้าใช้น้ำตาลเมเปิลผสมแล้วเอาไปรมควันจนหอมกรุ่น ขนาดคนไม่ใช่คอเหล้าอย่างเรายังจิบซะเพลิน 😛

A quick but tasty dinner at The Cotton at Riverside Mill in Danville, Virginia, which wrapped up our short but sweet trip. 😍

ตบท้ายทริปสั้นๆแต่สนุกสนานเที่ยวนี้ด้วยดินเนอร์เบาๆที่ร้าน The Cotton at Riverside Mill ในเมือง Danville ซึ่งตั้งอยู่ตรงชายแดนรัฐเวอร์จิเนียร์ ก่อนเดินทางกลับบ้าน 😍

Saturday Hike: One Last Wildflower Hurrah

Contemplating where to go hike this weekend, Joel recalled a daffodil cluster we saw in the middle of nowhere on a hike we went on in Chapel Hill last year. So, last Saturday, we set out to see if the flowers were still there. I refreshed our memory by pulling up a blog post I did on this back then, and realized it’s where we found these cute trinkets hidden all over the trails. Hence, the mission expanded to include finding these little gifts in the wild too. 😊

เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วตั้งใจจะไปเดินป่ากัน แต่นึกไม่ออกว่าจะไปที่ไหนดี คุณสามีเกิดไอเดียนึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อปีที่แล้วเราไปเจอทุ่งดอกแดฟโฟดิลอยู่กลางป่าที่เมือง Chapel Hill เราอุตส่าห์ไปขุดเจอโพสต์ที่เขียนเล่าเอาไว้คราวนั้น ถึงได้จำได้ว่าเป็นที่เดียวกันกับที่ไปเจอของเล่นชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีคนใจดีเอามาซ่อนไว้ตามทาง สรุปเลยเกิดเป็นภารกิจจำเป็นต้องกลับไปเดินล่าหาทุ่งดอกไม้กับของซ่อนหา 😊

The forecast originally called for rain, so we planned to go on Sunday. But, when we woke up on Saturday and saw no more impending rain on the radar, we decided to just go for it. We parked on Laurel Hill Road, right behind the back entrance of the North Carolina Botanical Garden and started off on the Streamside Trail.

เดิมทีกรมอุตุที่นี่เค้าบอกไว้ว่าวันเสาร์ฝนจะตก เลยตั้งใจว่าจะไปกันวันอาทิตย์ แต่ตื่นมาดูท้องฟ้าใสแจ๋วไม่มีวี่แววว่าฝนจะมาซักเล็กน้อย เช็คเรดาร์คอนเฟิร์มดูแล้วก็ไม่เห็นว่าน่าจะมีฝน เลยตัดสินใจไปกันวันเสาร์นี่แหละ ไปจอดรถกันไว้ที่ถนน Laurel Hill ด้านหลังสวนรุกขาติ North Carolina Botanical Garden ที่เมือง Chapel Hill แล้วจึงเริ่มต้นออกเดินด้วยเส้น Streamside