Pandemic Pause: Hiking at Uwharrie

Trip Date: December 2020

วันที่เดินทาง: ธันวาคม 2563

On our last day in Asheboro, we stopped by to hike at Uwharrie National Forest. We had been eyeing this trail for years, having spotted the signs for it every time on our way to Charlotte, but never found a good time to actually make a stop, until now! 🥳

วันสุดท้ายก่อนกลับจากเมือง Asheboro เราแวะไปเดินป่ารอบสุดท้ายกันที่ Uwharrie National Forest ที่นี่เล็งกันมาหลายปี เวลาขับรถไปกลับเมือง Charlotte ทีไรต้องผ่านทุกที เห็นทีไรก็ว่าต้องหาเวลามาลองเดินกัน แต่ไม่เคยได้ฤกษ์ดีซักที จนมาเที่ยวนี้นี่แหละ 🥳

I heard about Pisgah Covered Bridge and wanted to stop by to take a look at this historical spot, which is one of the two remaining such bridges in the state of North Carolina. The bridge crosses the West Fork Branch of the Little River and was built at the low low price of $40 back in 1911! 😆

ก่อนมาอ่านเจอว่าสะพานข้ามแม่น้ำ Pisgah Covered Bridge แห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเป็นสะพานข้ามแม่น้ำที่มีหลังคาคลุมหนึ่งในจำนวนที่เหลืออยู่แค่สองแห่งในรัฐนี้ เลยตั้งใจไว้ว่าต้องแวะมาดูกัน สะพานนี้ทอดข้ามแม่น้ำ Little River ด้านฝั่งตะวันตก สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1911 ด้วยค่าใช้จ่ายเพียง 40 ดอลล่าร์เท่านั้น 😆

Joel looked at the trail map beforehand and said we could just hike the Uwharrie Trail from here, which was what we set out to do. We followed the path right next to the bridge and braced ourselves for the long hike… Imagine our surprises when it led us back to the bridge in just under five minutes! 🤣

คุณสามีไปดูแล้วบอกว่าเราสามารถเริ่มเดินป่าจากจุดนี้ไปเจอกับทางสายหลักของที่นี่ได้ พอถ่ายรูปสะพานเสร็จเราก็เตรียมตัวออกเดินทางกันอย่างเต็มที่ เห็นมีทางราดยางอย่างดีอยู่ข้างๆสะพานยังนึกในใจว่าแหมเค้าทำไว้ซะดีเชียว เดินไปไม่ถึงห้านาทีเงยหน้าขึ้นมาเจอสะพานหน้าตาคุ้นๆ อ้าวก็ไอ้สะพานอันเดิมเมื่อกี๊นี่นา 🤣

Workout shot for our short short hike! 😆

เดินระยะสั้นซะจนคุณ apple watch ก็งงเหมือนกัน 😆

We looked left and right but couldn’t find any other trails nearby. Finally, we had to resort to plan B, which was to drive all the way to the other side of the forest to Joe Moffitt Trailhead. From there, we took the trail north, heading towards King Mountain.

หันซ้ายหันขวาเดินวนอยู่หลายรอบก็ไม่เห็นเจอทางอื่น สรุปแล้วเลยต้องไปแผนสำรองคือขับรถไปอีกฝั่งของพาร์คไปเริ่มต้นที่เส้นทางเดินป่า Joe Moffitt กันแทน จากที่นั่นเรามุ่งหน้าขึ้นเหนือไปยังยอดเขา King Mountain

The trail was pretty well marked, with big white color blazes, which normally would be the hardest to spot, but the ones here were pretty big so we didn’t really have any trouble with them. I recently went hiking with a couple of non-hiker friends and realized that maybe I should share a couple of small tips that’s pretty common knowledge among avid hikers, but might not be as obvious for a novice. When you see a single blaze, it means you should continue straight along the same path. But when you notice a double blaze, it means there is a turn in the trail at that spot. Different color blazes signal that you are switching from one trail to another. My non-hiker friends were quite impressed with my basic hiking skills when I mentioned these to them. 😇

ทางที่นี่มีหมุดบอกทางสีขาว ซึ่งปรกติจะดูยากหน่อย เพราะมันกลมกลืนไปกับลายไม้ แต่ของที่นี่เค้าเพ้นท์ไว้อันโต เลยหาไม่ยากเหมือนที่อื่น เมื่อไม่นานมานี้ได้มีโอกาสไปเดินป่ากับเพื่อนซึ่งไม่ใช่นักเดินป่ามืออาชีพอย่างเรา 😎 เลยนึกขึ้นได้ว่าเราควรจะอธิบายเคล็ดลับเกี่ยวกับเจ้าหมุดบอกทางในป่าพวกนี้ซักหน่อย คนที่เดินป่าบ่อยๆจะรู้กัน แต่ถ้าคนที่ไม่คุ้นส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่าหมุดอันเดียวหมายความว่าให้ตรงไปทางนี้เรื่อยๆ แต่ถ้าเจอหมุดคู่แปลว่าเป็นทางเลี้ยว ส่วนหมุดสองสีคือเป็นสัญลักษณ์ว่าเรากำลังเริ่มเปลี่ยนทางจากเส้นนึงไปอีกเส้นนึง เพื่อนเราประมาณว่าซูฮกกับทักษะการเดินป่าขั้นพื้นฐานของเรามาก 😇 แต่จริงๆแล้วคือก็รู้อยู่เท่านี้แหละ พอไปวัดไปวาได้ไม่หลง 😆

It was mostly typical winter scenes with bare branches along the way, but we did get a peek of bright green mosses every now and then. The day was cold, with temperature hovering in the low 40s the entire day.

วิวที่นี่ก็เป็นต้นไม้ใบโกร๋นตามสไตล์ป่าหน้าหนาว แต่ก็พอมีหญ้ามอสเขียวขจีให้ได้เห็นอยู่ประปราย วันนั้นอากาศค่อนข้างเย็น ประมาณ 40 องศาฟาเรนไฮต์หรือประมาณ 4-5 องศาเซลเซียสตลอดทาง

We made it up to the highest point of the Uwharrie at King Mountain, elevation 1,020 feet!

ในที่สุดก็ตะกายขึ้นไปถึงยอดเขา King Mountain กันจนได้ ที่นี่เป็นจุดสูงสุดของพาร์คนี้ ความสูงอยู่ที่ 1,020 ฟุต

Took a little detour on an offshoot trail towards campsite number 7. There was a plaque commemorating the building of the site, along with grills for cooking convenience.

แวะทางแยกเข้าไปดูแคมป์เบอร์เจ็ด เค้ามีป้ายบอกที่มาของทำเลที่ตั้งและผู้มาก่อสร้าง แถมมีเตาบาร์บีคิวไว้ให้ปิ้งย่างอาหารกันตามสะดวก

There was an old gold mine along the way. Things got a little confusing here as this large flock of birds were swarming right above our heads. They were so loud it was quite terrifying. 😱 We got disoriented and went a bit off course, but fortunately were able to realize our mistake pretty quickly before turning back on the right path.

ขากลับเดินผ่านเหมืองทองเก่า เดินเลยมาหน่อยเจอฝูงนกบินอยู่เหนือหัวเสียงดังมาก ตอนแรกตกใจไม่รู้ว่าเสียงอะไร ชะเง้ออยู่ซักพักถึงได้รู้ว่าเป็นนก ไม่เคยได้ยินเสียงนกดังขนาดนี้มาก่อน 😱 ส่องดูกันจนเดินหลงไปอีกทาง ดีที่ไปไม่ไกลมารู้ตัวถึงได้เดินกลับมาถูกทางกันได้

We clocked in at 4.38 miles, which took us almost 2.5 hours. Quite a bit of elevation gain because of that climb up the mountain! 😓

วันนั้นเดินกันไป 4.38 ไมล์หรือประมาณ 7 กิโล ใช้เวลาทั้งหมดสองชั่วโมงครึ่ง รวมทั้งที่ต้องปีนขึ้นเขา กับที่ไปเดินหลงกันอยู่พักใหญ่ 😓

We had the Chicken Salad Chick leftovers when we got back to the car.

กลับมาถึงรถมีเสบียงรอไว้เรียบร้อย เป็นแซนด์วิชไก่จาก Chicken Salad Chick ที่กินเหลือมาจากเมื่อวาน

Spotting the last barn quilt of Randolph County before heading home!

ตาดีไปเจอลายผ้าโรงนาอันสุดท้ายก่อนกลับบ้าน

Check out my other posts from the same trip here:

อ่านโพสต์อื่นจากทริปเดียวกันได้ที่นี่:

Saturday Hike: A Cool Day at Carolina North Forest

This weekend, we found ourselves without any plan for the first time in over a month, so we decided to take advantage of the relatively nice weather before the summer heat here gets too unbearable… 😣 Carolina North Forest was one of the viable options that had come up the last time we were looking for a place to hike in Chapel Hill. We went with the Piedmont Nature Trails back then, so this time we thought we’d give this UNC urban sanctuary a try.

สุดสัปดาห์นี้พอมีเวลาว่างเป็นครั้งแรกในรอบเดือน อากาศกำลังดีไม่ร้อนจัด เลยต้องฉวยโอกาสไปเดินป่ากันก่อนที่อุณหภูมิจะพุ่งฉิวกันไปกว่านี้ 😣 คราวที่แล้วตอนหาทำเลมาเดินที่เมือง Chapel Hill เคยคิดว่าจะมาที่ Carolina North Forest กัน แต่สุดท้ายตัดสินใจเลือกไปที่ Piedmont Nature Trails แทน คราวนี้เลยได้ฤกษ์มาเปลี่ยนบรรยากาศกันที่ป่าใหญ่ใจกลางเมืองในอาณาเขตบริเวณมหาวิทยาลัย UNC

I have never been here before. Joel, on the other hand, had come biking here with his brother back during college days. We almost bailed, since it felt almost like it would be too hot 🥵 when we first stepped out in the sun, even though the Weather App said it was 75 degrees… 🤔 But it has been several weeks since we last hiked and we really wanted to get one in, so we decided to just ‘drive there and see’. 🙄

ที่นี่เราเองไม่เคยมา แต่คุณสามีเคยมาปั่นจักรยานกับพี่ชายสมัยเรียนอยู่มหาลัย ตอนแรกออกจากบ้านมาเจอแดดจ้า 🥵 เกิดลังเลกันเล็กน้อย พยากรณ์อากาศบอกไว้ว่า 75 องศาฟาเรนไฮต์ (ประมาณ 25 องศาเซลเซียส) ก็จริง แต่พอยืนกลางแดดแล้วรู้สึกร้อนกว่านั้นหลายเท่า 🤔 แต่จริงๆก็ไม่ได้เดินป่ากันมาหลายอาทิตย์แล้ว เลยตัดสินใจว่าลองขับรถไปดูทำเลดูก่อนค่อยว่ากัน 🙄

We took the Crow Branch Overlook Loop counterclockwise from the Locust parking lot. It was a dirt track, and quite heavily rooted in parts, but well maintained.

ไปถึงดูท่าทีแล้วน่าจะโอเค ทำเลดูร่มรื่นใช้ได้ เลยออกเดินทางกันไปตามเส้นทางเดินป่า Crow Branch Overlook Loop วนทวนเข็มนาฬิกาเริ่มต้นจากลานจอดรถ Locust ทางที่นี่เป็นทางดิน มีรากไม้กระจัดกระจายค่อนข้างเยอะ เลยต้องเดินระวังไม่ให้สะดุด

There were numbered signs along the trail to let you know you were on the right track. We started off with number 20 and counted down to 15 before we cut over to number 8 and made it all the way back to 1. This effectively shortened the entire trail by about half or so.

ตามทางมีป้ายบอกเบอร์ไว้อย่างชัดเจน เราเริ่มต้นกันที่เบอร์ 20 นับถอยหลังไปจนถึงเบอร์ 15 แล้วจึงตัดกลับไปที่เบอร์ 8 แล้ววนกลับมาจนเจอเบอร์ 1 ซึ่งได้ระยะทางประมาณครึ่งค่อนของทางเต็มๆพอดี

This place is a proper forest. 😄 Once we started off on the trail, we got enveloped in this nice cool shade almost immediately. The full coverage remained with us the entire way. The trees were lush and green, which was such a nice change of scenery from the bare winter branches we had gotten used to seeing everywhere over the last several months. 

ป่าที่นี่มีต้นไม้ร่มรื่น เดินเข้าไปปุ๊บรู้สึกได้ทันทีว่าอากาศเย็นลงหลายองศา มีร่มไม้เป็นเงากันแดดให้เดินกันได้สบายๆตลอดทาง วิวร่มใบเขียวขจีเห็นแล้วชื่นใจ ให้ความแตกต่างไปจากวิวต้นไม้โกร๋นๆที่ชินตามาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

The trail took us by a decent sized lake, around spot marker number 4.

ทางตัดผ่านทะเลสาบเล็กๆใกล้กับป้ายเบอร์ 4

We clocked in at 2.92 miles in a little over an hour. Overall, a really nice relaxing hike. We look forward to coming back here to explore the rest of this trail and the others at some point in the near future!

เดินกันไปทั้งหมดเกือบ 3 ไมล์ หรือประมาณ 4 กิโลครึ่ง เกือบๆ 5 กิโลได้ คราวหน้าตั้งใจกลับมาเดินให้ครบเส้นนี้ และอยากไปลองเส้นอื่นๆดูบ้าง

Somebody lost their key on the trail… Hopefully they had a spare! 😬

ไม่รู้กุญแจใครมาหล่นทิ้งไว้ 😬

Pandemic Pause: Rainy Day at NC Zoo

Trip Date: December 2020

วันที่เดินทาง: ธันวาคม 2563

A visit to the North Carolina Zoo was a no-brainer on our Getaway Asheboro trip since it was located literally almost right next to the outpost! At night, we heard animal howls and cries from our cabin, which further confirmed our proximity to this awesome spot. 😆

ไปถึงเมือง Asheboro ทั้งทีก็ต้องแวะไปเที่ยวสวนสัตว์รัฐนอร์ทแคโรไลน่ากันซักหน่อย ไม่งั้นเค้าจะว่าไปเสียเที่ยว โดยเฉพาะเห็นทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ติดกับที่พักเราพอดิบพอดีเชียว ใกล้กันขนาดที่ว่าตอนกลางคืนได้ยินเสียงสิงสาราสัตว์ต่างๆเห่าหอนให้นอนฟังกันแบบเพลินๆ 😆

We checked the weather forecast right before we left and were well aware that it was going to be a rainy day. However, the zoo required ticket reservation prior to arrival due to their COVID-19 protocols. So, we decided to take the chance and reserved our tickets for the 12:30 pm time slot, fully prepared to abandon them if the rain wouldn’t let off by then. 🙄

ก่อนไปเช็คพยากรณ์อากาศดูก่อนแล้วว่าวันนั้นฝนตกแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เผอิญว่าเวบไซต์ที่สวนสัตว์ประกาศไว้ว่าต้องจองตั๋วก่อนไปถึงจะเข้าชมได้ตามระเบียบยุคโควิด เราคิดสะระตะดูแล้วตัดสินใจกันว่ายอมเสี่ยงจองตั๋วรอบเที่ยงครึ่งไว้ละกัน ถ้าฝนหยุดก็ไป ถ้าไม่หยุดก็ยอมอด 🙄

Fortunately for us, it was perfect timing! The parking lot was deserted when we arrived at the zoo at our appointed time right when the rain died down to barely a drizzle.

ปรากฎว่าโชคดีแท้ไปถึงฝนหยุดเกือบสนิทพอดี๊พอดี ลานจอดรถกว้างขวางมีรถจอดอยู่แค่ไม่กี่คัน

It felt almost like we had the entire place to ourselves. Most of the shops and concession stands were closed, understandably.

เข้าไปถึงเหมือนมาทัวร์ส่วนตัว แทบจะไม่มีคนอื่นเลย ร้านค้าปิดกันหมดเดินแล้วเหมือนมาสวนสัตว์ร้าง 😅

We spotted an alligator and an alligator snapping turtle at Cypress Swamp!

จระเข้ กับเต่างับจระเข้ (แปลตรงตัวจากชื่อภาษาอังกฤษของเค้า 😆) ที่ Cypress Swamp

Not a zoo exhibit but…

ตัวนี้ไม่ใช่ของสวนสัตว์แต่ก็สัตว์เหมือนกันนิ 🙄

A fake duck in the duck pond? 🤨

ไม่เข้าใจว่าทำไมเค้าต้องเอาเป็ดไม้มาลอยคอในบ่อ 🤨

Zoo sculptures.

ผลงานประติมากรรมประจำสวนสัตว์

Arctic foxes – look at those snowy white fluffy tails! 😍

สุนัขจิ้งจอกพันธุ์อาร์คติค ขนปุกปุยขาวราวกับหิมะ 😍

This black bear was playing peekaboo with us. We stood there for 10 minutes stalking him, while he kept peeking out every few minutes to see if we’re gone yet. 🤣

หมีสีดำตัวนี้มาเล่นซ่อนแอบกับเรา อุตส่าห์ยืนเฝ้าอยู่เกือบสิบนาทีได้ แกค่อยๆโผล่หน้าออกมาชะเง้อดูว่ามนุษย์สองตนนี้ยังอยู่รึเปล่า พอเห็นเราก็หลบกลับเข้าถ้ำไป ผลุบๆโผล่ๆอยู่จนเราสงสาร เลยปล่อยแกไว้ตามอัธยาศัย 🤣

A red wolf.

หมาป่าพันธุ์สีแดง

Desert reptiles.

สัตว์เลื้อยคลานแห่งทะเลทราย

A porcupine.

ตัวเม่น

Chilean flamingos.

นกฟลามิงโก้พันธุ์จากชิลี

Zoo Christmas decorations.

เตรียมตัวต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส

Gorillas – they were not very thrilled to see us… 😐

เจ้ากอริลล่าพวกนี้หน้าตาไม่ค่อยรับแขกซักเท่าไหร่ 😐

Chimpanzees.

ลิงชิมแปนซี

Lions.

สิงโต

A Red River hog.

หมูป่าแม่น้ำแดง

Too bad these were the only giraffes we got to see. 😕

ยืนส่องอยู่ตั้งนานได้เห็นยีราฟก็แค่สามตัวนี้แหละ 😕

An African elephant.

ช้างป่าพันธุ์แอฟริกัน

Didn’t spot any ostriches, rhinoceroses, or antelopes! 😢

ไม่มีนกกระจอกเทศ แรด หรือ ละมั่งโผล่มาให้ดูซักตัว 😢

Still deserted at closing time!

จนถึงเวลาปิดก็ยังไร้ผู้คน

All in all, we had a good visit. Even though we didn’t get to spot a few animals we were hoping to see, but we appreciated the no-crowd aspect of the experience, especially right in the middle of a bad COVID-19 surge back in December. 😷

สรุปว่าถึงจะอดเห็นสัตว์ป่าอยู่หลายชนิด แต่ก็มาเดินเล่นกันได้เพลินๆอย่างปลอดภัยไร้ผู้คน เหมาะกับสถานการณ์โควิดที่พุ่งทะลุเป้าอยู่ในช่วงนั้นเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่แล้ว 😷

We squeezed in a cool hike at the end of the day at Purgatory Trail. The trailhead is located right at one end of the zoo parking lot, on the North America side. Several signs gave clear direction along the way.

ก่อนกลับขอแวะไปเดินป่ากันที่ Purgatory Trail ต้นทางตั้งอยู่ในบริเวณสวนสัตว์พอดี อยู่ปลายสุดด้านทิศเหนือของลานจอดรถฝั่ง North America ออกมาปุ๊บก็เดินตามป้ายที่เรียงรายคอยบอกทางอย่างชัดเจนไม่ต้องกลัวหลง

We pretty much had the entire trail to ourselves, only ran into one fellow hiker when we reached the top of Purgatory Mountain. The path was very well maintained and nicely paved, with several signs along the way letting you know how far you had gone.

ช่วงนั้นตอนบ่ายคล้อยๆ ทางไม่มีคนเดินเลยซักคน ขึ้นไปถึงยอดเขา Purgatory ถึงได้เจอเพื่อนร่วมเดินป่ากำลังเดินลงมาหนึ่งคน ทางเค้าทำไว้เป็นสัดส่วนอย่างดี เดินง่าย ไม่ต้องกลัวสะดุด มีป้ายคอยบอกทางตลอดให้รู้ว่าเดินมาไกลเท่าไหร่แล้ว

The sun was setting when we were heading downhill.

ตอนขากลับพระอาทิตย์กำลังจะตกพอดี

We clocked in at a little over 2 miles, which took us about an hour uphill then back down.

วันนั้นเดินกันไปประมาณ 2 ไมล์ได้ หรือประมาณ 3 กิโลหน่อยๆ ใช้เวลาเดินขึ้นลงเขาทั้งหมดเกือบชั่วโมงได้

The parking lot was totally empty when we got back to the car. 😛

ลงมาถึงเหลือรถเราจอดอยู่คันเดียว 😛

Spotting these cute zoo signs on our way out! 😍

ป้ายสวนสัตว์ของเค้าน่ารักดีเนอะ 😍

Check out my other posts from the same trip here:

อ่านโพสต์อื่นจากทริปเดียวกันได้ที่นี่:

Pandemic Pause: On the Way to Asheboro

Trip Date: December 2020

วันที่เดินทาง: ธันวาคม 2563

As usual, we stopped by a few places along the way to Asheboro. First stop was at Fair Game Beverage Company in Pittsboro. We didn’t realize until we got there that this place was more like an entire community rather than just one distillery. The whole place was actually called Chatham Beverage District, and consists of several different operations in a cool setting with very artsy vibes.

ระหว่างทางไป Asheboro เราได้หยุดแวะเที่ยวตามรายทางเช่นเคย แห่งแรกคือ Fair Game Beverage Company ในเมือง Pittsboro ก่อนไปไม่ทราบว่าที่นี่จริงๆแล้วเป็นแหล่งรวมโรงผลิตเครื่องดื่มหลากหลายชนิด โดยมีชื่อเต็มๆว่า Chatham Beverage District

The location was a little obscure, but there were clear signs letting us know we were heading in the right direction.

ตำแหน่งที่ตั้งออกจะสันโดษเล็กน้อย แต่มีป้ายตามทางคอยบอกอย่างชัดเจนว่าเรามาถูกทางแน่นอน

The vibes there was chilled and relaxing. There were picnic tables and benches scattering around. It wasn’t very crowded that day we went.

บรรยากาศที่นี่ชิลด์ๆ สบายๆ วันนั้นที่ไปคนไม่เยอะ มีโต๊ะเก้าอี้กระจัดกระจายทั่วบริเวณให้นั่งเอนจอยเครื่องดื่มตามอัธยาศัย

Besides a distillery, a brewery, a meadery, and a cidery, the place also includes a hemp smith shop, an art gallery, and even a biofuel terminal!

กิจการที่นี่มีตั้งแต่โรงเบียร์ โรงเหล้าน้ำผึ้ง โรงเหล้าผลไม้ ไปจนถึงโรงกลั่นเหล้าเพียวๆ นอกจากนี้ยังมีร้านขายผลิตภัณฑ์จากเส้นใยธรรมชาติ แกลเลอรี่แสดงผลงานศิลปะ รวมไปกระทั่งถึงโรงกลั่นเชื้อเพลิงชีวภาพ

There is an axe throwing range all the way in the back of the property!

ด้านหลังสุดมีสนามขว้างขวาน

This place was a photographer’s paradise. 😍 There were quirky little art pieces everywhere.

ผลงานศิลปะเรียงรายเต็มไปหมด เดินถ่ายรูปกันจนเพลิน 😍

We grabbed our lunch at Copeland Springs Kitchen, a sustainable farm-to-table style eatery that serves fresh local dishes made from locally sourced ingredients. Our lunch was tasty, especially considering there was no meat in it… 😛

ก่อนกลับเราแวะทานข้าวกลางวันกันที่ Copeland Springs Kitchen ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน ที่นี่เค้าเสิร์ฟอาหารสไตล์สดจากฟาร์ม โดยแต่ละเมนูล้วนแล้วแต่มีวัตถุดิบมาจากแหล่งเกษตรกรรมในท้องถิ่น สองจานที่สั่งมารสชาติดีเกินความคาดหมาย ทั้งๆที่เป็นอาหารเจไม่มีเนื้อสัตว์เจือปน 😛

After lunch, we headed over for a quick hike at Faith Rock Nature Trail, over in Franklinville. We had some trouble finding the trailhead using Google Maps, which initially sent us to Faith Rock Rd. After a bit of turning around, we finally located it on Andrew Hunter Rd. There was a big gravel lot there with plenty of spaces to park.

หลังทานข้าวเสร็จเราต่อไปเดินป่ากันที่ Faith Rock Nature Trail ในเมือง Franklinville วนหากันอยู่พักใหญ่ๆกว่าจะเจอต้นทาง เพราะคุณ Google Map พาเราไปที่ถนน Faith Rock ซึ่งเท่าที่ดูแล้วไม่มีทางเข้าไปถึงได้ สุดท้ายงมไปมาไปเจอะลานจอดรถที่ถนน Andrew Hunter ซึ่งดูมีภาษีกว่าหลายเท่า

The first thing we saw was the ruins of a textile mill, which stood largely intact near the shore of Deep River.

จอดรถลงมาเจอซากปรักหักพังของโรงงานทอผ้าแห่งนี้อยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Deep River ถึงได้แน่ใจว่ามาถูกที่แน่ตามที่โพยเค้าว่าไว้

The trail starts right after we crossed this bridge over to the other side of Deep River.

ต้นทางเดินป่าตั้งอยู่อีกฝั่งของสะพานข้ามแม่น้ำ Deep River ตามที่ป้ายบอก

Looking back to see the mill ruins from across the river.

จากอีกฝั่งมองกลับมาเห็นวิวซากโรงงานอีกมุมหนึ่ง

Made it to Faith Rock!

ในที่สุดก็มาถึง Faith Rock จนได้

This was a short hike, less than a mile there and back. It took us about half an hour from start to finish, almost half of which was the time spent climbing up and enjoying the view at Faith Rock.

ทางเส้นนี้เป็นสายสั้นๆ ไปกลับยังไม่ถึงไมล์ดี หรือประมาณกิโลเกือบครึ่งเท่านั้น วันนั้นเราใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เพราะต้องตะกายขึ้นก้อนหินไปดูวิวกัน เลยขอนั่งอยู่นานหน่อย

Stopping by to check out a Randolph County barn quilt in Ramseur.

แวะถ่ายรูปลายผ้าบนโรงนาระหว่างทางที่เมือง Ramseur

Last stop of the day was this tiny little town with the coolest name – Whynot! 🤷‍♀️ Many businesses in town were capitalising on the unusual moniker. Our favorite was this last sign, in front of one of the churches! 🤣

ท้ายสุดแวะไปเที่ยวกันที่เมืองชื่อสุดเก๋ Whynot 🤷‍♀️ ป้ายโฆษณาร้านรวงหลายแห่งต่างนำเอาชื่อเมืองมาใช้เป็นชื่อร้านกันเต็มไปหมด แต่ที่เห็นแล้วชอบใจที่สุดเห็นจะต้องยกให้อันสุดท้ายที่เห็นซึ่งตั้งอยู่หน้าโบสถ์ใหญ่ในเมือง Why not, try God? ยกคะแนนความคิดสร้างสรรค์ให้เต็มสิบ 🤣

Check out my other posts from the same trip here:

อ่านโพสต์อื่นจากทริปเดียวกันได้ที่นี่:

Pandemic Pause: Hiking at Elk Knob State Park

Trip Date: October-November 2020

วันที่เดินทาง: ตุลาคม-พฤศจิกายน 2563

After Boone and Todd, we drove out to Elk Knob State Park, which is located near the NC-Tennessee border at Snake Mountain, hoping to get a good hike in for the day. However, when we got there, the parking lot was completely full. My dear husband, who was very nervous with the high number of COVID-19 case surge back at the time, was reluctant to proceed. We ended up compromising with a quick hike, since we already drove all the way out there. 🙄

หลังเสร็จจากแวะเที่ยวเมือง เรามุ่งหน้าเข้าป่าตั้งใจจะไปเดินป่ากันที่ Elk Knob State Park ซึ่งตั้งอยู่ที่ชายแดนระหว่างรัฐนอร์ทแคโรไลน่ากับรัฐเทนเนสซี่ทางด้านตะวันตก แต่พอไปถึงปรากฎว่าที่จอดรถเต็ม คุณสามีเลยเกิดความลังเล เพราะช่วงนั้นที่ไปสถานการณ์โควิดยังย่ำแย่อยู่ เจรจากันแล้วเลยตกลงว่าจะรีบเดินรีบออก เพราะไหนๆก็อุตส่าห์ขับรถกันมาถึงนี่แล้ว 🙄

We chose the Beech Tree Trail, an easy one-mile loop that was advertised as ‘lightly trafficked’, featuring a community art project by Appalachian State University. The trail was clearly marked with bright yellow signs throughout.

สรุปกันว่าเส้น Beech Tree Trail น่าจะเวิร์คสุด เพราะเป็นทางวงแหวนสั้นๆแค่ไมล์เดียวเท่านั้น ไกด์เค้าโฆษณาไว้ว่า ‘คนไม่เยอะ’ แถมมีผลงานศิลปะที่สปอนเซอร์โดย Appalachian State University มาติดตั้งให้ชมตามทาง นอกจากนั้นยังมีหมุดปักสีเหลืองคอยบอกทางอย่างชัดเจน

So many beautiful artworks lining up the short trail! 😍

ตามทางมีภาพวาดหลากสีหลายลายให้ดูแบบไม่ขาดสาย 😍

One mile done in just under half an hour. We ended up running into only one family along the way.

สรุปแล้ววันนั้นเดินกันไปหนึ่งไมล์ หรือประมาณกิโลครึ่ง ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงได้ เดินจนสุดทางเจอพ่อแม่ลูกเดินสวนมาแค่ครอบครัวเดียวเท่านั้น

This was such a beautiful park. Bare winter trees created a wonderful silhouette against the bright blue clear sky backdrop. I hope we get to come back here at some point, post COVID…for a real hike! 😇

พาร์คนี้ตอนที่ไปต้นไม้โกร๋นกำลังสวย โดยเฉพาะเวลาที่เห็นกิ่งก้านสีขาวโพลนตัดกับท้องฟ้าสีใสยิ่งสวยขึ้นไปอีก เสียดายมาแวะแป๊บเดียว ถ้ามีโอกาสคราวหน้าอยากกลับมาเดินป่ากันอย่างจริงจังกันอีกครั้งหลังโควิด 😇

Since we had plenty of time left before sunset, we did a little bit of sightseeing on the way back…starting with St. Mary’s Episcopal Church. This tiny little church in West Jefferson is famous for the frescoes by local NC artist Ben Long. The three main ones are “Mary, Great with Child,” “John the Baptist,” and “The Mystery of Faith”.

เพราะไม่ได้เดินกันนาน เลยมีเวลาเหลือเฟือ พอไปเที่ยวต่อได้อีกรอบ เราไปแวะชมภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างท้องถิ่นที่นี่ชื่อคุณ Ben Long ที่ St. Mary’s Episcopal Church โดยมีภาพหลักสามชิ้นตั้งเด่นอยู่ได้แก่ “Mary, Great with Child” “John the Baptist” และ “The Mystery of Faith”

Continuing on to downtown West Jefferson, where tons of colorful art and cute shops lined both sides of the streets. 🥰

จากนั้นเราไปเดินเล่นกันต่อที่ย่านดาวน์ทาวน์ของเมือง West Jefferson ซึ่งมีสตรีทอาร์ตและผลงานศิลปะอื่นๆให้ชมกันเพลินๆตลอดช่วงถนนสายหลัก 🥰

We drove through here the day before when we were coming back from Grayson Highland, and Joel noticed what appeared to be a little cemetary right in the middle of town! 😳 Naturally, we had to go check it out… It turned out to be a tombstone shop! 🤣

จริงๆเมื่อวันก่อนเราขับรถผ่านถนนเส้นนี้ตอนที่กลับมาจาก Grayson Highland กันทีนึงแล้ว คุณสามีตาดีไปเห็นสุสานเล็กๆตั้งอยู่กลางเมือง 😳 พอวันนี้กลับมาแวะเลยต้องไปสำรวจกันดู ไปถึงปรากฏว่าจริงๆแล้วมันคือร้านรับทำป้ายตั้งหน้าหลุมศพนั่นเอง 🤣

More barn quilts!

ตึกรามที่นี่มีลายผ้าโรงนาเหมือนกัน

This here is a special one. Apparently, this location was supposed to have one of the very few real quilts on display – not just paintings like all the others! I was really excited to come check it out. It took us a while to actually locate the barn. You can see why – the quilt (the one on the right in the shot above) has almost disintegrated into nothingness. 😐 We had a picture of it, which was taken when it was still in pristine condition, so we kept looking for something that matched the picture. This is probably the reason why most people don’t hang real quilts on their barns! 😅

อันนี้อุตส่าห์ขับรถไปดูกัน เพราะไปอ่านเจอมาว่าที่นี่เค้าเอาผ้าห่มจริงๆมาแขวนโชว์ ไม่ใช่แค่ลายเพ้นท์เหมือนอันอื่นๆ ที่ไปเห็นกันมา เลยตื่นเต้นเล็กน้อยเพราะเป็นอันแรกที่ค้นพบ ไปถึงเดินหากันอยู่นานมาก คือมีรูปจากอินเตอร์เนตที่มีคนมาโพสต์ไว้ ไอ้เราก็เดินหากันอยู่นั่น ไม่เจอซักที จนสุดท้ายเหลือบไปเห็นกรอบโกร๋นๆอันนี้ (อันใหญ่ทางขวาในรูปข้างบน) ถึงได้มาถึงบางอ้อว่า มันคือไอ้ที่เราหาไม่เจอกันอยู่นี่เอง 😐 คือประมาณว่าผ้าเค้าแหลกสลายไปกับกาลเวลา เหลือไว้ให้เห็นแค่ขอบๆ เออ คงเพราะอย่างนี้แหละนะคนอื่นเค้าถึงไม่มีใครอาจหาญเอามาแขวนกัน 😅

Check out my other posts from the same trip here:

อ่านโพสต์อื่นจากทริปเดียวกันได้ที่นี่:

Pandemic Pause: Hiking at Grayson Highlands


Trip Date: October-November 2020

วันที่เดินทาง: ตุลาคม-พฤศจิกายน 2563

After lunch, we drove north towards the NC-Virginia border, heading to one of the highlights of this trip – Grayson Highlands State Park, which is located just across the border in Virginia. I heard the rumor that they have wild ponies there and wanted to add another spotting to our portfolio, after our awesome experience on Shackleford. 😊

ทานข้าวกลางวันเสร็จ เราขับรถขึ้นเหนือเข้าไปที่รัฐเวอร์จิเนีย จุดหมายคือไฮไลต์ของทริปนี้ นั่นก็คือ Grayson Highlands State Park ซึ่งอยู่ถัดจากชายแดนระหว่างรัฐไปนิดเดียว ไปอ่านเจอมาว่าที่พาร์คนี้เค้ามีม้าป่าให้ดู คราวที่แล้วอุตส่าห์นั่งเรือข้ามเกาะไปดูที่ Shackleford มาแล้ว คราวนี้ลองเดินขึ้นเขาไปดูกันมั่ง 😊

Stopping by to snap some shots of the roadside gems along the way.

แวะถ่ายรูประหว่างทาง

Almost as soon as we entered the park, I spotted three wild ponies along the side of the road! 😎 We still aren’t sure if these were officially part of the herd or not, but we stopped by to say hello and snap some pictures anyway. 😆

ขับรถเข้าเขตพาร์คไม่ทันไร เราเกิดตาดีไปเห็นม้าสามตัวเล็มหญ้าอยู่ข้างทาง 😎 เลยต้องจอดรถลงไปส่องดู ไม่แน่ใจเหมือนกันว่านี่เป็นฝูงเดียวกันกับที่คนเค้ามาดูกันรึเปล่า แต่เห็นแล้วเลยอดถ่ายรูปเก็บไว้ไม่ได้ 😆

We took the Rhododendron Trail to the Horse Trail North, as suggested by the ranger at the visitor center. There was evidence of horse ‘discharges’ along the way, so we knew for sure there were some around. 😂 In the end, we did manage to find about 4 horses before turning back. It had been a long day and both of us were completely exhausted. 😓

เราแวะเข้าไปที่ศูนย์ต้อนรับนักท่องเที่ยวไปถามเจ้าหน้าที่เค้าดูว่าอยากเห็นม้าป่าต้องไปเดินที่ไหน เค้าบอกให้ลองไปเส้น Rhododendron Trail เดินไปได้ไม่เท่าไหร่ก็เริ่มเห็นเบาะแสหล่นอยู่ตามรายทาง เลยอุ่นใจว่าต้องได้เห็นเจ้าของ ‘มูล’ เหล่านี้แน่ๆ 😂 จากเส้น Rhododendron เราต่อไปยังเส้น Horse Trail North จนสุดท้ายได้เห็นม้ากินหญ้าอยู่สี่ตัวถึงได้ตกลงเดินกลับ วันนี้มาตะลอนตั้งแต่เช้าจนบ่ายแก่ อยากเดินต่อแต่หมดแรงไม่ไหว 😓

It was freezing cold and windy so we were fully decked out in our heavy winter gears, but the view was gorgeous it was so worth it! 😍

วันนั้นอากาศเย็นจัด แถมลมก็แรงเลยยิ่งยะเยือกขึ้นไปอีก เราเลยห่อหุ้มกันไปหลายชั้น ถึงจะหนาวแต่เราก็สั่นสู้เพื่อวิวสวยๆอย่างนี้ 😍

We did another 2 miles on our third hike that day, which took us about an hour. All in all, a very good hiking day for us! 😎

สรุปแล้วรอบนี้เดินไปอีก 2 ไมล์หรือประมาณ 3 กิโลกว่าๆ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึงพอดี รวมๆแล้ววันนี้คือเดินกันจนขาลากแต่ก็แฮปปี้ 😎

Joel spotted this barn quilt on the side of the road on the way back.

คุณสามีตาดีไปเห็นลายผ้าบนโรงนาระหว่างทางกลับ เลยอุตส่าห์แวะจอดให้ลงไปถ่ายรูป

Check out my other posts from the same trip here:

อ่านโพสต์อื่นจากทริปเดียวกันได้ที่นี่:

Saturday Hike: Spring Blooms at Piedmont Nature Trails

We went back hiking again this weeknd, this time at Piedmont Nature Trails in Chapel Hill. I had actually picked another trail nearby at Mason Farm Biological Preserve, just because it looked to be the closest to my real goal of the day, which is to be featured later in this post. 😊 Somehow, Google Map directions led us here to the Piedmont Trails instead! 🤨 We only realized it when we saw the map at the trailhead. Since we did not have our hearts set, we just went along with it. 🤣 In any case, we had no expectation whatsoever before we got there. But this ended up being one of the best hikes we’ve had in a long time! 🤩

เสาร์นี้เราไปเดินป่ากันอีกตามเคย คราวนี้ไปกันที่ Piedmont Nature Trails ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Chapel Hill จริงๆแล้วตั้งใจจะไปอีกที่คือ Mason Farm Biological Preserve เพราะดูแผนที่แล้วอยู่ใกล้กับร้านขนมที่เล็งไว้ 😊 แต่ปรากฎว่าคุณ GPS บน Google Map ทำไมถึงพามาที่นี่แทนก็ไม่ทราบได้ 🤨 จอดรถเสร็จเดินไปดูป้ายถึงได้รู้ว่ามาผิดที่ แต่เพราะยังไม่เคยมาเดินทั้งสองแห่งก็เลยเอาเป็นว่าเลยตามเลยละกัน 🤣 ก่อนมาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย แต่เดินเสร็จแล้วกลับสนุกสนานเกินคาด ต้องขอขอบคุณคุณ GPS ที่พาหลงมาถึงนี่ได้ 🤩