Twice as Nice, Hike & Chill Sundays

I accidentally stumbled upon what was to become Joel’s latest ‘happy place’ on Pinterest recently. It was a post featuring something called a ‘garden bar’. Intrigued, I looked it up and found out that it was this garden center in North Raleigh that came equipped with a small bar that serves a limited selection of beers, wines, and mimosas. 😲

เมื่อประมาณเกือบสองเดือนก่อน เราบังเอิญไปเจอโพสต์ใน Pinterest เกี่ยวกับสถานที่ที่มีชื่อว่า ‘garden bar’ ฟังดูแล้วน่าสนใจก็เลยไปลองเสิร์ชดูซิว่ามันคืออะไร ปรากฎว่ามันเป็นร้านขายต้นไม้ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมือง Raleigh นี่เอง แต่จุดเด่นก็คือเค้ามีบาร์เล็กๆตั้งอยู่ด้านในคอยเสิร์ฟเบียร์ ไวน์ และเครื่องดื่มค็อกเทลมิโมซ่าหน้าตาดี 😲 พอเอาไปบอกคุณสามีแกว่าเราต้องไปสำรวจกันดูโดยด่วน 😂

As predicted, Joel was totally in! 😆 So, we went and checked out Atlantic Gardening Company one Sunday. We needed plants to grow for the season, and would normally go to the garden center closer to home anyway. But this was ‘way better’ according to Joel, because, “I can sip on a beer while we shop.” 🤣

ก่อนไปก็ไม่ได้คิดว่าจะกลายมาเป็นลูกค้าขาประจำของร้านที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Atlantic Gardening Company แห่งนี้ 😆 ที่ไปครั้งแรกเพราะมีข้ออ้างว่ากำลังจะย่างเข้าฤดูร้อน ได้เวลาเริ่มปลูกพืชผักสวนครัวประจำปีพอดี ปรกติก็ไปร้านที่อยู่ใกล้บ้านกันทุกปีอยู่แล้ว แต่คุณสามีแกบอกว่า ที่นี่ “ดีกว่าหลายเท่า” เพราะว่า “เราค่อยๆจิบเบียร์ไปค่อยๆช็อปไปได้” 🤣

We did a scouting trip the first time just to the garden bar itself. The small bar is located inside the store on one end, with plenty of tables to sit and enjoy your drinks, both inside and out.

อาทิตย์แรกที่ไปดูลาดเลาไปถึงปุ๊บก็ไปเช็คดูเมนูเครื่องดื่มกันก่อนเป็นอันดับแรก บาร์เค้าขนาดกะทัดรัดตั้งอยู่มุมร้านด้านใน มีเก้าอี้ให้นั่งที่เคาน์เตอร์สี่ห้าตัว หรือจะนั่งเป็นโต๊ะถัดออกมาก็ได้ มีให้บริการทั้งด้านในและนอกร้าน

Tasty drinks in hand, we browsed through the entire store, and came home with a small selection of plants to start off the season for our balcony gardening. 😍

พอเลือกเครื่องดื่มกันเสร็จเรียบร้อย เราก็ไปเดินชมร้านกัน ได้ต้นไม้ติดมือกลับบ้านมาปลูกในกระถางบนระเบียงบ้านได้จำนวนหนึ่ง 😍

By the way, they had a plant called ‘Creeping Jenny’! 🤯

ตาดีไปเจอะต้นไม้ชื่อประหลาด ‘Creeping Jenny’ 🤯

Naturally, my husband wanted to go back again the following week, and then the next. 😐 To make the trip a little more ‘rewarding’ 🙄, I found a new-to-us nature preserve nearby so that we could burn off some calories beforehand. 😏 Annie Louise Wilkerson, MD Nature Preserve Park turned out to be such a perfect spot, fully equipped with a park office, a picnic shelter, a children’s playground, plenty of parking, and a nice clean restroom – which is a very important perk in my book! 😊

อาทิตย์ถัดมา คุณสามีบอกว่าเรามีความจำเป็นต้องกลับไปเยือน garden bar กันอีก เพราะสวนครัวแกยังมีผักไม่ครบ 😐 เราเลยต้องใช้ความพยายามในการทำให้การเดินทางมีความคุ้มค่ามากขึ้นเล็กน้อย 🙄 ด้วยการไปหาป่าไม้ใกล้เคียงเพื่อเดินเผาผลาญแคลอรี่ก่อนไปดริ้งค์กัน 😏 เลยไปเจอป่าสงวนพันธุ์ธรรมชาติ Annie Louise Wilkerson, MD Nature Preserve Park ซึ่งอยู่เลยไปไม่ไกล ที่นี่มีทุกอย่างสะดวกครบครัน ทั้งออฟฟิศพร้อมเจ้าหน้าที่ประจำ เพิงพักปิคนิค สวนเด็กเล่น และที่สำคัญที่สุดสำหรับเราก็คือห้องน้ำสะอาดๆนั่นเอง 😊

They take wildlife seriously here! 😆

ที่นี่เค้าตั้งใจคุ้มครองสัตว์ป่ากันอย่างจริงจัง 😆

We were on a pretty tight schedule, since the park doesn’t open until 1 pm, but the garden bar closes at 5 pm on Sundays. 😅 The first time there, we opted to go with the Forest Loop trail. This nice little trail, we discovered, connects with the Mountain-to-Sea trail at Falls Lake. It was clearly marked with bright yellow blazes, and there is a clear sign telling you when you are about to leave their property to continue onto the MST.

ครั้งแรกที่ไปต้องรีบร้อนกันเล็กน้อย เพราะป่าที่ไปเดินวันอาทิตย์เปิดบ่ายโมง ส่วน garden bar ปิดห้าโมงเย็น 😅 เราเลือกเดินที่เส้น Forest Loop ทางสายสั้นที่เชื่อมต่อกับเส้นทาง Mountain-to-Sea ที่เราคุ้นเคยตรงช่วง Falls Lake โดยมีหมุดปักบอกทางสีเหลือง และมีป้ายบอกชัดเจนว่าเรากำลังออกจากบริเวณพื้นที่ของเค้าไปต่อยังเส้น MST

We did check out a bit of the MST, just enough that we got a glimpse of Falls Lake, before turning back. Again, a clear sign lets you know you have stepped back onto the nature preserve area. 🙂

เราเดินเลยไปรำลึกความหลังบนเส้น MST กันเล็กน้อย เอาแค่พอให้ได้เห็นทะเลสาบอยู่ลิบๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับทางเดิม หมุดปักทางที่นี่เปลี่ยนเป็นสีขาวตามสไตล์ MST พอกลับเข้าบริเวณอาณาเขตของป่าสงวนก็มีป้ายบอกชัดเจนอีกเช่นกัน 🙂

That first weekend, we spent about 45 minutes with a total mileage of 1.84 mile, short but sweet!

วันนั้นเดินกันไปพอหอมปากหอมคอ ยังไม่ถึงสองไมล์ดี หรือประมาณสามกิโลได้ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที

With the hiking mission accomplished, we headed on back to the garden bar for the second weekend in a row. I did get to try a different flavor of mimosa this time. 😊 So many flowers were in bloom I couldn’t help but get a little carried away with picture snapping. 😛

หลังจากจบภารกิจการเดินป่า เราก็ได้ฤกษ์กลับไปเยือน garden bar กันอีกเป็นครั้งที่สอง คราวนี้เราลองเป็นมิโมซ่ารสพีช 😊 ดอกไม้ที่นั่นกำลังออกดอกบานสะพรั่ง เลยได้เดินถ่ายรูปซะเพลิน 😛

Found yet another cool plant! 😍

ไปเจอต้นไม้แปลกๆอีกละ 😍

And we did come home with another tray of plants to add to our collection.

ได้ต้นไม้ติดมือกลับบ้านมาอีกถาดย่อมๆ

Since Joel ‘insisted’ that our garden was still ‘incomplete’ 🙄, we had no choice but to head back to the garden bar yet again the following weekend. 😅 But first, another stop to Annie Louise Wilkerson, MD Nature Preserve Park, this time for the remaining trails we didn’t get a chance to check out the week before.

อาทิตย์ถัดมาคุณสามียืนกรานว่าสวนครัวแกยังมีที่เหลือ 🙄 เลยจำใจต้องกลับไป garden bar กันอีกที 😅 แต่ก่อนอื่นเราขอแวะไปเดินป่าที่ Annie Louise Wilkerson, MD Nature Preserve Park กันก่อนอีกเช่นเคย เพราะยังมีอีกหลายเส้นที่ยังไม่ได้เดินเมื่อคราวก่อน

First, we started off with the Farm Pond trail, a short but very picturesque path along a small pond.

เริ่มต้นด้วยเส้น Farm Pond สั้นๆที่พาเราเดินรอบบ่อน้ำขนาดเล็ก

After that, we walked over to the Hidden Rocks trail, yet another short loop that features a set of large boulders in the middle of a forest. This time, we spotted a family of about 5 deer roaming in the woods. And, yes, they did spot us too! 😆

จากนั้นจึงไปต่อยังเส้น Hidden Rocks ซึ่งเป็นทางสั้นๆอีกเหมือนกัน แต่คราวนี้พาเดินไปที่กลุ่มก้อนหินขนาดใหญ่กลางป่า คราวนี้โชคดีไปเจอะครอบครัวกวางประมาณสี่ห้าตัวเดินมาให้เห็นอยู่ไกลๆ ใช่ว่าเราเห็นเค้าอยู่ฝ่ายเดียว เค้าก็เห็นเราเดินมาแต่ไกลเหมือนกัน 😆

Last but not least, my favorite part of this entire park – the Woodland Village! 😍

ท้ายที่สุดเป็นที่ๆเราชอบมากที่สุดในป่าแห่งนี้นั่นก็คือสวนเล็กๆที่เค้าตั้งชื่อว่า Woodland Village 😍

Apparently, the staff had set out a little area meant to entertain children. 🤩 It came equipped with a set of crates containing ‘supplies’ – all of natural materials, for kids to make little ‘fairy houses’ in the woods.

เจ้าหน้าที่เค้าอุตส่าห์จัดเตรียมไว้เอาใจสมาชิกตัวน้อยของครอบครัว 🤩 โดยพยายามปลูกฝังให้เด็กๆมีความรักธรรมชาติด้วยการหาอุปกรณ์จากธรรมชาติมาให้ประกอบเป็นบ้านนางฟ้าหลังน้อย

The result was an array of cute innovations, all made possible with the most creative of minds. 😍 As you can see, I got carried away yet again with such colorful and plentiful subjects. 😊

จะเห็นได้ว่าเด็กน้อยแถวนี้มีความสร้างสรรค์กันเต็มล้น 😍 เกิดเป็นบ้านนางฟ้าสีสันสวยงามวางเรียงรายเต็มป่าไปหมด เด็กโข่งอย่างเราเลยได้โอกาสเดินเก็บภาพอย่างเพลิดเพลิน 😊

The very short trail, nicknamed ‘Troll Stroll’, 😆 connects back with the Forest Loop that we did the week before. I only realized that when we came upon this very distinct tree I remembered from last time!

ทางสายสั้นๆเส้นนี้มีชื่อว่า ‘Troll Stroll’ หรือแปลตรงตัวได้ว่า ‘ทางยักษ์เดิน’ 😆 เดินไปหน่อยปรากฎว่าอ้อมไปเจอกับเส้น Forest Loop ที่เรามาเดินกันไปเมื่ออาทิตย์ก่อนนั่นเอง ที่จำได้ก็เพราะเดินมาจ๊ะเอ๋ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้นี่แหละ

We did almost exactly the same mileage this time around, at 1.83 miles, but took quite a lot longer, likely due to the excessive photo taking. 😛

คราวนี้เดินไปได้ระยะทางเกือบเท่าคราวก่อนพอดิบพอดี แต่ใช้เวลาเลยชั่วโมง เพราะมัวแต่แวะถ่ายรูป 😛

And, back to the garden bar we went… 🤣

และแล้วเราก็กลับมาสิงสู่อยู่ที่ garden bar กันอีกครั้ง 🤣

Just as I was about to publish this post, our sage plant happened to die… 🙄 So, we had to go back to pay the garden bar another visit, yet again. 🤣 This time, we got to explore the part we had never been in before – their greenhouse! 😇

นึกว่าจะไม่ต้องกลับไปกันอีกแล้ว แต่เผอิญต้นใบเสจของเรากลับมามีอันเป็นไปพอดี๊พอดี 🙄 เลยต้องจำอกจำใจกลับไปเยือนที่ garden bar อีกจนได้ 🤣 คราวนี้เลยมีโอกาสได้ไปเดินชมเรือนกระจกของเค้าเป็นครั้งแรก 😇

It was surprisingly very cool in there. Our kitchen window sill still had a few empty spots left for succulents, so I conveniently picked out some from their massive collection. 😊

ตอนแรกนึกว่าจะร้อนตับแตก แต่เอาเข้าจริงข้างในเค้าเปิดพัดลมแรงสูง เลยเย็นสบายกว่าข้างนอกซะอีก มานึกขึ้นได้ว่าตรงขอบหน้าต่างในครัวยังมีกระถางว่างอยู่ เลยไปเดินเลือกได้ไม้อวบน้ำกลับบ้านมาสองต้นจิ๋ว 😊

They also have a variety of beautiful orchids.

กล้วยไม้เค้าสวยๆทั้งนั้น เสียดายเราปลูกไม่เป็น

Of course, we did enjoy a cold beer while taking our time perusing the selection! 😛

แน่นอนว่าต้องมีเบียร์เย็นๆไว้จิบตามตำราคุณสามี 😛

Saturday Hike: One Last Wildflower Hurrah

Contemplating where to go hike this weekend, Joel recalled a daffodil cluster we saw in the middle of nowhere on a hike we went on in Chapel Hill last year. So, last Saturday, we set out to see if the flowers were still there. I refreshed our memory by pulling up a blog post I did on this back then, and realized it’s where we found these cute trinkets hidden all over the trails. Hence, the mission expanded to include finding these little gifts in the wild too. 😊

เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วตั้งใจจะไปเดินป่ากัน แต่นึกไม่ออกว่าจะไปที่ไหนดี คุณสามีเกิดไอเดียนึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อปีที่แล้วเราไปเจอทุ่งดอกแดฟโฟดิลอยู่กลางป่าที่เมือง Chapel Hill เราอุตส่าห์ไปขุดเจอโพสต์ที่เขียนเล่าเอาไว้คราวนั้น ถึงได้จำได้ว่าเป็นที่เดียวกันกับที่ไปเจอของเล่นชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีคนใจดีเอามาซ่อนไว้ตามทาง สรุปเลยเกิดเป็นภารกิจจำเป็นต้องกลับไปเดินล่าหาทุ่งดอกไม้กับของซ่อนหา 😊

The forecast originally called for rain, so we planned to go on Sunday. But, when we woke up on Saturday and saw no more impending rain on the radar, we decided to just go for it. We parked on Laurel Hill Road, right behind the back entrance of the North Carolina Botanical Garden and started off on the Streamside Trail.

เดิมทีกรมอุตุที่นี่เค้าบอกไว้ว่าวันเสาร์ฝนจะตก เลยตั้งใจว่าจะไปกันวันอาทิตย์ แต่ตื่นมาดูท้องฟ้าใสแจ๋วไม่มีวี่แววว่าฝนจะมาซักเล็กน้อย เช็คเรดาร์คอนเฟิร์มดูแล้วก็ไม่เห็นว่าน่าจะมีฝน เลยตัดสินใจไปกันวันเสาร์นี่แหละ ไปจอดรถกันไว้ที่ถนน Laurel Hill ด้านหลังสวนรุกขาติ North Carolina Botanical Garden ที่เมือง Chapel Hill แล้วจึงเริ่มต้นออกเดินด้วยเส้น Streamside

From there, we took Oak Hickory Trail to Elephant Rock Trail. This was where we saw all the hidden trinkets last time. Alas, no matter how hard we looked, we couldn’t find any this time. 😕

จากนั้นจึงต่อไปยังเส้น Oak Hickory ไปถึงเส้น Elephant Rock ซึ่งเป็นจุดที่เราไปเจอของซ่อนหากันเมื่อคราวก่อน แต่คราวนี้ชะเง้อหายังไงก็ไม่เจอซักชิ้น 😕

The daffodil patch was still there, but it was all barren too. 😔

ทุ่งดอกแดฟโฟดิลถึงจะยังอยู่ แต่ก็แบนราบเรียบไม่มีดอกไม้ให้เห็นซักดอก 😔

But all was not lost, there were still some wildflowers left here and there along the trails.

แต่อย่างน้อยก็ยังพอมีดอกไม้ป่าหลงเหลือไว้ให้ได้ชมบ้างตามรายทาง

While hiking along Morgan Creek on Elephant Rock trail, Joel happened to spot these bushes with beautiful pink flowers along the bank, on the other side… He was confident we would be able to get to it. 🙄 So, naturally, we gave it a try! 😛

ระหว่างที่เดินกันอยู่บนเส้น Elephant Rock เลียบไปตามลำห้วย Morgan คุณสามีเกิดตาดีไปเห็นพุ่มไม้เต็มไปด้วยดอกสีชมพูอยู่อีกฝั่ง แกมีความมั่นใจว่าเราจะสามารถข้ามฝั่งไปชมกันแบบกระชั้นชิดได้ 🙄 ไอ้เราก็ไม่อยากขัด เอาวะลองก็ลอง 😛

After a couple of creek crossings, and some bushwhacking through our homemade trail, we emerged on what looked almost like a trail on the other side. 😅

หลังจากที่ตะกายข้ามลำห้วยสองต่อ ตามด้วยการเดินหักร้างถางพงคลำทางกันสะเปะสะปะอยู่ซักพัก ในที่สุดก็มาเจอะทางที่เหมือนจะดูเป็นทางการอยู่บ้าง 😅

And, after a few minutes of trekking, lo and behold, we finally made it to these beautiful azalea bushes! 🥳

เดินต่อมาซักหน่อยก็มาถึงพุ่มดอกอาซาเลีย (เข้าใจว่าคือดอกกุหลาบพันปี แต่ไม่แน่ใจ 100% 😛) ที่เห็นในรูป 🥳

All in all, at the end of the day, we had another fun & adventurous hike under our belt. 😇 We clocked in at 3.56 miles, which took us a little under 2 hours, most of which time was spent paving our own way in the wild. 😆

สรุปว่าวันนั้นได้ไปเดินป่ากันอย่างสนุกสนาน 😇 แถมมีการผจญภัยออกนอกเส้นทางเล็กน้อย สิริรวมแล้ว 3.56 ไมล์ หรือประมาณเกือบ 6 กิโลได้ ใช้เวลาสองชั่วโมงหย่อนๆ แต่จะเป็นการเดินคลำทางแนวกิจกรรมนอกหลักสูตรซะเกือบจะเกินครึ่ง 😆

Saturday Hike: Spring Blooms at Eno River

We finally made it back on the trail again this past weekend, after a long hiatus! 😊 Things have been pretty crazy during the last several months and blogging had to be put on the back burner, but it feels good to be back at long last!

หลังจากที่ห่างหายไปนาน ในที่สุดเราก็มีโอกาสได้กลับมาเดินป่ากันอีกครั้งเมื่อสุดสัปดาห์นี้เอง 😊 หลายเดือนที่ผ่านมาชีวิตวุ่นวายจนไม่มีเวลามาโพสต์ข่าวคราวให้ได้รับฟังกันบ้างเลย วันนี้ถือโอกาสได้ฤกษ์กลับมานำเสนอบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิแถวนี้มาให้ได้ชมกัน

The main motivation was all of the spring blooms we’ve seen popping up around here during the past few weeks. Even though we had taken a break from real hikes, we still try to at least go out on walks around the neighbourhood as often as weather will allow. Recently, the flower scenes on our walks had me yearning to go check out their wildflower counterparts. 😏

ถึงแม้จะไม่ได้ไปเดินป่ามาซะนาน แต่เราก็ยังพยายามออกไปเดินออกกำลังเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์กันอยู่บ้างเป็นครั้งคราว ช่วงสองสามสัปดาห์มานี้ดอกไม้ใกล้แถวบ้านแข่งกันออกดอกบานสะพรั่งไปทั่ว เลยอดสงสัยไม่ได้ว่าดอกไม้ป่าจะบานสวยอย่างนี้บ้างมั้ยนะ 😏

First, a quick stop to pick up my books on hold at Athens Drive Library, which gave us a worthy preview of what’s to come! 😍

ระหว่างทางไปแวะเอาหนังสือที่ห้องสมุด ดอกไม้ที่เค้าปลูกไว้ตามทางกำลังสวยจนอดแวะถ่ายรูปไม่ได้ 😍

We picked one of our favorite trails nearby – Fews Ford Access at Eno River State Park. It was a cool spring day. We were very surprised not to see more people out on the trail! 🤨 We started off on our usual route with Buckquarter Creek trail, that led us along the beautiful Eno River. From there, we continued on to Holden Mill loop before circling back to where we started from.

เราเลือกไปกันที่ Eno River State Park เพราะจำได้ว่าเคยเห็นดอกไม้ป่าที่นี่อยู่บ้าง วันเสาร์ที่ไปอากาศกำลังเย็นสบาย แต่น่าแปลกใจที่คนไม่เยอะอย่างที่คิด 🤨 อาจจะเป็นเพราะท้องฟ้าครึ้มฝนเล็กน้อยคนเลยไม่กล้าออกจากบ้านกัน เราเริ่มต้นด้วยเส้น Buckquarter Creek แล้วจึงต่อไปยังเส้น Holden Mill ก่อนจะวนกลับมาทางเดิม

We followed the red blazes on Buckquarter Creek.

เส้น Buckquarter Creek จะมีหมุดบอกทางเป็นสีแดง

Then we switched on to the yellow blazes on Holden Mill.

มาถึงเส้น Holden Mill หมุดบอกทางกลายเป็นสีเหลือง

As expected, the wildflowers were abundant! 🥰

ดอกไม้ป่าดาษดาไปทั่วสมความคาดหมาย 🥰

My prized spotting was these wild lilies, right at their perfect prime. I was so excited to spot the first lone one, before Joel called me over to this entire bush, just a few steps away! 😆

ตอนแรกตื่นเต้นเดินไปเห็นดอกลิลลี่ป่าดอกแรกขึ้นอยู่ดอกเดียว คุณสามีเดินเลยไปอีกไม่กี่ก้าวเจอบานอยู่ทั้งกอเลย 😆

Odd tree formations and other interesting tokens along the route. 🤩

ต้นไม้หน้าตาประหลาดตามรายทาง หินเพ้นท์ในรูปสุดท้ายอุตส่าห์ตาดีไปเห็นมีคนมาซ่อนไว้อยู่ในกอไม้ 🤩

Some of the trees in the higher elevation were still mostly bare, but there was a lot of green on the ground.

ต้นไม้ส่วนใหญ่ใบยังโกร๋นอยู่ แต่เริ่มมีสีเขียวผุดมาให้เห็นอยู่ประปราย

And, mushrooms, as usual! 😆

ที่พลาดไม่ได้คือการส่องเห็ด 😆

Eno River is beautiful at this time of the year. 😍

วิวแม่น้ำ Eno ช่วงนี้น้ำเต็มปริ่มกำลังสวย 😍

This sign has never failed to amaze me. 😲

เดินผ่านป้ายนี้ทีไรอดแวะถ่ายรูปไม่ได้ทุกที 😲

We clocked in at almost 4 miles, which took us 2 hours, a bit slower than usual due to lack of practice. 😛

วันนั้นเดินกันไปเกือบ 4 ไมล์ หรือประมาณ 6 กิโลครึ่ง ใช้เวลาสองชั่วโมงพอดิบพอดี คราวนี้ช้ากว่าคราวก่อนๆเพราะอ่อนซ้อมมาหลายเดือน 😛

Saturday Hike: Fall Weather at Eno River

After what felt like endless months of summer, I am happy to report that Fall weather has finally arrived here in NC! 😍We took the opportunity to celebrate this long awaiting cool air with a hike at an old favorite spot – Eno River State Park.

หลังจากที่ร้อนตับแตกมานานหลายเดือนแบบที่ไม่มีวี่แววว่าจะยอมลดละ ในที่สุดเมื่อสุดสัปดาห์นี้ฤดูใบไม้ร่วงก็ได้มาเยือนที่รัฐนี้อย่างเป็นทางการ 😍 เราเลยถือโอกาสออกไปประเดิมอากาศเย็นสบายกันด้วยการเดินป่าที่ Eno River State Park หลังจากที่ไม่ได้มากันซะนาน

We took our usual route, starting with Buckquarter Creek trail at Fews Ford Access and continuing over to Holden Mill loop.

เริ่มต้นออกเดินกันที่เส้น Buckquarter Creek ซึ่งตั้งอยู่ที่ทางเข้าด้าน Fews Ford จากนั้นจึงต่อไปยังเส้นวงแหวน Holden Mill

Buckquarter Creek was marked with bright red blazes.

ตามเส้น Buckquarter Creek จะมีหมุดบอกทางเป็นสีแดง

On Holden Mill, the blazes turned yellow.

ไปถึงเส้น Holden Mill หมุดบอกทางจะกลายเป็นสีเหลือง

Eno River was nice and full, after a few decent rainstorms.

น้ำในแม่น้ำ Eno River เต็มปริ่มจากพายุฝนที่มาถล่มบริเวณนี้ติดๆกันหลายลูก

Huge mushrooms! 😳

ตามทางยังมีเห็ดยักษ์เหลือให้เห็นอยู่ประปราย

I have a feeling that the trees here were still trying to register that the weather has cooled down. 🙄 There was barely any evidence of autumn colors on the leaves. Hopefully, we will begin to see some beautiful hues emerging soon!

ต้นไม้แถวนี้ส่วนใหญ่ยังมีใบเขียวขจีเต็มต้น ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีสีสวยๆให้ดูกันตามฤดูแต่อย่างใด 🙄 แต่หวังว่าคงจะเริ่มแปลงโฉมกันในเร็ววันนี้

This is where Holden Mill ends. We curved around and headed back towards Buckquarter Creek from here.

นี่คือสุดปลายทางของเส้นวงแหวน Holden Mill ซึ่งมีป้ายบอกไว้อย่างชัดเจน จากจุดนี้เราเดินวกกลับไปยังเส้น Buckquarter Creek แล้วจึงเดินย้อนกลับไปทางเดิมที่มา

This is the first time I noticed this sign – hard to believe how this could be true! 😱

เดินกลับมาถึงต้นทางเพิ่งสังเกตเห็นป้ายนี้ เค้าบอกว่าเมื่อคราวที่พายุเฮอริเคนฟรานมาถล่มที่นี่เมื่อวันที่ 6 กันยายน ปีค.ศ. 1996 ระดับน้ำในแม่น้ำแห่งนี้เอ่อล้นขึ้นมาถึงขอบด้านล่างของป้ายที่เห็นในรูป 😱

We clocked in at 3.91 miles, which took us an hour and 45 minutes. It was a nice and pleasant hike, with the temperature staying nice and cool in the mid 60s the entire way – perfect hiking weather!

วันนั้นเดินกันไป 3.91 ไมล์หรือประมาณ 6 กิโลกว่าๆ ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงกับ 45 นาทีพอดี อากาศกำลังสบายกำลังดีอยู่ที่ 17-18 องศาเซลเซียสตลอดทาง

Pandemic Pit Stop: Lizard Lick ‘n’ Wendell

On a cloudy weekend in June, we headed over to Wendell, a small outskirt triangle town that is about a 30 minute drive east of where we live. We started off with a quick hike at Turnipseed Nature Preserve. The forecast originally said rain, but then it changed to no rain… 🤔 By the time we left, it really looked like the sky was getting ready to dump down on us. We proceeded anyway with our fingers crossed, but brought along our rain jackets, just in case! 🙄

โปรแกรมออกนอกบ้านต้านโควิดประจำเดือนมิถุนาที่ผ่านมาเราไปเที่ยวกันที่เมือง Wendell ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของที่นี่ ขับรถไปใช้เวลาครึ่งชั่วโมงเท่านั้น เริ่มต้นด้วยการไปเดินป่าที่ Turnipseed Nature Preserve ตอนแรกพยากรณ์บอกว่าฝนจะตก แล้วก็มาเปลี่ยนเป็นไม่มีฝน 🤔 ถึงได้ตัดสินใจไปกัน แต่ก่อนออกจากบ้านฟ้าอึมครึมมากเลยชักไม่แน่ใจ เลยติดเอาเสื้อกันฝนไปด้วยดีกว่า 🙄

The parking lot was empty when we got there. There was one other guy that was leaving right when we pulled in. He kindly reminded us to apply our bug spray before heading off! 😬 The kiosk at the trailhead was fully stocked with different brochures as well as maps for the park, which was very handy since we didn’t have time to do any research before arrival. 😝

ไปถึงลานจอดรถโล่งเชียว มีรถจอดอยู่แค่คันเดียวเท่านั้น ตอนเราลงจากรถเห็นลุงกำลังกลับมาขึ้นรถพอดี แกอุตส่าห์เตือนด้วยความหวังดีว่าอย่าลืมฉีดยากันยุงก่อนออกเดินทาง 😬 ป้ายประชาสัมพันธ์ที่ต้นทางมีตู้ใส่ใบปลิวให้ความรู้อยู่หลายขนาน รวมทั้งแผนที่บอกรายละเอียดที่จัดไว้ให้บริการเพียบพร้อม ซึ่งก็พอเหมาะพอดี เพราะเราไม่ได้แปลนกันเอาไว้ล่วงหน้า 😝

This was by far one of the best well-maintained parks we have ever seen! The sandy gravel trails were nice and wide. The park consists of a few very short trails interconnecting with each other. We started off with the Lupine Loop Trail since it was closest to the parking lot.

พาร์คแห่งนี้เป็นเขตสงวนพันธุ์พืชที่ได้รับการดูแลไว้อย่างดีที่สุดเท่าที่เคยเจอมา ทางเดินของเค้ากว้างขวางเดินสะดวก และสะอาดสะอ้านไม่มีที่ติ มีทางสั้นๆอยู่ไม่กี่เส้น แต่ตัดต่อถึงกันหมด เราเริ่มต้นกันที่เส้น Lupine Loop ซึ่งอยู่ใกล้กับลานจอดรถที่สุด