Pandemic Pause: Yadkin County Barn Quilts

Trip Date: October-November 2020

วันที่เดินทาง: ตุลาคม-พฤศจิกายน 2563

We departed upon our second mountain trip on the last weekend of October, hoping to see better fall colors this time. But mother nature was not on our side, yet again… 😔 It was way past peak foliage when we arrived, but the weather was nice and cold, and our trip still turned out to be a colorful one nonetheless! 😍

ทริปภูเขารอบสองของเราบังเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนตุลาคม อุตส่าห์ขอกลับไปแก้ตัวอีกที หวังว่าคราวนี้จะได้เห็นใบไม้สีสวยกว่าคราวที่แล้ว แต่อนิจจาฝนฟ้าไม่เป็นใจ 😔 คราวก่อนมาเร็วไป คราวนี้สามอาทิตย์ถัดมาปรากฎว่าสายไปซะแล้ว แต่ยังโชคดีที่เจออากาศเย็นสบาย และถึงจะไม่ได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสี แต่เรากลับได้ไปเห็นสีสันในรูปแบบอื่นแทน 😍

During my research for the trip, I came upon something I’ve never heard of before called ‘barn quilt trails‘. This is a tradition that was established relatively recently within the past two decades. The first official occurence started in 2001 by a quilter in Ohio by the name of Donna Sue Groves, who decided to hang a painted quilt pattern on the family barn to honor her mother and their heritage. After that, the concept took off and became prevalent in parts of the United States and Canada. Here in US, there are quilt trails available for public viewing in more than 48 states, featuring more than 7,000 quilts.

ระหว่างการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อแปลนทริปครั้งนี้ เราเผอิญไปเจอเวบไซต์ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘barn quilt trails‘ หรือเส้นทางผืนผ้าโรงนา ซึ่งเป็นประเพณีที่เพิ่งจะกลายมาเป็นที่นิยมเมื่อยี่สิบกว่าปีมานี้เอง กิจกรรมนี้ริเริ่มในปีค.ศ. 2001 เมื่อคุณ Donna Sue Groves ลูกสาวช่างเย็บผ้าจากรัฐโอไฮโอเกิดแรงบันดาลใจอยากจะทำอะไรให้เป็นเกียรติแก่คุณแม่ของเธอ เธอเลยได้ไอเดียการเอาลายผ้าห่มมาแขวนประดับไว้หน้าโรงนา เพราะคุณแม่ของเธอเป็นนักต่อลายผ้าห่มมืออาชีพ พอแขวนไปแล้วเกิดติดใจ เลยไปหว่านล้อมให้เพื่อนบ้านเอาอย่าง จัดลายผ้าห่มอื่นๆมาแขวนกันจนทั่วเมือง จากนั้นคุณ Donna จึงจัดการโปรโมทเส้นทางลายผืนผ้าเพื่อนำนักท่องเที่ยวมาสู่เมืองเล็กๆของเธอ ไม่นานนักไอเดียของเธอก็แพร่หลายไปทั่วประเทศ แถมยังข้ามพรมแดนไปถึงแคนาดา ปัจจุบันมีเส้นทางผืนผ้าโรงนาให้นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมกันตลอดทั่ว 48 รัฐในอเมริกา ครอบคลุมลายผ้ารวมแล้วถึงกว่า 7,000 ลาย

I initially thought that people were literally hanging homemade quilts on their barns. My husband pointed out, reasonably so, that it would not be sustainable, given that they had to withstand years of wind, rain, and daily sunlight. Turns out, these were squares of quilt patterns painted on pieces of metal or wood. Oh, and they don’t always have to be hung on barns either – any types of structure would do! 🤪

ตอนแรกที่ได้ยินนึกว่าเค้าเอาผ้าห่มทั้งผืนมาแขวนกัน คุณสามีติงว่ามันจะทนลมฟ้าอากาศได้ซักกี่วัน เออก็จริงของเค้า ปรากฎว่าไปอ่านรายละเอียดแล้วถึงได้รู้ว่าเค้าทำกรอบเป็นลายผ้ามาแขวน โดยใช้แผ่นโลหะหรือไม้มาเพ้นท์ลายที่เลือกไว้ อ้อ แล้วอีกอย่างคือ เค้าไม่ได้แขวนกันแค่ตามโรงนา จะเป็นอาคารบ้านเรือนอะไรได้ทั้งนั้น 🤪

On this trip, we had the chance to see some of the beautiful barn quilts on display in both Yadkin and Ashe counties. Big thanks for my hubby’s patience while we drove around looking for these quilts! They were not always easy to find, even though we had the addresses. Some of them were gone. Others were so worn down they were almost unrecognizable when we actually spotted them. And a lot of the time, it was so deep inside what looked like private property, we weren’t sure if we were trespassing or not… 😬 I did my best to be quick about snapping these pictures and made sure we were in and out in (almost) no time. 😅

ทริปนี้เรามีโอกาสได้ไปชมงานศิลปะแหวกแนวหลายสีสันนี้ในเขต Yadkin County และ Ashe County ต้องขอขอบคุณคุณสามีผู้น่ารักที่มีความอดทนสูงมาก อุตส่าห์ขับรถตระเวนหาลายผ้าอยู่ได้เป็นชั่วโมงๆโดยไม่บ่นซักคำ ถึงจะมีแผนที่เป็นไกด์แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหาเจอกันได้ง่ายๆ บางอันไปถึงเค้าปลดระวางไปแล้ว บางอันแขวนไว้นานจนสีซีดจางแทบดูลายไม่ออก และบางที่ก็ไม่ใช่ว่าจะเห็นได้จากริมถนน ต้องเดินกันเข้าไปในเขตบ้านเจ้าของที่จนเราเองก็ไม่แน่ใจว่าไปบุกรุกเค้ารึเปล่า 😬 แต่ก็พยายามรีบไปรีบถ่ายรูปอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ 😅

Without further ado, here are the lovely quilts we found on our excursion. 😍 We followed the map conveniently provided at the Visit Yadkin home page.

และภาพที่จะเห็นต่อไปนี้ก็คือบรรดาลายผ้าสีสวยที่เราไปเห็นมาทั้งหมด 😍 โดยไปตามแผนที่ที่ทางเวบไซต์ Visit Yadkin จัดเตรียมไว้ให้

Barn quilts in East Bend.

ลายผ้าในเมือง East Bend

Barn quilts in Boonesville.

ลายผ้าในเมือง Boonesville

The lovely town of Boonesville.

วิวสวยๆจากเมือง Boonesville

We only made it to this one barn quilt in Jonevilles. The ‘Rose of Sharon’ is located in front of the Yadkin Valley Museum.

ที่เมือง Jonevilles ไปเจอแค่ลายเดียวที่เห็นนี้เท่านั้น ลายนี้เรียกว่า ‘กุหลาบชารอน’ ตั้งอยู่หน้าพิพิธภัณฑ์ Yadkin Valley

Further attempts to locate more quilts were a complete failure after we ran into several road blocks due to recent flooding in the area. We came across this river where we saw a group of gawkers on the side of the road, so naturally we had to stop and check it out. 🧐 Turned out the river was overflowing into nearby properties! 😱 Besides a few police cars blocking traffic coming onto the bridge, there were a few USGS guys on the scene assessing the damage.

จริงๆตั้งใจจะไปดูอีกหลายลาย แต่ปรากฎว่าขับรถวนไปมาเจอทางขาดอยู่หลายสาย เพราะเมืองนี้เกิดน้ำท่วม ขับมาถึงสะพานในรูปข้างบนตาดีไปเห็นฝรั่งมุง เลยอยากรู้อยากเห็นต้องจอดรถลงไปดูว่าเค้ามุงอะไรกัน 🧐 ปรากฎว่าเป็นน้ำป่าไหลหลากท่วมเข้ามาถึงในเมือง 😱 เค้าเอารถตำรวจมาจอดปิดทางไม่ให้รถขึ้นสะพาน และมีเจ้าหน้าที่จากกรมสำรวจมายืนประเมินความเสียหายกันอยู่

On our way back home we stopped by for a few more barn quilts in Yadkinville. That first picture up there showed an example of one of the ones that was out of commission. When we first got to the address, we couldn’t find a quilt. It was when we were turning the car around to leave, when I saw it out of the corner of my eye, laying behind one of the many deserted structures in the complex!

ขาไปดูไม่ครบ ขากลับเลยแวะอีกรอบ ไปเก็บตกเอาที่ที่ไปไม่ถึง คราวนี้ไปตระเวนกันที่เมือง Yadkinville ภาพแรกที่เห็นเป็นตัวอย่างที่บอกว่าเค้าปลดระวางไปแล้ว ตอนแรกไปถึงหาไม่เจอ จนเลี้ยวเข้าไปกลับรถจะออกมาถึงได้ไปเจอะว่าเค้าถอดมาวางข้างตึกอย่างที่เห็น

Stopping by for a quick stroll in downtown Yadkinville.

แวะเดินชมวิวในเมือง Yadkinville ก่อนกลับ

Pandemic Pit Stop: Tramping, Dam-Raiding, Barnstorming, and Pubbing

This weekend, we went back hiking, or as the New Zealanders call it – tramping, after a long break! We were trying to lay low in response to yet another explosion of numbers on COVID-19 cases, but after a month of absolutely no outdoor activities, I finally succumbed to the urge. 😛

เพราะว่าเคสโควิดพุ่งฉิวตั้งแต่ปลายปีไม่มีหยุด เลยพยายามจะอยู่ติดบ้านไม่ออกไปไหนเพื่อความปลอดภัย แต่สุดท้ายอดไม่ไหว เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ที่แล้วเลยขอซักนิด เรากลับไปเดินป่ากันอีกครั้งหลังจากที่นั่งจับเจ่าอยู่บ้านมาได้หนึ่งเดือนเต็มๆ 😛

We started off with a hike at White Pines Nature Preserve in Sanford. The small parking lot was quite full when we got there, but since there were so many trails, we were optimistic that we weren’t going to run into too many people…🤞

เริ่มวันกันด้วยการเดินป่าที่ White Pines Nature Preserve ในเมือง Sanford ไปถึงที่จอดรถเต็ม 😐 แต่นับดูแล้วก็มีแค่ไม่กี่คัน ไหนๆไปถึงแล้วเลยพยายามคิดบวกเอาว่าที่ทางเค้าก็กว้างขวางคงจะไม่เดินไปเจอะคนเยอะนัก 🤞

We began with the Gilbert Yager Trail, before continuing on to the Deep Bluffs, River, White Pines, and Schoolkids Trails, in that order. All of them were interconnected and very well marked with distinct color-coded blazes. The original plan was to take the Schoolkids Trail all the way back to the parking lot, but once we realized there were quite a few families on that particular trail, we changed course and took the River Trail back instead.

เราเริ่มกันด้วยเส้น Gilbert Yager แล้วไปต่อที่ Deep Bluffs, River, White Pines, และ Schoolkids ตามลำดับ ทางทุกเส้นเชื่อมโยงต่อกันโดยมีป้ายบอกอยู่ชัดเจนทุกแยก แต่ละเส้นใช้หมุดปักคนละสีไม่ต้องกลัวหลง ตอนแรกกะว่าจะเดินตามเส้น Schoolkids กลับไปถึงที่จอดรถ แต่ปรากฎว่าไปถึงเพิ่งจะเข้าใจว่าชื่อเค้าไม่ได้ตั้งไว้มั่วๆ มันเต็มไปด้วยเด็กน้อยตามคำโฆษณาจริงๆ เราเลยต้องเปลี่ยนแผนใช้เส้น River เดินกลับแทน

The trails took us along Deep River in parts, making this mostly dreary 😆 winter hike a little more interesting. The paths were somewhat sloppy, especially along the blue River Trail. There was a slick ice spot at one point from a recent freeze. The temperature was cold, in the low 40s but we did dress properly for the occasion, so we were comfortable.

หลังจากขึ้นเขาลงห้วยกันซักพักก็ไปถึงฝั่งแม่น้ำ Deep River ไม่แน่ใจว่าจะลึกสมชื่อมั้ยแต่ว่ามีความกว้างขวางแบบจริงจัง ได้เดินเลียบแม่น้ำชมวิวกันเพลินๆบ้าง ไม่งั้นสภาพป่าหน้าหนาวก็ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นตามระเบียบ ทางบางส่วนยังเฉอะแฉะจากพายุหิมะ/ฝนเมื่อไม่กี่วันก่อน อากาศยังคงเย็นยะเยือกอยู่ที่ประมาณ 5-6 องศาเซลเซียส และยังมีน้ำแข็งหลงเหลืออยู่ให้เห็นอยู่บ้างเป็นหย่อมๆ

A surprise wildlife encounter in the middle of the woods! I think we scared this possum 😬 because he started climbing up the tree when he heard us coming. He was so high up by the time we passed him! 

ไปเจอสัตว์ป่ากลางทาง คาดว่าเจ้าพอสซัมตัวนี้คงตกใจได้ยินเราเดินมา 😬 เลยรีบปีนขึ้นต้นไม้ ยิ่งเข้าใกล้แกก็ยิ่งปีนสูงขึ้นๆ กว่าจะเดินพ้นก็ขึ้นไปถึงเกือบสุดยอดแล้ว

All in all, we clocked in at 2.30 miles, which took us one whole hour because of the elevation gain. We only ran into a couple of families on the entire hike, so I’d call this a pretty good spot for a quick pandemic getaway. 😇

วันนั้นเดินกันไป 2.30 ไมล์ หรือประมาณเกือบๆ 4 กิโลได้ ใช้เวลาไปชั่วโมงนึงเต็มๆเพราะทางขึ้นๆลงๆ สรุปแล้วเดินสวนเจออยู่สองครอบครัวตลอดทาง นับได้ว่าเป็นเส้นทางเดินป่าที่ค่อนข้างจะปลอดภัยสำหรับกิจกรรมนอกบ้านยุคโควิด 😇

After the hike, we went to check out a couple of roadside attractions that had been on my list for a while.

หลังจากเดินป่ากันเสร็จ เราถือโอกาสไปแวะเที่ยวสองจุดที่เล็งไว้มาหลายเดือนแล้ว

First up was the Old Carbonton Dam, an abandoned concrete tower on the bank of Deep River. The dam, which operated from 1921-2004, was torn down in 2005 due to damage to the surrounding ecosystems, but its powerhouse remained. Colorful graffiti art adorns the structure, both inside and out. The view of the river from the window up top was spookily beautiful. 😆

แห่งแรกคือเขื่อนกั้นแม่น้ำ Old Carbonton เขื่อนนี้สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1921 และถูกใช้งานมาจนถึงปีค.ศ. 2004 ก่อนที่จะถูกรื้อทิ้งในปีค.ศ. 2005 เพราะว่านักชีววิทยาแถวนี้เค้าวิจัยแล้วสรุปว่ามันมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและไปทำลายระบบนิเวศบริเวณนั้น เค้ารื้อแค่ตัวเขื่อน แต่ทิ้งอาคารโรงไฟฟ้าหลังนี้ไว้ริมฝั่ง ศิลปินจำเป็นทั้งหลายเลยพร้อมใจกันมาแต่งแต้มลงสีให้ตึกร้างแห่งนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง 😆

From there, we drove on to a little town called Cameron, where a bunch of old barns had been transformed into roadside canvases. About 20 years ago, David Ellis, a New York-based artist, recruited his friends to come here to his hometown and together they set out to paint old tobacco barns all over town. The locals called them ‘The Barnstormers’ and they enjoyed the attention this unexpected collection brought to this tiny town. We followed the tip on StrangeCarolinas and zeroed in at the intersection of Nickens, Stanton Hill, and Red Hill roads, where they said we could find the largest concentration of said barns. And we weren’t disappointed. Even though a lot of the paint had chipped and faded through the years, and the barns themselves falling apart, it was still quite a sight to behold. 😍

หลังจากนั้นเราไปต่อกันที่เมืองเล็กๆชื่อเมือง Cameron เพื่อไปดูผลงานศิลปะอีกคอลเลคชั่นนึงที่นั่น เมื่อปีค.ศ. 1999 คุณ David Ellis จิตรกรมืออาชีพจากนิวยอร์คนำทีมเพื่อนศิลปินมาที่เมือง Cameron บ้านเกิดของเค้าเพื่อมาแปลงโฉมโรงนาเก่าๆทั่วเมืองให้กลายมาเป็นผลงานศิลปะริมถนน คนท้องถิ่นเรียกพวกเขาว่า ‘The Barnstormers’ และให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เพราะโรงนาสีสวยเหล่านี้นำนักท่องเที่ยวมาสู่เมืองที่ไม่มีใครเคยได้ยินชื่อมาก่อน เราตรงดิ่งไปที่ทางแยกที่ถนนสามสาย Nickens, Stanton Hill, และ Red Hill มาบรรจบกัน ซึ่งเวบไซต์ StrangeCarolinas บอกว่าเป็นจุดที่จะได้เห็นโรงนาเยอะที่สุด แล้วก็ไม่ผิดหวังเพราะไปเจอถึง 8 หลังด้วยกัน ผ่านมากว่ายี่สิบปี สีสันที่วาดไว้จืดจางลงอย่างเห็นได้ชัด บางแห่งผุพังไปหลายส่วน แต่ศิลปะเหล่านี้ก็ยังคงความงามแม้ว่าจะร่วงโรยไปบ้างตามกาลเวลา 😍

I found a map of the barns posted online at Atlas Obscura which a user there said she got from a local antique store, just in case anybody wants to venture out there!

เผอิญไปเจอแผนที่ที่มีคนใจดีมาโพสต์ไว้ที่เวบไซต์ Atlas Obscura ซึ่งเค้าบอกว่าไปได้มาจากร้านขายของเก่าในเมือง เลยเอาลิงค์มาฝากไว้เผื่อใครอยากจะไปดูของจริง

We ended the evening with a sumptuous meal at The Sly Fox, a quaint little British pub in Southern Pines we used to frequent pre-COVID times. There is a small courtyard section that was perfect for outdoor dining purposes. It was a cold day – temperature had dropped into the 30s 🥶 by the time we got there. No surprise we were the only people out braving the chill. But we did dress properly for the occasion, and they also had several heat lamps set up which definitely helped! All in all, we enjoyed the meal and the day out, and we are looking forward to our next excursion! 😉

ไปจบรายการกันด้วยเบียร์เย็นๆและอาหารอร่อยๆที่ร้าน The Sly Fox ในเมือง Southern Pines ซึ่งเป็นผับสไตล์อังกฤษที่เราเคยมากันบ่อยๆก่อนยุคโควิด ที่นี่เค้ามีสวนเล็กๆด้านนอกไว้ให้นั่งกินได้เวลาอากาศดีๆ วันนั้นที่ไปอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณเกือบศูนย์องศาเซลเซียส 🥶 เลยไม่มีใครมานั่งเป็นเพื่อน แต่เพื่อความปลอดภัยเราเลยเลือกนั่งโต้ลมหนาวกันอยู่สองคน เค้ามีฮีทเตอร์เตรียมไว้พร้อมสรรพ แถมเราแต่งองค์กันมาเต็มยศเลยไม่ได้รู้สึกหนาวซักเท่าไหร่ สรุปว่าดีใจที่ได้ออกนอกบ้าน และหวังว่าจะได้มีโอกาสไปเที่ยวเล่นกันอีกในอนาคตอันใกล้นี้ 😉

Pandemic Pause: Meetup in the Smokies, Day 3

Trip Date: October 2020

วันที่เดินทาง: ตุลาคม 2563

The next day, we said goodbye to our cozy little cabin and headed home to our fur babies. We stopped on the way out so I could take some pictures of our surroundings. Our cabin sat at the end of Sticks N Stones Road, which was right around the corner from Hellbender Road. 🙄

รุ่งขึ้นได้เวลากลับบ้านไปหาน้องแมว ทริปนี้ถึงจะสั้นแต่จัดทัวร์ซะเต็มเหยียด ก่อนกลับเพิ่งจะมีเวลามาแวะถ่ายรูปบริเวณใกล้ๆเคบินมาให้ดูว่าคนแถวนี้เค้าตั้งชื่อถนนกันเสียเก๋ไก๋ ตัวบ้านตั้งอยู่บนนถนนชื่อ Sticks N Stones ซึ่งอยู่ถัดจากอีกถนนที่ชื่อ Hellbender 🙄

At the bottom of the hill, right on the bank of the Tuckasegee River, there was this little RV campground with cute teepees called Grumpy Bear Campground, which can be seen from across the river on the main road into town. They had cool Halloween decorations out front that looked pretty spooky at night.

ที่ปากซอยทางเข้าซึ่งอยู่เลียบกับแม่น้ำ Tuckasegee มีแคมป์กราวด์สำหรับรถบ้านชื่อ Grumpy Bear Campground ตั้งอยู่ เราแอบเข้าไปถ่ายรูปเต้นท์อินเดียนแดงขอเค้ามาให้ดูกัน ทำเลดูดีอยู่ติดฝั่งแม่น้ำ ช่วงนั้นใกล้วันฮัลโลวีนเลยมีหุ่นผีน้อยไว้คอยต้อนรับอยู่ด้านหน้า

We stopped by to check out Darnell Farms, which was right across the street. I had a blast snapping all these pictures of their beautiful stalls and produce. They had the best “Dream Whips” fruit slushees – we got the green apple flavor, which came topped with caramel and was honestly the best thing I had on this trip! 😋

ก่อนไปอ่านเจอว่าไอติมรสผลไม้ที่ Darnell Farms อร่อยมากห้ามพลาด เลยต้องแวะไปชิมกันดู วันนั้นเค้ามีรสแอบเปิ้ลผสมคาราเมล กินแล้วแทบจะละลายตามไอติม อร่อยจริงสมคำร่ำลือ 😋 เสียดายซื้อกลับบ้านไม่ได้ แต่ก็ได้มะเขือเทศสวยๆกับผักผลไม้อีกหลายอย่างติดไม้ติดมือกลับมาแทน

Our last tour stop was in the next town over, Sylva. Apparently, this was where they filmed the famous Hollywood movie ‘The Fugitive‘. The producer left the wreckage from the legendary train crash scene in the beginning of the movie right by the train tracks on the side of the road! 😆 We parked across the street at the Green Energy Park Staffed Recycling Center and went over to take a peek.

จุดสุดท้ายที่ไปแวะชมกันตั้งอยู่ที่เมือง Sylva ซึ่งอยู่ถัดไปไม่ไกล แฟนหนังฮอลลีวู๊ดเรื่อง ‘The Fugitive‘ เห็นแล้วอาจจะจำกันได้ เพิ่งรู้มาว่าหนังเรื่องนี้เค้าถ่ายทำกันที่นี่ ฉากเด่นตอนต้นเรื่องก็คือตอนที่พระเอกหลบหนีจากซากรสบัสที่ใช้ส่งตัวนักโทษไปยังเรือนจำที่เกิดชนกับรถไฟระหว่างทาง ปรากฎว่าทางทีมงานทิ้งซากรสบัสและรถไฟไว้อยู่ข้างทางหลังเสร็จจากการถ่ายทำ 😆 เราไปจอดรถกันไว้ที่ลานจอดรถของ Green Energy Park Staffed Recycling Center บนถนน Haywood แล้วข้ามถนนไปชะเง้อดูอยู่ข้างทางเหนือรางรถไฟ

For lunch, we picked up an order togo from Haywood Smokehouse, a barbeque place in Dillsboro.

แวะซื้อข้าวกลางวันจากร้านบาร์บีคิว Haywood Smokehouse ที่เมือง Dillsboro ไว้ไปกินกันกลางทาง

We found a neat little spot at Henry Fork River Park in Hickory to enjoy our meal outdoors. The food was a little underwhelming to us, despite the rave online reviews. But that could be because we didn’t eat it right away while it was still hot… 🙄

ไปเจอทำเลดีกลางแจ้งที่สวนสาธารณะ Henry Fork River ในเมือง Hickory เลยได้จอดรถกินข้าวกัน ชิมแล้วค่อนข้างผิดหวังเล็กน้อย ทั้งๆที่รีวิวเค้าว่าอาหารที่นี่อร่อยระดับห้าดาว แต่อาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้กินกันสดๆร้อนๆหรืออย่างไรไม่ทราบ 🙄

Check out my other posts from the same trip here:

อ่านโพสต์อื่นจากทริปเดียวกันได้ที่นี่:

Pandemic Pause: Meetup in the Smokies, Day 2

Trip Date: October 2020

วันที่เดินทาง: ตุลาคม 2563

On the way to meet my friends in Cherokee to start out on our Smoky Mountains tour the next day, we spotted these elk on the side of the road. Thinking that this would be our only wildlife encounter this trip, Joel turned the car around so that I could snap these pictures for the record. Spoiler Alert – it wasn’t! 😉

วันถัดมาเราไปนัดเจอกันที่ในเมือง Cherokee แต่เช้าเพื่อตระเวนเที่ยว Smoky Mountains ระหว่างทางไปเจอะกวางป่าสองตัวนี้เดินทอดน่องอยู่ข้างถนน คุณสามีบอกทริปนี้อาจจะมีโอกาสได้เห็นสัตว์ป่าแค่นี้แหละ เลยอุตส่าห์กลับรถไปจอดให้เราได้ถ่ายรูปใกล้ๆ แต่หารู้ไม่ว่าจริงๆแล้วไม่ต้องก็ได้ 😉

We started off with Oconaluftee Island Park. This small park on an island features a small bamboo forest on one side. Having just been to the Arashiyama in Kyoto last year, admittedly this one was on a much smaller scale, but it has the benefit of being almost completely crowd-free, which was a huge leap from our experience in Japan! 😆

ไปเริ่มทัวร์กันที่ Oconaluftee Island Park สวนสาธารณะเล็กๆซึ่งมีจุดดึงดูดอยู่ที่ป่าไผ่ขนาดย่อมๆ เห็นแล้วทำให้นึกถึงป่า Arashiyama ที่เมืองเกียวโตที่เพิ่งไปมากันเมื่อปีก่อน จริงอยู่ว่าของเค้าใหญ่กว่าหลายเท่า แต่ที่นี่เดินดูแล้วก็สวยไม่แพ้กัน แถมมีโบนัสก็คือ เราไม่ต้องไปรบกับคนเป็นล้านเหมือนกับที่ญี่ปุ่น 😆

Besides the bamboo grove, the rest of the park was almost equally as picturesque. 😍

นอกจากป่าไผ่แล้ว ที่สวนนี้ยังมีวิวสวยๆให้เดินชมกันเพลินๆมากมาย 😍

Next, we headed to Mountain Farm Museum, where we saw a collection of historical farm structures including a barn, a smokehouse, and a blacksmith shop.

จากนั้นไปต่อกันที่ Mountain Farm Museum ซึ่งเค้ามีสิ่งก่อสร้างสำคัญๆทางประวัติศาสตร์จากฟาร์มเก่าแก่แถบนี้มารวบรวมไว้ให้ได้ดูกัน มีทั้ง คอกสัตว์ ห้องรมควัน และ ร้านช่างเหล็ก

Pay special attention to this particular sign in front of this obviously empty field for a special surprise at the end of the day… 😉

ป้ายนี้ปักไว้ที่ทางเข้า บอกว่าถ้ามีกวางป่าห้ามคนเข้ามาเดินในทุ่ง ตอนที่เห็นก็ไม่ได้คิดอะไร นึกในใจว่ากวางป่าจะมาจากไหน ทุ่งโล่งๆอย่างงี้ 🤨

Nearby Mingus Mill was a pretty spot. A quick stop for us since there wasn’t really much to see there.

ถัดไปเราไปแวะที่ Mingus Mill เป็นโรงสีเก่าที่ไม่มีอะไรให้ดูมากนัก แค่แวะถ่ายรูปเล็กน้อยก่อนจะไปต่อกัน

Mingo Falls, on the other hand, turned out to be quite a workout, with a steep climb up over a hundred steps to view the tall waterfalls from a pretty wooden bridge. We had our masks on the entire time since it was pretty crowded when we got there. 😣

ที่ Mingo Falls เราได้มีโอกาสเผาผลาญแคลอรี่กันบ้าง เพราะกว่าจะไปถึงน้ำตกต้องปีนกระไดตั้งร้อยกว่าขั้น แถมคนตรึมต้องสวมหน้ากากกันตลอดทาง เลยต้องใช้ความพยายามมากกว่าปรกติเล็กน้อยเพราะหายใจได้ไม่สะดวก 😣

We took a quick lunch break back in town at Sassy Sunflowers Bakery & Cafe. Not only does this quirky little spot serve simple, delicious sandwiches, they also have the best drinks!

จากนั้นเรากลับไปแวะทานข้าวกลางวันกันที่ร้าน Sassy Sunflowers Bakery & Cafe ในตัวเมือง Cherokee ซึ่งนอกจากจะเสิร์ฟอาหารแบบง่ายๆรสชาติถูกปากแล้ว เครื่องดื่มของเค้ายังอร่อยไม่แพ้กัน

Since it was still quite early, we took a stroll in town to digest our food a bit, and came across this abandoned theme park.

กินเสร็จไปเดินย่อยอาหารกันในเมือง ไปเจอสวนสนุกร้างแห่งนี้ เลยอดแวะถ่ายรูปไม่ได้

Other picturesque spots in Cherokee.

วิวสวยๆในเมือง Cherokee

Later that afternoon, we drove over to our last destination of the day, Clingmans Dome, which sits right at the North Carolina and Tennessee border. There were several viewpoints along the way where you can pull over to snap pictures of the beautiful mountain views.

ช่วงบ่ายเราขับรถไปยังจุดหมายสุดท้ายของทัวร์วันนั้นคือ Clingmans Dome ซึ่งตั้งอยู่บนเขาตรงชายแดนระหว่างรัฐนอร์ทแคโรไลน่าและรัฐเทนเนสซี่ ระหว่างทางมีจุดให้หยุดชมวิวเทือกเขาสวยๆอยู่หลายจุด

Traffic came to a standstill about the last half mile or so. It took us about half an hour to make our way into the very crowded parking lot. We were very lucky to have snagged one of the last available spots before having to go back down the hill. Many cars weren’t as lucky.

ก่อนถึงซักประมาณครึ่งไมล์ได้ การจราจรเริ่มติดขัดแบบแทบจะไม่ขยับเขยื้อน กว่าจะค่อยๆคลานไปถึงลานจอดรถบนยอดเขาก็ต้องใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนชั่วโมง 😓 ไปถึงรถเต็มพรึ่บ นึกว่าต้องเลี้ยวลงกลับไปจอดข้างทางเอาแบบที่เห็นคนอื่นเค้าทำกันซะแล้ว แต่ปรากฎว่าเกิดตาดีเจอที่เข้าไปเสียบจอดได้เกือบสุดทางพอดี

This highest point in the Great Smoky Mountains National Park was one of the top tourist spots, hence the big crowd! 😓 We hiked 0.5 mile from the parking lot up to the summit, keeping our masks on the entire time. It was brutal but the view was worth it! 😍

ที่นี่เป็นจุดที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติ Great Smoky Mountains คนเลยตรึมมาก 😓 จอดรถเสร็จยังต้องเดินขึ้นเขาไปอีกครึ่งไมล์กว่าจะไปถึงตัวโดมซึ่งอยู่บนยอดเขา คนแน่นตลอดทางเลยต้องสวมหน้ากากไว้ตลอดเวลา อึดอัดกันเล็กน้อย แต่ขึ้นไปถึงเห็นวิวสวยๆก็หายเหนื่อย 😍

From the dome, we parted ways with my friends who then headed to Gatlinburg to continue on their journey. Joel and I took the same way back through Cherokee to get back to our cabin in Bryson City. When we approached Mountain Farm Museum, we were puzzled by a long line of traffic on both sides of the road. Inching closer, we saw many police officers directing traffic and several onlookers staring and pointing at something. I immediately recalled the sign we saw earlier on our visit, and realized there were dozens of elk scattered all over the field that was completely deserted just hours before!

จากที่นั่นเราเซย์กู๊ดบายกับคุณนายหยกและครอบครัวซึ่งจะไปต่อกันที่เมือง Gatlinburg ส่วนเราสองคนขับรถกลับไปยังบ้านน้อยของเราที่เมือง Bryson City เพื่อพักกันอีกคืนก่อนกลับบ้าน พอขับผ่าน Mountain Farm Museum ที่มากันเมื่อเช้าเจอรถติดยาวเหยียดมาก กำลังงงกันว่ามันติดอะไรทั้งสองฝั่ง เข้าไปใกล้อีกหน่อยเห็นตำรวจยืนโบกรถอยู่ มีคนยืนมุงข้างทางกันเต็มไปหมด สุดท้ายมองไปที่ทุ่งเมื่อเช้าถึงได้เห็นกวางป่ากระจัดกระจายอยู่เต็มทุ่ง เราเลยไปสมทบกลุ่มฝรั่งมุงขอถ่ายรูปมาเก็บไว้เป็นหลักฐานมั่ง 😆

Check out my other posts from the same trip here:

อ่านโพสต์อื่นจากทริปเดียวกันได้ที่นี่:

Group photos courtesy of Yok Jirawan & Pop Panupan. 😇

ภาพหมู่อภินันทนาการจากหยก จิราวรรณและ ป๊อบ ภาณุพันธุ์ 😇

Pandemic Pause: Meetup in the Smokies, Day 1

Trip Date: October 2020

วันที่เดินทาง: ตุลาคม 2563

Back in mid September, my dear friend, who lives in Houston, Texas, decided that she needed a break after 6 long months of sheltering at home with her husband and two teenage kids. She called me up and talked me into meeting up with her in the Smoky Mountains, by the NC-Tennessee border. Even though Joel and I already had another mountain trip booked by then, I happily agreed to make a 5-hour drive to match her 15-hour journey from Texas! 😊

เมื่อประมาณกลางเดือนกันยาปีที่แล้ว คุณนายหยก เพื่อนนักเรียนสมัยมัธยมที่ตอนนี้ย้ายครอบครัวมาอยู่ที่เมือง Houston รัฐ Texas เกิดอาการเบื่อชีวิตติดบ้าน หลังจากที่กักตัวอยู่กับสามีและลูกวัยทีนสองคนมาหลายเดือน เลยโทรมาชวนไปเจอกันที่ Smoky Mountains ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของรัฐ NC ตรงชายแดนติดกับรัฐ Tennessee จริงๆแล้วเราสองคนจองทริปไปแถวนั้นกันไว้แล้ว แต่เพื่อนอุตส่าห์มาชวน เราจะปฏิเสธไปก็ใช่ที่ ของเราขับรถกันไปแค่ 5 ชั่วโมง เค้าขับกันมาจาก Texas ไกลกว่าหลายเท่า เลยตอบตกลงไปด้วยความเต็มอกเต็มใจ 😊

We left early so we can make stops along the way. We planned for a lunch stop in Hickory, which was exactly at the halfway point to our destination in Bryson City. But before that, a pit stop in a little town called Statesville to check out this cool mural by a Charlotte artist Alex DeLarge (as far as I know, he doesn’t have anything to do with the famous character from the 1970s cult classic Stanley Kubrick film ‘A Clockwork Orange’ 🙄). According to the website Strange Carolinas, where I spotted this from, there was an interesting story behind this particular Prince Mural. Apparently Mr. DeLarge did not obtain the permit required for putting his art here 😬, so local authorities planned to have it painted over, but when Prince fans staged a protest, in the end they just allowed it to stay. 😆

เช้าวันอาทิตย์เราออกจากบ้านกันแต่เช้าตรู่ เผื่อเวลาแวะเที่ยวตามรายทาง ดูแผนที่แล้ววางแผนจะไปกินข้าวกลางวันกันที่เมือง Hickory ซึ่งอยู่ครึ่งทางพอดิบพอดี แต่ก่อนหน้านั้นเราไปแวะกันที่เมืองเล็กๆที่มีชื่อว่า Statesville ซึ่งมีจิตรกรรมฝาผนังในรูปข้างบนไว้ให้ชมกัน งานศิลปะชิ้นนี้เป็นผลงานของจิตรกรจากเมือง Charlotte ชื่อคุณ Alex DeLarge (ชื่อเดียวกับตัวร้ายจากหนังดังของ Stanley Kubrick ยุคปี 1970 เรื่อง ‘A Clockwork Orange’ แต่เท่าที่ทราบไม่มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด 🙄) ทางเวบไซต์ Strange Carolinas ที่ไปเจอมาเล่าให้ฟังไว้ว่าคุณ Alex แกลงมือเพ้นท์รูปนักร้องดังท่านนี้เพื่อเป็นอนุสรณ์ หลังจากที่คุณ​ Prince เสียชีวิตลงเมื่อเดือนเมษายนปี 2016 แต่เกิดไม่ได้ไปขอใบอนุญาตล่วงหน้า 😬 ทางการเลยจัดเตรียมเจ้าหน้าที่เพื่อมาทาสีทับ แต่แฟนเพลงเกิดได้ข่าวเลยกรูกันมาประท้วง สุดท้ายเค้าเลยยอมอนุโลมให้แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว

Just a few months later, the same artist decided to pull the same trick with a Muhammad Ali mural right across the same parking lot. But that one got removed immediately after 😐, so now there is only a faint residue of the portrait left, but you can still definitely make out the contour of his face on the wall. There are a couple other pieces of work there too – apparently they did get a permit for them! 

อีกไม่กี่เดือนถัดมาเมื่อคุณ Muhammad Ali มาเสียชีวิตลงติดๆกัน คุณ Alex แกคงได้ใจจากคราวก่อน เลยไปลงมือเพ้นท์รูปนักมวยชื่อดังไว้ที่ฝาผนังฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้ขอใบอนุญาตอีกเหมือนเดิม ปรากฎว่าคราวนี้ทางเจ้าหน้าที่ลงมือรวบรัดทาสีทับโดยไม่รีรอ 😐 สรุปแล้วเลยเหลือไว้แค่รอยรูปจางๆอยู่บนฝาไว้ให้เห็นทุกวันนี้ ถ้ามองใกล้ๆจะเห็นเค้าโครงหน้าคุณ Ali ยังเหลืออยู่ลางๆ นอกจากงานศิลปะสองชิ้นที่ว่าแล้ว ในลานจอดรถเดียวกันยังมีงานอื่นไว้ให้ดูกัน เข้าใจว่าเจ้าของคงจัดการขอใบอนุญาตกันเรียบร้อย เพราะยังคงอยู่กันครบ

Our lunch stop at Bubblys, a Korean fusion spot in Hickory. We ate in the car because their limited outdoor seatings were all occupied. 

มื้อกลางวันเราไปแวะกันที่ร้านอาหารเกาหลีชื่อ Bubblys, ในเมือง Hickory ซื้อแล้วเอามานั่งกินกันในรถเพราะที่นั่งกลางแจ้งของเค้าเต็มหมด คุณสามีไม่ได้หยิบซอสโคชูจังติดมือมาให้ตอนไปรับของ เลยค่อนข้างชืดๆไม่มีรสชาติเท่าไหร่ 😝

On the way over, I realized for the first time why they named these mountains the Blue Ridge! 😉

จากนั้นขับรถกันไปต่อตามทาง มาได้หน่อยสังเกตเห็นทิวเขาสีฟ้าสวยอยู่ไรๆ ถึงมานึกได้ว่า อ้อ เค้าตั้งชื่อเทือกเขาไว้ว่า Blue Ridge Mountains ก็เพราะอย่างนี้นี่เอง 😉

Next stop was at the store Country Time Swings in Maggie Valley to snap a picture of this giant red rocker chair! The store, like many others, was closed due to the pandemic. 😔 The chair itself does not rock, by the way, for safety reason they said. Still a very cool photo op spot nonetheless! 😊

จุดนัดถัดไปเป็นร้านชื่อ Country Time Swings ในเมือง Maggie Valley ซึ่งเค้ามีเก้าอี้โยกขนาดยักษ์สีแดงเด่นตั้งไว้อยู่หน้าร้าน ตัวร้านเองติดป้ายปิดกิจการไว้หน้าประตู คาดว่าคงจะเพราะพิษโควิด 😔 ไหนๆมาแล้วเลยขอปีนขึ้นไปเก็บรูปไว้เป็นหลักฐานซักหน่อย 😊 แต่ขึ้นไปนั่งเก้าอี้แล้วปรากฎว่าไม่โยก เพราะเค้าบอกว่ากลัวจะเป็นอันตรายต่อแขกผู้มาชม 😆

This next one was my favorite of the day! 😍 Mountain Mike’s was also closed, but you can still browse through this very impressive collection of carved wooden artwork lining their front yard. 

อีกร้านถัดมาไม่ไกล อันนี้ชอบมาก 😍 ร้าน Mountain Mike’s นี่ก็ปิดเหมือนกัน แต่มีผลงานไม้แกะสลักเก๋ๆหลายชิ้นตั้งวางอยู่เต็มลานหน้าร้านไว้ให้ถ่ายรูปกันได้ตามอัธยาศัย

The Death Statue at Soco Cycles! 😳

หุ่นไม้ Death Statue ที่หน้าร้าน Soco Cycles 😳 นี่ก็ปิดอีกเช่นกัน

The only destination on my list that day that was opened for business was Soco Crafts, where a big sign out front boasts that this is the ‘Most Photographed View In The Smokies’. 🤔 We paid the 50 cent fee each to walk up this tower next door to get a glimpse of the bragged upon view… And it was pretty impressive. 🙄 I’m not sure if it lived up to the advertisement, but it was definitely well worth the tiny pittance they asked for it!

วันนั้นมีเปิดรับแขกอยู่ร้านเดียวก็คือร้าน Soco Crafts เค้ามีป้ายลูกศรยักษ์โฆษณาไว้ว่าที่นี่เป็น “วิวที่คนมาแวะถ่ายรูปกันเยอะที่สุดในเทือกเขา Smokies” 🤔 เลยต้องยอมจ่ายค่าผ่านประตูคนละ 50 ตังค์ เพื่อปีนขึ้นหอไปพิสูจน์ความงามกันดู ขึ้นไปถึงก็… เออ สวยใช้ได้อยู่ 🙄 ไม่แน่ใจว่าจะอลังการเท่าที่เค้าอวดรึเปล่า แต่ที่แน่ๆคือคุ้มค่าเงิน 50 ตังค์ที่จ่ายไปอย่างแน่นอน 😂

Shortly after, we came upon the tiny parking lot for Soco Falls. It was very easy to miss if you weren’t looking for it. A short walk led us to these spectacular multi-tier waterfalls. The leaves were just starting to turn there, making it even more beautiful than any regular average-day waterfalls! 😍

ขับเลยไปอีกหน่อยจะเจอที่จอดรถเล็กๆสำหรับน้ำตก Soco Falls แอบอยู่ที่ทางโค้งทางด้านซ้ายมือ ถ้าไม่สังเกตอาจจะขับเลยได้ง่ายๆอย่างคุณสามีเรา 😆 จอดเสร็จเดินตามทางไปไม่ถึงห้านาทีก็จะเจอน้ำตกสวยงามหลายชั้นอย่างที่เห็น ใบไม้ที่นั่นกำลังเริ่มจะเปลี่ยนสีนิดๆ เลยยิ่งสวยขึ้นไปกว่าปรกติอีกเท่าตัว 😍

Last but not least, another roadside gem courtesy of Strange Carolinas! This long abandoned roadside motel on Highway US 19 in Whittier is one of the most disturbing sights 😨 I have ever seen. It’s hard to imagine how they decided to build the motel around these trees in the first place, and why they thought it would be a good idea…🤨

ท้ายที่สุดด้วยอภินันทนาการอีกอันจากเวบไซต์ Strange Carolinas ทัวร์กระยาจกของเราวันนั้นเลยได้ไปจบกันที่โรงแรมร้างเล็กๆแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนไฮเวย์สาย 19 ในเมือง Whittier คือเป็นอะไรที่ดูแล้วหลอนมาก ไม่เข้าใจว่าทำไมเค้าถึงตัดสินใจมาสร้างโรงแรมล้อมรอบต้นใม้ใหญ่เหล่านี้ แล้วก่อนสร้างไม่คิดกันหรือว่าต้นไม้มันจะต้องเติบโต…🤨

We checked in to Erica’s Dream, our cozy little cabin in Bryson City before meeting up with my friend and her family for dinner in town.

ในที่สุดก็มากันถึงบ้านน้อยบนภูเขาที่ตั้งชื่อเก๋ไก๋ไว้ว่า Erica’s Dream แวะมาเอาของลงกันก่อนบึ่งไปเจอเพื่อนสาวและครอบครัวในตัวเมือง Bryson City

Joel got a free beer at Mountain Layers Brewing Company, paid forward by a kind stranger. We enjoyed the colorful dusk sky of this tiny mountain town from their rooftop section while we waited for our dinner reservation at The Bistro at Everett Hotel, just across the river. It was great catching up with old friends, even in the middle of the pandemic!

ระหว่างรอโต๊ะอาหารเย็นที่จองไว้ เราไปแวะดื่มเบียร์เย็นๆกันที่ร้าน Mountain Layers Brewing Company คุณสามีควักกระเป๋าออกมาจะจ่ายตังค์ ปรากฏน้องแคชเชียร์บอกว่าไม่ต้อง มีคนจ่ายให้แล้ว คือลูกค้าคนก่อนใจดีจ่ายตังค์ล่วงหน้าไว้ให้ลูกค้าคนถัดไป สรุปคืนนั้นเลยได้ขึ้นไปนั่งชมวิวพระอาทิตย์ตกบนดาดฟ้าพลางจิบเบียร์ฟรี ก่อนจะไปทานอาหารเย็นกันที่ร้าน The Bistro at Everett Hotel ถึงแม้ว่าจะต้องนั่งกันห่างๆ และตะโกนคุยกันบ้างด้วยความระมัดระวัง แต่เราก็ยังดีใจที่ได้เจอเพื่อน 😊

After that we went back to the cabin and relaxed in the hot tub with a glass of wine, after the long day. To make it even more special, we had this barred owl to keep us company while we were out there! 😍 After that, a quick shower and a warm relaxing night in front of the roaring fire!

กินข้าวเสร็จเรากลับเคบินไปนั่งจิบไวน์แช่ในอ่างน้ำร้อนกัน นั่งๆอยู่เหลือบไปเห็นเจ้านกฮูกตาโตมาเกาะอยู่บนกิ่งไม้ใกล้ๆเป็นเพื่อน 😍 แช่กันจนเปื่อยถึงได้เข้าไปอาบน้ำแล้วออกมานั่งผิงไฟกันหน้าทีวี

Check out my other posts from the same trip here:

อ่านโพสต์อื่นจากทริปเดียวกันได้ที่นี่: