Pandemic Pit Stop: Lizard Lick ‘n’ Wendell

On a cloudy weekend in June, we headed over to Wendell, a small outskirt triangle town that is about a 30 minute drive east of where we live. We started off with a quick hike at Turnipseed Nature Preserve. The forecast originally said rain, but then it changed to no rain… 🤔 By the time we left, it really looked like the sky was getting ready to dump down on us. We proceeded anyway with our fingers crossed, but brought along our rain jackets, just in case! 🙄

โปรแกรมออกนอกบ้านต้านโควิดประจำเดือนมิถุนาที่ผ่านมาเราไปเที่ยวกันที่เมือง Wendell ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของที่นี่ ขับรถไปใช้เวลาครึ่งชั่วโมงเท่านั้น เริ่มต้นด้วยการไปเดินป่าที่ Turnipseed Nature Preserve ตอนแรกพยากรณ์บอกว่าฝนจะตก แล้วก็มาเปลี่ยนเป็นไม่มีฝน 🤔 ถึงได้ตัดสินใจไปกัน แต่ก่อนออกจากบ้านฟ้าอึมครึมมากเลยชักไม่แน่ใจ เลยติดเอาเสื้อกันฝนไปด้วยดีกว่า 🙄

The parking lot was empty when we got there. There was one other guy that was leaving right when we pulled in. He kindly reminded us to apply our bug spray before heading off! 😬 The kiosk at the trailhead was fully stocked with different brochures as well as maps for the park, which was very handy since we didn’t have time to do any research before arrival. 😝

ไปถึงลานจอดรถโล่งเชียว มีรถจอดอยู่แค่คันเดียวเท่านั้น ตอนเราลงจากรถเห็นลุงกำลังกลับมาขึ้นรถพอดี แกอุตส่าห์เตือนด้วยความหวังดีว่าอย่าลืมฉีดยากันยุงก่อนออกเดินทาง 😬 ป้ายประชาสัมพันธ์ที่ต้นทางมีตู้ใส่ใบปลิวให้ความรู้อยู่หลายขนาน รวมทั้งแผนที่บอกรายละเอียดที่จัดไว้ให้บริการเพียบพร้อม ซึ่งก็พอเหมาะพอดี เพราะเราไม่ได้แปลนกันเอาไว้ล่วงหน้า 😝

This was by far one of the best well-maintained parks we have ever seen! The sandy gravel trails were nice and wide. The park consists of a few very short trails interconnecting with each other. We started off with the Lupine Loop Trail since it was closest to the parking lot.

พาร์คแห่งนี้เป็นเขตสงวนพันธุ์พืชที่ได้รับการดูแลไว้อย่างดีที่สุดเท่าที่เคยเจอมา ทางเดินของเค้ากว้างขวางเดินสะดวก และสะอาดสะอ้านไม่มีที่ติ มีทางสั้นๆอยู่ไม่กี่เส้น แต่ตัดต่อถึงกันหมด เราเริ่มต้นกันที่เส้น Lupine Loop ซึ่งอยู่ใกล้กับลานจอดรถที่สุด

Then, we took Boulder Trail to Gin Branch Creek Trail, before going on over to Meadow Loop Trail and then back to the parking lot via Gin Branch Creek Trail again. There were clear signs indicating the turnoff for each separate trail. The entire hike was just such a breath of fresh air, very straightforward from start to finish. There was no need for trail markers of any sort, since it was just one very distinct path the whole way. There were multiple signs you can scan along the way to get information about specific species of trees you spot on the route.

หลังจากเดินครบรอบ เราเลี้ยวไปที่เส้น Gin Branch Creek จากนั้นจึงต่อไปที่เส้น Meadow Loop เดินวนจนสุดวงแหวนแล้วจึงวกกลับตามเส้น Gin Branch Creek กลับมาที่รถ ป้ายบอกทางของเค้าปักไว้ชัดเจนทุกแยก มาเดินที่นี่ได้บรรยากาศที่แตกต่างจากที่ไปเดินป่ากันตามปรกติ เหมือนมาเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์ซะมากกว่า ค่อยๆเดินไปไม่ต้องกลัวหลง แถมยังมีป้ายตามทางที่สามารถสแกนเพื่อเรียนรู้รายละเอียดเกี่ยวกับต้นไม้นานาพันธุ์ที่ขึ้นอยู่ในบริเวณนี้อีกด้วย

Wildlife spotting! 😆

เจอสัตว์ป่ากลางทาง 😆

We clocked in at 2.12 miles which took us less than 45 minutes. Overall, a perfectly easy and pleasant hike that felt more like a stroll in the park! 😆 Best of all, it never actually rained on us!

วันนั้นเดินกันชิลด์ๆ สิริรวมระยะทางแล้วได้ 2.12 ไมล์ หรือประมาณ 3 กิโลครึ่งได้ ใช้เวลาแค่ 45 นาทีเท่านั้น เดินเสร็จรู้สึกผ่อนคลายกำลังดีไม่มีเหงื่อ เพราะอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนแท้ๆ 😆 แต่โชคดีที่ไม่เจอฝนถล่มใส่

On the way out, we stopped by for a photo op at Kioti Tractor. I had spotted this cool transformer-like sculpture on the way to the beach during one of our trips and always wanted to come check it out. It was a lot cooler up close! 😍 The entire thing was made from tractor parts, and sits right out in front of their main building.

ออกจากพาร์คมาไปแวะถ่ายรูปกันที่บริษัท Kioti Tractor คราวที่แล้วระหว่างทางไปเที่ยวทะเลเกิดตาดีไปเห็นเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้จากบนฟรีเวย์ ยังสงสัยว่าคืออะไรหนอ เหมือนยกมาวางจากหนังญี่ปุ่น เลยตั้งใจว่าถ้าผ่านมาแถวนี้อีกจะต้องมาแวะดูให้เห็นเป็นบุญตา คราวนี้เลยได้โอกาสพอดี มาเห็นใกล้ๆ ถึงได้รู้ว่าเค้าทำมาจากชิ้นส่วนต่างๆของรถแทรคเตอร์นั่นเอง บริษัทนี้เดิมเป็นของเกาหลี แล้วมาสร้างสำนักงานใหญ่ในอเมริกาอยู่ที่นี่ ที่สาขาในเกาหลีเค้าก็มีหุ่นอย่างนี้ตั้งไว้เฝ้าประตูหน้าเหมือนกัน 😍

We took a detour to the little town with a big name – Lizard Lick. 😅 At a Cashpoint ATM machine right outside of Lizard Lick Swift Mart, the town namesake sits atop its roof to greet visitors with a hanging tongue! 🤣

ก่อนถึงดาวน์ทาวน์เมือง Wendell เราขออ้อมไปแวะเมืองชื่อแปลก Lizard Lick 😅 ซึ่งตั้งอยู่ติดกัน ที่ตู้เอทีเอ็มหน้าร้านขายของชำกลางเมืองแห่งนี้ เค้ามีกิ้งก่ายักษ์เป็นสัญลักษณ์ของเมืองตั้งเด่นอยู่บนหลังคาแลบลิ้นแผลบๆคอยทักทายผู้คนที่สัญจรไปมา 🤣

Right next door at Lizard Lick Towing & Recovery, there is a sign post with a entire collection of NC towns with equally unique names. 😆

ติดกันเป็นบริษัทรับลากรถชื่อ Lizard Lick Towing & Recovery ซึ่งมีป้ายบอกแสดงระยะทางสู่เมืองอื่นๆในรัฐนี้ที่ต่างก็มีชื่อแปลกแหวกแนวไม่แพ้กัน 😆

After that, we headed back to downtown Wendell, stopping first to admire ‘The World’s Largest Tobacco Hornworm’ mural.

จากนั้นเราไปแวะชมภาพจิตรกรรมฝาผนังที่มีป้ายบอกไว้ชัดเจนว่าเป็น ‘หนอนใบยาสูบที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก’

Then over to Bearded Bee Brewing Company where we enjoyed some freshly brewed alcoholic beverages in a very trendy establishment. Their outdoor seating section offers a view of the Wendell Bee Mural. And a very cool vintage car!

ตบท้ายด้วยเบียร์เย็นๆจาก Bearded Bee Brewing Company ตึกเค้าดีไซน์ไว้ซะเก๋ไก๋ทั้งด้านในและด้านนอก ที่นั่งจิบเบียร์ด้านนอกของเค้ามีวิวสวยๆให้ชมเป็นภาพเพ้นท์ลายธรรมชาติ แถมนั่งๆอยู่ยังมีรถยนต์รุ่นคุณปู่ขับมาจอดไว้ให้ชมกันถึงตรงหน้าอีกด้วย

For lunch, we grabbed a few tasty offerings from the Barone Meatball Company food truck, which was parked right outside.

ส่วนมื้อกลางวันเราได้ชิมเมนูอร่อยๆจากร้านอาหารเคลื่อนที่ Barone Meatball Company ซึ่งมาเปิดให้บริการอยู่ที่ลานจอดรถหน้าร้านพอดี

We had such a great time in Wendell that day and hope to come back and visit again soon! 😍

สรุปว่าวันนั้นเราประทับใจกับเมือง Wendell กันมาก และหวังว่าจะได้มีโอกาสแวะมาเยี่ยมเยือนกันใหม่ในโอกาสหน้า 😍

Pandemic Pit Stop: Picture-Perfect Pittsboro

We spent one cold dreary Saturday back in February visiting nearby Pittsboro and surrounding towns. This small but charming area has a few spots that are quite near and dear to our hearts. Besides being the place where Miss Mia, our second fur baby was adopted from, it was also where Joel and I officially met for the first time, ages ago! 😊

บ่ายวันเสาร์เมื่อปลายเดือนกุมภาตอนต้นปี เราขับรถไปเที่ยวกันที่เมือง Pittsboro และบริเวณใกล้เคียง ละแวกนี้มีหลายแห่งที่มีความสำคัญกับครอบครัวน้อยๆของเรา เพราะนอกจากจะเป็นที่ที่เราไปรับอุปการะคุณเมีย น้องแมวน้อยเบอร์สองของบ้านมาเลี้ยงแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ที่คุณสามีกับเราได้พบปะกันอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกตั้งแต่สมัยเมื่อครั้งกระโน้น 😊

We started the trip down memory lane with the place where we first met as bridesmaid and groomsman at our good friends’ wedding back in 2008. Fearrington Village is a popular wedding venue in the area. Not only do they have pretty cows and goats grazing in an idyllic pasture out front, but you can also find boutique shops, an inn, a spa, and a couple of places to grab a bite while you are there. There is even a few of the infamous Vollis Simpson‘s whirligigs out on display too!

เริ่มต้นรำลึกความหลังกันด้วย Fearrington Village ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานของเพื่อนสนิทจากสมัยมหาลัย ซึ่งได้จัดแจงให้เราสองคนมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวในงานเมื่อปี 2008 จนเป็นที่มาของตำนานรักข้ามทวีปของสองเรา 😜 ที่นี่เป็นที่จัดงานเลี้ยงยอดฮิตของบริเวณนี้ นอกจากจะมีทุ่งหญ้าเขียวขจีที่มีฝูงวัวและแพะหน้าตาไฮโซคอยเล็มหญ้าแบบชิลด์ๆให้แขกเหรื่อมาถ่ายรูปด้วยแล้ว ยังมีร้านบูติคน่ารักๆไว้ให้เดินช้อปปิ้งแก้เบื่อ มีโรงแรมขนาดเล็กแต่หรูให้นอนเล่นชมวิวสวยๆ มีสปาไว้คลายเครียด รวมทั้งมีกังหันลมจากวัสดุเหลือใช้ฝีมือคุณ Vollis Simpson นักศิลปกรรมชื่อดังมาตั้งไว้ให้ชมตรงทางเข้าอีกด้วย

Next stop was Clyde Jones’ Critter Crossing, a quirky collection of wooden carved ‘critters’ and whimsical paintings which can be found decorating the artist’s home and front yard. This former mill worker had no formal arts training, but loved to create beautiful pieces of arts, which he then gave away to people. His lovely designs can be found all over town in neighbors and friends’ yards in Bynum, NC.

จากนั้นเราไปแวะกันที่ Clyde Jones’ Critter Crossing ซึ่งเป็นบ้านของคุณ Clyde Jones พนักงานโรงสีที่โด่งดังจากการนำเอาท่อนไม้มาประกอบเป็นสิงสาราสัตว์นานาชนิดด้วยความสร้างสรรค์ส่วนตัว บ้านน้อยของแกประดับประดาไปด้วยผลงานศิลปะสีสันสะดุดตามากมาย หลังจากที่ไม่เหลือที่ตั้งโชว์ในบริเวณบ้านตัวเองแล้ว แกยกเอางานฝีมือที่เหลือไปบริจาคให้เพื่อนบ้าน จนทุกคนนำมาตั้งโชว์กันเต็มเมือง Bynum เล็กๆแห่งนี้

From there, we headed over for a short hike at Lower Haw River Trail. Before the hike, we parked by Bynum Bridge, a pedestrian bridge crossing Haw River that features very cool graffiti art all over it.

ตามธีมศิลปะมากันที่สะพานข้ามแม่น้ำ Haw River ซึ่งอยู่ถัดไปไม่ไกล ที่นี่ศิลปินสมัครเล่นนับไม่ถ้วนแห่กันมาใช้พื้นสะพานคนข้ามแห่งนี้เป็นผืนผ้าสเปรย์ลวดลายสร้างสรรค์กันตามใจอยาก

A short walk led us over to the parking lot at the trailhead. There was more street art for us to see along the way.

จากสะพานเดินมาไม่ไกลเป็นที่จอดรถของเส้นทางเดินป่า Lower Haw River Trail ซึ่งเราตั้งใจมาเดินกัน ระหว่างทางมีผลงานศิลปะสวยๆไว้ให้ชมกันอีกไม่ขาดสาย

We spent quite a bit of time looking for the actual trail once we got there. 😓 It wasn’t very clear where it was and we kept walking around and around trying to find it. After getting turned around from a few different dead ends, we finally located the trailhead right where this metal flower stood!

ไปถึงเดินวนหาต้นทางอยู่นานกว่าจะเจอ 😓 ป้ายเค้าก็ไม่ได้ช่วยเลย เดินไปทางนึงก็ตัน อีกทางก็พาลงน้ำ สุดท้ายเห็นคนเดินมาถึงเดินตามเค้าจนได้เจอต้นทางอยู่ที่ตรงดอกไม้เหล็กที่เห็นในรูปนี่เอง

The trail itself was very wet! 😆 It hugged along Haw River pretty much the entire way we traveled. The river appeared to be at capacity and even overflowed into our paths in a few spots. We walked as far as we were comfortable, until we reached a spot where it would take quite an effort to wade over the muds and puddles. That’s when we decided to just turn around and head back.

ทางเส้นนี้วันนั้นที่ไปแฉะมาก 😆 พาเราเดินเลียบแม่น้ำ Haw River ไปตลอดสาย ตัวแม่น้ำเต็มปริ่มจนล้นลงมาท่วมทางเป็นบางส่วน เราเดินไปจนประมาณว่าลุยไม่ไหวแล้วถึงได้หันหลังเดินกลับ

We clocked in at 1.7 miles, which took us about 45 minutes or so. It was a short but pretty hike. The entire trail was supposed to be 7.3 miles, out and back. If we are ever back this way at some point when it’s not so wet, we would like to be able to try to hike the entire trail!

วันนั้นเดินกันไปได้แค่ 1.7 ไมล์ หรือประมาณไม่ถึง 2.73588 กิโลดี สั้นแต่สวย จริงๆแล้วทางเส้นนี้ถ้าเดินกันจนสุดไปกลับจะประมาณ 7.3 ไมล์ ถ้าได้ผ่านมาแถวนี้อีกเอาไว้จะมาเดินให้ครบ หวังว่าคราวหน้ามาจะไม่แฉะเท่านี้ 😛

After the hike, we went to check out downtown Pittsboro. Most of the shops there were still closed due to the lockdown at the time. Two of the main highlights there were Circle City Books & Music, which has this cool mural on the side featuring books by local NC authors, and French Connections, a cute shop with many colorful home decor and gift selections.

เสร็จจากเดินป่าเราไปแวะเดินเล่นกันต่อที่ย่านดาวน์ทาวน์ของเมือง Pittsboro ช่วงนั้นร้านรวงยังคงปิดกันตรึมเพราะพิษโควิด ร้านนึงที่ตั้งใจมาชมก็คือ Circle City Books & Music ซึ่งเอาผนังด้านนอกมาเพ้นท์ซะเก๋ไก๋เป็นรูปหนังสือต่างๆที่เขียนโดยนักเขียนที่มีบ้านเกิดอยู่ในรัฐนอร์ทแคโรไลน่า อีกร้านที่เดินถ่ายรูปได้เพลินๆก็คือร้าน French Connections ซึ่งมีของตกแต่งบ้านน่ารักๆวางเรียงรายไปทั่ว

Last but not least, since it was right there, we stopped by for a quick drink at Fair Game Beverage Company, which was featured recently in this previous post, before heading home.

ก่อนกลับขอแวะไปจิบดริ๊งค์เย็นๆที่ Fair Game Beverage Company ซึ่งเคยนำมาเสนอกันไปทีนึงแล้ว เพราะไหนๆก็ต้องขับรถผ่านอยู่แล้ว 😛

Saturday Hike: Hollow Rock Nature Park

We got another July Saturday with the temperature dropping below 85 degrees today, so naturally we jumped at the chance to get out on a hike! 😊 This time, we picked Hollow Rock Nature Park in Durham, which was the first result that came back when I searched for “shady hike in Durham”.

วันเสาร์นี้เราเกิดโชคดีเจออุณหภูมิตกลงมาไม่ถึง 30 องศาเซลเซียสเป็นครั้งแรกหลังจากที่ร้อนตับแตกมานาน เลยได้โอกาสไปเดินป่ากันอีกครั้งในรอบเดือน 😊 คราวนี้เราเลือกไปกันที่ Hollow Rock Nature Park ในเมือง Durham หลังจากที่ไปเสิร์ชกูเกิลหา ‘ที่เดินป่าร่มๆในเมือง Durham’ แล้วได้ชื่อพาร์คนี้ขึ้นมาเป็นอันดับแรก

There was just one other car in the parking lot when we got there. Not sure what the little white building there was supposed to be 🤔, but it didn’t look accessible to us… The information kiosk by the trailhead has the very simple map posted. They have only 2 short trails here which was perfect for us on a day like this, since it was still very hot and humid out despite the deceiving relatively low temperature on display. However, if you choose to, you can continue on to the trails at Duke Forest from here.

ไปถึงที่จอดรถโล่ง มีรถจอดอยู่แค่คันเดียวเท่านั้น ไม่ทราบว่าตึกสีขาวในรูปนี่มีไว้เพื่อจุดประสงค์อะไร 🤔 ตอนแรกอุตส่าห์ดีใจนึกว่าเป็นห้องน้ำ แต่ปรากฎว่าไม่ใช่ 😕 ที่ต้นทางมีแผนที่แปะไว้ให้ข้อมูล ทางเค้าง่ายมาก มีอยู่แค่สองเส้นสั้นๆ ซึ่งก็พอเหมาะพอดีกับที่กะมาเดินกัน เพราะถึงอุณหภูมิจะไม่สูงมาก แต่อยู่กลางแจ้งก็ยังร้อนอยู่ดี แถมอากาศชื้น ยืนตากแดดไม่ทันไรเหงื่อโซกเต็มตัวซะแล้ว 😓 แต่ป้ายเค้าบอกไว้ว่าสามารถเดินต่อไปที่ Duke Forest จากที่นี่ได้ ถ้าใครอยากจะเดินยาวกว่านี้

We started off on the Hanging Rock Loop Trail. It first leads to a small meadow, with a stable-like structure on one side.

เราเริ่มต้นกันด้วยเส้นวงแหวน Hanging Rock Loop Trail ซึ่งนำเราไปยังทุ่งหญ้าเล็กๆที่เห็นในรูป สุดปลายฝั่งนึงมีตึกขนาดย่อมๆซึ่งสร้างไว้เหมือนจะเป็นคอกม้าหรือปศุสัตว์อะไรซักอย่าง

From there, the path takes you along side New Hope Creek, with several offshoot cutoffs that you can take down to enjoy the view by the water.

จากนั้นทางเดินเลียบฝั่งลำน้ำ New Hope Creek ไปโดยตลอด สามารถเดินลงไปชมวิวริมน้ำได้อยู่หลายจุด

No blazes here but plenty of signs at every turn!

ที่นี่เค้าไม่มีหมุดปักบอกทาง แต่มีป้ายตามรายทางอย่างชัดเจน

Once we finished the first loop, we’re right back where we started off. A small connector path takes us down to the second loop, which is called the Headwaters Loop Trail. It starts once you cross a small dirt road called Pickett Road.

หลังจากเดินวนครบรอบแรก เรากลับมาที่จุดเริ่มต้นใกล้ที่จอดรถ จากนั้นจึงเดินข้ามถนน Pickett Road ไปต่อกันที่วงแหวนเบอร์สองซึ่งมีชื่อว่า Headwaters Loop Trail

The trail itself is mostly flat, and very shady, as advertised! 😇

ทางที่นี่ค่อนข้างราบเรียบ และมีร่มไม้คอยบังแดดอย่างที่เค้าว่าไว้ตลอดทางจริงๆ 😇

Mushroom spotting! 😍

กิจกรรมส่องเห็ด 😍

We ended up clocking in at almost 2 miles in about an hour or so, which was a little more than anticipated… I guess we must have taken a wrong turn somewhere somehow, since the first loop was supposed to be 0.6 mile and the other 0.8 mile. 😛 Not that I’m complaining, since this was the perfect mileage for a hot day out!

สรุปว่าเดินกันไปเกือบ 2 ไมล์ หรือประมาณ 3 กิโลนิดๆ ใช้เวลาสิริรวมแล้วเกือบหนึ่งชั่วโมงพอดี จริงๆแล้วตามป้ายเค้าว่าวงแหวนแรกนี่ 0.6 ไมล์ กับวงแหวนสองอีก 0.8 ไมล์ รวมแล้วน่าจะประมาณไมล์ครึ่ง แต่ไม่ทราบว่าเดินหลงกันยังไงได้มาอีกครึ่งไมล์โดยไม่ได้ตั้งใจ 😛 แต่ก็ดีเหมือนกันรู้สึกว่าร้อนๆอย่างนี้ระยะทางได้เผาผลาญไขมันกำลังดี

Now to the highlight of the day… The reason we picked Durham was because I just read this list of ‘The Best Fried Chicken Sandwiches in the Triangle‘ and decided that Guglhupf‘s was one of the best looking from the bunch. 😊

จากนั้นเราไปแวะเติมพลังกันที่ร้านอาหารเยอรมันชื่อ Guglhupf สาเหตุที่เลือกมาเมือง Durham จริงๆแล้วก็เพราะว่าเพิ่งไปอ่านเจอรายชื่อร้านอาหารที่เสิร์ฟแซนด์วิชไก่ทอดที่อร่อยที่สุดในละแวกนี้ หลังจากดูรูปแล้วลงความเห็นกันว่าของร้านนี้ดูดีสุด 😊

We had been here once before, a couple of years ago. This time, they had pandemic-ized the place by closing off the entire indoor section. You go place your order at the little window, take a number, and then go wait for your food and drinks to arrive at one of the many tables in their outdoor garden area.

ร้านนี้เคยมากันแล้วทีนึงเมื่อเกือบสองปีก่อน คราวนี้ปรากฎว่าเค้าเปลี่ยนรูปแบบใหม่เพื่อตอบรับสถานการณ์โควิดอย่างเต็มที่ ข้างในปิดห้ามนั่ง ให้นั่งได้แต่ในสวนด้านนอก ไปถึงต้องไปสั่งออเดอร์กันที่หน้าต่าง แล้วเค้าจะให้เบอร์มาปักที่โต๊ะนั่งรอพนักงานนำอาหารและเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้ถึงที่

The fried chicken sandwich did not disappoint, according to my husband, the sandwich snob. 😆 I’m not a big fan of sandwiches in general 🙄, but this one was pretty good in my book… Oh, and they do have some really cool German beer selections 🍺 on draft here, which was really awesome!

คุณสามีซึ่งเป็นเจ้าพ่อแห่งแซนด์วิช 😆 บอกว่าแซนด์วิชไก่ทอดของเค้าอร่อยจริงสมคำร่ำลือ เราชิมดูแล้วก็โอเคใช้ได้ 🙄 ทั้งๆที่เราไม่ค่อยชอบแซนด์วิชซักเท่าไหร่ 😛 แต่ขอบอกว่าที่นี่เค้ามีเบียร์เยอรมันสดๆ 🍺 หลากหลายไว้ให้เลือก น่าจะถูกใจคอเบียร์ทั้งหลายแน่นอน

Saturday Hike: Company Mill at Umstead Park

With ongoing headlines about the heat waves 🥵 that have been wreaking havoc on the West coast, it’s quite mind-blowing 🤯 that we would be able to go on a hike over here in NC, in July. 😳 But that’s exactly what happened this weekend! After a whole night of rain, we woke up to a temperature in the low 80s on Saturday. Needless to say, we seized the day and took this rare opportunity to go out on a hike at nearby Umstead Park.

พักนี้มีแต่ข่าวคลื่นความร้อนรุนแรงเข้าโจมตีฝั่งตะวันตก 🥵 ทั้งๆที่ส่วนใหญ่แถวนั้นไม่เคยร้อนขนาดนี้ ปรกติแล้วเดือนกรกฎาช่วงนี้ที่นี่ไม่ต้องหวังกันเลยว่าจะได้ไปออกกำลังกายนอกบ้าน แต่ปรากฎว่าหลังจากที่ฝนกระหน่ำติดต่อกันตลอดคืนวันศุกร์ ตื่นมาเช้าวันเสาร์อากาศกลับกลายเป็นเย็นสบาย อุณหภูมิหล่นลงมาอยู่ที่ประมาณ 27 องศาเซลเซียสเท่านั้น เลยต้องฉวยโอกาสหายากเช่นนี้ออกไปเดินป่ากันที่ Umstead Park

It’s been more than a year since we’ve been here. This is a popular spot here in the triangle area, so it’s pretty much always packed on the weekend. That’s why we’ve been avoiding it, in the effort to keep social distance during the pandemic. I’ve never realized until I sat down to write this post that I have actually never featured this park on the blog before, so it’s high time to have it here, better late than never! 😉

ที่นี่ไม่ได้มากันเป็นปีแล้ว ยิ่งช่วงโควิดยิ่งไม่กล้ามาเพราะคนเยอะมาก วันเสาร์อาทิตย์บางทีมาถึงแล้วหาที่จอดรถไม่ได้ แต่ช่วงนี้สถานการณ์เริ่มซาลงเลยตัดสินใจลองมากันดู พอมานั่งเขียนโพสต์นี้ถึงได้รู้ว่าไม่เคยเอาพาร์คนี้มาลงให้ชมกันมาก่อน คราวนี้เลยได้ฤกษ์ดีมาแนะนำให้ได้รู้จักกันเป็นครั้งแรก 😉

The park is equipped with proper restrooms, and reservable picnic shelters with plenty of picnic tables all around.

ที่นี่มีห้องน้ำห้องท่าเตรียมไว้อย่างเพียบพร้อม แถมยังมีบริเวณให้ชุมนุมกัน รวมทั้งโต๊ะปิคนิคเรียงรายให้ใช้งานกันได้อย่างสะดวกสบาย

We picked the Company Mill Trail, since we are very familiar with it and it is located on the south entrance in Cary, which is a bit closer to us. The trail is nice and wide, clearly marked with bright square orange blazes along the way.

เที่ยวนี้เราเลือกเส้นทางเดินป่าที่ชื่อว่า Company Mill เพราะมาเดินกันหลายรอบจนช่ำชอง ประกอบกับว่าต้นทางตั้งอยู่ใกล้ประตูทางเข้าด้านใต้ในเขตเมือง Cary ซึ่งอยู่ใกล้บ้านเรา ทางเส้นนี้กว้างขวางเดินสบาย มีหมุดปักสีส้มแปร๋นคอยบอกทางอย่างชัดเจน

It’s about a mile almost entirely downhill, up until this bridge. This is the only downside of this particular trail – you’ll be thinking about this uphill portion on your way back the entire way! 😓

เดินไปได้ซักประมาณไมล์นึงก็จะมาเจอะสะพานข้ามห้วยที่เห็นนี้ ช่วงแรกนี้ทางเลียบลงเขาเกือบตลอด เดินไปก็อดห่วงเวลาขากลับไม่ได้ว่าต้องมาตะกายขึ้นเขาเอาตอนจบ 😓

After the bridge is the start of the loop, on which we opted to go clockwise this time. A couple of miles in, you’ll run into this wide gravel multi-use trail, that cuts roughly across the middle of the park. The Company Mill trail actually jumps across this and loops back further on, but we decided to cheat 😛 and took the multi-use trail, which is nice and wide, and most importantly, flat! Well…for the most part anyway… 🙄

หลังจากข้ามสะพานมาก็จะเป็นทางเดินวงแหวน จะเลือกวนทางไหนแล้วแต่ใจชอบ คราวนี้เราเลือกเลี้ยวซ้ายเดินวนตามเข็มนาฬิกากัน เพราะคนข้างหน้าเดินเลี้ยวขวา 😆 หลังจากนั้นประมาณซักสองไมล์ก็จะมาเจอกับถนนอเนกประสงค์โรยกรวดขนาดกว้างขวางที่เห็นในรูป จริงๆแล้วเส้น Company Mill ของเราตัดข้ามถนนเส้นนี้แล้วไปต่ออีก ก่อนจะวกกลับมาตัดถนนเส้นเดียวกันอีกครั้ง แต่เราเดินมาเหนื่อยเลยแอบขี้โกงขอเดินถนนกว้างๆเรียบๆกันแทนละกัน 😛

After about 3/4 mile or so on the multi-use trail, we hopped back on Company Mill and continued our way back to where we started off from.

เดินไปซักครึ่งค่อนไมล์ก็จะเห็นป้ายบอกทางของเส้น Company Mill ที่ตัดกลับมาเจอกันอีกที เราเลี้ยวที่นี่เพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังจุดเริ่มต้น

This millstone, from the early 1800s, is what gave this trail its unique name!

หินโม่ที่เห็นในรูปจากต้นคริสต์ศตวรรษที่19 เป็นที่มาของชื่อเส้นทางเดินป่าแห่งนี้

Usual mushroom spotting…with a few unusual surprises! 😦

คราวนี้ไปเจอเห็ดแปลกสีส้มแปร๋นเชียว 😦

This trail is rated as ‘moderate’ with a lot of ups and downs, and decently shaded. It was a bit ‘rootie’ in some of the spots… A few of these exposed roots got me a couple of times, fortunately I was able to ‘recover’ nicely both times! 😅

ทางเส้นนี้เค้าเรตไว้ว่าระดับความยากอยู่ที่ “ปานกลาง” เพราะมีช่วงขึ้นๆลงๆเยอะ แต่ก็มีร่มไม้ปกคลุมตลอดทาง บางช่วงมีรากไม้ชุกชุม เราเองเดินสะดุดไปหลายที ดีที่ทรงตัวได้ไม่ลงไปหน้าคะมำ 😅

You’ll be able to spot these beautiful quartz rocks along the trail. In fact, there is a quarry located right at the park entrance. Locals don’t seem to be a big fan of this particular business, since it has clearly destroyed parts of the roads leading in and out of it, with big trucks hauling these heavy slabs out for distribution days and nights… 😐

นอกจากนั้นถ้าสังเกตดีๆจะเห็นหินควอตซ์ลายสวยโผล่ขึ้นมาให้เห็นตลอดทาง แถบนี้มีบริษัททำเหมืองหินอยู่หลายแห่ง ที่ติดกับพาร์คก็มีอยู่แห่งนึงซึ่งคนแถวนี้ไม่ชอบใจกัน เพราะเอารถบรรทุกมาขนหินหนักๆออกจากเหมืองจนถนนใกล้ๆผุพังเป็นหลุมเป็นบ่อกันไปหมด 😐

We stopped by for a quick break to enjoy the rushing water gushing through Reedy Creek, before mustering our strength and got back on the trail to tackle the dreaded last uphill portion! 😓

ก่อนข้ามสะพานกลับเราขอแวะนั่งชมวิวกันริมห้วยซักนิด เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจก่อนไปตะกายขึ้นเขาชันช่วงไมล์สุดท้าย 😓

We clocked in at 5.26 miles – the longest hike we had been in a while! 😅 It took us almost two hours from start to finish. The weather stayed nice and relatively cool at 80 degrees the entire way.

วันนั้นเดินกันไป 5.26 ไมล์ หรือประมาณ 8 กิโลครึ่ง ไม่ได้เดินไกลๆขนาดนี้กันมานานมาก 😅 ใช้เวลาทั้งสิ้นเกือบสองชั่วโมงได้ ดีที่อากาศกำลังสบายตลอดทางไม่ร้อนไม่หนาว

After the long hike, it was time to reward ourselves with some cold beers at Bond Brothers Beer Company in downtown Cary. 😊 For lunch, we ordered a couple of yummie sandwiches and a few sides from Pro’s Epicurean, just a few steps away.

จากนั้นเราไปเติมพลังกันด้วยเบียร์เย็นๆจาก Bond Brothers Beer Company ที่ดาวน์ทาวน์เมือง Cary 😊 ตามด้วยอาหารมื้อกลางวันเป็นแซนด์วิชกับสลัดจากร้าน Pro’s Epicurean ซึ่งตั้งอยู่ติดกัน

Pandemic Pause: Hiking at Uwharrie

Trip Date: December 2020

วันสัญจร: ธันวาคม 2563

On our last day in Asheboro, we stopped by to hike at Uwharrie National Forest. We had been eyeing this trail for years, having spotted the signs for it every time on our way to Charlotte, but never found a good time to actually make a stop, until now! 🥳

วันสุดท้ายก่อนกลับจากเมือง Asheboro เราแวะไปเดินป่ารอบสุดท้ายกันที่ Uwharrie National Forest ที่นี่เล็งกันมาหลายปี เวลาขับรถไปกลับเมือง Charlotte ทีไรต้องผ่านทุกที เห็นทีไรก็ว่าต้องหาเวลามาลองเดินกัน แต่ไม่เคยได้ฤกษ์ดีซักที จนมาเที่ยวนี้นี่แหละ 🥳

I heard about Pisgah Covered Bridge and wanted to stop by to take a look at this historical spot, which is one of the two remaining such bridges in the state of North Carolina. The bridge crosses the West Fork Branch of the Little River and was built at the low low price of $40 back in 1911! 😆

ก่อนมาอ่านเจอว่าสะพานข้ามแม่น้ำ Pisgah Covered Bridge แห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเป็นสะพานข้ามแม่น้ำที่มีหลังคาคลุมหนึ่งในจำนวนที่เหลืออยู่แค่สองแห่งในรัฐนี้ เลยตั้งใจไว้ว่าต้องแวะมาดูกัน สะพานนี้ทอดข้ามแม่น้ำ Little River ด้านฝั่งตะวันตก สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1911 ด้วยค่าใช้จ่ายเพียง 40 ดอลล่าร์เท่านั้น 😆

Joel looked at the trail map beforehand and said we could just hike the Uwharrie Trail from here, which was what we set out to do. We followed the path right next to the bridge and braced ourselves for the long hike… Imagine our surprises when it led us back to the bridge in just under five minutes! 🤣

คุณสามีไปดูแล้วบอกว่าเราสามารถเริ่มเดินป่าจากจุดนี้ไปเจอกับทางสายหลักของที่นี่ได้ พอถ่ายรูปสะพานเสร็จเราก็เตรียมตัวออกเดินทางกันอย่างเต็มที่ เห็นมีทางราดยางอย่างดีอยู่ข้างๆสะพานยังนึกในใจว่าแหมเค้าทำไว้ซะดีเชียว เดินไปไม่ถึงห้านาทีเงยหน้าขึ้นมาเจอสะพานหน้าตาคุ้นๆ อ้าวก็ไอ้สะพานอันเดิมเมื่อกี๊นี่นา 🤣

Workout shot for our short short hike! 😆

เดินระยะสั้นซะจนคุณ apple watch ก็งงเหมือนกัน 😆

We looked left and right but couldn’t find any other trails nearby. Finally, we had to resort to plan B, which was to drive all the way to the other side of the forest to Joe Moffitt Trailhead. From there, we took the trail north, heading towards King Mountain.

หันซ้ายหันขวาเดินวนอยู่หลายรอบก็ไม่เห็นเจอทางอื่น สรุปแล้วเลยต้องไปแผนสำรองคือขับรถไปอีกฝั่งของพาร์คไปเริ่มต้นที่เส้นทางเดินป่า Joe Moffitt กันแทน จากที่นั่นเรามุ่งหน้าขึ้นเหนือไปยังยอดเขา King Mountain

The trail was pretty well marked, with big white color blazes, which normally would be the hardest to spot, but the ones here were pretty big so we didn’t really have any trouble with them. I recently went hiking with a couple of non-hiker friends and realized that maybe I should share a couple of small tips that’s pretty common knowledge among avid hikers, but might not be as obvious for a novice. When you see a single blaze, it means you should continue straight along the same path. But when you notice a double blaze, it means there is a turn in the trail at that spot. Different color blazes signal that you are switching from one trail to another. My non-hiker friends were quite impressed with my basic hiking skills when I mentioned these to them. 😇

ทางที่นี่มีหมุดบอกทางสีขาว ซึ่งปรกติจะดูยากหน่อย เพราะมันกลมกลืนไปกับลายไม้ แต่ของที่นี่เค้าเพ้นท์ไว้อันโต เลยหาไม่ยากเหมือนที่อื่น เมื่อไม่นานมานี้ได้มีโอกาสไปเดินป่ากับเพื่อนซึ่งไม่ใช่นักเดินป่ามืออาชีพอย่างเรา 😎 เลยนึกขึ้นได้ว่าเราควรจะอธิบายเคล็ดลับเกี่ยวกับเจ้าหมุดบอกทางในป่าพวกนี้ซักหน่อย คนที่เดินป่าบ่อยๆจะรู้กัน แต่ถ้าคนที่ไม่คุ้นส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่าหมุดอันเดียวหมายความว่าให้ตรงไปทางนี้เรื่อยๆ แต่ถ้าเจอหมุดคู่แปลว่าเป็นทางเลี้ยว ส่วนหมุดสองสีคือเป็นสัญลักษณ์ว่าเรากำลังเริ่มเปลี่ยนทางจากเส้นนึงไปอีกเส้นนึง เพื่อนเราประมาณว่าซูฮกกับทักษะการเดินป่าขั้นพื้นฐานของเรามาก 😇 แต่จริงๆแล้วคือก็รู้อยู่เท่านี้แหละ พอไปวัดไปวาได้ไม่หลง 😆

It was mostly typical winter scenes with bare branches along the way, but we did get a peek of bright green mosses every now and then. The day was cold, with temperature hovering in the low 40s the entire day.

วิวที่นี่ก็เป็นต้นไม้ใบโกร๋นตามสไตล์ป่าหน้าหนาว แต่ก็พอมีหญ้ามอสเขียวขจีให้ได้เห็นอยู่ประปราย วันนั้นอากาศค่อนข้างเย็น ประมาณ 40 องศาฟาเรนไฮต์หรือประมาณ 4-5 องศาเซลเซียสตลอดทาง

We made it up to the highest point of the Uwharrie at King Mountain, elevation 1,020 feet!

ในที่สุดก็ตะกายขึ้นไปถึงยอดเขา King Mountain กันจนได้ ที่นี่เป็นจุดสูงสุดของพาร์คนี้ ความสูงอยู่ที่ 1,020 ฟุต

Took a little detour on an offshoot trail towards campsite number 7. There was a plaque commemorating the building of the site, along with grills for cooking convenience.

แวะทางแยกเข้าไปดูแคมป์เบอร์เจ็ด เค้ามีป้ายบอกที่มาของทำเลที่ตั้งและผู้มาก่อสร้าง แถมมีเตาบาร์บีคิวไว้ให้ปิ้งย่างอาหารกันตามสะดวก

There was an old gold mine along the way. Things got a little confusing here as this large flock of birds were swarming right above our heads. They were so loud it was quite terrifying. 😱 We got disoriented and went a bit off course, but fortunately were able to realize our mistake pretty quickly before turning back on the right path.

ขากลับเดินผ่านเหมืองทองเก่า เดินเลยมาหน่อยเจอฝูงนกบินอยู่เหนือหัวเสียงดังมาก ตอนแรกตกใจไม่รู้ว่าเสียงอะไร ชะเง้ออยู่ซักพักถึงได้รู้ว่าเป็นนก ไม่เคยได้ยินเสียงนกดังขนาดนี้มาก่อน 😱 ส่องดูกันจนเดินหลงไปอีกทาง ดีที่ไปไม่ไกลมารู้ตัวถึงได้เดินกลับมาถูกทางกันได้

We clocked in at 4.38 miles, which took us almost 2.5 hours. Quite a bit of elevation gain because of that climb up the mountain! 😓

วันนั้นเดินกันไป 4.38 ไมล์หรือประมาณ 7 กิโล ใช้เวลาทั้งหมดสองชั่วโมงครึ่ง รวมทั้งที่ต้องปีนขึ้นเขา กับที่ไปเดินหลงกันอยู่พักใหญ่ 😓

We had the Chicken Salad Chick leftovers when we got back to the car.

กลับมาถึงรถมีเสบียงรอไว้เรียบร้อย เป็นแซนด์วิชไก่จาก Chicken Salad Chick ที่กินเหลือมาจากเมื่อวาน

Spotting the last barn quilt of Randolph County before heading home!

ตาดีไปเจอลายผ้าโรงนาอันสุดท้ายก่อนกลับบ้าน

Check out my other posts from the same trip here:

อ่านโพสต์อื่นจากทริปเดียวกันได้ที่นี่:

Saturday Hike: A Cool Day at Carolina North Forest

This weekend, we found ourselves without any plan for the first time in over a month, so we decided to take advantage of the relatively nice weather before the summer heat here gets too unbearable… 😣 Carolina North Forest was one of the viable options that had come up the last time we were looking for a place to hike in Chapel Hill. We went with the Piedmont Nature Trails back then, so this time we thought we’d give this UNC urban sanctuary a try.

สุดสัปดาห์นี้พอมีเวลาว่างเป็นครั้งแรกในรอบเดือน อากาศกำลังดีไม่ร้อนจัด เลยต้องฉวยโอกาสไปเดินป่ากันก่อนที่อุณหภูมิจะพุ่งฉิวกันไปกว่านี้ 😣 คราวที่แล้วตอนหาทำเลมาเดินที่เมือง Chapel Hill เคยคิดว่าจะมาที่ Carolina North Forest กัน แต่สุดท้ายตัดสินใจเลือกไปที่ Piedmont Nature Trails แทน คราวนี้เลยได้ฤกษ์มาเปลี่ยนบรรยากาศกันที่ป่าใหญ่ใจกลางเมืองในอาณาเขตบริเวณมหาวิทยาลัย UNC

I have never been here before. Joel, on the other hand, had come biking here with his brother back during college days. We almost bailed, since it felt almost like it would be too hot 🥵 when we first stepped out in the sun, even though the Weather App said it was 75 degrees… 🤔 But it has been several weeks since we last hiked and we really wanted to get one in, so we decided to just ‘drive there and see’. 🙄

ที่นี่เราเองไม่เคยมา แต่คุณสามีเคยมาปั่นจักรยานกับพี่ชายสมัยเรียนอยู่มหาลัย ตอนแรกออกจากบ้านมาเจอแดดจ้า 🥵 เกิดลังเลกันเล็กน้อย พยากรณ์อากาศบอกไว้ว่า 75 องศาฟาเรนไฮต์ (ประมาณ 25 องศาเซลเซียส) ก็จริง แต่พอยืนกลางแดดแล้วรู้สึกร้อนกว่านั้นหลายเท่า 🤔 แต่จริงๆก็ไม่ได้เดินป่ากันมาหลายอาทิตย์แล้ว เลยตัดสินใจว่าลองขับรถไปดูทำเลดูก่อนค่อยว่ากัน 🙄