Thanksgiving Hike: Campbell Creek Loop at Raven Rock

This year, Thanksgiving brought back fond memories from our days in LA. 😍 Back then, we celebrated Thanksgiving with just the two of us, by inevitable distance from families. Since neither of us were willing to endure the typical travel madness, we opted to enjoy quiet time at home gorging on pre-ordered Gourmet Supermarket meals! 😋

Thanksgiving ปีนี้เหมือนได้กลับไปอยู่แอลเออีกรอบ 😍 ตอนนั้นเพราะว่าอยู่ไกลบ้านและไม่อยากต้องไปสู้รบกับฝูงชนที่สนามบิน เลยต้องฉลองกันแค่สองคนด้วยการสั่งอาหารแบบทำสำเร็จจากซุปเปอร์มาร์เกต (ไฮโซ) ใกล้บ้านมากินกัน สั่งทีเป็นมื้อใหญ่กินไปได้ทั้งอาทิตย์ กินจนประมาณว่าไม่มีความอยากไก่งวงไปอีกเป็นปี 😆

Fast forward to 2020, and we had a deja vu – a preordered Thanksgiving meal for two, this time from a local restaurant downtown. Despite close proximity to Joel’s family, the raging pandemic forced us to relive our LA tradition and forgo the regular family gathering for an isolated celebration, Covid-19 style. 😣 We did stop by and brought a plate of food for Joel’s mom, who lives not too far away

มาถึงปี 2020 ได้มีโอกาสย้อนรำลึกความหลังด้วยความจำเป็น ทั้งๆย้ายที่มาอยู่ใกล้กับครอบครัว Joel และปรกติจะไปฉลอง Thanksgiving กันทุกปี แต่ปีนี้ด้วยพิษโควิดเลยต้องงดปาร์ตี้ตามคำแนะนำของรัฐ 😣 กลับมาฉลองเทศกาลตามสไตล์เดิมๆกันสองคนอีกครั้ง เราไปสั่ง Thanksgiving meal จากร้านอาหารดังในเมือง สั่งแพคเกจสองสำรับ สามารถแบ่งไปให้คุณแม่สามีได้จานใหญ่ๆหนึ่งจาน แล้วยังเหลือไว้กินเองกันสองคนได้อีกอย่างน้อยสองมื้อ 😅

After a socially-distance catchup in her backyard, we headed off for a quick hike at Raven Rock State Park on the way home to work off some of that turkey feast we had the night before! 😆

หลังจากที่แวะไปส่งปิ่นโตที่บ้านคุณแม่สามี และยืนคุยกันอยู่ในสวนหลังบ้านโดยการรักษาระยะห่างทางสังคมพร้อมทั้งสวมหน้ากากอนามัยกันตามระเบียบ เราไปแวะเดินป่าย่อยไก่งวง 😆 กันที่ Raven Rock State Park ซึ่งอยู่ระหว่างทางกลับบ้าน

The park was unusually empty when we arrived late in the afternoon, just as we hoped. Since we only had an hour of daylight left, we opted to go with the Campbell Creek Loop Trail, which starts off right next to the large parking lot in front of the visitor center. 

ไปถึงตอนบ่ายแก่ๆ เจอทางโล่งสมใจตามความคาดหมาย เราเลือกไปเดินกันที่ Campbell Creek Loop Trail ซึ่งมีจุดเริ่มต้นไม่ไกลจากตึกศูนย์บริการนักท่องเที่ยวซึ่งตั้งอยู่กับลานจอดรถกว้างขวางที่วันนั้นมีรถจอดอยู่เพียงไม่กี่คัน

Knowing that we were running out of daylight, we did not finish the whole loop. Instead, we did an about-face after a little over a mile in, right after we saw this tiny little cave/waterfall to our left. 

เพราะรู้ว่ามีเวลาแค่ชั่วโมงกว่าๆก่อนพระอาทิตย์จะตก เราเลยไม่ได้ตั้งใจจะเดินให้ครบรอบ กะไว้ว่าเดินไปซักพักค่อยหันหลังเดินกลับ เดินไปได้ไมล์กว่าๆพอดีไปเจอถ้ำเล็กๆในรูปที่มีน้ำตกขนาดจิ๋วอยู่ด้านใน เลยได้โอกาสจบการเดินทาง ณ จุดนั้น

There wasn’t much of the pretty Fall leaves left, but we still managed to find bright patches of colors here and there throughout the trail. 😍

ใบไม้สีสวยแทบจะไม่เหลือไว้ให้ดูแล้ว ปีนี้รู้สึกว่าจะร่วงกันเร็วเหลือเกิน ปรกติแถวนี้ปลายเดือนพฤศจิกาน่าจะยังมีสีให้เห็น แต่ยังไงก็ยังอุตส่าห์ไปส่องเจอได้ประปรายตามทาง 😍

Including some on the ground…

แถมที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นป่าอีกจำนวนหนึ่ง…

Stopping by to check out the creek on the way back.

ขากลับแวะไปดูลำธารที่ใต้สะพาน

We did 2.57 miles in just over an hour, with almost 500 feet elevation gain! Too bad we didn’t make it all the way to the larger waterfall at the end, but we plan to go back and finish the loop one of these days… 😐

วันนั้นเดินกันไป 2.57 ไมล์ หรือ ประมาณ 4 กิโลนิดๆ ใช้เวลาทั้งหมดชั่วโมงหน่อยๆ เหงื่อออกกำลังดีเพราะทางชันขึ้นเขาบ้างเป็นบางส่วน เสียดายว่าคราวนี้เดินไปไม่ถึงน้ำตกใหญ่ปลายทาง ไว้คราวหน้าจะมาใหม่จะได้เดินให้ครบรอบ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้ไปอีกเมื่อไหร่ 😐

There was only a handful of cars left in the lot when we got back. The lights were so pretty I couldn’t resist snapping a few more shots! 😊

เดินกลับมาถึงที่จอดรถได้เวลาพระอาทิตย์ตกพอดิบพอดี แสงกำลังสวยเลยอดไม่ได้ต้องเก็บรูปมาฝากกัน 😊

And then some more along the way home…

ระหว่างทางกลับบ้าน…


Came across these oddly shaped clouds in the evening sky, something I had never seen before! I am certainly no cloud expert but I looked it up and believe this is what they call the Arcus cloud – a low horizontal formation that usually occurs before a storm. 🤔 But there was no storm that night, so I could be wrong… 🙄

ขับรถออกมาหน่อยเจอเมฆหน้าตาประหลาดพาดขวางอยู่ตรงหน้า เลยต้องถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน กลับบ้านมาหาข้อมูลคิดว่าเค้าเรียกกันว่าเมฆอาร์คัส หรือเมฆกันชน ซึ่งเป็นเมฆทะมึนลอยต่ำที่มากับฝนฟ้าคะนอง แต่คืนนั้นฝนก็ไม่ได้ตกนะ 🤔 เอหรือข้อมูลเราจะผิดก็ไม่ทราบได้ 🙄

Saturday Hike: Duke Forest, Revisited

The weather here in NC is back in the 70s again this weekend. It was such perfect hiking weather we decided we needed to take advantage of it. We were just going to do a quick hike at one of our tried-and-true spots at Duke Forest. I wasn’t even planning on doing a post since this is a repeat location. But it turned out to be a totally different experience than we intended, so I felt compelled to get it on record after all! 😊

ช่วงนี้อุณหภูมิที่นี่กลับมาอุ่นอีกแล้ว เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเจออากาศกำลังดี ไม่ร้อนไม่หนาว เลยอดชวนกันไปเดินป่าไม่ได้ ตอนแรกกะว่าจะไปเดินกันง่ายๆที่ Duke Forest เพราะไม่ได้ไปมานาน จริงๆไม่ได้ตั้งใจจะเอามาลงโพสต์ แต่ไปถึงเกิดการเปลี่ยนแผน สุดท้ายเลยต้องเอามาลงจนได้ 😊

When we first got there, we noticed the ‘Forest Closed’ sign right away. However, upon closer inspection, we realized the closure was for weekdays only, so we were good to go!

ไปถึงยังไม่ทันลงจากรถเหลือบไปเห็นป้ายบอกว่าป่าปิด ลงไปอ่านดูใกล้ๆถึงได้รู้ว่าเค้าปิดแค่วันธรรมดา ดีที่ไม่ได้เลี้ยวรถกลับบ้านไปซะก่อน

About half way towards the wooden bridge on our usual route, our jaws dropped when we saw that about half of the forest was completely gone! 😱

เดินไปได้ครึ่งทางก่อนถึงสะพานไม้ข้ามลำห้วย ตกใจ เฮ้ย ต้นไม้หายไปไหนทั้งแถบ 😱

Here’s the before and after pictures of the same sign right in front of the missing section. The first one was taken the last time we were here, almost exactly a year ago. I just realized, while looking through the pictures, that the last time we were here, the forest was closed then too, for the same reason – ‘Deer Herd Reduction Program.’ I hope this is not their new method to cull the deer population, by taking away their home…? 😐

อุตส่าห์ไปขุดภาพเก่าจากที่มาคราวที่แล้วมาเปรียบเทียบกันให้ดู นี่คือป้ายอันเดียวกันที่ปักไว้อยู่ตรงหน้าช่วงป่าที่ต้นไม้อันตรธานไป ภาพแรกถ่ายไว้เมื่อปีที่แล้ว ส่วนภาพหลังจากเมื่อวันเสาร์นี้ ไปค้นดูรูปถึงได้เห็นว่า คราวที่แล้วที่เรามากันช่วงประมาณเดียวกันนี้ เค้าก็มีป้ายปิดป่าปักไว้ตรงทางเข้าเหมือนกัน ด้วยเหตุผลเดียวกันเพื่อ “จำกัดจำนวนประชากรกวาง” เอ หรือว่าเค้าจะค้นพบวิธีใหม่โดยการทำลายแหล่งที่พักอาศัยเพื่อกำจัดฝูงกวางแถวนี้ 😐

Once we got to the wooden bridge, we decided to be a little adventurous and took the steps down to walk along New Hope Creek. We tried the right side first, but didn’t get very far before the trail appeared to have ended. So we turned around and headed back to the bridge.

ตอนแรกกะไว้ว่าจะเดินตามทางเอกอย่างทุกทีที่เคยมา แต่ไปถึงสะพานไม้ข้ามลำห้วยดูทีท่าแล้วไม่เฉอะแฉะเหมือนคราวก่อนๆ เลยเปลี่ยนใจเลี้ยวลงบันไดไปเดินเลียบห้วยดู เริ่มด้วยทางขวามือก่อน แต่ไปได้ไม่ทันไรก็สุดทางไปต่อไม่ได้ เลยต้องเลี้ยวกลับไปลองอีกฟากแทน

The other side proved to be much better. There were bright blue blazes along the way, which really helped towards the end where it wasn’t very clear to us where the actual trail was. The trail started off nice and easy. Fall color here was a little past its peak, but still very pretty, making this a very pleasant stroll along the creek.

ฝั่งนี้ดูมีภาษีกว่าหลายเท่า มีหมุดปักบอกทางสีฟ้าแจ่มตั้งแต่ช่วงต้นทาง ตอนแรกๆก็ไม่ได้ช่วยอะไรเพราะทางเลียบไปกับลำห้วยเห็นอยู่ชัดๆ แต่หลังๆก็ได้วงกลมสีฟ้านี่แหละ ถึงได้ค่อยๆลัดเลาะคลำได้ถูกทาง ใบไม้ที่นี่ดูแล้วคาดว่าคงจะเริ่มเปลี่ยนสีมาได้พักใหญ่ๆแล้ว แต่ก็ยังสวยอยู่ โดยเฉพาะทางเลียบน้ำอย่างนี้ดูแล้วยิ่งสวยขึ้นไปอีก

The trail led us to a scramble up this steep rock wall. After that, it turned VERY rugged, with slanted narrow paths hugging the edge of the creek. We had to hang on to tree roots and rocks on the side to steady ourselves in order to make it through. 😓

เดินไปซักประมาณครึ่งไมล์ได้ ก็ไปเจอกับหน้าผาหินที่เห็นในรูป ดีว่ามีวงกลมสีฟ้าบอกทางให้ปีนขึ้นไป ไม่งั้นคงไปไม่ถูกแน่ๆ หลังจากนั้นทางกันดารขึ้นอีกหลายเท่า ต้องคอยเกาะก้อนหินกับรากไม้ข้างทางไม่ให้ลื่นตกห้วย 😓

We know, from past trail guides courtesy of Joe Miller, that the trail could take us to the main path which would then lead us back to the parking lot (We did miss that particular hike with Joe, so this was our first time at this section). But after making it to this last blue blaze, we could not find where the trail continued. We gave up, turned around and headed back the way we came. 😞

จากไกด์นำทางที่คุณ Joe Miller เคยให้เรามาไว้ จำได้ว่าทางเลียบห้วยนี่ควรจะนำเรากลับไปสู่ทางหลักที่เลี้ยวไปเจอกับทางไปที่จอดรถได้ (แต่คราวนั้นเราไม่ได้ไปกับเค้าเลยไม่รู้ว่าต้องไปยังไงแน่) แต่หลังจากบุกป่าฝ่าดงมาจนถึงป้ายบอกทางอันสุดท้ายในรูป หายังไงก็ไม่เจอทางไปต่อ สุดท้ายเลยต้องหันหลังเดินกลับทางเดิม 😞

Going back down the same rock wall.

คราวนี้ได้ปีนลงหน้าผาแทน

The missing forest section on our way back, in a different light.

ป่าช่วงที่หายไปขากลับ แสงกำลังสวยพอดี

We clocked in at 3.48 miles, which took us almost 2 hours. All in all, it was a cool hike, with certain elements of excitement that makes it unique from our usually more leisure pace! 😅

วันนั้นเดินกันไปประมาณห้ากิโลครึ่ง ใช้เวลาทั้งหมดเกือบสองชั่วโมง เป็นการเดินป่าที่สนุกสนานพร้อมการผจญภัยเล็กน้อย เปลี่ยนบรรยากาศไปจากการเดินเนิบๆอย่างทุกที 😅

On the way to our refueling spot, Fall colors are in full swing here in Durham.

ระหว่างทางไปแวะเติมพลัง ใบไม้ตามรายทางที่เมือง Durham สีกำลังสวยได้บรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงดีแท้

At Namu, we enjoyed cold beers and delicious Korean dishes in their beautiful outdoor seating area.

ไปแวะจิบเบียร์เย็นๆกันที่ร้าน Namu ซึ่งมีอาหารเกาหลีอร่อยๆให้ชิมอีกด้วย แถมมีที่นั่งกลางแจ้งพร้อมรับมือกับสถานการณ์โควิดพอดี

Pandemic Pause: Hiking the Neusiok Trail at Pine Cliffs

Trip Date: August-September 2020

วันที่เดินทาง: สิงหาคม-กันยายน 2563

Because we weren’t comfortable having a cat sitter coming into the house to take care of our fur babies 😻 while we’re gone on a trip like we usually do because of the pandemic, we decided to instead drive back home half way through to check up on them ourselves. It was not that bad, only a couple of hours each way. Totally worth the extra peace of mind if you ask me! 😆

ปรกติเวลาไปเที่ยวหลายวันเราจะต้องจ้างคนมาดูแมวที่บ้านวันละครั้ง แต่คราวนี้คุณสามีไม่ไว้ใจว่าเค้าจะเอาเชื้อโรคเข้ามาในบ้านเรารึเปล่า คิดสะระตะแล้วเลยตัดสินใจว่าเราจะขับรถกลับบ้านมาเยี่ยมน้องแมวกันเองครึ่งทริป จริงๆแล้วก็ไม่ได้ไกลมากมายแค่สองชั่วโมงนิดๆเท่านั้นเอง เสียเวลาหน่อยแต่เพื่อซื้อความสบายใจยังไงก็คุ้ม 😆

After making sure our kitties were okay, we went back to the beach house and set out on another cool hike the next day. This time, a beach hike at Pine Cliffs Recreation Area, which is the beginning of the 20-mile long Neusiok Trail. It is also part of the infamous Mountains-to-Sea Trail, whose many sections we have hiked numerous times before!

หลังจากกลับมาที่บ้านน้อยริมแม่น้ำ วันรุ่งขึ้นเรากลับไปเดินป่ากันต่อที่ Pine Cliffs Recreation Area จะเรียกว่าเดินป่าอาจจะไม่ถูก เพราะดูแล้วจะใกล้เคียงกับการเดินชายทะเลซะมากกว่า 😆 ที่นี่เป็นเส้นทางเดินป่าที่มีชื่อว่า Neusiok Trail ซึ่งมีระยะทางกว่า 20 ไมล์ และเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเดินป่าสายหลัก Mountains-to-Sea ของรัฐนี้ที่เราไปเดินกันมาหลายช่วงแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่จะได้มาเดินช่วงใกล้ปลายทางติดทะเล

We drove to the trailhead at Pine Cliffs Recreation Area in Havelock. The area felt deserted. There was only one other car parked there when we got there. It was a little hard to figure out where the actual trail was. All we saw was debris everywhere, perhaps remnant from a recent storm? 🤔

เราไปจอดรถไว้ที่ Pine Cliffs Recreation Area ในเมือง Havelock ซึ่งตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำ ไปถึงมีรถจอดอยู่แค่คันเดียว เดินวนอยู่นานหาทางไปไม่เจอ แถวนี้ดูแล้วรกร้างมาก มีเศษซากปรักหักพังระเนระนาดอยู่ทั่วบริเวณ ไม่แน่ใจว่าโดนหางพายุพัดกระจัดกระจายไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ 🤔

We finally decided to just descended down to the beach and started walking. It was amazing how the terrain here was so very different from what we had ever encountered before. This trail borders the Croatan National Forest right along the sandy beach of the Neuse River. Hiking in, we have forest to our left, and water to our right. It was such a stark contrast of landscapes, creating a very interesting ground for us to explore. 😍

สุดท้ายตัดสินใจปีนลงเนินไปที่ริมน้ำแล้วเดินเลียบชายฝั่งไปเรื่อยๆ ภูมิประเทศที่นี่เป็นอะไรที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อน ฝั่งซ้ายเป็นป่าทึบ Croatan National Forest ส่วนทางขวาเป็นแม่น้ำ Neuse River ที่กว้างขวางจนให้ความรู้สึกไม่ต่างไปจากทะเล เดินแล้วเหมือนกับได้ประสบการณ์แบบทูอินวันในทีเดียว 😍

Some of the tree stumps were polished by years of wind and salt water exposure.

ตอไม้บนชายหาดถูกลมทะเลขัดจนขึ้นเงา

There weren’t many blazes along the path. We managed to spot a few, but they weren’t very easy to locate!

เดินไปหน่อยถึงได้สังเกตเห็นหมุดปักบอกทาง แต่ก็มีอยู่แค่ไม่กี่อันเท่านั้น

Interesting species of vegetation abound…

พืชผักที่นี่หน้าตาประหลาดไปกว่าที่คุ้นเคยกัน

And many creatures, dead and alive! 🙄

สรรพสัตว์แถวนี้ก็มีอยู่หลากหลาย ทั้งที่เป็นและตาย 🙄

We walked about a mile or so, before turning around and went back to the car. Even though there was a nice constant flow of sea breeze throughout the hike, the temperature was high in the 80s, and we were getting overheated. 🥵 All in all, we clocked in at almost exactly 2 miles, which took us just a little over an hour to finish. We met one family in the beginning, just done with the hike and heading back to their car. About half way through, we ran into another group of people setting up a tent and chilling on the beach, with their boat parked at the shore nearby. All in all, a very lightly-trafficked trail, perfect spot if you want to avoid the crowd, especially during pandemic time!

เดินไปได้ซักหนึ่งไมล์หรือประมาณกิโลครึ่งก็หันหลังเดินกลับ เพราะอากาศร้อนพอสมควร 30 กว่าองศาเซลเซียส ถึงจะมีลมทะเลพัดให้เย็นขึ้นมาหน่อย แต่แดดจัดมาก ทำเอาเหงื่อโชกไม่ใช่เล่น 🥵 สรุปแล้ววันนั้นเดินกันไป 2 ไมล์พอดิบพอดี หรือประมาณกิโลครึ่งนิดๆ ใช้เวลาทั้งหมดชั่วโมงหน่อยๆ ตอนไปถึงเจอครอบครัวนึงกำลังเดินกลับออกมาขึ้นรถ เดินไปได้ประมาณครึ่งทางไปเจออีกกรุ๊ปจอดเรือไว้ที่ชายฝั่งแล้วมานั่งกางเต้นท์ตากลมกันอยู่ สรุปแล้วเป็นทางปลอดคน เหมาะแก่การเดินป่าช่วงโควิดเป็นอย่างยิ่ง

Check out my other posts from the same trip here:

อ่านโพสต์อื่นจากทริปเดียวกันได้ที่นี่:

Saturday Hike: Morgan Creek Trail & Merritt’s Pasture

This weekend we ventured out to Chapel Hill to a couple of trails I read about recently on WRAL that we’ve never heard of before. We pulled into a very small parking lot off of NC 54 and Fordham Boulevard, and were able to grab the last available spot there.

เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว เราไปบุกเบิกเส้นทางเดินป่าแห่งใหม่ที่เมือง Chapel Hill หลังจากไปอ่านเจอเค้าแนะนำไว้ในหนังสือพิมพ์ WRAL ซึ่งเป็นสื่อท้องถิ่นของที่นี่ เลี้ยวเข้าไปถึงที่จอดรถจากถนนสาย NC 54 และถนน Fordham Boulevard มีที่เหลือไว้เป็นที่สุดท้ายพอดี

We weren’t really sure where to go since we had not been there before. Just on a whim, we decided to cross the bridge then veered left on to a dirt trail that looks promisingly secluded. That took us along the creek. A few stones steps were laid there to take you across a narrow section of the creek into a more wooded area. There were a few offshoot paths that you could take to go down and explore the creek more closely.

ลงจากรถไม่ค่อยแน่ใจว่าควรเดินไปทางไหนแน่ เลยสุ่มเอาเดินข้ามสะพานแล้วเลี้ยวซ้ายไปบนทางลูกรังที่ดูไม่ค่อยมีคน ทางพาเราเดินเลียบริมห้วย จากนั้นจึงไปเจอสะพานเล็กๆเป็นก้อนหินเรียงไว้ให้ข้ามไปอีกฝั่งซึ่งดูเป็นป่าขึ้นมาหน่อย ตามข้างทางมีแยกเล็กๆให้ลงไปสำรวจริมห้วยได้อย่างใกล้ชิด

We took the dirt path to the point where it seemed to end abruptly with a couple of huge downed trees. From there we turned back and figured we would check out another small path we saw on our left when heading in. It was a very narrow trail, hardly a foot in width, and would be very easy to miss if you are not a seasoned hiker 😎. This took us deep into the woods. It was obvious that it had been quite a while since anybody had been on this route, since we walked into tons of spider webs along the way! 😓

สุดทางเดินลูกรังมีต้นไม้ใหญ่ล้มขวางทางอยู่ คุณสามีไปด้อมๆมองๆดูแล้วบอกว่าไปต่อไม่ได้ต้องวกกลับ แต่ขาไปอุตส่าห์เหลือบไปเห็นทางแยกเล็กๆซ่อนอยู่ทางซ้ายมือ เลยลองลุยไปกันดู ทางเส้นนี้แคบมาก เดินได้ทีละคน พาเราเดินเข้าป่าลึก ดูจากปริมาณการถากถางไยแมงมุมแล้วคาดว่าคงไม่มีใครมาเดินกันแถวนี้นานพอสมควร 😓

Just when I was starting to get a little worried 😐, not sure where the trail was taking us, we rounded a bend and ran into more downed trees… I recognized almost immediately that these were the same ones we encountered before, from the other side! We ducked under and emerged right where we turned back just a moment ago. We realized later on that this was not part of the official trails that we were planning on taking. But it turned out to be our most favorite part of the hike that day! 😆

พอจะเริ่มกังวลเล็กน้อยว่าเอ ทางมันจะพาเราเข้าป่าไปถึงไหน 😐 ก็ปรากฎไปเจอะกับต้นไม้ใหญ่ล้มขวางทางอยู่ข้างหน้า ดูแล้วหน้าตาคุ้นๆ อ๋อ มันต้นเดียวกับไอ้ต้นเมื่อกี๊ที่เห็นนี่นา แต่เราเลี้ยวอ้อมมาอีกฝั่งนึง คราวนี้เลยมุดใต้ลำต้นไปโผล่อีกด้านไปเจอกับทางเมื่อซักครู่ที่เราวกกลับไปกัน สรุปแล้วเลยเข้าใจว่าทางที่เราเลือกมากันนี้คงไม่ใช่ทางที่เค้าแนะนำมาในหนังสือพิมพ์ แต่กลายเป็นว่าเป็นการผจญภัยที่นับได้ว่าเป็นไฮไลต์ของการเดินป่าในวันนั้น 😆

From there, we walked back towards the bridge, then took the trail the other way, onto the official Morgan Creek Trail. This was the opposite end from Merritt’s Pasture. It was only a short distance from the bridge until it ended at a nearby apartment complex. Towards the end you’ll have to scale this giant pipe in order to cross the creek, which added to the fun! 😛

จากที่นั่น เราเดินกลับไปยังจุดเริ่มต้นที่ปลายสะพาน แล้วเลี้ยวไปอีกทางซึ่งมีป้ายบอกไว้อย่างเป็นทางการว่าเป็น Morgan Creek Trail ตามที่เค้าแนะนำมา ทางนี้เป็นอีกด้านซึ่งตรงข้ามกับช่วงที่ไปจรดกับทุ่ง Merritt’s Pasture เดินไปไม่ไกลก็ไปสุดทางที่อพาร์ทเม้นท์คอมเพลกซ์ แต่ก่อนถึงต้องเดินทรงตัวข้ามท่อประปาที่เห็นในรูปกันก่อน สร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินกันไปอีกแบบ 😛

After that we walked back to the parking lot and went the other way on Morgan Creek Trail, heading towards Merritt’s Pasture. You can either take the nicely paved path, or a side unpaved trail that cut through a couple of its sections. We opted for the latter to avoid the crowd.

จากนั้นเราเดินกลับไปยังที่จอดรถกันอีกครั้ง คราวนี้เราเดินไปอีกทางที่มีป้ายบอกไว้ว่าเป็น Morgan Creek Trail และจะนำเราไปสู่ทุ่ง Merritt’s Pasture ซึ่งช่วงนี้สามารถเลือกเดินเป็นทางราดคอนกรีต หรือทางดินที่เลียบไปกับพงหญ้า เราเลยเลือกทางหญ้าซึ่งดูแล้วไม่ค่อยมีคนกว่า

The trail takes you under Highway 15-501. It got really pretty as we approached the pasture from all the pretty fall colors that’s just starting to come in.

ทางดินมาบรรจบกับทางคอนกรีตอีกครั้ง และนำเราลอดใต้สะพานซึ่งเป็นถนนไฮเวย์สาย 15-501 ยิ่งใกล้ทุ่งทางก็ยิ่งสวย เพราะต้นไม้ข้างทางเริ่มจะเปลี่ยนสีต้อนรับฤดูใบไม้ผลิกันพอดี

At one point we spotted a large creature flying above our head. Joel called out that it was a turkey vulture. I looked up to locate it and realized they were having quite a party going on. 😆 Spreading across a few trees, we counted almost 30 of them up there. 😳 It was quite a sight to behold, to say the least! 😅

ก่อนถึงทุ่งเล็กน้อยเหลือบไปเห็นนกอะไรบินผ่านเหนือหัว คุณสามีบอกว่าเป็นอีแร้งที่เค้าเรียกกันว่า turkey vulture เงยหน้าขึ้นไปมองบนต้นไม้ปรากฎว่ามีเกาะอยู่เป็นฝูง นับดูแล้วเกือบ 30 ตัวได้ 😳 ดูแล้วน่าขนลุก ไม่รู้ว่ามาประชุมอะไรกัน 😅

We finally reached Merritt’s Pasture and set out to take the 3-quarter-mile loop clockwise. It was a beautiful day and a lot of people were lounging around in the pasture enjoying the unseasonably warm weather. We spotted a couple picnicking and a couple of groups doing a photo shoot. Fortunately the trail itself was not that crowded. We only ran into a few people before we completed the loop.

ไปถึงทุ่ง Merritt’s Pasture มีทางวงแหวนให้เดินรอบทุ่ง วันนั้นอากาศอุ่นสบายกำลังดี มีคนมานั่งนอนอาบแดดกันไม่น้อย เดินครึ่งทางไปเจอหนุ่มสาวกำลังปิคนิคกินแซนด์วิชกันอยู่บนม้านั่ง วกไปอีกหน่อยมีอีกคู่กำลังแอ๊คท่าให้ช่างภาพถ่ายรูปอยู่กลางทุ่ง ดีที่ทางที่เราเดินไม่ค่อยมีคน วนจนครบรอบเจอสวนกันอยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้น

We found traces of cotton on the ground during the first quarter. There was a cute bench equipped with a bell and a bird house in the middle, courtesy of the Merritts Family. Then, the trail went into a more wooded area before emerging right next to the creek and looped back to where we started off from.

ระหว่างทางเดินมีเศษปุยฝ้ายร่วงอยู่ประปรายบนพื้นดิน เดินไปประมาณค่อนข้างเจอม้านั่งหน้าตาประหลาด ประดับไปด้วยระฆังเล็กๆอยู่ฝั่งนึง และบ้านนกน้อยหลังจิ๋วอยู่อีกฝั่ง ป้ายที่พื้นข้างหน้าบอกไว้ว่าเป็นอภินันทนาการจากครอบครัวตระกูล Merritt ตามชื่อทุ่งหญ้า หลังจากนั้นทางวกเข้าป่าทึบ ก่อนจะไปบรรจบกับลำห้วยเจ้าเก่าอีกครั้ง แล้วจึงวกกลับไปยังจุดที่เราเริ่มออกเดินทาง

All in all, we clocked in at 3.60 miles, which took us about an hour and a half to complete. By the time we got back to the parking lot, there were tons of cars lining up the side of the road, squeezing in wherever they could. While this was a cool spot, we doubted we will ever come back due to the crowd. 😕 But it’d be a great hike for someone who can wake up early and get there before the crowd!

วันนั้นเดินกันไป 3.60 ไมล์ หรือประมาณเกือบๆ 6 กิโล ใช้เวลาทั้งหมดชั่วโมงครึ่งพอดี กว่าจะกลับไปถึงที่จอดรถปรากฎว่ามีรถจอดกันจนล้นลาน ช่วงโควิดระบาดดูแล้วที่นี่ไม่ค่อยจะน่าเดินซักเท่าไหร่ เพราะคนเยอะเกิน 😕 สำหรับคนชอบตื่นเช้าๆอาจจะเวิร์ค แต่พวกเราคงไม่มีโอกาสจะได้กลับมาเยือนในอนาคตอันใกล้นี้

Saturday Hike: Swift Creek Bluffs Nature Preserve

We discovered a cool new hiking spot very close to home this weekend at Swift Creek Bluffs Nature Preserve. We had originally planned on a hike at Duke Forest since it had been a while since we were last there. But due to a late start 🙄, we didn’t get to leave until almost 4 pm. 😆 I did a quick search and landed on this new-to-us location just a few miles down the road from where we live.

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเราไปเจอเส้นทางเดินป่าแห่งใหม่ใกล้บ้านโดยมิได้ตั้งใจ ตอนแรกเตรียมการจะไปเดินกันที่ Duke Forest เพราะไม่ได้ไปมานานแล้ว แต่ด้วยความที่ตื่นสาย 🙄โอ้เอ้ไปมากว่าจะได้ออกจากบ้านก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายสี่โมง 😆 เลยลองเสิร์ชหาที่ทางใกล้ๆบ้านดู ก็เลยมาเจอ Swift Creek Bluffs Nature Preserve แห่งนี้เข้า ขับรถไปจากบ้านไม่กี่นาทีก็ถึง

This is a very short trail, less than 2 miles total. We started off on Swift Creek Loop, which took us along the said creek, then continued on Beech Bluffs Loop, where a series of steps, fancily named the Stairway to Heaven, took us up to the top of the bluffs.

เส้นทางนี้เป็นทางสายสั้นๆ แค่ไม่ถึงสองไมล์ เราเริ่มต้นกันที่ Swift Creek Loop ซึ่งพาเราเดินเลียบไปกับลำห้วยเจ้าของชื่อ จากนั้นจึงต่อไปยัง Beech Bluffs Loop ซึ่งมีขั้นบันไดที่เค้าตั้งชื่อไว้ซะเก๋ไก๋ว่า Stairway to Heaven ที่นำเราไปขึ้นไปถึงบนผาสูง

The trail continued until it ended up at Lochmere Golf Course.

เดินไปสุดทางจะไปเจอกับสนามกอล์ฟ Lochmere

From there, we came back the same way, took a little detour to check out Creek Loop, before ending back up where Swift Creek Loop branched off.

จากที่นั้นเราหันหลังกลับทางเดิมที่มา แต่แวะไปดูทางแยก Creek Loop ก่อนวนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นที่ Swift Creek Loop

Since this is a loop that put us right back where we started off from, we had to do both the ascending and descending twice. Needless to say, the steps felt a lot nicer on our tired legs on the way back down! 😅

เพราะทางสายนี้เป็นวงแหวน เลยต้องขึ้นลงบันไดเจ้ากรรมสองรอบ ขาลงเดินสบายกว่าขาขึ้นหลายเท่า 😅

There were a few wet spots but many were readily equipped with boardwalks to help avoid the mud.

มีบางจุดที่มีน้ำขัง แต่เค้ามีแผ่นไม้กระดานปูไว้ให้เดินข้ามเสร็จสรรพ ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องลุยโคลน

As usual, mushroom spottings! 😉

กิจกรรมประจำสัปดาห์ – ส่องเห็ด 😉

So many cool tree formations along the way.

ต้นไม้หลากหลายรูปแบบ

Very few blazes spotted along the way, most of them in dire condition… But the trail was pretty straightforward so we did not feel like we needed to rely on them.

ทางเส้นนี้มีหมุดนำทางก็จริง แต่ส่วนใหญ่ผุพังไปหมด แต่จริงๆแล้วไม่ต้องมีก็ได้ เพราะทางค่อนข้างชัดเจนไม่ซับซ้อน เดินยังไงก็ไม่หลง

An interesting sign… 🤨

ป้ายนี้น่าสนใจ เค้าว่าที่นี่ใช้เป็นที่ทำการศึกษาเศษขยะ เพราะฉะนั้นกรุณาอย่าเป็นพลเมืองดีเก็บขยะไปทิ้งให้เค้า 🤨

Inspiring words in the middle of the woods!

มีบทกลอนเพราะๆให้อ่านเพลินๆกลางป่า

All in all, we clocked in at 2.13 miles, which took us a little over an hour due to the elevation gain. I have a feeling this will become one of our frequent spots when we need a quick hike in the future! ☺️

วันนั้นเดินกันไปทั้งหมดสองไมล์กว่าๆ หรือประมาณสามกิโลครี่ง ใช้เวลาชั่วโมงนิดๆ เพราะต้องปีนขึ้นลงเขาสองรอบ คาดว่าต่อไปคงจะได้กลับมาเยี่ยมเยือนที่นี่กันอีกบ่อยครั้ง เพราะอยู่ใกล้บ้านดีแท้ ☺️

Saturday Hike: Intermittent Hiking Turned Dilly-Dallying on Route 751

We had such an epic fail on our hiking attempt a couple of weeks ago! 😆 We started off at the New Hill-Olive Chapel Road section of the American Tobacco Trail in Apex. Since it rained the day before and we remembered this trail to be nicely paved, we thought it would be a good choice. Plus, the path is wide, making it appropriate for our ongoing social distancing effort.

เมื่อสองอาทิตย์ก่อนตั้งใจจะไปเดินป่ากัน แต่เกิดการล้มเหลวไม่เป็นท่า 😆 เดิมทีกะว่าจะไปที่ช่วง New Hill-Olive Chapel Road ของเส้นทางเดินป่า American Tobacco Trail ในเมือง Apex เพราะฝนตกหนักวันก่อนวันที่ไปเลยพยายามหาที่ที่ไม่ต้องลุยโคลน จำได้ว่าทางที่นี่ราดยางเกือบตลอดสาย แถมกว้างขวางเหมาะแก่การเว้นระยะห่างทางสังคม

It turned out there were too many cyclists for our comfort on the trail… 😐 They kept zooming past us in close range on high speed again and again, none of them wearing any masks. Joel had read studies that said the virus could be more easily transmitted through airborne droplets especially from cyclists and runners. The theory, though subsequently debunked by others that came after it, made us pause and eventually decided not to take the chance. So we turned around and headed back to the car.

ไปถึงเดินได้ไม่ทันไรก็เลี้ยวกลับ เพราะนักปั่นจักรยานชุกชุมมาก แต่ละรายซูมผ่านเราไปฉิวๆ แถมไม่มีใครใส่หน้ากากกันซักคน 😐 คุณสามีไปอ่านเจองานวิจัยช่วงแรกๆที่เค้าว่าเวลาเจอคนวิ่งกับคนปั่นจักรยานจะมีการเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสจากละอองลมหายใจได้สูงกว่าปรกติ ถึงแม้ว่างานวิจัยช่วงหลังๆจะไม่เห็นด้วย แต่เราเอาสบายใจไว้ก่อนดีกว่า กันไว้ดีกว่าแก้

We clocked in at a little under a half mile during the 11 minutes we hiked there. 😆

ภาคแรกจบลงด้วยระยะทางครึ่งไมล์ ยังไม่ถึงกิโลดี ใช้เวลาสิริรวม 11 นาที 😆

After a brief research, we set out to another trail nearby called the Eagle Spur Trail, which sounded like it would be nice and secluded… The trail supposedly ends at Jordan Lake after a little over 2 miles then we would turn around and head back. We drove past the trail head and found a small parking lot nearby, then walked back to it. Spoiler alert, we didn’t make it very far! 😂

จากนั้นเราไปลองกันอีกที่คือ Eagle Spur Trail ซึ่งอยู่ห่างไปไม่ไกล ฟังดูน่าจะไม่ค่อยมีคน เป็นทางเดินประมาณ 2 ไมล์กว่าๆไปถึงทะเลสาบ Jordan Lake แล้วกลับทางเดิม ไปถึงขับเลยไปนิดเจอที่จอดรถไม่มีรถซักคัน อุตส่าห์ดีใจว่าทางคงโล่งดีไม่มีคน เดินไปได้ไม่ทันไรถึงได้รู้ว่าทำไมไม่มีคน 😂

We discovered that the trail was completely flooded over just a few steps in. After we got home, I did some more research and found that apparently, this trail had been flooded for over a year now… Some people suggested wading through the flooded section with waders or trash bags since it was “just knee deep” and “only 30 feet” long. 😬

เดินไปยังไม่ทันถึงไหนเจอน้ำท่วมทางขาด ไม่ใช่ว่าท่วมเล็กน้อยแบบพอลุยได้ แต่ท่วมเป็นบึงเลยค่ะ 😆 กลับมาบ้านไปอ่านรายละเอียดดูถึงได้รู้ว่าที่นี่ท่วมแบบนี้มาเป็นปีแล้ว มีนักเดินป่ามืออาชีพบางคนบอกให้เอาถุงขยะหุ้มขาแล้วลุยเอา “ท่วมแค่เข่าเอง” “ลุยไปแค่ 30 ฟุตก็พ้น” เอ่อ ไม่เอาอ่ะค่ะ 😬

This time, we clocked in another 0.37 miles in another 12 minute interval.

ภาคสองนี้เดินกันไปได้อีก 0.37 ไมล์ ประมาณครึ่งกิโลนิดๆ ใช้เวลา 12 นาที ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการประเมินสถานการณ์น้ำท่วมเสียมากกว่าจะได้เดินกันจริงจัง 😆

Still determined to hike that day, we looked at the map and pinpointed a road around the bend that could potentially let us bypass the flooded section to continue on the trail. Once there, we quickly realized that the vegetation was way too thick to wade through, especially with Joel in his hiking shorts. So, after this third try, we finally gave up hiking for the day. 😆

แค่นั้นยังไม่เข็ด คุณสามีอุตส่าห์กางแผนที่ดูว่าจะหลบทางที่ขาดได้ยังไง ไปเจอถนนอ้อมไปไม่ไกล ดูแล้วมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเวิร์ค เลยลองไปกันดู ไปถึงเป็นหมู่บ้าน สุดทางคือหลืบที่เห็นในรูปสุดท้าย น่าจะตัดไปถึงทางที่เราตั้งใจจะไปได้พอดี แต่เข้าไปส่องดูใกล้ๆแล้วก็ต้องส่ายหัว เพราะว่าพงหญ้าสูงประมาณเท่าเอวได้ คุณสามีใส่กางเกงขาสั้นเลยคาดว่าไม่น่าจะสามารถหักร้างถางพงไปถึงได้ไหว ในที่สุดเลยต้องยอมแพ้ 😆

All in all, we hiked a whopping 0.84 mile that day! 😂

ตกลงวันนั้นหลังจากที่ได้ใช้ความพยายามจนสุดความสามารถแล้ว เราเดินป่ากันไปรวมทั้งสิ้น 0.84 ไมล์​ ยังไม่ถึงกิโลครึ่งดีเลย 😂

In the effort not to waste the trip entirely, I started spotting cool stuff along the road on Route 751. First up was this cute little garden center called For Garden’s Sake. They have this old blue truck parked out front with pumpkins scattered all over it. I can’t believe Fall is finally here! 😍

ก่อนกลับบ้าน เพื่อไม่ให้ขับรถมาเสียเที่ยว เลยขอแวะถ่ายรูปตามทางซะหน่อย ถนนสาย 751 นี้มีที่น่ารักๆเตะตาหลายแห่ง เริ่มด้วยศูนย์เกษตรกรรมที่มีชื่อว่า For Garden’s Sake เค้าเอารถบรรทุกเก่าๆสีฟ้ามาจัดตกแต่งเป็นบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วง ประดับประดาไปด้วยลูกฟักทองหลากสีหลายสไตล์ จอดไว้เรียกลูกค้ามาเข้าชม 😍

Next up was Old Mill Farm, where a pair of goats and sheep each were hanging out right by the road. This male goat was very loud. I initially thought he was friendly, but quickly realized he didn’t want us anywhere near them, so we obediently retreated once we got his message, loud and clear! 😆

ต่อมาเป็นฟาร์มปศุสัตว์ชื่อ Old Mill Farm ซึ่งมีคอกแพะกับแกะตั้งอยู่ริมถนน คุณแพะเขี้ยวโง้งตัวนี้ พอเห็นเราจอดรถแวะก็รีบปรี่เข้ามา ตอนแรกนึกว่ามาทักทาย เพราะแกเสียงดังฟังชัดมาก แต่สุดท้ายถึงได้เข้าใจว่าแกแบ๊ะไล่ คือประมาณว่าเป็นจ่าฝูงคอยปกป้องลูกหมู่ หลังจากได้รูปสมใจอยากแล้วเราเลยถอยทัพกลับรถ แกถึงได้หยุดแบ๊ะ กลับไปกินหญ้าต่อกับพวกพ้อง 😆

Last but not least, I assumed this used to be a grocery store at some point, but had long gone out of operation. It’s cool that they preserved the place with such cool decor though. There was a house in the back and a gentleman in the garage was watching me when we stopped over. I waved to him and he waved back, so I think he was OK with me taking pictures of his place… 😛

สุดท้ายเป็นร้านขายของชำเก่าแก่ที่ปิดให้บริการไปนานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ แต่เจ้าของยังเก็บรักษาไว้ให้คนผ่านไปมาได้ดู ด้านหลังเป็นบ้านมีโรงรถอยู่ข้างๆ ตอนเราจอดรถแวะลงไปถ่ายรูปเหลือบไปเห็นลุงแก่นั่งมองอยู่ เราเลยโบกมือให้ แกก็ยิ้มให้โบกกลับ เลยกลับไปถ่ายรูปร้านแกต่อได้อย่างสบายใจ 😛

Friday Hike: Birthday Hike at Hemlock Bluffs

Last Friday was my birthday. 😊 We celebrated it COVID style by going on a hike at Hemlock Bluffs Nature Preserve. This is a familiar trail, very close to home, and one of our favorites in the area. We have been here several times, but I just realized I never did a post on it. So I figured this is a good opportunity to do so!

เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว เราฉลองวันคล้ายวันเกิด 😊 สไตล์โควิดด้วยการไปเดินป่าที่ Hemlock Bluffs Nature Preserve ที่นี่มากันบ่อยเพราะอยู่ใกล้บ้าน และเป็นเส้นทางเดินป่าที่เราชื่นชอบกันที่สุดแห่งหนึ่งในละแวกนี้ เพิ่งนึกได้ว่ายังไม่เคยเอามาลงโพสต์ คราวนี้เลยได้โอกาสมาแนะนำให้รู้จักกัน

There is a visitor center that houses many facilities, including a restroom, a nature center, a recycled garden, and a little outdoor playground area for kids. I imagine this would be a great place for families with little ones.

ติดกับที่จอดรถเป็นตึกรับรองหลังใหญ่ที่มีทั้งห้องน้ำ ศูนย์การเรียนรู้เรื่องธรรมชาติ สวนพืชผักเล็กๆที่เต็มไปด้วยวัสดุเหลือใช้ต่างๆ รวมไปถึงสนามเด็กเล่นขนาดย่อมๆ ถ้าใครมีลูกหลานตัวน้อยพามาเดินเล่นคงจะเพลิดเพลินกันดีทีเดียว

The trails here are short and nice, very well paved with plenty of mulch that feels pleasant and cushiony when you step on it. We like to come here especially after it rains because we don’t have to worry about the mud.

ทางเดินที่นี่ไม่ยาวมาก แต่ได้รับการบำรุงอย่างดี พื้นส่วนใหญ่โรยด้วยเปลือกไม้จนหนา เดินแล้วนุ่มฝ่าเท้าดีแท้ แถมเปลือกไม้พวกนี้มีคุณสมบัติในการซับน้ำอย่างดีเยี่ยม เวลาหลังฝนตกหนักๆเดินกันสบายไม่ต้องกลัวจะเปื้อนโคลนกันเลย

This time we started off on the East Hemlock Bluffs side, which leads to Swift Creek Trail. The steps leading down to it didn’t seem like much on the descending portion, but were pretty brutal on the way back up! 😓 There were a few lookout stops on the way for you to rest though, if you need to catch a breath or two. Parts of this lower loop section were these long boardwalks that look harmless but can be very slippery after a downpour. 😅

คราวนี้เราไปเริ่มกันที่ฝั่งตะวันออกกันก่อน ซึ่งมีบันไดยาวนำไปสู่ทางที่มีชื่อว่า Swift Creek Trail ตอนลงไปก็ไม่เท่าไหร่ แต่ตอนขากลับขึ้นมานี่สิ ปีนกันลมแทบจับ 😓 แต่เค้ามีที่ชมวิวให้พักเหนื่อยอยู่สองสามจุดระหว่างทางถ้าขึ้นรวดเดียวไม่ไหว ทางเดินด้านล่างมีส่วนที่เลียบไปกับลำห้วยเล็กๆปูด้วยพื้นไม้ ใบไม้ที่ตกอยู่ตามทางเหล่านี้ดูสวยก็จริง แต่เวลาฝนตกใหม่ๆต้องคอยระวังมิฉะนั้นอาจจะเกิดการก้นจ้ำเบ้าได้ 😅

After climbing back up the steps, we headed over to the West Hemlock Bluffs side to do the Chestnut Oak Loop Trail. Since this is a short one, we did it twice, first counter clockwise, then the other way round.

เสร็จจากนั้นเราก็ไปต่อกันยังฝั่งตะวันตกซึ่งเป็นทางเดินที่เรียกว่า Chestnut Oak Loop Trail ด้วยความที่ทางสั้นมากเลยได้เดินวนกันสองรอบ

Half way through the hike Joel noticed that his Apple Watch did not seem quite right. 🙄 We put ours next to each other to compare and realized the abnormally large elevation gain shown on his. (Mine does not have it because it’s an earlier series.) I know we climbed those 100 steps, but there was no way that was a 140 million feet, even though it might feel that way! 🤣 A full reset once we got home appears to have fixed whatever issue there was, for now!

เดินไปได้ประมาณครึ่งทางคุณสามีเกิดสังเกตว่านาฬิกาที่ตั้งวัดเส้นทางไว้ดูจะแปลกๆ 🙄 เลยเอามาลองเทียบกันดู ปรากฎว่าของแกบอกค่าการเพิ่มระดับความสูงพุ่งกระฉูดไปที่ 140 ล้านฟุต (ของเราไม่มีโหมดนี้เพราะเป็นรุ่นเก่ากว่า) คือเข้าใจว่าปีนกระไดกันขึ้นมาเป็นร้อยขั้นจนหอบแฮกๆกันอยู่ แต่เอก็ไม่น่าจะสูงได้ขนาดนั้น 🤣 กลับบ้านมารีเซตนาฬิกาดูหวังว่าจะเวิร์คแล้ว ไม่งั้นคงได้เวลาไปซื้ออันใหม่

Mushroom spotting – one of my favorite hiking activities! 😊

การส่องเห็ดเป็นกิจการการเดินป่าสุดโปรดของเรา 😊

We clocked in at a little under 3 miles total, which took us a little over an hour. The weather is getting a lot cooler here I think we’ll be back hiking a lot more often this fall!

วันนั้นเดินกันไปเกือบ 3 ไมล์ หรือประมาณ 4 กิโลครึ่งนิดๆ ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ พักนี้อากาศเริ่มเย็นขึ้นมาก ถือเป็นฤกษ์งามยามดีที่เราจะได้กลับไปเดินป่ากันอย่างจริงจังกันซักที

When we got home, Joel made me a yummie tomato pie for dinner, followed by a tres leches birthday cake – COVID or not, that’s definitely a happy birthday in my book! 😍

กลับบ้านมาคุณสามีทำพายมะเขือเทศแสนอร่อยเป็นอาหารเย็น ตบท้ายด้วยเค้กวันเกิด tres leches ซึ่งเป็นเค้กราดด้วยนมเข้มข้นของโปรดของเรา จะโควิด ไม่โควิด ได้ฉลองวันเกิดด้วยของอร่อยถูกปากอย่างนี้ก็แฮปปี้เหลือล้นแล้ว 😍

Night Hike: Frog Walk on Cary Greenway

We have been getting into the habit of going out for a walk at odd times, to try to reduce the chance of running into other people. Lately, with the temperature well into the 90s, it stays hot and humid even into the evening, so we haven’t been out as much as we’d like to. The other day, there was a big storm that brought so much rain it was soaking wet everywhere. I happened to go out on the balcony right after the rain stopped and felt the rare chill which totally took me by surprise! I hurried in and asked Joel if he wanted to go out for a walk. We checked the radar to confirm no more rain was coming our way before heading out into the dark for a night walk.

ตั้งแต่สถานการณ์โควิดที่นี่เริ่มแย่ลง เราสองคนก็พยายามออกไปเดินออกกำลังกายกันเวลาที่คนอื่นเค้าไม่ค่อยจะเดินกัน ช่วงนี้กลางวันร้อนจนตับจะแตก ถึงช่วงเย็นก็ยังร้อนมาก แถมอากาศยังชื้นอีกด้วย เลยไม่ค่อยได้ออกไปเดินกันบ่อยเหมือนเมื่อตอนที่เริ่มอยู่ติดบ้านใหม่ๆ วันก่อนพายุเข้า ฝนตกหนักจนไม่ลืมหูลืมตา พอฝนหยุดเผอิญเดินออกไปตัดสมุนไพรในสวนครัวบนระเบียงเอามาทำกับข้าว เจออากาศเย็นวูบอย่างไม่น่าเชื่อ เลยรีบกลับเข้ามาเช็คดูเรดาร์จนแน่ใจแล้วว่าปลอดฝนชัวร์ๆถึงได้ชวนคุณสามีออกไปเดินกัน

As soon as we stepped foot on the trail nearby that is part of a larger system called the Cary Greenway, I started noticing all these…frogs 🐸 everywhere. With it being pitch black in some spots, we had to be really careful not to squish them! 😳 We had seen some before on prior walks, but never this many. There was one every 5-10 feet or so. I think they came out in droves because of the rain. So, I decided to turn our good old walk into a frog walk! 🤣 And hence this unplanned frog collection being presented to you here. 😊 These pictures you’re seeing above are just those that turned out decent enough to be included here, but trust me, there were many many more! 😆 Also, just for the record, I do realize that not all of them are frogs… I think some were toads…but I’m not a frog/toad expert so I couldn’t really tell which was which, but for the sake of the post, I’ll just call them all frogs. 🙄

พอเดินไปถึงทางที่เป็นส่วนของเส้นทางเดินออกกำลังกายของเมืองนี้ที่เค้าเรียกว่า Cary Greenway ซึ่งตัดวนรอบทะเลสาบใกล้บ้าน เราก็เริ่มสังเกตเห็นว่ามี กบ 🐸 เต็มไปหมด บางช่วงที่ไม่มีไฟถนนต้องคอยระวัง มิฉะนั้นอาจจะมีกบกลายเป็นศพได้ 😳 ก่อนหน้านี้มาเดินก็เคยเห็นกบอยู่บ้างประปราย แต่ไม่เคยเห็นออกมาปาร์ตี้กันเยอะมากขนาดนี้มาก่อน เดินไปไม่กี่ก้าวเดี๋ยวก็เจออีก สงสัยว่าน่าจะออกมารับละอองฝนหรืออย่างไรไม่ทราบ สรุปแล้วรอบนี้เลยได้มาเดินเป็นทัวร์ชมกบกันแทน 🤣 แถมคุณกบทั้งหลายเหล่านี้ส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือกับตากล้องมือสมัครเล่นอย่างเรามาก 😊 ภาพที่ได้มาให้ชมกันนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคอลเลคชั่นที่เก็บมาได้ แต่จริงๆมีอีกตรึม 😆 สุดท้ายนี้ขอออกตัวว่าเราพอจะทราบอยู่บ้างว่าบางตัวอาจไม่ใช่กบ แต่เป็นอึ่งอ่างหรือคางคก แต่ในเมื่อข้าพเจ้ามิใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการกบ เลยไม่สามารถจะแยกแยะได้ว่าตัวไหนคือพันธุ์ใด เลยขออนุญาติสรุปรวมเรียกกันไปว่าเป็นกบทั้งหมดละกัน 🙄

Friday Hike: Hiking with Fireflies at Lake Johnson

We decided on a last minute hike at Lake Johnson late Friday evening. We have hiked this trail dozens of times, since it is a convenient location, very close to home. I didn’t really expect much in terms of discovery, but it turned out to be a spectacular hike nonetheless!

อาทิตย์นี้หยุดยาวไม่มีอะไรทำ เลยชวนกันไปเดินป่าเย็นวันศุกร์ที่ Lake Johnson ซึ่งที่นี่ไปเดินกันมาหลายสิบรอบแล้วเพราะสะดวกสบายอยู่ใกล้บ้าน ไม่ได้คิดว่าจะได้เจออะไรแปลกใหม่น่าสนใจ แต่ปรากฎว่าธรรมชาติยังอุตส่าห์หาเรื่องมาทำให้เราประหลาดใจอีกจนได้

We just needed an exercise and wanted to do something quick and easy. We also wanted to avoid the crowd at the same time, so we tried to get there as late as we could. That turned out to be the perfect decision. What set this particular hike apart from all the other times, was the presence of fireflies! Hundreds, maybe thousands of them, everywhere! We set out about half an hour before sunset. As soon as we hit the trail, we started noticing specks of lights flashing up all around us. The closer to dusk it got, the easier it was to spot them. Having lived in big cities my entire life, I never got a chance to see real fireflies until I moved here to North Carolina. We would spot a few here and there when we were out in the evening around our house. But this is the first time I have seen so many of them together at the same time! Too bad it was just impossible to photograph them. 😔 Maybe if I had one of those big beefy cameras…🤔

อยู่ติดบ้านมาหลายวันจนเบื่อเลยอยากหาเรื่องออกนอกบ้านกันบ้าง แต่ขี้เกียจขับรถไปไกล เลยตกลงกันว่าเอาที่ใกล้ๆละกัน แต่อีกใจก็ห่วงว่าหยุดยาวอย่างนี้คนจะเยอะ สุดท้ายเลยรอจนค่ำถึงได้ออกจากบ้านไปกัน ไปถึงคนกำลังทยอยกลับบ้านพอดี เลยเจอทางโล่งสมใจ เราไปถึงที่นั่นก่อนพระอาทิตย์ตกดินประมาณครึ่งชั่วโมงได้ เดินไปซักพักเริ่มสังเกตเห็นแสงวิบวับตามทาง ปรากฎว่ามาได้จังหวะหิ่งห้อยออกมาเต็มป่า มองไปทางไหนก็เจอแสงระยิบระยับไปทั่ว ยิ่งมืดยิ่งเห็นชัด ด้วยความที่โตมาในเมืองใหญ่เลยไม่เคยมีโอกาสได้เห็นหิ่งห้อยของจริง จนมาเห็นครั้งแรกก็ตอนย้ายมาอยู่ที่รัฐนอร์ทแคโรไลน่าเมื่อไม่กี่ปีก่อนนี่เอง แต่ก็เคยเห็นแค่ประปรายไม่กี่ตัวแถวบ้าน ไม่เคยเห็นทีเดียวเป็นร้อยเป็นพันๆตัวอย่างนี้ เสียดายที่ถ่ายรูปเก็บมาเป็นหลักฐานไม่สำเร็จ 😔