Bittersweet: Treat Before A Meal

Excursion Date: November 2022

วันสัญจร: พฤศจิกายน 2565

We decide to have a proper date night this weekend, for the first time in months! Destination in point was a cool dessert bar concept we recently discovered in downtown Raleigh – aptly named Bittersweet! 😍

วีคเอนด์นี้เราตั้งใจออกไปกินข้าวนอกบ้านกันอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เลือกไปเลือกมาไปเจอบาร์ขนมหวานหน้าตาดีที่ดาวน์ทาวน์เมือง Raleigh ตั้งชื่อไว้เก๋ไก๋ว่า Bittersweet 😍

We got there on a late Saturday afternoon around 4:30 pm. The place was full, but not overly packed. We got seated at a table in the corner, which offers  a cool view of the entire space. After spending a few minutes looking at the hand-drawn menu, we decided to start with a couple of shots, a dessert to share, and one cocktail each.

รีบไปตั้งแต่บ่ายแก่ๆ เพราะรู้มาว่าค่ำๆคนจะเยอะแถวยาว เลยไปถึงตั้งแต่บ่ายสี่ครึ่ง คนก็เยอะอยู่ แต่ไม่ถึงกับเต็มล้น เค้าให้โต๊ะทำเลดีอยู่มุมหลังร้านทางไปส้วมพอดี 😆 แต่ได้เห็นวิวทั้งร้าน หลังจากศึกษาเมนูแล้วก็ตกลงใจสั่ง shot (เหล้าแก้วจิ๋ว) สองแก้ว ของหวานหนึ่งอย่าง และค็อกเทลอีกคนละแก้ว

As hinted by the name, this cute little place serves a variety of dessert options, many creative cocktail concoctions, and an extensive list of gins from all over the world. They also have beer, wine, champagne, and even coffee on the menu for non-boozy drinkers! 

ตามชื่อร้านเค้าว่า ที่นี่มีเสิร์ฟสองอย่างคือของหวานกับเหล้า 😆 มีค็อกเทลทั้งแบบคลาสสิคและแบบแปลกแหวกแนว แต่จุดเน้นของเค้าคือเหล้าจิน ซึ่งมีให้เลือกจากประเทศต่างๆทั่วโลก นอกจากนั้นยังมีเบียร์ ไวน์ แชมเปญ รวมไปถึงกาแฟก็มีสำหรับคนที่ไม่ใช่คอเหล้า

Clockwise from the bottom: Lavender Honey Drop shot, Derby Pie shot, The Dude, and their signature drink Gin & Jam with Roku Gin and Strawberry Jalapeño jam – all very tasty! 😊

ที่สั่งมาลองในรูปข้างล่างสุดคือ Lavender Honey Drop shot ตามด้วย Derby Pie shot ส่วนแก้วข้างหลังคือค็อกเทลชื่อ The Dude และทางขวามือคือ Gin & Jam ซึ่งเป็นค็อกเทลต้นตำรับของที่นี่ เค้าให้เลือกเหล้าจินได้ตามใจจากในเมนู ส่วนแยมผลไม้ก็มีให้เลือกหลายรสแล้วแต่ชอบเช่นกัน เราเลือกเหล้า Roku จากญี่ปุ่นกับแยมสตรอเบอร์รี่ใส่พริก Jalapeño 😊

We also got the Derby Pie dessert version, a slice of chocolate bourbon pecan pie with salted caramel sauce, served with a scoop of vanilla ice cream – so heavenly! 😍

ด้านของหวานเราสั่งเป็น Derby Pie ชื่อซ้ำกับ shot ข้างบน แต่มากันคนละอารมณ์ อันนี้เป็นพายถั่วพีคานใส่เหล้าเบอร์เบิน ราดด้วยซ๊อสคาราเมล และเสิร์ฟมากับไอศครีมวานิลลา ขอบอกว่าจานนี้อร่อยมากกกก 😍

Joel ordered a second cocktail – The Blair Witch Tea Party – another yummy gin-based drink on the menu. 

คุณสามีติดใจขอลองค็อกเทลอีกแก้ว The Blair Witch Tea Party อันนี้ใส่เหล้าจิน

After drinks & dessert, we walked around the corner to Sono for dinner. This used to be our goto spot for omakase nigiris, back when it was the only restaurant in the area to offer that on the menu.

หลังจากกินเหล้าและของหวานเรียกน้ำย่อยเสร็จเรียบร้อย เราก็เดินไปต่อของคาวกันที่ร้าน Sono ซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน ร้านนี้เมื่อก่อนมาอยู่ประจำ เพราะเป็นร้านเดียวในละแวกนี้ที่เสิร์ฟซูชิสไตล์โอมากาเสะ

Food quality is still pretty solid here, and the prices remain very reasonable, despite current inflation and economic downturns. 😣 The nigiri omakase set, though not on the same level as other fancier places in town, was fresh and tasty, and came at the low low price tag of only $39. 

อาหารที่นี่ยังคงคุณภาพเหมือนเดิม แถมราคายังคงอยู่ในระดับย่อมเยาเมื่อเทียบกับร้านอื่นๆ ทั้งๆที่ช่วงนี้เศรษฐกิจตกต่ำวัตถุดิบขึ้นราคากันไปหมดทุกอย่าง 😣 ชุด nigiri omakase ที่นี่ถึงแม้จะไม่หรูหราเหมือนที่อื่น แต่ปลาเค้าก็สดอร่อย และที่สำคัญติดป้ายไว้ที่ 39 เหรียญเท่านั้น

All in all, we came home very happy and content! 🤩

สรุปว่าคืนนั้นอิ่มอร่อยกลับบ้านกันมาทั้งคู่ 🤩

Sunday Hike: Chilly Day at Blue Jay

After a balmy week, cold air is now back to NC again! 🙄 We went hiking this past Sunday at yet another new destination in town – Blue Jay Point County Park, in north Raleigh. This is a well-maintained park with a full set of facilities, including a clean restroom, playgrounds, picnic area, and even an overnight lodge you can book for educational use!

ช่วงนี้อากาศกลับมาเย็นอีกรอบ 🙄 วันอาทิตย์นี้เลยได้ฤกษ์กลับไปเดินป่ากันอีกครั้ง คราวนี้ที่ Blue Jay Point County Park ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมือง Raleigh และเป็นอีกที่ที่เรายังไม่เคยไปกันมาก่อน พาร์คนี้เป็นอีกแห่งที่มีทุกอย่างคอยให้บริการอย่างพร้อมสรรพ ทั้งห้องน้ำสะอาดๆ สนามเด็กเล่น สถานที่ปิคนิค รวมทั้งยังมีบ้านพักให้เด็กๆมานอนค้างระหว่างการเรียนรู้เชิงใกล้ชิดธรรมชาติ

We first parked in the main lodge at the far end on the east side to start off our hike on the Laurel Loop Trail. This very short loop has bright yellow blazes, and led us right on to the Mountain-to-Sea Trail at Falls Lake.

เราไปจอดรถกันที่ลานหลักสุดทางด้านทิศตะวันออกเพื่อเริ่มออกเดินกันที่เส้น Laurel Loop เป็นสายแรก เส้นวงแหวนสั้นๆนี้มีหมุดปักบอกทางเป็นสีเหลือง ก่อนจะไปเชื่อมกับเส้นทางเดินป่าสาย Mountain-to-Sea ช่วงเลียบ Falls Lake

About half way in, we had a wildlife encounter with a family of four deer, who were as curious about us as we were about them! 😅

ระหว่างทางไปเจอครอบครัวกวางสี่ตัวแม่ลูก ซึ่งเห็นเรามาแต่ไกล 😅

We took MST east, following its white blazes for about a mile or so before doing an about face and then turning back onto Blue Jay Point Trail. At this point, the blazes turned blue. (And in case you are wondering about the fashion-forward scarf my husband was wearing, that was my sweater that got repurposed into one because he forgot to bring a jacket. 🙄) On hindsight, we should have continued on MST and instead turned on Beaver Point Trail, which would have brought us to Azalea Loop, but it was cold and we didn’t want to stop to study the map… 😆

เราเดินตามหมุดปักบอกทางสีขาวของเส้น MST มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกลงใต้ไปประมาณไมล์นึงก่อนจะเลี้ยวกลับ และแยกไปยังเส้น Blue Jay Point ซึ่งช่วงนี้หมุดปักบอกทางเปลี่ยนเป็นสีฟ้า (ถ้าสงสัยว่าทำไมคุณสามีถึงใส่ผ้าพันคอหน้าตาแปลกๆ ขอเฉลยว่ามันคือเสื้อเสวตเตอร์ของเรานั่นเอง ซึ่งถูกโขมยเอาไปทำเป็นผ้าพันคอ เพราะว่าแกหนาว แต่ลืมติดเอาเสื้อแจ๊กเกตของตัวเองมา 🙄) จริงๆแล้วพอกลับบ้านมาดูแผนที่ถึงได้รู้ว่าเราไม่ต้องเลี้ยวกลับก็ได้ ถ้าเดินต่อไปตามเส้น MST อีกนิดเดียวก็จะไปเจอกับเส้น Azalea Loop ที่เราตั้งใจจะไป แต่ประมาณว่ราตอนนั้นอารมณ์กำลังหนาวเลยไม่มีเวลาหยุดดูแผนที่กลางทาง 😆

So, instead we came all the way back to the car, moved it to the other lot by the Blue Jay Center, then resumed our hike on Sparkleberry Loop Trail. 😅 But, if we had taken the proper route, we would have missed this cool trail art in the other parking lot! 😜

อย่างที่ว่า เรามาทางอ้อมเดินกลับมาถึงรถ ย้ายไปจอดอีกลานด้าน Blue Jay Center แล้วจึงกลับไปเดินต่อที่เส้น Sparkleberry Loop 😅 แต่คิดในมุมบวกว่าถ้าเราไปถูกทางแต่แรกก็จะไม่ได้เห็นผลงานศิลปะภาพวาดเส้นทางเดินป่าที่นี่ซึ่งอยู่ตรงลานนี้ในรูป 😜

We were back to bright yellow blazes again on this short stretch. From there, we cut across, past the Blue Jay Center and the garden.

ช่วงนี้หมุดปักบอกทางกลับมาเป็นสีเหลืองอีกครั้ง พอเดินครบรอบเราก็ตัดผ่าน Blue Jay Center และสวนผัก

At this time of the year, there were mostly just a few herbs and some gourds that were still striving in the cool air!

ซึ่งถึงหน้านี้มีเหลือให้เห็นแต่สมุนไพรเล็กน้อย กับฟักไม่กี่ลูกเท่านั้น

We continued on to Azalea Loop Trail, which briefly intersects with Beaver Point Trail before rounding back to the main road. This half-mile stretch had yellow blazes (and blue where it merged with the other route) and was equipped with numbered posts for an interpretive experience. We saw several bird houses along the way, presumably for the blue jays that were the park’s namesake, even though there was none to be seen… 🙄

จากนั้นเราต่อไปยังเส้น Azalea Loop ซึ่งเชื่อมขนานไปกับเส้น Beaver Point อยู่ระยะหนึ่งก่อนจะวนกลับมาครบรอบที่ถนนสายหลัก วงแหวนขนาดครึ่งไมล์เส้นนี้มีหมุดปักบอกทางสีเหลือง (ปนฟ้าตรงช่วงที่เป็นทางขนาน) และยังมีหมายเลขตามทางที่สามารถเอาไปเทียบดูชื่อพันธุ์ไม้ต่างๆในโบรชัวร์ที่ทางพาร์คมีจัดเตรียมไว้ให้ได้ ตามทางมีเห็นบ้านนกขนาดน้อยใหญ่ห้อยไว้ตามต้นไม้ คาดว่าน่าจะมีไว้สำหรับนกพันธุ์ blue jay ที่เค้าเอาชื่อมาตั้งเป็นชื่อพาร์คนี้ แต่เดินอยู่เป็นชั่วโมงไม่เห็นมีนกให้เห็นซักตัว 🙄

All in all, we clocked in at 3.09 miles, which took us almost an hour and a half from start to finish. And just like that, we ended up with another great hike under our belt! 😇

วันนั้นเดินกันไป 3.09 ไมล์ หรือประมาณเกือบๆ 5 กิโลได้ ใช้เวลาทั้งสิ้นชั่วโมงครึ่งพอดี สรุปว่าได้เช็คจุดหมายใหม่ไปอีกแห่งวันนั้นด้วยความภาคภูมิใจ 😇

Saturday Hike: Close Call on ATT!

After all the cool air and the early signs of fall foliage, we got summer weather back here again in NC! 😆 We did a quick hike this past weekend at the American Tobacco Trail section in Cary, starting at the New Hope Church Road Trailhead.

หลังจากที่อากาศเริ่มจะเย็นลงหน่อย พอเป็นสัญญาณว่าฤดูใบไม้ร่วงเริ่มมาเยือน สัปดาห์ที่ผ่านมาดูเหมือนว่าเราจะได้ย้อนเวลากลับไปสู่ฤดูร้อนกันอีกรอบ 😆 เราไปเดินป่ากันที่ American Tobacco Trail ช่วงในเมือง Cary ซึ่งเริ่มที่ต้นทางบนถนน New Hope Church Road

This is a very nicely maintained park, with plenty of parking, and a clean bathroom! 😇

ที่นี่มีลานจอดรถกว้างขวาง แถมมีห้องน้ำสะอาดๆคอยให้บริการ 😇

We didn’t expect too much fanfare. Even though we had not hiked this particular section before, we are very familiar with ATT, having done a few other sections in the past. Minutes into the hike, I heard a weird but very loud rumbling right behind me. Before my brain could actually process what was happening, I looked over my right shoulder and saw what appeared to be a rear end of a very large deer disappearing into the woods. I turned to look at my husband and he had an equally incredulous look on his face. 😱 That’s when I realized we almost got ran over by a deer! 😓 Joel saw more than I did. He said the deer came charging down from one side of the trail in high speed, crossing right behind us with just a few feet to spare! The whole things happened within seconds, and I had absolutely no time to panic, which I supposed was a good thing! 😅

ก่อนไปก็กะไว้ว่าจะไปเดินกันชิวๆ เพราะช่วงนี้ถึงจะไม่เคยมาแต่เราก็คุ้นเคยกับช่วงอื่นๆของเส้นทางเดินป่าเส้นนี้กันพอสมควร เดินไปไม่ทันไรได้ยินเสียงประหลาด ตอนแรกยังไม่แน่ใจว่าเสียงอะไร รู้แต่ว่าดังมากและอยู่ใกล้ตัวมาก หันขวับไปมองเห็นตูดกวางอยู่หลัดๆวิ่งหายเข้าไปในป่า หันไปอีกทางเห็นคุณสามีทำหน้าเหวออยู่ข้างๆ 😱 ถึงได้เข้าใจว่าเราเกือบถูกกวางชน 😓 คุณสามีบอกว่ามันวิ่งเตลิดมาจากอีกฝั่ง ข้ามทางประมาณว่าเฉียดเราไปนิดเดียวเท่านั้น แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก โชคดีว่ายังไม่ทันมีเวลาได้ตกใจก็ไปซะแล้ว 😅

The rest of the hike was a breeze, after the initial shock of deer encounter wore off. 😆 This trail is just one straight shot, no need for any blazes as there is zero chance of confusion. There are, however, sign posts at regular interval to let you know what mileage you are on the trail.

หลังจากนั้นพอหายขวัญหนีก็กลับไปเดินเฉิบอย่างสบายใจตามที่ตั้งใจไว้ 😆 ทางเส้นนี้เป็นเส้นตรงๆ ไม่มีเลี้ยวแต่อย่างใด ดังนั้นจึงไม่มีหมุดปักบอกทางเหมือนที่อื่นๆ เพราะไม่มีความจำเป็นแม้แต่น้อย แต่เค้าก็มีป้ายคอยบอกตามทางว่าเราเดินมาถึงไมล์ที่เท่าไหร่แล้ว

We had another wildlife encounter down the road, but it was pretty tame compared to the other one! 😂

เดินมาเจอสัตว์ป่าอีกตัว แต่คราวนี้ไม่น่ากลัวเมื่ออันแรก 😂

We did an about-face and headed back when we reached Morrisville Parkway. All in all, we clocked in at 3.4 miles, which took us a little over an hour from start to finish.

เดินไปจนถึงถนน Morrisville Parkway ก็กลับหลังหันเดินกลับ สรุปว่าวันนั้นเดินกันไป 3.4 ไมล์ หรือประมาณ 5 กิโลครึ่ง ใช้เวลาประมาณชั่วโมงนิดๆจากต้นจนจบ

After the hike, we went to check out a new-to-us hangout spot in the area at Boxyard RTP. It’s basically a food court built from shipping containers, with live music. We got a couple of drinks and some food, but didn’t stay that long. It was a cool spot, but not really our typical kind of scenes. The music was way too loud! 😐 There were many families with small kids, and I doubted they were enjoying the music selection they had there. For the most part, we were glad we checked it out, but will likely never go back! 😛

จากนั้นเราไปแวะเติมน้ำมันกันที่ Boxyard RTP ซึ่งเพิ่งเปิดมาได้ประมาณปีกว่าๆ แต่เพิ่งจะเคยมากันเป็นครั้งแรก ที่นี่เป็นตลาดนัดขายอาหารที่สร้างขึ้นมาจากตู้คอนเทนเนอร์ มีวงดนตรีมาเล่นให้ชมกันสดๆอยู่กลางลาน ร้านมีอยู่ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่อาหารก็โอเค ใช้ได้ คนเยอะก็จริงแต่ไม่ถึงกับแออัด ส่วนใหญ่เป็นครอบครัวมากับเด็กเล็กๆ แต่ดนตรีเค้าออกจะดังหนวกหูไปนิด 😐 เราอยู่ไม่นานก็กลับกัน สรุปว่าก็โอเค แต่คงไม่มาอีก 😛

Sunday Hike: Fall Arrives at Durant Nature Preserve

Another great hike this weekend, this time at Durant Nature Preserve, a new-to-us location in North Raleigh, about a 30-minute drive from where we are. We started off from the south entrance at Campbell Lodge.

อาทิตย์นี้เราไปเดินป่ากันที่ Durant Nature Preserve ที่ทางตอนเหนือของเมือง Raleigh ที่นี่เพิ่งจะเคยมากันครั้งนี้เป็นครั้งแรก ทั้งๆที่อยู่ไม่ไกลจากบ้าน ขับรถไปแค่ประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น เราไปจอดรถกันไว้ที่ประตูทางเข้าด้านใต้ใกล้ๆกับ Campbell Lodge

From the parking lot, there is a short path leading to the start of Lakeside Trail. We took this counterclockwise, past the playground and picnic shelter, the boathouse, the fishing pier, and the campsite, for about half way through. This part has beautiful views of the lake most of the way, plus it is bicycle-free! Then, we turned onto Nature Trail.

จากที่จอดรถเดินไปนิดเดียวก็จะถึงจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินป่า Lakeside Trail เราเดินวนทวนเข็มนาฬิกา ผ่านสนามเด็กเล่น ที่จัดปิคนิค โรงเก็บเรือ ท่าเรือตกปลา และบริเวณตั้งแคมป์ ช่วงนี้มีวิวทะเลสาบสวยๆให้ชมเกือบตลอดทาง แถมห้ามจักรยานเข้ามาวิ่ง เลยไม่ต้องคอยระวังกัน เดินไปซักประมาณครึ่งทางจะมีแยกให้เลี้ยวเข้าไปที่เส้น Nature Trail

The short trail cut through the woods with beautiful fall colors. Then, it ran into White House Road, where we made a left turn, and continued on to Border Trail. Plenty of stuff to see in this section where red blazes guide your way, including Whale Rocks, Wildflower Woodland (of course, the wildflowers were long gone at this time of the year 😆), Vernal Pool (which was bone dry 🤣), and this cool little part where you got to hop across a small stream.

เส้น Nature Trail นี้พาเราตัดเข้าป่าไปดูวิวใบไม้ที่กำลังเริ่มผลัดสี จากนั้นเราเลี้ยวซ้ายต่อไปยังถนน White House ซึ่งมีหมุดปักบอกทางสีขาว และนำเราไปเชื่อมกับเส้น Border Trail ซึ่งเป็นอีกทางสายหลักของที่นี่ ช่วงนี้หมุดปักบอกทางเปลี่ยนเป็นสีแดง และตามทางมีจุดให้ชมวิวหลายแห่ง รวมทั้ง Whale Rocks (ก้อนหินปลาวาฬ) Wildflower Woodland (คือทุ่งดอกไม้ป่า แต่เสียดายหน้านี้ไม่มีดอกไม้ป่าเหลือให้ดูแล้ว 😆) และบ่อน้ำที่ชื่อ Vernal Pool (ชื่อตามป้ายที่ปักไว้ แต่ที่เห็นคือบ่อแห้ง ไม่มีน้ำ 🤣) ช่วงสุดท้ายตัดข้ามลำห้วยเล็กๆให้ได้ผจญภัยกันนิดๆ

We then switched over to another shortcut at Beaver Pond Trail, with black blaze, which took us back onto the southern part of Lakeside Trail to finish our loop.

จากเส้น Border Trail เราเลี้ยวซ้ายเข้าเส้น Beaver Pond Trail ช่วงนี้จะมีหมุดปักบอกทางเป็นสีดำ จากนั้นจึงตัดกลับมาที่ Lakeside Trail แล้ววนกลับมาจนครบรอบพอดี

We clocked in at 2.89 miles, which took us a little over an hour. It was a very pleasant hike, with diverse terrains, best enjoyed on a cool and sunny day. 🥰

วันนั้นเดินกันไป 2.89 หรือประมาณสี่กิโลครึ่งกว่าๆ ใช้เวลาชั่วโมงกับสิบสองนาที อากาศกำลังเย็นสบายไม่ร้อนไม่หนาว แดดดี ฟ้าใส ถ่ายรูปกำลังสวยพอดี 🥰

2022 NC Pickle Festival

Excursion Date: April 2022

วันสัญจร: เมษายน 2565

We first heard about the Pickle Festival shortly after we moved back here to NC in 2013, and have been wanting to go check it out for years. But something always came up… 🙄 One year we were determined to make it there, but woke up to a torrential rain that was forecasted to last the entire day! 😆 Needless to say, we never made it there… This year, we finally made it happen! 🥳

ตอนย้ายกลับมาที่รัฐนี้ใหม่ๆตั้งแต่เมื่อปี 2013 ประมาณช่วงต้นปีจะเห็นเค้าโฆษณางานเทศกาลแตงกวาดอง เห็นทีไรก็ว่าเออปีนี้จะลองไปกัน แต่ทำไปทำมาก็ไม่เคยได้ไปซักปี 🙄 มีปีนึงเตรียมจะไปกัน พอตื่นมาปรากฎว่าเจอฝนตกกระหน่ำ 😆 สุดท้ายตกลงก็ไม่ได้ไปอีก มาปีนี้เองถึงได้ฤกษ์งามยามดีดั้นด้นกันไปถึงจนได้ 🥳

We met up with Brad & his family there on a bright April Saturday morning in Mount Olive, NC. The first thing we noticed, walking into the festival, was these rows of brightly colored old cars, all in perfect condition! I would learn later, after a few festival trips under our belt, that these festivals are actually common showcases for vintage cars (& motorcycles). 😉

เราตื่นตั้งแต่เช้าตรู่วันเสาร์ปลายเดือนเมษา ขับรถจากบ้านไปเจอกับคุณแบรดและครอบครัวที่เมือง Mount Olive ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของโรงงานผลิตแตงกวาดองยี่ห้อดังของรัฐนี้ เดินเข้าไปในงานปุ๊บ อย่างแรกที่เห็นก่อนเลยก็คือรถ (ทั้งรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์) รุ่นเก๋าหลากสีหลายยี่ห้อ จอดกันเรียงรายเป็นแถวดูละลานตา เพราะงานนี้เป็นเทศกาลแรกที่มาก็เลยตื่นเต้น ถ่ายรูปมาเยอะแยะ แต่หลังจากนี้พอไปหลายๆเทศกาลเข้าเริ่มจะจับเค้าได้ว่าคนแถวนี้เค้านิยมเอารถเก่ามาอวดตามงานกันแบบนี้นี่เอง 😉

One thing you obviously cannot miss at a pickle festival – free pickle tasting! 😆

มางานเทศกาลแตงกวาดองทั้งทีก็ต้องมีแตงกวาดองฟรีให้ชิม 😆

They also have a pickling demonstration for kids. 😇

แถมมีการสาธิตวิธีดองแตงกวาให้เด็กๆลองกัน 😇

And, a pickle eating contest, of course! 🙄

การแข่งขันหาแชมป์นักกินแตงกวาดอง 🙄

A pickle train ride for little kids!

รถไฟขบวนแตงกวาสำหรับเด็กน้อย

Festival food & refreshment offerings…

อาหารและเครื่องดื่มหลากหลายชนิด

Typical vendors…

รวมทั้งของซื้อของขาย

Reptiles & farm animals…

โชว์สัตว์เลื้อยคลานและปศุสัตว์

Vintage farm equipment…

นิทรรศการเครื่องมือเกษตรกรรม

Live butterfly show! 😲

บูธนี้ให้เข้าไปชมผีเสื้อตัวเป็นๆ 😲

This is an interesting one – Fruit Ninja, demonstration of fruit carving skills!

อันนี้น่าสนใจกว่าอันอื่น เป็นลุงมาโชว์สาธิตการแกะสลักผลไม้ (แต่ฝีมือดูแล้วยังสู้ปรมาจารย์แถวบ้านเราไม่ได้ 😛)

Claudia spending quality time with her new-found puppy buddy, so adorable! 🥰

น้องคลาวเดียลูกสาวคุณแบรดเจอเพื่อนสี่ขาเล่นกันถูกคอ 🥰

Had to get pictures of the insta-famous Mt. Olive mural. 😊

ไปถึงเมือง Mt. Olive ต้องไม่พลาดไปถ่ายรูปกับจิตรกรรมฝาผนังสัญลักษณ์ของเค้า 😊

If only these were real gas prices! 🙄

ถ้าราคาน้ำมันยังเท่านี้อยู่หลายคนคงดีใจ 🙄

A pretty old house in Mt. Olive.

บ้านสวยสีชมพูกลางเมือง Mt. Olive

You can take a 15-minute helicopter ride to get a birds eye view of the entire festival. 😆

ถ้าอยากชมวิวงานเทศกาลจากบนท้องฟ้า ที่นี่เค้ามีเฮลิคอปเตอร์ไว้คอยให้บริการ 😆

All in all, we had a great time, and were able to check off a bucket list item from our NC to-do list! 🥳

สรุปว่าสนุกสนานกันไปวันนั้น แถมยังได้เช็คกิจกรรมจากรายการสิ่งๆต่างที่อยากทำในรัฐนี้เสร็จไปอีกหนึ่ง 🥳

2022 NC State Fair Lunch Race

Excursion Date: October 2022

วันสัญจร: ตุลาคม 2565

We went back again this year to take advantage of the NC State Fair Lunch Pass program. This time, we made sure to be super prepared, determined that we would beat the system yet again, even though we barely did the last time. 😛 Before leaving the house, we printed out a map of all the recommended food stops for this year’s best offerings, studied the list and agreed on the top picks for the day.

เดือนตุลาปีนี้เรากลับไปเยือนงาน State Fair ประจำปี ของรัฐ North Carolina กันอีกครั้ง คราวนี้เตรียมพร้อมกันไปอย่างเต็มที่เพื่อกลับไปร่วมท้าชิงโปรแกรมบัตรผ่านประตูมื้อกลางวันที่เคยลองไปเมื่อสามปีก่อนกันอีกครั้ง 😛 ก่อนออกจากบ้านเราปรินท์แผนที่ของสถานที่จัดงานออกมา พร้อมทั้งศึกษาเมนูต่างๆที่ตั้งใจจะไปลองกัน แถมเตรียมเส้นทางการเดินไว้อย่างเสร็จสรรพ

We left super early, because we planned to grab street parking so that we could avoid paying the $20 fee. And we happened to be extremely lucky to nab a free spot that was as close as we could be from the entrance at Gate 1. The Lunch Pass admission starts at 11:30 am and we got there with 20 minutes to spare. When we got in line, there was only a couple of people ahead of us. As luck would have it, the staff lady decided she’d be nice to us and let us in a whopping 10 minutes early! 🥳

เราออกจากบ้านกันแบบเผื่อเวลาไว้อย่างเต็มที่ ตั้งใจไปวนหาที่จอดรถฟรีข้างถนนเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียค่าที่จอด 20 เหรียญใกล้ๆงาน ไปถึงโชคดีได้ที่จอดฟรีใกล้มาก เดินไปไม่กี่นาทีก็ถึงประตูทางเข้าเบอร์หนึ่งที่เค้าจัดไว้สำหรับโปรแกรมบัตรผ่านมื้อกลางวันโดยเฉพาะ ไปเข้าแถวยืนรอต่อคิวตั้งแต่ 11 โมง 10 นาที นึกว่าจะต้องรออีก 20 ถึงเวลาเปิด แต่ปรากฎว่าโชคดีซ้ำสอง คุณป้าที่ขายตั๋วเกิดใจดียอมให้เข้าก่อนเวลาตั้ง 10 นาทีเต็มๆ 🥳

With $20 out and lunch passes in hand, we started off on our mission with full confidence! 😎

จ่ายตังค์ไปยี่สิบเหรียญได้บัตรผ่านประตูแล้วก็ได้เวลาเริ่มดำเนินการ 😎

First stop, right beyond the gate, we headed over to Oak City Fish & Chips for their Salmon Pop, which happens to be the winner of this year’s Media’s Choice Best New Food. We got there right before a big crowd so the wait wasn’t too long. To be honest, I thought the salmon was a little under seasoned, and a bit overcooked. 🙄

จุดหมายแรกคือร้าน Oak City Fish & Chips เพื่อไปลองเมนูปลาแซลมอนทอดเสียบไม้ซึ่งได้เกียรติคุณเป็นแชมป์สื่อมวลชนฐานะเมนูใหม่ยอดเยี่ยมประจำปีนี้ ไปถึงคนยังไม่เยอะมาก เลยไม่ต้องรอนาน แต่ชิมแล้วอดผิดหวังไม่ได้ 🙄 ปลาเค้าจืดๆไม่ค่อยมีรสชาติ แถมยังทอดซะสุกเกิน 😐 ไม่เห็นจะอร่อยตามคำร่ำลือ

Next stop was the Dill Pickle Pizza from Rudy’s. We didn’t have high hopes for this one, but it actually turned out to be one of the best dishes we had that day! 🥰

เมนูต่อไปคือพิซซ่าหน้าแตงกวาดองจากร้าน Rudy’s อันนี้จริงๆแล้วตอนดูรูปก็ไม่ได้ประทับใจแค่อยากไปลองดูเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ชิมแล้วปรากฎว่าอร่อยเกินความคาดหมาย 🥰

Made an unscheduled stop at Pappy’s for their old fashioned root beer soda pop, served in a tin cup (that we fully intended to bring back for later use at home, but unfortunately it didn’t make its way back with us somehow 😆).

คุณสามีเกิดกระหายน้ำเลยต้องแวะซื้อรูทเบียร์จากร้าน Pappy’s ที่เสิร์ฟมาในถ้วยสังกะสีอย่างหรู (ซึ่งกะจะเอากลับมาใช้ที่บ้านแต่ปรากฎว่าแกไปลืมตั้งไว้ในงานที่ไหนไม่ทราบ 😆)

Then, on to my most anticipated dish of the day – the DoriEsquites, from Douglas Farms. This is mexican street corn, served with crushed Doritos in a Doritos bag! All I have to say is, it certainly did not disappoint. 😉

จากนั้นเราไปชิมเมนู DoriEsquites จากร้าน Douglas Farms ซึ่งเป็นข้าวโพดคลุกเนยสไตล์เม็กซิกันที่เค้าโรยหน้าด้วยข้าวโพดอบกรอบยี่ห้อ Doritos แถมยังเสิร์ฟมาในถุง Doritos ให้เห็นกันชัดๆ อันนี้เป็นอันที่อยากลองที่สุดในรายการก่อนมา ลองแล้วก็ต้องบอกว่าไม่ผิดหวังจริงๆ 😉

This one, we were originally going to skip, but then overheard a guy at the ticket line raving about how good the rattlesnake sausage was. So, we decided we had to check it out after all. 😆 But, when we got there, we found out they only had it in the form of a corn dog, which happens to be one of my least favorite food items… 🙄 So, I didn’t want to get it. BUT, then we spotted the fried bologna sandwich on their menu, and figured we’d give that a try instead, which turned out to be a great choice! 😛

ร้านต่อมาอันนี้คือจริงๆแล้วไม่ได้ตั้งใจจะไปกัน แต่ตอนไปเข้าแถวซื้อตั๋วแอบไปได้ยินพี่ผู้ชายข้างหลังคุยให้เพื่อนฟังว่าไส้กรอกงูหางกระดิ่งที่ร้านนี้อร่อยมาก เลยเปลี่ยนใจอยากจะไปลองขึ้นมา 😆 แต่ปรากฎว่าไปถึงเค้าไม่มีไส้กรอกเปล่าๆ มีแต่แบบชุบแป้งทอด ซึ่งเป็นหนึ่งในจำนวนท๊อปเทนอาหารสุดเกลียด 🙄 ก็เลยไม่เอาดีกว่า แต่เผอิญไปเห็นว่าเค้ามีแซนด์วิชโบโลญญาทอด ซึ่งแอบอยากลองมาได้ระยะหนึ่งพอดี เลยได้สั่งมาชิมกันดู อร่อยใช้ได้ไม่เลวทีเดียว 😛

We spent almost half an hour, walking in circles trying to find my next stop – Hickory Tree Turkey BBQ. 😵‍💫 We finally found it after spending a lot of effort. The original plan was to try their Thanksgiving Stuffed Turkey Leg, but when we found out it was $30 a pop 😓, we backed out and got a regular Hickory Smoked Giant Turkey Leg (at $17 price tag) instead 🙄. And since we were running super low on time, we got it to go, to share with our fur babies at home. 😻

เมนูต่อมาเดินวนไปมาตามหากันอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงด้วยความยากลำบากกว่าจะเจอ 😵‍💫 ร้าน Hickory Tree Turkey BBQ เค้าโฆษณาไว้ว่ามีขาไก่งวงยัดไส้สไตล์ Thanksgiving เตรียมนำเสนอ แต่พอไปถึงเห็นราคาสามสิบเหรียญเลยจอด 😓 ต้องเปลี่ยนไปสั่งเป็นขาไก่งวงยักษ์รมควันธรรมดาแทน (ซึ่งราคาย่อมเยาว์กว่ามากอยู่ที่ 17 เหรียญเท่านั้น 🙄) ถึงตอนนั้นใกล้หมดเวลา เลยต้องสั่งห่อกลับมากินกับน้องแมวที่บ้านแทน 😻

Managed to stop by for a banana pudding and My Mom’s Magic Punch at OMG! Banana Pudding along the way. (This punch is very sweet and makes a great mixer!)

ระหว่างทางยังอุตส่าห์ได้แวะร้าน OMG! Banana Pudding ซื้อ banana pudding กับน้ำผลไม้รวมของเค้า (ซึ่งอร่อยจริงแต่หวานมากกกก แต่เอามาผสมน้ำโซดากินกำลังพอดี)

And, last but not least, a yummie Mini-Blueberry Pie for dessert, from Original Minneapple Pie – which was the perfect ending for our lunch escapade today! 🥰

เมนูสุดท้ายตบรอบด้วยของหวานเป็นบลูเบอร์รี่พายขนาดจิ๋วจากร้าน Original Minneapple Pie ซึ่งเสิร์ฟมากับไอศครีมวานิลลาหนึ่งก้อน รสชาติกลมกล่อมกำลังพอดีไม่หวานจนเลี่ยน 🥰

We returned to the ticket booth to get our money back, with almost 20 minutes to spare! 😎

กลับไปช่องขายตั๋วก่อนหมดเวลาถึงยี่สิบนาทีด้วยกัน ได้ตังค์ยี่สิบเหรียญคืนมาใส่กระเป๋าด้วยความภาคภูมิใจ 😎

And we ended up with 2 very happy 😻 little kitties when we came home with with our little giant souvenir from the fair! 😂

กลับมาถึงบ้านน้องแมวได้ของฝากดีใจกันใหญ่ 😻 ส่วนคนก็กินกันไปได้อีกหลายมื้อเช่นกัน 😂

Sunday Hike: Hemlock Bluffs after the Storm

Just a short and quick post today on the hike we did yesterday at Hemlock Bluffs Nature Preserve. This is one of our most frequented destinations in the area because it is very close by. The trails are perfect for wet days because they are nicely laid out with plenty of mulch. That was exactly why we chose it, since we had just been hit by the storm formerly known as Hurricane Ian the other day. 😬

วันนี้มาโพสต์สั้นๆถึงทริปเดินป่าที่ไปกันมาเมื่อวานที่ Hemlock Bluffs Nature Preserve ที่นี่มากันบ่อยมากเพราะอยู่ใกล้บ้าน ยิ่งเวลาฝนตกใหม่ๆยิ่งเหมาะมากเพราะทางเค้าโรยด้วยเปลือกไม้ ทำให้ไม่รู้สึกเฉอะแฉะจากโคลนตมเหมือนที่อื่นๆ ประจวบกับที่พายุเอียนเพิ่งจะมาเยือนแถวนี้ไปเมื่อวันก่อน 😬 เลยเลือกมากันแบบไม่ต้องคิดเลย

We did a quick double loop, first counterclockwise on the west side, then counterclockwise again on the east side. No extra loops this time, since another round of rain was looming. As anticipated, it was not muddy at all. But we did see a lot of blown leaves on the ground.

เราเดินวนตามวงแหวนสองรอบ เริ่มด้วยการเดินทวนเข็มนาฬิกาที่ฝั่งตะวันตกกันก่อน จากนั้นถึงต่อไปยังทางฝั่งตะวันออก ทวนเข็มนาฬิกาเช่นกัน คราวนี้ไม่เดินซ้ำอีกรอบเหมือนคราวก่อนๆเพราะฟ้าอึมครึมเหมือนฝนกำลังจะมา ปรกติทางเดินที่นี่จะจัดเก็บไว้อย่างสะอาดเรียบร้อยมาก แต่เที่ยวนี้เพราะมาหลังพายุ เลยเจอเศษซากกิ่งไม้ใบไม้กระจัดกระจายเต็มไปหมด

Plus one downed giant tree, which looked very fresh. This is most definitely from Ian’s wrath! 😓

แถมมาเจอต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ที่ดูเหมือนเพิ่งจะล้มใหม่ๆสดๆ คาดว่าต้องเป็นผลพวงมาจากพายุเอียนแน่นอน 😓

All in all, we clocked in at just a little over 2 miles. It took us almost an hour, mostly because of the steep climb up the dozens of steps on the east side. 😓

เมื่อวานนี้เดินกันไปสองไมล์พอดี ใช้เวลาเกือบชั่วโมงเพราะทางเดินฝั่งตะวันออกมีบันไดให้ปีนอยู่หลายสิบขั้น 😓

Then, we came home and did the Hot Ones Challenge for Joel’s birthday. 😆 This is from a Youtube show where host Sean Evans invites celebrities over for a chat. The guest has to eat 10 pieces of chicken wings, each dipped in a different kind of hot sauce that gets hotter and hotter as the show goes on. Season 19 of the show had just started and they released a box of sauces that would be used for the season, which we ordered for the occasion.

จากนั้น เรากลับบ้านมาเลียนแบบโชว์ยูทูปชื่อ Hot Ones Challenge เป็นการฉลองวันเกิดให้กับคุณสามี 😆 เพราะเป็นรายการโปรดของแก ปรกติในรายการคุณพิธีกรชื่อ Sean Evans เค้าจะเชิญคนดังมานั่งคุย พร้อมกับมีการท้าทายให้กินปีกไก่ทอดสิบชิ้น โดยที่แต่ละชิ้นเอาไปคลุกเคล้ากับซอสพริกที่คัดสรรมาสิบขวด เริ่มจากเผ็ดน้อย ไปจนเผ็ดมาก ถึงเผ็ดฉิบหาย 🤣 นี่เค้าเพิ่งเริ่มซีซั่นใหม่พอดี แล้วก็มีให้สั่งซอสมาลองชิมที่บ้านได้ โดยซอสชุดนี้เป็นชุดเดียวกับที่ใช้ในรายการที่กำลังออกอากาศอยู่ในขณะนี้

This is our take on it! 😉

เตรียมพร้อมเรียบร้อยก่อนเริ่มรายการ 😉

And this is the aftermath! 😂 So, Joel valiantly completed the challenge by going all the way to the very last one. I, on the other hand, gave up after Number Seven since my mouth was on fire 😵 and it felt like my taste buds might not ever work again! 😓 All in all, it was fun, and I was glad we did it, but honestly, I wish the sauces were a little tastier… 😐 To me, most of the milder ones were either too vinegary or too strongly spriced. And the hotter ones just tasted plain toxic! 🤪

และนี่คือสภาพผู้เข้าแข่งขันหลังจบรายการ 😂 สรุปว่าคุณสามีเก่งกล้ามาก สามารถกินหมดจนครบทั้งสิบรส ส่วนตัวข้าพเจ้าถึงขวดที่เจ็ดก็จอดแล้วค่ะ 😵 ประมาณว่าปากแสบร้อนจนควันออกทั้งหัวทั้งหูอยู่นานมาก กินทั้งน้ำทั้งนมทั้งโยเกิร์ตก็ยังไม่ช่วย 😓 แต่คือก็สนุกดีอยู่ แต่สนุกแบบแสบๆหน่อย แต่ขอบ่นว่าซอสเค้าคือไม่มีอร่อยซักอันเลยอ่ะ 😐 ไอ้อันที่เผ็ดน้อยก็ออกเปรี้ยวนำ หรือไม่ก็มีกลิ่นเครื่องเทศแรงมาก ส่วนอันที่เผ็ดมากก็รสชาติเหมือนกินสารเคมี 🤪

Saturday Hike: Lake Crabtree, Done Properly!

We made good on our promise and went back to Lake Crabtree again this weekend to finish the entire loop. 😇

วันเสาร์นี้เรากลับไปเยือน Lake Crabtree กันอีกครั้งตามที่สัญญาไว้เพื่อไปเดินให้ครบรอบสมความตั้งใจ 😇

The sky looked a bit ominous when we got there, and it actually started drizzling right when we pulled into the lot. But we decided to go ahead and start off despite the light sprinkle 😅, which fortunately didn’t last long. And the overcast weather provided a welcomed shade during the first part of the trail, which went through the beautiful yellow wildflower field.

ไปถึงที่จอดรถปรากฎว่าฟ้าอึมครึมมาก ยังไม่ทันลงจากรถฝนก็ลงเม็ดซะแล้ว 😅 แต่ดูทีท่าแล้วเหมือนจะแค่เปาะแปะไม่น่าจะตกแรงเลยตัดสินใจออกเดินทาง โชคดีพอเริ่มเดินฝนก็หยุดพอดี แถมฟ้าครึ้มๆยังช่วยบังแดดให้ตอนช่วงแรกๆที่เป็นทุ่งดอกไม้โล่งๆ

This time we headed counterclockwise from the main parking lot. It was a good thing we did, because the pretty yellow flowers that were in their prime just the week before appeared to be mostly on their last legs! 😅

คราวนี้เราเดินทวนเข็มนาฬิกาวนไปอีกทางจากลานจอดรถ ไปเห็นดอกไม้สีเหลืองสดใสจากคราวก่อนใกล้ๆแล้วก็ดีใจที่รีบมา เพราะดูจากสภาพแล้วคงบานอยู่ให้เห็นอีกไม่นาน 😅

But we still managed to find a few pretty spots. 🥰

แต่ก็ยังอุตส่าห์หามุมสวยๆถ่ายรูปได้อยู่บ้าง 🥰

The clearing soon gave way to a bit of wooded area, clearly marked with similar blue blazes as seen on the other side.

เดินผ่านทุ่งดอกไม้ไปจนสุดก็จะเปลี่ยนบรรยากาศไปเป็นป่าดงพงไพร ซึ่งมีหมุดปักบอกทางสีฟ้าเช่นเดียวกับอีกฝั่ง

Then the trail dumped us out right next to Aviation Parkway, right along one side of the lake.

จากนั้นทางจึงตัดคู่ไปกับถนน Aviation Parkway ซึ่งอยู่ทางฝั่งขวา ส่วนทางซ้ายเป็นทะเลสาบ

Before dipping right back into the woods again. Some of the blazes in this part are chipped blue paint instead of the metal plaques we had been seeing so far. 

แล้วจึงเลี้ยววกกลับเข้าป่ากันอีกครั้ง หมุดปักบอกทางช่วงนี้บางอันเป็นสีพ่นถลอกๆ ไม่ใช่หมุดเหล็กเหมือนช่วงก่อนๆ

Only one mile in and it already felt like we might be half way along…as it looked like we were directly across from the boat dock, which was near where we started off. But we discovered soon after that the lake actually curves to the right, making it quite longer than what it appeared to be. 😅

เดินมาได้แค่ไมล์กว่าๆก็ดูเหมือนกับว่าจะมาได้ครึ่งทางแล้ว เพราะมองข้ามทะเลสาบไปเห็นท่าเรือที่อยู่ใกล้กับที่จอดรถอยู่ฝั่งตรงข้ามพอดี แต่พอเดินเลยไปอีกหน่อยถึงได้เห็นว่าทะเลสาบมีการเลี้ยวไปทางขวาอีกตั้งไกล 😅

One of the upsides of this part of the trail is that bicycles are not allowed! 😆

ทางช่วงนี้มีดีตรงที่ว่าห้ามจักรยานเข้ามาวิ่ง 😆 เลยไม่ต้องคอยกระโดดหลบเหมือนคราวก่อน

And there was a variety of pretty wildflowers. 😍

ยังคงมีดอกไม้ป่าบานสะพรั่งให้ชมตามทาง 😍

The trail continued on to merge with another greenway. At this point, about a third of the way in, it started to get a bit confusing since we couldn’t really tell if we were actually still on the Lake Trail. Just as we were about to whip out the phone to check on the map, we spotted this tiny little sign to our left, assuring us that we were indeed still on the right path. 😊

ถึงตอนนี้ทางตัดไปรวมกับทางเดินหลักอีกเส้น ประมาณดูแล้วน่าจะมาได้เกือบครึ่งทาง ระหว่างที่กำลังสับสนไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่ามากันถูกทางรึเปล่า กำลังจะล้วงกระเป๋าเอาแผนที่มาเปิดดู เพราะช่วงนี้ไม่มีป้ายบอกมาซักพักใหญ่แล้ว ก็เผอิญตาดีไปเห็นป้ายเล็กๆทางซ้ายมืออันนี้เข้าพอดี เลยอุ่นใจว่ามาถูกทางแน่นอน 😊

Some early signs of fall already arriving in NC! 

ใบไม้เริ่มจะเปลี่ยนสีกันแล้ว เป็นสัญญาณว่าฤดูใบไม้ผลิกำลังจะมาเยือน

About two thirds of the way in, the trail hugged right back along the edge of the lake. This part was one of the prettiest parts of it all. I don’t think it was a coincidence that this was the busiest part on the entire stretch! 😆

เดินมาซักครึ่งค่อนทางถึงได้มีทะเลสาบโผล่กลับมาให้ดูอีกครั้ง ถ้าถามเรา เราว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่วิวสวยที่สุดตลอดทั้งทางที่เดินกันมา จึงไม่น่าแปลกใจที่คนดูจะพลุกพล่านกว่าช่วงอื่นๆ 😆

Soon enough, we spotted the dam where we stopped and turned back the last time.

เดินไปอีกแป๊บก็ไปเจอะเจ้าเขื่อนตรงที่เราเลี้ยวกลับเมื่อคราวก่อน

The rest of the way back was quite easy, since we already knew what we were doing.

จากจุดนี้เดินกลับไปที่ลานจอดรถได้อย่างสบายบรื๋อ เพราะเพิ่งจะเดินกันไปเมื่ออาทิตย์ก่อน

When I first saw this tree 🤔, I was thinking to myself, ‘What kind of magic trickery is this? How in the world is this tree hovering in the air like that!?’ 🤯 And then we rounded the corner, and I got my answer. 😆

ตอนเห็นต้นไม้ต้นนี้แวบแรกยังงง 🤔 อยู่ว่ามันตั้งอยู่ลอยๆอย่างงี้ได้ยังไงหว่า 🤯 พอเดินเลยมาหน่อยค่อยถึงบางอ้อว่าต้นมันมีการเลี้ยวมาอย่างนี้นี่เอง 😆

Spotted this cool shine right beside the MetLife buildings.

ตึก MetLife มีแสงลงเป็นออร่ามาก

It was not even 6 pm by the time we made it back, but the sky looked almost like the sun was already setting! 🙄 (It wasn’t – sunset here is usually around 7pm at this time of the year) I’m certainly not going to complain about the pretty lighting for my pictures. 😛

กลับมาถึงรถยังไม่ทัน 6 โมงเย็นดี แต่ดูเหมือนใกล้พระอาทิตย์จะตกแล้ว 🙄 (ช่วงนี้จริงๆแล้วพระอาทิตย์จะต้องตกประมาณทุ่มนึง) แต่ก็ดีเหมือนกันแสงถ่ายรูปออกมากำลังสวยเชียว 😛

We clocked in at 5.67 miles, which took us just over two hours. We were really proud of ourselves, considering how long it had been since we hiked this far, and how out of shape we both were. 😊

วันนั้นเดินกันไป 5.67 ไมล์ หรือประมาณ 9 กิโลหน่อยๆ ใช้เวลาสองชั่วโมงนิดๆ ซึ่งเป็นที่น่าภาคภูมิใจมาก เพราะไม่ได้เดินป่ากันไกลขนาดนี้มานานมากแล้ว 😊

Sunday Hike: Birthday Hike at Lake Crabtree

This past Sunday was my birthday. I wanted to go hiking but didn’t want anything too strenuous or too far away. It was my day after all, and the goal was to enjoy one of my most favorite activities with as little effort involved as possible. 😝 We finally settled on Lake Crabtree County Park, a location that was once familiar to us but it’s been a while since the last time we were there, as we now live on the opposite side of town.

หลังจากที่ห่างหายจากการเดินป่าไปซะนานเพราะซัมเมอร์นี้อากาศระอุรุนแรงกว่าทุกปีที่เคยมีมา แต่ด้วยความที่ว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันคล้ายวันเกิด ประกอบกับอุณหภูมิที่เริ่มจะเป็นใจขึ้นบ้าง เลยได้โอกาสออกไปฉลองกันด้วยกิจกรรมโปรด ถึงจะอยากออกกำลังกาย แต่อากาศก็ยังเรียกได้ว่าค่อนข้างร้อนอยู่มากพอสมควร เลยไม่อยากจะต้องใช้พลังงานมากเกินความจำเป็น สุดท้ายเลยตกลงใจไปกันที่ Lake Crabtree County Park ที่นี่เคยมากันบ่อยสมัยที่บ้านอยู่แถวนั้น แต่หลังจากที่ย้ายมาอยู่ฝั่งนี้แล้วก็ไม่เคยกลับไปอีกเลย เพิ่งจะได้กลับมาเยือนเป็นครั้งแรก

The lake looked so beautiful when we got there. I had never been here at this time of the year and had no idea there would be large fields of yellow flowers along the shore. I realized I couldn’t have picked a more perfect location! 😍

จอดรถลงไปถึงเห็นวิวแล้วก็ไม่ผิดหวัง ริมทะเลสาบมีทุ่งดอกไม้สีเหลืองกำลังเบ่งบานสดสวย ดีใจที่เลือกทำเลได้เหมาะเจาะถูกใจ 😍

We set out on the Lake Trail clockwise, knowing we didn’t have enough time to finish the entire loop, but we would still like to try and get out as far as we could before turning back.

เราเริ่มต้นออกเดินไปตามเส้นรอบทะเลสาบ ทั้งๆที่รู้ว่าเวลาไม่พอให้เดินครบรอบ แต่ก็ตั้งใจว่าจะเดินให้ไกลที่สุดเท่าที่ไปได้ แล้วค่อนเดินย้อนกลับเอา

The dirt trail was well maintained. There were brightly colored blazes along the way, and every turn was clearly marked. The only complaint we had was that this was a multi-use trail, which means that we had to yield to oncoming bikers from time to time.

ทางที่นี่เป็นทางลูกรัง แต่มีหมุดปักบอกทางตามระยะอย่างชัดเจน ทุกทางแยกมีป้ายครบ ไม่มีการหลงแน่นอน เสียอยู่อย่างเดียวที่เค้าอนุญาตให้ขี่จักรยานได้ด้วย เดินๆไปเลยต้องคอยหลบทางให้นักปั่นกันอยู่เรื่อย

The lake trail snaked along the edge of the lake, with plenty of beautiful lake views. 

ทางสายรอบทะเลสาบตัดขนานไปกับทะเลสาบสมชื่อ มีวิวริมน้ำสวยๆให้ชมเกือบตลอดทาง

We made it all the way to the dam, before turning back. This time, we chose to take a different route, the Highland Trail, for a change of scenery.

เราเดินกันไปจนถึงเขื่อนถึงได้ตัดสินใจหันหลังเดินกลับ คราวนี้เราเลือกตัดขึ้นไปที่เส้น Highland Trail เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ

After weaving our way deeper up into the woods, we finally made it back to the lakeshore. The crowd had thinned out some by that time.

ขากลับไม่มีวิวทะเลสาบให้ชม แถมทางยาวกว่าขามานิดหน่อย แต่สุดท้ายก็ตัดกลับมาที่ริมทะเลสาบตามที่ป้ายบอกไว้ กลับมาถึงคนเริ่มบางตาไปเยอะ

I just had to grab a picture with these beautiful flowers. 😊

ขอถ่ายรูปกับดอกไม้สวยๆหน่อยนึง 😊

We clocked in at 3.64 miles that day. It took us almost an hour and a half from start to finish. The weather was on the warm side, but we did have the lake breeze and some decent shade along the way. My only regret is that we didn’t get a chance to do the entire loop, so we plan to go back in the near future to do just that. 😇

วันนั้นเดินกันไป 3.64 ไมล์หรือเกือบ 6 กิโลได้ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง อากาศค่อนข้างร้อน แต่พอมีลมทะเลคอยผ่อนคลายช่วงขาไป ส่วนขากลับก็มีร่มไม้คอยบังแดดให้เกือบตลอดทาง เสียดายก็แต่ว่ามีเวลาไม่พอให้เดินจนครบรอบ เลยนัดกันไว้ว่าวันไหนว่างต้องกลับมาใหม่มาเดินให้ครบซะที 😇

This right here was the sole reason why we didn’t have time to finish the lake loop that day, and every single morsel was so worth it! 😆 My husband’s infamous homemade tomato pie 😍 has become my defacto birthday dinner meal over the past few years, every since I decided to give up meat for one week over my birthday (pretty much all I can manage per year 😅). Somehow he managed to improve his recipe each and every year so far! 🙄 We will just to have to wait and see how it turns out next year!

และเจ้าพายมะเขือเทศในรูปนี่แหละคือสาเหตุที่ต้องรีบกลับบ้านกันวันนั้น 😆 ประมาณว่าตั้งแต่ตัดสินใจงดกินเนื้อสัตว์เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ช่วงวันเกิด (คือปีทั้งปีก็อดได้เท่านี้แหละ 😅) คุณสามีก็ได้ไอเดียทำพายมะเขือเทศ 😍 ให้เป็น birthday dinner มาตลอดทุกปีจนกลายเป็นประเพณีประจำครอบครัวไปแล้ว ไม่ทราบเหมือนกันว่าแกมีเทคนิคยังไง ทำทีไรก็อร่อยกว่าเดิมทุกปี 🙄 ไหนลองดูซิว่าปีหน้าจะยังสามารถล้มแชมป์ได้อีกมั้ย

Giant Cats Taking over Downtown Cary

Excursion Date: June 2022

วันสัญจร: มิถุนายน 2565

Short post today on an awesome art exhibit currently on display at Cary Arts Center. I spotted the article about it on The News & Observer the other day and we just had to go check it out.

วันนี้มีโพสต์สั้นๆจะพาไปดูผลงานศิลปะแหวกแนวที่กำลังตั้งโชว์อยู่ที่ Cary Arts Center บังเอิญไปอ่านเจอบทความในหนังสือพิมพ์ The News & Observer เมื่ออาทิตย์ก่อน เลยต้องชวนกันไปดู

The Magnus Cattus exhibit is the product of local artist and cat lover Matt McCarthy, featuring digital prints of cats in funny poses superimposed all over the world. The title of the show, ‘Magnus Cattus‘, literally means ‘Big Cat’ in Latin – a very aptly named display indeed! 😍

นิทรรศการชุดนี้ตั้งชื่อไว้ว่า ‘Magnus Cattus‘ ซึ่งเป็นภาษาละติน แปลตรงตัวได้ว่า ‘แมวยักษ์’ เป็นผลงานของศิลปินท้องถิ่นคุณ Matt McCarthy ซึ่งได้ไอเดียเอาภาพแมวขนาดยักษ์มาตัดต่อใส่สถานที่ท่องเที่ยวดังๆทั่วโลก ประมาณว่าเข้าใจตั้งชื่อมาก 😍