Sunday Hike: Duke Forest at Korstian Division

We finally made it back to the trail this weekend after a long hiatus due to travels and back-to-back rain cancellation. Our Falls Series Hiking group led us to the Korstian Division of Duke Forest in Durham on this fine Sunday that featured perfect hiking weather. This sign was greeting us upon arrival – I love their euphemism that basically says the forest is closed so that deers can be shot down because there are just too many of them! 😂

ในที่สุดเราก็ได้มีโอกาสกลับมาเดินป่ากันอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายไปนานพอสมควร เพราะไม่อยู่บ้าน และโปรแกรมเดินป่าถูกยกเลิกไปสองอาทิตย์ติดกันเพราะติดฝน วันอาทิตย์นี้เรามากันที่ Duke Forest ในเมือง Durham ช่วงที่เรียกว่า Korstian Division อากาศกำลังสบาย ไม่ร้อนไม่หนาว ป้ายข้างบนเค้าตั้งไว้ตรงทางเข้า บอกเราว่าวันธรรมดาเค้าปิดเพื่อ “จำกัดจำนวนประชากรกวาง” แปลแล้วได้ความว่า ปิดป่าให้คนมายิงกวางทิ้งไปซะบ้างเพราะมีเยอะเกิน 😂

We had a nice and peaceful hike where we enjoyed some of the Falls color that’s just starting to show. The weather was perfect in the 50s throughout the entire afternoon. We clocked in at 4.5 miles, which took us about an hour and a half. Looking forward to be back hiking again next weekend!

วันนี้เดินกันเพลิน อากาศกำลัง perfect อยู่ที่ประมาณ​ 15 องศา และใบไม้เพิ่งเริ่มจะเปลี่ยนสีพอดี เดินกันไป 4.5 ไมล์ (ประมาณ 7 กิโลกว่าๆ) ใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง หวังว่าอาทิตย์หน้ากลับมาเดินป่ากันอีกจะได้เห็นใบไม้สีสวยๆกว่านี้

Local Excursion: Bull Moon Rising in Durham

Excursion Date: November 2019

วันสัญจร: พฤศจิกายน 2562

This weekend, there is a special event in downtown Durham called ‘Bull Moon Rising‘ where an art piece called ‘Museum of the Moon‘ by UK artist Luke Jerram is being presented. This is a touring installation that has been traveling all over the world since 2016. According to their web site, ‘Measuring seven metres in diameter, the moon features 120dpi detailed NASA imagery of the lunar surface. At an approximate scale of 1:500,000, each centimetre of the internally lit spherical sculpture represents 5km of the moon’s surface*.’ Apart from celebrating Durham’s 150th Anniversary, the event also honors the 50th anniversary of the Apollo 11 moon landing.

สุดสัปดาห์นี้ที่เมือง Durham เค้ามีงานฉลองครบรอบ 150 ปีของเมือง ซึ่งประจวบเหมาะกับวันครบรอบ 50 ปีที่ยานอวกาศอพอลโล 11 ไปลงจอดที่ดวงจันทร์ เลยมีการจัดงานพิเศษ ‘Bull Moon Rising‘ เอางานศิลปะที่มีชื่อว่า ‘Museum of the Moon‘ มาแสดงให้ชมกัน ผลงานชิ้นนี้เป็นฝีมือของ Luke Jerram ศิลปินชาวอังกฤษที่จำลองดวงจันทร์ในมาตราส่วน 1:500,000 และใช้ภาพถ่ายจาก NASA ในการแสดงพื้นผิวของดวงจันทร์ มาเป็นผลงานประติมากรรมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 7 เมตร ส่องสว่างจากภายใน ขึงด้วยลวดสลิงลอยอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ

The moon was out in all its gloriousness. There was a lot of people out on this chilly night. We were happy to have made the trek to witness this weirdly wonderful art piece in person!

ถึงแม้ว่าจะหนาว แต่คนก็มาชมพระจันทร์สุกสว่างดวงนี้กันอย่างคับคั่ง ถือว่าไปกันไม่เสียเที่ยวจริงๆ

Local Excursion: The Oakwood Halloween House 2019

Excursion Date: October 2019

วันสัญจร: ตุลาคม 2562

The night before Halloween, we went out to explore this infamous Halloween House in the Oakwood District of downtown Raleigh. We first stumbled upon it a few years ago, on our way out of Oakwood Cemetary, which is right down the street. We got to chat a bit with Mr. Jesse Jones, the owner of the house and the mastermind behind all this awesomeness. He is an attorney by day and a Halloween aficionado by October nights. This is truly a labor of love. The decorations get moved away at the end of the night, and put back again the next day. Mr Jones said he had to do that because somebody was stealing his props. 😣

คืนก่อนวันฮัลโลวีนเราแวะไปเยี่ยมบ้านฮัลโลวีนชื่อดังประจำเมือง Raleigh กันมา บ้านหลังนี้เราเผอิญขับรถผ่านเมื่อสองสามปีก่อนตอนไปสุสาน Oakwood ซึ่งอยู่ถัดไปไม่ไกล แถวๆช่วงฮัลโลวีนพอดี ตอนนั้นได้คุยกับคุณเจ้าของบ้านชื่อ Jesse Jones ซึ่งมีอาชีพเป็นทนายความ แต่แกรักวันฮัลโลวีน เลยเอาบ้านตัวเองมาแต่งฉลองทุกปี คือประมาณว่าทำด้วยความใจรักมาก แกบอกว่าหลายปีมานี้ที่นี่เริ่มดังจากคำพูดปากต่อปาก เลยมีคนแห่กันมาดูเยอะ แกเลยต้องเก็บของเข้าบ้านทุกคืน แล้วเช้าค่อยเอาออกมาแต่งใหม่ ไม่งั้นของจะโดนขโมย 😣

We were lucky that night because they forecasted for rain so not that many people were around and we got to enjoy the many scary monsters, zombies, rabid animals, tombstones, skeletons, and other weirdly wonderful creepy ghouliness 👻 pretty much crowd-free.

คืนนั้นที่เราไปโชคดีว่าฝนตกพรำๆ คนเลยไม่เยอะ เลยได้ถ่ายรูปกันสบาย 👻

I wanted to get this post up before Halloween, but unfortunately didn’t get a chance to. 😣 If any locals happen to read this and want to go check it out next year, the house is located at 504 Oakwood Avenue, at the intersection of Oakwood Avenue & N East Street, in Raleigh NC. Happy Belated Halloween!

ตอนแรกตั้งใจว่าจะขึ้น post นี้ก่อนวันฮัลโลวีน แต่ด้วยความที่งานยุ่งมากเลยไม่ทัน 😣 ถ้ามีใครอยากไปเยี่ยมชมกันปีหน้า บ้านนี้ตั้งอยู่ที่เลขที่ 504 ถนน Oakwood ตัดกับถนน N East ในตัวเมือง Raleigh นะคะ แฮปปี้ฮัลโลวีนย้อนหลังค่า

Local Excursion: Lunch at NC State Fair 2019

Excursion Date: October 2019

วันสัญจร: ตุลาคม 2562

This past Monday, Joel and I decided to have a mini midday adventure with a long lunch date at the North Carolina State Fair. We found out that they had this thing called the Weekday Lunch Pass Program. Here is how it works. You need to pay $10 cash per person for a ticket to get in, after 11:30 am. As long as you return the pass by 1:30 pm, you’ll get your $10 back. So, we decided to give it a try! 🤔

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเราแอบไปกินข้าวกลางวันกันที่งาน State Fair ประจำปี ของรัฐ North Carolina ปรกติไปกันทุกปี ปีนี้กะว่าจะไม่ไปแล้ว เพราะไปทีไรก็เดิมๆทุกที แถมคนเยอะมาก แต่เผอิญคุณสามีไปได้ยินมาว่าเค้ามีโปรแกรมพิเศษสำหรับมื้อกลางวัน กฎมีอยู่ว่าคุณจะต้องจ่ายเงินสด 10 เหรียญเพื่อซื้อบัตรผ่านประตู ซื้อได้ตั้งแต่เวลา 11:30 น. เป็นต้นไป หากเอาบัตรมาคืนภายในเวลา 13:30 น. ก็จะได้เงินสด 10 เหรียญคืนมา เราเลยนึกสนุกไปลองกันดู 😆

I was running a little late and didn’t get to Joel’s office to pick him up until 11:35 am. By the time we found a parking spot, which was about 10 minute walk from the fair, it was already past noon! 😣 The crowd was a lot bigger than we anticipated. Fortunately, there was no line at the ticket counter, so we were able to pretty much just walk right in.

นัดกันว่าจะไปรับคุณสามีที่ทำงานก่อนเวลา แต่เกิดงานยุ่ง ไปถึงจริงๆเลยสิบเอ็ดโมงครึ่งแล้ว กว่าจะวนหาที่จอดรถได้ (หาที่จอดฟรี เพราะงกไม่ยอมเสียตังค์ 😂) กว่าจะเดินไปถึงประตูทางเข้าก็เลยเที่ยง ดีที่ว่าไม่มีคนต่อแถวซื้อตั๋วเลยไม่ต้องรอนาน ไปถึงข้างในคนเยอะกว่าที่คิด แต่ก็ยังนับว่าน้อยถ้าเทียบกับปรกติที่เคยมากันตอนเย็นๆ

We had located the food items we had our hearts set on beforehand and had them readily marked on the map. We first headed for The Sloppy Pig at Bubba’s Bacon. This is a sloppy Joe on Texas Toast topped with cheese sauce and bacon. We liked it ok. I felt that it would taste better if it were warmer. The next one was a dessert, The Pineapple Dole Whip Float from Tropical Delights. This was good and refreshing but nothing to write home about, in my opinion. We then spent 15 minutes trying to find Woody’s Wing Wagon, so that we could try their Korean BBQ Pork Belly Eggroll. Unfortunately, we never located it and finally just gave up. 😔

ก่อนมาเราเตรียมตัวมาอย่างเพียบพร้อม มีแผนที่ติดมาด้วย พร้อมมาร์คตำแหน่งที่ตั้งของรายการอาหารที่อยากลองกันมาเสร็จสรรพ จุดหมายแรกคือ The Sloppy Pig จากร้าน Bubba’s Bacon จานนี้เค้าเอาขนมปังชิ้นหนาสไตล์เท็กซัสรองจาน แล้วราดด้วยซ๊อสเนื้อ ตามด้วยซ๊อสชีส แล้วโรยหน้าด้วยเบคอน รสชาติโอเคใช้ได้ ติว่ามันไม่ร้อนเลยซักนิด ถ้าเสิร์ฟมาร้อนๆน่าจะอร่อยกว่านี้ จากนั้นเราตามติดด้วยของหวานคือ The Pineapple Dole Whip Float จากร้าน Tropical Delights เป็นไอศครีมสัปปะรดปั่น เสิร์ฟมากับน้ำสัปปะรดสดๆก้นแก้ว อันนี้ได้ยินมาว่าอร่อยนักหนา แต่ลองแล้วก็งั้นๆ หวานไปหน่อย แถมรสชาติปะแล่มๆเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าใช้อะไรแทนน้ำตาล หลังจากนั้นเราไปตามล่าหาร้านที่ชื่อว่า Woody’s Wing Wagon เพราะอยากจะลองปอเปี๊ยะทอดไส้หมูสามชั้นสไตล์เกาหลีของเค้า ซึ่งหน้าตาดูดีมากจากในรูป แต่หายังไงก็หาไม่เจอ สรุปเลยอด 😔

Joel also managed to squeeze in 3 different rides at Hydro Shock, Alien Abduction, and Khaos! Being a single rider paid off, since he could just breeze through the line in no time!

คุณสามีอุตส่าห์ไปขึ้นเครื่องเล่นได้สามเครื่อง Hydro Shock, Alien Abduction, และ Khaos ดีว่าขึ้นไปเล่นคนเดียว เลยได้แซงหน้าคนอื่นๆที่รอเล่นด้วยกันอยู่

It was already past 1:10 pm by the time Joel was done with his last ride. We thought we had enough time to squeeze in The Crack-n-Cheese Stuff Turkey Leg from Hickory Tree BBQ on the way out. There was only a few people in line when we got there, and it was really close to the exit, where we had to return our passes, so we decided to go for it and had our fingers crossed. As soon as we had our food in hand, we raced for the exit, forgetting to even snap a picture of the yummie looking dish! 😰 We made it to the ticket counter at exactly 1:29 pm, according to the clock on our phones, to find that they had already put the ‘CLOSED’ sign up at the Lunch Pass line. 😓 Joel knocked on the glass and was able to get the lady to give us back our money any way! Whew! 😅

กว่าคุณสามีจะเสร็จจากเครื่องเล่นอันสุดท้าย เวลาก็ปาเข้าไปตั้งเกือบบ่ายโมงสิบห้าแล้ว ยังเหลือของกินที่อยากลองอยู่อีกที่ คือ The Crack-n-Cheese Stuff Turkey Leg จากร้าน Hickory Tree BBQ ซึ่งดูแล้วว่าอยู่ใกล้ประตูทางออกพอดี ไปถึงมีคนต่อแถวอยู่ไม่กี่คน เลยคิดว่าน่าจะโอเค รอไปรอมา บ่ายโมงยี่สิบห้าแล้วยังไม่ได้อาหารตามที่สั่ง 😰 ชักจะเริ่มเหงื่อตกกันเล็กน้อย พอได้อาหารมาปุ๊บเราก็คว้าแล้ววิ่งเลย รูปเริบไม่ทันได้ถ่าย ไปถึงเคาน์เตอร์ที่แลกบัตรคืน คุณป้าแกขึ้นป้าย “ปิด” แล้วเรียบร้อย 😓 เช็คนาฬิกาในโทรศัพท์แค่ 13:29 น. เลยเคาะหน้าต่างเรียกป้า แกอุตส่าห์ยอมเปิดมาเอาตังค์คืนให้ สรุปภารกิจเสร็จสมบูรณ์ตามเป้าหมาย แต่ได้แบบเฉียดฉิวเล็กน้อย 😅

Travel Diary: Artsy Austin

Trip Date: May 2019

วันที่เดินทาง: พฤษภาคม 2562

We left for Austin early the next day. Before we went, I had read a few articles about the all the beautiful walls and I was thoroughly impressed by the sheer amount of street arts this city has to offer! They even had a dedicated space for creative arts called Hope Outdoor Gallery. So, my number one mission was to see and photograph as many colorful walls as I could while we’re there.

วันรุ่งขึ้นเราไปต่อกันที่เมือง Austin ก่อนไปได้อ่านเจอมาว่าที่เมืองนี้มีสตรีทอาร์ตสวยๆให้ดูเต็มเมือง ยิ่งหาก็ยิ่งเจอ ประมาณว่ามีเยอะมากๆ แถมเค้ายังมีสถานที่ที่กันเอาไว้ให้จิตรกรทั้งหลายได้มาแสดงออกถึงความสร้างสรรค์ทางศิลปะกันอย่างเต็มที่ที่ Hope Outdoor Gallery เราเลยตั้งใจจะมาดื่มด่ำกับงานศิลปะที่นี่กันให้เต็มอิ่ม

I had done extensive research before we left on the location of the walls, which seem to be scattered all over town. In my original plan, I had divided them up into a few different groups, based on their proximities to each other. However, we realized that it was going to be raining pretty much the entire time we’re there, over the course of two days. 😆 When it hadn’t started raining by the time we left Wimberley, we had changed our plan to try to cram in as much as we could during our first few hours in Austin before the rain hit us. Big thanks to my super-patient hubby for being extra supportive and accommodating me to accomplish the impossible task! 🥰

ก่อนมาเราอุตส่าห์หาข้อมูลเตรียมตัวมาอย่างเต็มที่ ทำรายการแหล่งที่ตั้งของผนังสีสวยมาจนยาวเหยียด แถมแบ่งเป็นกลุ่มเสร็จสรรพว่าอันไหนอยู่ใกล้ๆกัน จะต้องจากที่ไหนไปต่อที่ไหน ก่อนมาเช็คพยากรณ์อากาศอีกทีปรากฎว่าเค้าว่าฝนจะตกตลอดเวลาที่เราอยู่ที่ Austin สองวัน 😆 พอตอนเช้านั้นมาจาก Wimberley ถึง Austin แล้วฝนยังไม่ตก เราเลยเปลี่ยนแผนมาเป็นการตระเวนถ่ายรูปแบบมาราธอนแข่งกับฝน เพื่อเก็บภาพผนังสวยๆให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ต้องขอขอบคุณคุณสามีผู้น่ารักที่ขับรถไปทั่วเมืองให้อย่างไม่มีบ่นซักคำ 🥰

All in all, we were pretty impressed with the amount of walls we got to see in a very limited period of time! Like I said, we covered most of it within the first few hours we were in Austin, then we were able to sneak in a few the next day, and a bit more right after we left town! Unfortunately, we never made it to Hope Outdoor Gallery because of the aforementioned rain! 😞 Perhaps another trip to Austin might be in our stars after all! 😝

สรุปแล้วเก็บภาพมาได้เกือบครบทุกรายการ ถือเป็นที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ประมาณ 90% ของภาพที่เห็นนี่คือได้มาภายในช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรกที่มาถึง ส่วนที่เหลือไปตามเก็บกันวันรุ่งขึ้น กับเช้าวันต่อมาก่อนออกเดินทาง เสีดายที่ไม่มีเวลาไป Hope Outdoor Gallery เพราะฝนเจ้ากรรมดันตกซะก่อน 😞 ไม่เป็นไรเอาไว้คราวหน้าละกัน 😝

Husband also double-dutied as my personal photographer! 😍

คุณสามีนอกจากจะทำหน้าที่เป็นโชเฟอร์แล้ว ยังเป็นช่างภาพส่วนตัวให้อีกด้วย 😍

Besides colorful walls, we managed to check out the famous Allens Boots Shop, on South Congress Avenue. Their collection of boots was a sight to behold! There were rows and rows of leather boots in all shapes and sizes, in every possible design one can imagine!

นอกจากจะได้ถ่ายรูปผนังสวยๆแล้ว เรายังได้เผื่อเวลาไปเยี่ยมร้านขายรองเท้าบู๊ตชื่อดัง Allens Boots ซึ่งตั้งอยูบนถนน South Congress ที่นี่เค้ามีรองเท้าบู๊ตวางเรียงขายอยู่เป็นพันๆคู่ มองไปที่ไหนก็มีแต่รองเท้าบู๊ต มีทุกสี ทุกขนาด ทุกลายให้เลือกกันจริงๆ ถ้าราคาเป็นมิตรกว่านี้ซักหน่อยคงได้อุดหนุนกันมาซักคู่ 😆

Checked out artist Ai Weiwei’s “Forever Bicycles” sculpture, that was crafted out of 1,300 bikes at Town Lake Metropolitan Park.

ผลงานศิลปะชื่อ “Forever Bicycles” โดย Ai Weiwei ที่ Town Lake Metropolitan Park ซึ่งประกอบขึ้นจากจักรยาน 1,300 คัน

Fit in a meal of sumptuous bowls of ramen at Ramen Tatsu-Ya, which has awesome Asian-inspired arts on their walls!

แวะเติมพลังกันที่ร้านราเมง Tatsu-Ya ซึ่งมีภาพวาดสไตล์เข้ากับบรรยากาศร้านให้ชมระหว่างการกิน

We had an epic sushi dinner at Soto on South Lamar, which officially served as our anniversary dinner. The food was really good, but we felt that it was a bit overpriced. If we ever go back, I’d be happy with just their super yummie bowl of uni pasta, which was the highlight of our meal there!

ซูชิมื้อเย็นที่ร้าน Soto on South Lamar ถือเป็นโอกาสพิเศษเพื่อฉลองครบรอบแต่งงานสำหรับทริปนี้ อาหารสดอร่อยใช้ได้ แต่เราติว่าแพงไปนิด ถ้าได้กลับไปอีกคราวหน้าคงจะสั่งแค่จานสุดท้ายในรูปคือ พาสต้าหอยเม่น รสชาติหอมอร่อยกลมกล่อมกำลังดี 😋

Last but not least, we got to witness what they said would be millions of bats emerging from under the Congress Avenue Bridge on our second night there. OK, what we actually saw was numbered at more like in the hundreds 🤣, but still, it was pretty awesome! We didn’t have high hopes, as research told us that they likely wouldn’t come out if it’s raining, and we were going to be surrounded by rain. But we decided to give it a try anyway since it was not actively raining at the time, and it paid off – we almost gave up but in the end they actually did deliver as promised! I did attempt to shoot a few photos of the swarm of bats when they came out, but unfortunately all of them turned out to be just blurry shadows! 😆

ท้ายที่สุดเรามีโอกาสได้ไปเห็นที่เค้าว่ากันว่าจะเป็นฝูงค้างคาวนับล้านตัวบินออกหากินจากใต้สะพาน Congress Avenue เอาเข้าจริงที่เห็นคืออยู่ที่ประมาณหลักร้อย 🤣 แต่ก็ยังดีกว่าไม่เห็นเลย คือก่อนไปไม่ได้ตั้งความหวังกันไว้สูงมาก เพราะไปอ่านเจอว่าถ้าอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนค้างคาวคงจะไม่ออกมา แต่ไหนๆเราก็อยู่แถวนั้นเลยกะว่าฝนยังไม่ตกน่าจะไปลองดู ไปรออยู่นานจนเลยเวลาที่เค้าว่าค้างคาวควรจะออกมาได้แล้วก็ยังไม่มีวี่แวว จนตอนเกือบจะกลับได้ยินเสียงคนข้างๆบอกว่ามาแล้วๆ ตอนแรกก็ยังไม่เห็น พอมองอีกทีเห็นค้างคาวออกมาจริงๆ สรุปแล้วโชคดีจริงๆที่ไม่ได้ยอมแพ้กลับไปซะก่อน พยายามถ่ายรูปไว้เหมือนกันแต่ปรากฎรูปออกมาเป็นเงาเลือนๆเหมือนกันหมดทุกรูป 😆

Travel Diary: Bootiful Wimberley

Trip Date: May 2019

วันที่เดินทาง: พฤษภาคม 2562

The quaint, quirky and artsy little town called Wimberley served as our home base for the next day. This place is located somewhat in the middle between Fredericksburg and Austin. We picked it specifically because of its perfect locale for our next main point of attraction, Hamilton Pool Preserve.

เราเดินทางต่อไปยัง Wimberley ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่เกือบจะตรงกลางระหว่างเมือง Fredericksburg กับ Austin พอดี ที่ตั้งใจมาพักกันที่นี่ก็เพราะว่าสะดวกต่อการไปชมจุดหมายหลักของทริปนี้ นั่นก็คือ Hamilton Pool Preserve

I remember the first time I saw the picture of Hamilton Pool popping up on my Pinterest feed. It looked almost otherworldly – this emerald green pool partially hiding under a half domed cave, with a waterfall on one side falling freely into the pool. When we first talked about going to Texas, this was the first thing I looked up, to see if we could possibly fit it in to our itinerary. And voilà, here we really are, finally! 🥰 One more item crossed off my travel wish list! 😉

ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นรูป Hamilton Pool ใน Pinterest เราก็ตั้งใจว่าวันนึงจะต้องไปเห็นของจริงให้ได้ สระน้ำในรูปเป็นสีเขียวมรกต ครึ่งนึงซ่อนอยู่ในถ้ำที่มีเพดานโค้งเว้าเปิดให้เห็นท้องฟ้าด้านบน ด้านข้างมีน้ำตกเล็กๆไหลลงมาจากเทือกเขา ดูราวกับภาพวาดในจินตนาการ พอตั้งใจกันว่าจะไปเท็กซัส เราก็เช็คตำแหน่งที่ตั้งของสระนี้ก่อนเลย ดูซิว่าจะไปแวะเที่ยวได้มั้ย เพราะรู้แต่ว่าอยู่รัฐเท็กซัส แต่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนแน่ ดูแล้วปรากฎว่าทำเลพอเหมาะพอดีกับทริปนี้ และแล้วในที่สุดก็ได้มาเห็นจนได้ 🥰

In order to get to the pool, at least during the summer, you need to make a reservation for a specific time slot on a specific day. We made ours months in advance to guarantee our spots. Unfortunately, they made an announcement that morning that the level of bacteria in the pool exceeded the federal standard, so no swimming was allowed for the day. It actually was better for my photographic purposes, so I have absolutely no complaint whatsoever! 😆

ช่วงหน้าร้อนเค้าจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว ก่อนมาเราจึงต้องจองตั๋วเข้าชมกันไว้ล่วงหน้า จองกันไว้หลายเดือนก่อนมาเพราะกลัวจะเต็ม ปรากฎว่าถึงเช้าวันจริงเค้าประกาศว่าห้ามลงเล่นน้ำ เพราะระดับแบคทีเรียในน้ำสูงเกินกว่ามาตรฐาน แถมวันนั้นฟ้าก็อึมครึม ฝนจะตกมิตกแหล่ ไปถึงสระเลยคนไม่เยอะ กลายเป็นว่าได้ถ่ายรูปกันสบายๆ ถึงแสงแดดจะไม่เป็นใจก็เถอะ 😆

After Hamilton Pool, we drove back down south and stopped by Texas Hill Country Olive Company in Dripping Springs to check out their olive oil and vinegar products. Honestly, we didn’t have very high expectations going in, but were pleasantly surprised with the samplings laid out for us to taste. These were some of the best olive oils and balsamic vinegars we ever tasted. Unfortunately, due to luggage space limit, we only had room for one bottle of each to bring home with us. 😣

เสร็จจากสระ Hamilton เราขับรถกลับเข้าตัวเมือง Dripping Springs ไปแวะที่ Texas Hill Country Olive Company ที่นี่เค้าปลูกต้นมะกอกและสกัดน้ำมันมะกอกขาย ได้ยินมาว่าสินค้าของเค้าคุณภาพชั้นนำก็เลยมาลองดู ชิมแล้วน้ำมันมะกอกของเค้าหอมอร่อยดีสมคำร่ำลือจริงๆ นอกจากนี้ยังมีน้ำส้มสายชูหลายรสให้เลือก เสียดายไม่มีที่ในกระเป๋าเลยซื้อกลับบ้านได้แค่อย่างละขวดเล็กๆเท่านั้น 😣

On the way to lunch we spotted some Texas Longhorn cattle in their native habitat! 😆

ระหว่างทางไปแวะทานข้าวกลางวันขับผ่านทุ่งหญ้าเจอวัวพันธุ์เท็กซัสลองฮอร์นซึ่งเป็นพันธุ์ท้องถิ่นของที่นี่ เขาเค้ายาวสมชื่อจริงๆ 😆

Lunch was Texas style barbecue at the famous Salt Lick, also in Dripping Springs. This was high on Joel’s to-do list for Texas ever since he saw it on a food show on TV, so we made sure to make this happen. The place was huge. They even had their own winery next door! But honestly, it felt a little gimmicky to me. The food was good, but nothing that blew my mind away. The funny thing is, when we talked to people about our trip afterwards, everybody that was from Texas or has lived in Texas all shook their heads and proceeded to tell us there were other BBQ places in Texas much better than this! 😂

อาหารมื้อกลางวันเป็นบาร์บีคิวสไตล์เท็กซัสจากร้าน Salt Lick ในเมือง Dripping Springs รายการนี้คุณสามีขอมาเนื่องจากเห็นร้านดังนี้จากในทีวี คุณภรรยาอย่างเราเลยต้องจัดให้ ร้านเค้าใหญ่โตกว้างขวางจริงๆ แถมยังมีโรงทำเหล้าไวน์อยู่ติดกันเป็นของตัวเองอีกด้วย แต่ขอบอกว่าอาหารเค้าชิมดูแล้วก็อร่อยดีใช้ได้ แต่ไม่ได้เลิศเลออะไร ที่น่าขำก็คือเสร็จจากทริปนี้เวลาเจอคนจากเท็กซัสถามว่าไปเท็กซัสไปกินบาร์บีคิวที่ไหน พอบอกชื่อร้านนี้ใครๆได้แต่ส่ายหน้าบอกว่าคราวหน้าให้ไปที่อื่นนะ มีอร่อยกว่านี้อีกเยอะ 😂

Another wildflower field spotted along the way!

เจอทุ่งดอกไม้ป่าข้างทางอีกแล้ว

We never knew there was more than one natural pool in this area until we started looking into it after we booked our spot at Hamilton. Jacob’s Well was another famous spot, located just outside of Wimberley. This artesian spring is one of the most popular swimming holes for the locals here. According to Wikipedia, the well reaches the depth of about 120 feet, and is considered the largest continually flowing karstic spring (a spring that is a part of an underground drainage system) in the Texas Hill Country. Likely because of the forecast anticipated for rain, we had the entire place almost all to ourselves!

ก่อนไปไม่เคยรู้ว่าแถบนี้มีสระน้ำธรรมชาติที่คนแถวนี้นิยมไปว่ายน้ำเล่นคลายร้อนกันหลายแห่ง มาศึกษาดูถึงจะรู้ว่านอกจากที่ Hamilton แล้ว บ่อน้ำ Jacob ก็เป็นอีกที่ที่ขึ้นชื่อ แถมอยู่ใกล้ๆ ถัดจากเมือง Wimberley ที่เราอยู่กันไปนิดเดียว Wikipedia บอกว่าบ่อน้ำบาดาลแห่งนี้ลึกถึงเกือบ 120 ฟุต และเป็นระบบระบายน้ำใต้ดินต่อเนื่องที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้ ไปถึงแทบจะไม่มีคนซักคน ต้องขอบคุณฟ้าฝนที่อึมครึมทำให้เราถ่ายรูปเล่นกันได้โดยไม่มีใครมากวนใจ 😆

The last swimming spot in the area that we checked out before heading back into town was Blue Hole. This was, in my opinion, the most picturesque one of them all. It was surrounded by lush green giant cypress trees. There were platforms with rope swings, as well as steps built into leaning tree trunks to accommodate pool jumping activities. Unfortunately, because of the unsafe level of bacteria, Blue Hole wasn’t opened for swimming that day either! 😔

Blue Hole เป็นอีกที่ที่เราไปแวะชมกันก่อนกลับ และเป็นที่ที่เราว่าสวยงามน่าประทับใจที่สุดในจำนวนสระทั้งหมดที่เห็นมา ตัวสระที่นี่เป็นสีเขียวมรกต ล้อบรอบไปด้วยต้นไม้ใหญ่เขียวขจีสองข้างที่ให้ความร่มรื่นตลอดทาง นอกจากชานไม้กว้างๆที่ยื่นลงไปเป็นท่าน้ำแล้ว ตามลำต้นไม้ที่ยื่นลงไปในน้ำเค้ายังมีขั้นกระไดและเชือกไว้สำหรับให้คนกระโดดน้ำเล่นกันตามอัธยาศัย เสียดายที่วันนั้นเค้าไม่อนุญาติให้ลงเล่นน้ำเพราะระดับแบคทีเรียสูงเกินมาตรฐานอีกเช่นกัน 😔

We spent the rest of the day in downtown Wimberley strolling along the streets lined with quaint little shops. I love that there are artsy vibes everywhere you go. It was Monday and most of the restaurants were closed, perhaps that’s why there weren’t that many people around.

เสร็จจากการเยี่ยมเยือนสระทั้งหลายแล้วเราก็กลับมาเดินเที่ยวกันในตัวเมือง Wimberley กัน ที่นี่มีร้านเล็กๆน่ารักๆเรียงรายไปทั่ว ตามถนนหนทางมีกลิ่นอายคนรักศิลปะเต็มไปหมด วันนั้นเป็นวันจันทร์คนเลยไม่เยอะ เมืองดูร้างๆเล็กน้อย 😆 อาจจะเป็นเพราะร้านอาหารหลายแห่งปิดกันหมด

In 2014, the city of Wimberley has commissioned local businesses and artists to paint and install colorful boots around town. There are 50 of them in total. Each boot has a different theme, related to its location and its sponsor. Here are a few examples. The ‘Veggin’ Out’ boot, sponsored by the HEB supermarket, features paintings of all kinds of fruits and vegetables. The ‘High Adventures’ boot, sponsored by Wimberley Zipline Adventures, has painting of a girl in red ziplining through blue skies over a cactus bush. The ‘Booster’s Pizza’ boot, sponsored by Brewster’s Pizza, is full of tiny little pizza slices and a pint of beer! 😆 It was fun walking around town looking for these boots. We didn’t find all 50 but we were pretty close!

ก่อนไปอ่านเจอว่าหนึ่งในจำนวนกิจกรรมแนะนำสำหรับเมืองนี้ คือการไปตามล่าหารองเท้าบู๊ตที่แอบซ่อนกระจายอยู่ทั่วเมือง เมื่อปี 2014 เทศบาลเมือง Wimberley เค้าออกไอเดียให้เจ้าของธุรกิจต่างๆในเมืองเป็นผู้สปอนเซอร์ให้ศิลปินท้องถิ่นมาเพ้นท์รองเท้าบู๊ตเป็นลวดลายต่างๆกัน แล้วนำไปติดตั้งไว้ทั่วเมือง ทั้งหมดจำนวน 50 ชิ้น แต่ละชิ้นมีธีมที่แตกต่างกันไป แล้วแต่เจ้าของจะเลือก บางอันก็เลือกลายให้เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่ตั้ง ที่เห็นข้างบนคือที่เราไปหาเจอกันมา มีรองเท้าบู๊ตพืชผักผลไม้ซึ่งตั้งไว้อยู่หน้าซุปเปอร์มาร์เก็ตยี่ห้อดังของที่นี่ รองเท้าบู๊ตกิจกรรมโลดโผนมีรูปสาวน้อยเสื้อแดงโหนสลิงเล่นซิปไลน์อย่างสนุกสนาน อันนี้ตั้งอยู่หน้าร้าน Wimberley Zipline Adventures ส่วนรองเท้าบู๊ตพิซซ่าซึ่งตั้งอยู่หน้าร้านพิซซ่า Booster ก็เพ้นท์เป็นรูปพิซซ่าคู่กับแก้วเบียร์ สรุปว่าเดินวนอยู่เกือบชั่วโมง เจอเกือบครบ เป็นการฆ่าเวลาที่เพลิดเพลินดีตามที่เค้าโฆษณาไว้จริงๆ 😆

Saturday Hike: Mountains-to-Sea Trail from Hickory Hill Boat Ramp

We finally went back hiking again yesterday after a long hiatus due to the scorching weather. This time, it’s back to the Mountains-to-Sea Trail at Falls Lake. We joined fellow hikers from the Get Hiking Triangle MeetUp group at our starting point, Hickory Hill Boat Ramps in Durham. It was perfect hiking weather in the low 70s when we started off around 9 am.

หลังจากที่หยุดกันไปนานเพราะอากาศร้อนจัด ในที่สุดเราก็ได้กลับไปเดินป่ากันอีกครั้งเมื่อวานนี้ เรานัดเจอกับเพื่อนๆกลุ่มคนรักการเดินป่าจาก Get Hiking Triangle MeetUp ที่ Hickory Hill Boat Ramps ในเมือง Durham ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินป่า Mountains-to-Sea ช่วงที่เราจะไปเดินกัน อากาศกำลังสบายอยู่ที่ 70 องศาฟาเรนไฮต์ หรือประมาณ 20 กว่าองศาเซลเซียสนิดๆตอนเก้าโมงเช้า

The trail started from the huge parking lot at the boat ramps and went into the woods. We passed the Lake Ridge Aero Park where we saw a row of biplanes parked in the field before going under I-85 Interstate and ended up at Redwood Road. There, we did an about face and turned back the same way we came.

เส้นทางเดินป่าสายนี้เริ่มต้นที่ลานจอดรถของท่าเรือ Hickory Hill ตรงเข้าป่า ตัดผ่านลานบิน Lake Ridge Aero Park แล้วลอดใต้สะพานไปสุดที่ถนน Redwood จากที่นั่นเราหันหลังเดินกลับทางเดิมที่มา

Surprisingly, wildflowers were abundant along the entire trail, possibly because of the recent series of rain we had in the area.

ไม่น่าเชื่อว่าเกือบจะหมดฤดูร้อนแล้วแต่ดอกไม้ป่ายังคงบานสะพรั่งตลอดทาง สงสัยคงจะเป็นเพราะพายุฝนที่ประดังเทลงมาไม่กี่วันก่อน

We spotted this mushroom in a unique spot growing upside down from a crack in a tree trunk.

ระหว่างทางกลับตาดีไปเห็นเจ้าเห็ดช่อนี้ที่เลือกทำเลงอกได้เหมาเจาะพอดี

The entire hike was about 4.5 miles, taking us an hour an a half from start to finish. It was an easy, pleasant hike with mostly flat terrain. It was awesome to be back outdoors again and we look forward to starting our Fall Hiking series in the weeks to come!

เมื่อวานนี้เดินกันไป 4.5 ไมล์ หรือประมาณ 7 กิโลกว่าๆ ใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง เพราะทางค่อนข้างราบ หวังว่าลมฟ้าอากาศจะเป็นใจให้ได้กลับมาเดินป่าเป็นงานอดิเรกกันอีกในฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึงนี้