Sunday Hike: Chilly Day at Blue Jay

After a balmy week, cold air is now back to NC again! 🙄 We went hiking this past Sunday at yet another new destination in town – Blue Jay Point County Park, in north Raleigh. This is a well-maintained park with a full set of facilities, including a clean restroom, playgrounds, picnic area, and even an overnight lodge you can book for educational use!

ช่วงนี้อากาศกลับมาเย็นอีกรอบ 🙄 วันอาทิตย์นี้เลยได้ฤกษ์กลับไปเดินป่ากันอีกครั้ง คราวนี้ที่ Blue Jay Point County Park ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมือง Raleigh และเป็นอีกที่ที่เรายังไม่เคยไปกันมาก่อน พาร์คนี้เป็นอีกแห่งที่มีทุกอย่างคอยให้บริการอย่างพร้อมสรรพ ทั้งห้องน้ำสะอาดๆ สนามเด็กเล่น สถานที่ปิคนิค รวมทั้งยังมีบ้านพักให้เด็กๆมานอนค้างระหว่างการเรียนรู้เชิงใกล้ชิดธรรมชาติ

We first parked in the main lodge at the far end on the east side to start off our hike on the Laurel Loop Trail. This very short loop has bright yellow blazes, and led us right on to the Mountain-to-Sea Trail at Falls Lake.

เราไปจอดรถกันที่ลานหลักสุดทางด้านทิศตะวันออกเพื่อเริ่มออกเดินกันที่เส้น Laurel Loop เป็นสายแรก เส้นวงแหวนสั้นๆนี้มีหมุดปักบอกทางเป็นสีเหลือง ก่อนจะไปเชื่อมกับเส้นทางเดินป่าสาย Mountain-to-Sea ช่วงเลียบ Falls Lake

About half way in, we had a wildlife encounter with a family of four deer, who were as curious about us as we were about them! 😅

ระหว่างทางไปเจอครอบครัวกวางสี่ตัวแม่ลูก ซึ่งเห็นเรามาแต่ไกล 😅

We took MST east, following its white blazes for about a mile or so before doing an about face and then turning back onto Blue Jay Point Trail. At this point, the blazes turned blue. (And in case you are wondering about the fashion-forward scarf my husband was wearing, that was my sweater that got repurposed into one because he forgot to bring a jacket. 🙄) On hindsight, we should have continued on MST and instead turned on Beaver Point Trail, which would have brought us to Azalea Loop, but it was cold and we didn’t want to stop to study the map… 😆

เราเดินตามหมุดปักบอกทางสีขาวของเส้น MST มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกลงใต้ไปประมาณไมล์นึงก่อนจะเลี้ยวกลับ และแยกไปยังเส้น Blue Jay Point ซึ่งช่วงนี้หมุดปักบอกทางเปลี่ยนเป็นสีฟ้า (ถ้าสงสัยว่าทำไมคุณสามีถึงใส่ผ้าพันคอหน้าตาแปลกๆ ขอเฉลยว่ามันคือเสื้อเสวตเตอร์ของเรานั่นเอง ซึ่งถูกโขมยเอาไปทำเป็นผ้าพันคอ เพราะว่าแกหนาว แต่ลืมติดเอาเสื้อแจ๊กเกตของตัวเองมา 🙄) จริงๆแล้วพอกลับบ้านมาดูแผนที่ถึงได้รู้ว่าเราไม่ต้องเลี้ยวกลับก็ได้ ถ้าเดินต่อไปตามเส้น MST อีกนิดเดียวก็จะไปเจอกับเส้น Azalea Loop ที่เราตั้งใจจะไป แต่ประมาณว่ราตอนนั้นอารมณ์กำลังหนาวเลยไม่มีเวลาหยุดดูแผนที่กลางทาง 😆

So, instead we came all the way back to the car, moved it to the other lot by the Blue Jay Center, then resumed our hike on Sparkleberry Loop Trail. 😅 But, if we had taken the proper route, we would have missed this cool trail art in the other parking lot! 😜

อย่างที่ว่า เรามาทางอ้อมเดินกลับมาถึงรถ ย้ายไปจอดอีกลานด้าน Blue Jay Center แล้วจึงกลับไปเดินต่อที่เส้น Sparkleberry Loop 😅 แต่คิดในมุมบวกว่าถ้าเราไปถูกทางแต่แรกก็จะไม่ได้เห็นผลงานศิลปะภาพวาดเส้นทางเดินป่าที่นี่ซึ่งอยู่ตรงลานนี้ในรูป 😜

We were back to bright yellow blazes again on this short stretch. From there, we cut across, past the Blue Jay Center and the garden.

ช่วงนี้หมุดปักบอกทางกลับมาเป็นสีเหลืองอีกครั้ง พอเดินครบรอบเราก็ตัดผ่าน Blue Jay Center และสวนผัก

At this time of the year, there were mostly just a few herbs and some gourds that were still striving in the cool air!

ซึ่งถึงหน้านี้มีเหลือให้เห็นแต่สมุนไพรเล็กน้อย กับฟักไม่กี่ลูกเท่านั้น

We continued on to Azalea Loop Trail, which briefly intersects with Beaver Point Trail before rounding back to the main road. This half-mile stretch had yellow blazes (and blue where it merged with the other route) and was equipped with numbered posts for an interpretive experience. We saw several bird houses along the way, presumably for the blue jays that were the park’s namesake, even though there was none to be seen… 🙄

จากนั้นเราต่อไปยังเส้น Azalea Loop ซึ่งเชื่อมขนานไปกับเส้น Beaver Point อยู่ระยะหนึ่งก่อนจะวนกลับมาครบรอบที่ถนนสายหลัก วงแหวนขนาดครึ่งไมล์เส้นนี้มีหมุดปักบอกทางสีเหลือง (ปนฟ้าตรงช่วงที่เป็นทางขนาน) และยังมีหมายเลขตามทางที่สามารถเอาไปเทียบดูชื่อพันธุ์ไม้ต่างๆในโบรชัวร์ที่ทางพาร์คมีจัดเตรียมไว้ให้ได้ ตามทางมีเห็นบ้านนกขนาดน้อยใหญ่ห้อยไว้ตามต้นไม้ คาดว่าน่าจะมีไว้สำหรับนกพันธุ์ blue jay ที่เค้าเอาชื่อมาตั้งเป็นชื่อพาร์คนี้ แต่เดินอยู่เป็นชั่วโมงไม่เห็นมีนกให้เห็นซักตัว 🙄

All in all, we clocked in at 3.09 miles, which took us almost an hour and a half from start to finish. And just like that, we ended up with another great hike under our belt! 😇

วันนั้นเดินกันไป 3.09 ไมล์ หรือประมาณเกือบๆ 5 กิโลได้ ใช้เวลาทั้งสิ้นชั่วโมงครึ่งพอดี สรุปว่าได้เช็คจุดหมายใหม่ไปอีกแห่งวันนั้นด้วยความภาคภูมิใจ 😇

Saturday Hike: Close Call on ATT!

After all the cool air and the early signs of fall foliage, we got summer weather back here again in NC! 😆 We did a quick hike this past weekend at the American Tobacco Trail section in Cary, starting at the New Hope Church Road Trailhead.

หลังจากที่อากาศเริ่มจะเย็นลงหน่อย พอเป็นสัญญาณว่าฤดูใบไม้ร่วงเริ่มมาเยือน สัปดาห์ที่ผ่านมาดูเหมือนว่าเราจะได้ย้อนเวลากลับไปสู่ฤดูร้อนกันอีกรอบ 😆 เราไปเดินป่ากันที่ American Tobacco Trail ช่วงในเมือง Cary ซึ่งเริ่มที่ต้นทางบนถนน New Hope Church Road

This is a very nicely maintained park, with plenty of parking, and a clean bathroom! 😇

ที่นี่มีลานจอดรถกว้างขวาง แถมมีห้องน้ำสะอาดๆคอยให้บริการ 😇

We didn’t expect too much fanfare. Even though we had not hiked this particular section before, we are very familiar with ATT, having done a few other sections in the past. Minutes into the hike, I heard a weird but very loud rumbling right behind me. Before my brain could actually process what was happening, I looked over my right shoulder and saw what appeared to be a rear end of a very large deer disappearing into the woods. I turned to look at my husband and he had an equally incredulous look on his face. 😱 That’s when I realized we almost got ran over by a deer! 😓 Joel saw more than I did. He said the deer came charging down from one side of the trail in high speed, crossing right behind us with just a few feet to spare! The whole things happened within seconds, and I had absolutely no time to panic, which I supposed was a good thing! 😅

ก่อนไปก็กะไว้ว่าจะไปเดินกันชิวๆ เพราะช่วงนี้ถึงจะไม่เคยมาแต่เราก็คุ้นเคยกับช่วงอื่นๆของเส้นทางเดินป่าเส้นนี้กันพอสมควร เดินไปไม่ทันไรได้ยินเสียงประหลาด ตอนแรกยังไม่แน่ใจว่าเสียงอะไร รู้แต่ว่าดังมากและอยู่ใกล้ตัวมาก หันขวับไปมองเห็นตูดกวางอยู่หลัดๆวิ่งหายเข้าไปในป่า หันไปอีกทางเห็นคุณสามีทำหน้าเหวออยู่ข้างๆ 😱 ถึงได้เข้าใจว่าเราเกือบถูกกวางชน 😓 คุณสามีบอกว่ามันวิ่งเตลิดมาจากอีกฝั่ง ข้ามทางประมาณว่าเฉียดเราไปนิดเดียวเท่านั้น แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก โชคดีว่ายังไม่ทันมีเวลาได้ตกใจก็ไปซะแล้ว 😅

The rest of the hike was a breeze, after the initial shock of deer encounter wore off. 😆 This trail is just one straight shot, no need for any blazes as there is zero chance of confusion. There are, however, sign posts at regular interval to let you know what mileage you are on the trail.

หลังจากนั้นพอหายขวัญหนีก็กลับไปเดินเฉิบอย่างสบายใจตามที่ตั้งใจไว้ 😆 ทางเส้นนี้เป็นเส้นตรงๆ ไม่มีเลี้ยวแต่อย่างใด ดังนั้นจึงไม่มีหมุดปักบอกทางเหมือนที่อื่นๆ เพราะไม่มีความจำเป็นแม้แต่น้อย แต่เค้าก็มีป้ายคอยบอกตามทางว่าเราเดินมาถึงไมล์ที่เท่าไหร่แล้ว

We had another wildlife encounter down the road, but it was pretty tame compared to the other one! 😂

เดินมาเจอสัตว์ป่าอีกตัว แต่คราวนี้ไม่น่ากลัวเมื่ออันแรก 😂

We did an about-face and headed back when we reached Morrisville Parkway. All in all, we clocked in at 3.4 miles, which took us a little over an hour from start to finish.

เดินไปจนถึงถนน Morrisville Parkway ก็กลับหลังหันเดินกลับ สรุปว่าวันนั้นเดินกันไป 3.4 ไมล์ หรือประมาณ 5 กิโลครึ่ง ใช้เวลาประมาณชั่วโมงนิดๆจากต้นจนจบ

After the hike, we went to check out a new-to-us hangout spot in the area at Boxyard RTP. It’s basically a food court built from shipping containers, with live music. We got a couple of drinks and some food, but didn’t stay that long. It was a cool spot, but not really our typical kind of scenes. The music was way too loud! 😐 There were many families with small kids, and I doubted they were enjoying the music selection they had there. For the most part, we were glad we checked it out, but will likely never go back! 😛

จากนั้นเราไปแวะเติมน้ำมันกันที่ Boxyard RTP ซึ่งเพิ่งเปิดมาได้ประมาณปีกว่าๆ แต่เพิ่งจะเคยมากันเป็นครั้งแรก ที่นี่เป็นตลาดนัดขายอาหารที่สร้างขึ้นมาจากตู้คอนเทนเนอร์ มีวงดนตรีมาเล่นให้ชมกันสดๆอยู่กลางลาน ร้านมีอยู่ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่อาหารก็โอเค ใช้ได้ คนเยอะก็จริงแต่ไม่ถึงกับแออัด ส่วนใหญ่เป็นครอบครัวมากับเด็กเล็กๆ แต่ดนตรีเค้าออกจะดังหนวกหูไปนิด 😐 เราอยู่ไม่นานก็กลับกัน สรุปว่าก็โอเค แต่คงไม่มาอีก 😛

Sunday Hike: Fall Arrives at Durant Nature Preserve

Another great hike this weekend, this time at Durant Nature Preserve, a new-to-us location in North Raleigh, about a 30-minute drive from where we are. We started off from the south entrance at Campbell Lodge.

อาทิตย์นี้เราไปเดินป่ากันที่ Durant Nature Preserve ที่ทางตอนเหนือของเมือง Raleigh ที่นี่เพิ่งจะเคยมากันครั้งนี้เป็นครั้งแรก ทั้งๆที่อยู่ไม่ไกลจากบ้าน ขับรถไปแค่ประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น เราไปจอดรถกันไว้ที่ประตูทางเข้าด้านใต้ใกล้ๆกับ Campbell Lodge

From the parking lot, there is a short path leading to the start of Lakeside Trail. We took this counterclockwise, past the playground and picnic shelter, the boathouse, the fishing pier, and the campsite, for about half way through. This part has beautiful views of the lake most of the way, plus it is bicycle-free! Then, we turned onto Nature Trail.

จากที่จอดรถเดินไปนิดเดียวก็จะถึงจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินป่า Lakeside Trail เราเดินวนทวนเข็มนาฬิกา ผ่านสนามเด็กเล่น ที่จัดปิคนิค โรงเก็บเรือ ท่าเรือตกปลา และบริเวณตั้งแคมป์ ช่วงนี้มีวิวทะเลสาบสวยๆให้ชมเกือบตลอดทาง แถมห้ามจักรยานเข้ามาวิ่ง เลยไม่ต้องคอยระวังกัน เดินไปซักประมาณครึ่งทางจะมีแยกให้เลี้ยวเข้าไปที่เส้น Nature Trail

The short trail cut through the woods with beautiful fall colors. Then, it ran into White House Road, where we made a left turn, and continued on to Border Trail. Plenty of stuff to see in this section where red blazes guide your way, including Whale Rocks, Wildflower Woodland (of course, the wildflowers were long gone at this time of the year 😆), Vernal Pool (which was bone dry 🤣), and this cool little part where you got to hop across a small stream.

เส้น Nature Trail นี้พาเราตัดเข้าป่าไปดูวิวใบไม้ที่กำลังเริ่มผลัดสี จากนั้นเราเลี้ยวซ้ายต่อไปยังถนน White House ซึ่งมีหมุดปักบอกทางสีขาว และนำเราไปเชื่อมกับเส้น Border Trail ซึ่งเป็นอีกทางสายหลักของที่นี่ ช่วงนี้หมุดปักบอกทางเปลี่ยนเป็นสีแดง และตามทางมีจุดให้ชมวิวหลายแห่ง รวมทั้ง Whale Rocks (ก้อนหินปลาวาฬ) Wildflower Woodland (คือทุ่งดอกไม้ป่า แต่เสียดายหน้านี้ไม่มีดอกไม้ป่าเหลือให้ดูแล้ว 😆) และบ่อน้ำที่ชื่อ Vernal Pool (ชื่อตามป้ายที่ปักไว้ แต่ที่เห็นคือบ่อแห้ง ไม่มีน้ำ 🤣) ช่วงสุดท้ายตัดข้ามลำห้วยเล็กๆให้ได้ผจญภัยกันนิดๆ

We then switched over to another shortcut at Beaver Pond Trail, with black blaze, which took us back onto the southern part of Lakeside Trail to finish our loop.

จากเส้น Border Trail เราเลี้ยวซ้ายเข้าเส้น Beaver Pond Trail ช่วงนี้จะมีหมุดปักบอกทางเป็นสีดำ จากนั้นจึงตัดกลับมาที่ Lakeside Trail แล้ววนกลับมาจนครบรอบพอดี

We clocked in at 2.89 miles, which took us a little over an hour. It was a very pleasant hike, with diverse terrains, best enjoyed on a cool and sunny day. 🥰

วันนั้นเดินกันไป 2.89 หรือประมาณสี่กิโลครึ่งกว่าๆ ใช้เวลาชั่วโมงกับสิบสองนาที อากาศกำลังเย็นสบายไม่ร้อนไม่หนาว แดดดี ฟ้าใส ถ่ายรูปกำลังสวยพอดี 🥰

Sunday Hike: Hemlock Bluffs after the Storm

Just a short and quick post today on the hike we did yesterday at Hemlock Bluffs Nature Preserve. This is one of our most frequented destinations in the area because it is very close by. The trails are perfect for wet days because they are nicely laid out with plenty of mulch. That was exactly why we chose it, since we had just been hit by the storm formerly known as Hurricane Ian the other day. 😬

วันนี้มาโพสต์สั้นๆถึงทริปเดินป่าที่ไปกันมาเมื่อวานที่ Hemlock Bluffs Nature Preserve ที่นี่มากันบ่อยมากเพราะอยู่ใกล้บ้าน ยิ่งเวลาฝนตกใหม่ๆยิ่งเหมาะมากเพราะทางเค้าโรยด้วยเปลือกไม้ ทำให้ไม่รู้สึกเฉอะแฉะจากโคลนตมเหมือนที่อื่นๆ ประจวบกับที่พายุเอียนเพิ่งจะมาเยือนแถวนี้ไปเมื่อวันก่อน 😬 เลยเลือกมากันแบบไม่ต้องคิดเลย

We did a quick double loop, first counterclockwise on the west side, then counterclockwise again on the east side. No extra loops this time, since another round of rain was looming. As anticipated, it was not muddy at all. But we did see a lot of blown leaves on the ground.

เราเดินวนตามวงแหวนสองรอบ เริ่มด้วยการเดินทวนเข็มนาฬิกาที่ฝั่งตะวันตกกันก่อน จากนั้นถึงต่อไปยังทางฝั่งตะวันออก ทวนเข็มนาฬิกาเช่นกัน คราวนี้ไม่เดินซ้ำอีกรอบเหมือนคราวก่อนๆเพราะฟ้าอึมครึมเหมือนฝนกำลังจะมา ปรกติทางเดินที่นี่จะจัดเก็บไว้อย่างสะอาดเรียบร้อยมาก แต่เที่ยวนี้เพราะมาหลังพายุ เลยเจอเศษซากกิ่งไม้ใบไม้กระจัดกระจายเต็มไปหมด

Plus one downed giant tree, which looked very fresh. This is most definitely from Ian’s wrath! 😓

แถมมาเจอต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ที่ดูเหมือนเพิ่งจะล้มใหม่ๆสดๆ คาดว่าต้องเป็นผลพวงมาจากพายุเอียนแน่นอน 😓

All in all, we clocked in at just a little over 2 miles. It took us almost an hour, mostly because of the steep climb up the dozens of steps on the east side. 😓

เมื่อวานนี้เดินกันไปสองไมล์พอดี ใช้เวลาเกือบชั่วโมงเพราะทางเดินฝั่งตะวันออกมีบันไดให้ปีนอยู่หลายสิบขั้น 😓

Then, we came home and did the Hot Ones Challenge for Joel’s birthday. 😆 This is from a Youtube show where host Sean Evans invites celebrities over for a chat. The guest has to eat 10 pieces of chicken wings, each dipped in a different kind of hot sauce that gets hotter and hotter as the show goes on. Season 19 of the show had just started and they released a box of sauces that would be used for the season, which we ordered for the occasion.

จากนั้น เรากลับบ้านมาเลียนแบบโชว์ยูทูปชื่อ Hot Ones Challenge เป็นการฉลองวันเกิดให้กับคุณสามี 😆 เพราะเป็นรายการโปรดของแก ปรกติในรายการคุณพิธีกรชื่อ Sean Evans เค้าจะเชิญคนดังมานั่งคุย พร้อมกับมีการท้าทายให้กินปีกไก่ทอดสิบชิ้น โดยที่แต่ละชิ้นเอาไปคลุกเคล้ากับซอสพริกที่คัดสรรมาสิบขวด เริ่มจากเผ็ดน้อย ไปจนเผ็ดมาก ถึงเผ็ดฉิบหาย 🤣 นี่เค้าเพิ่งเริ่มซีซั่นใหม่พอดี แล้วก็มีให้สั่งซอสมาลองชิมที่บ้านได้ โดยซอสชุดนี้เป็นชุดเดียวกับที่ใช้ในรายการที่กำลังออกอากาศอยู่ในขณะนี้

This is our take on it! 😉

เตรียมพร้อมเรียบร้อยก่อนเริ่มรายการ 😉

And this is the aftermath! 😂 So, Joel valiantly completed the challenge by going all the way to the very last one. I, on the other hand, gave up after Number Seven since my mouth was on fire 😵 and it felt like my taste buds might not ever work again! 😓 All in all, it was fun, and I was glad we did it, but honestly, I wish the sauces were a little tastier… 😐 To me, most of the milder ones were either too vinegary or too strongly spriced. And the hotter ones just tasted plain toxic! 🤪

และนี่คือสภาพผู้เข้าแข่งขันหลังจบรายการ 😂 สรุปว่าคุณสามีเก่งกล้ามาก สามารถกินหมดจนครบทั้งสิบรส ส่วนตัวข้าพเจ้าถึงขวดที่เจ็ดก็จอดแล้วค่ะ 😵 ประมาณว่าปากแสบร้อนจนควันออกทั้งหัวทั้งหูอยู่นานมาก กินทั้งน้ำทั้งนมทั้งโยเกิร์ตก็ยังไม่ช่วย 😓 แต่คือก็สนุกดีอยู่ แต่สนุกแบบแสบๆหน่อย แต่ขอบ่นว่าซอสเค้าคือไม่มีอร่อยซักอันเลยอ่ะ 😐 ไอ้อันที่เผ็ดน้อยก็ออกเปรี้ยวนำ หรือไม่ก็มีกลิ่นเครื่องเทศแรงมาก ส่วนอันที่เผ็ดมากก็รสชาติเหมือนกินสารเคมี 🤪

Saturday Hike: Lake Crabtree, Done Properly!

We made good on our promise and went back to Lake Crabtree again this weekend to finish the entire loop. 😇

วันเสาร์นี้เรากลับไปเยือน Lake Crabtree กันอีกครั้งตามที่สัญญาไว้เพื่อไปเดินให้ครบรอบสมความตั้งใจ 😇

The sky looked a bit ominous when we got there, and it actually started drizzling right when we pulled into the lot. But we decided to go ahead and start off despite the light sprinkle 😅, which fortunately didn’t last long. And the overcast weather provided a welcomed shade during the first part of the trail, which went through the beautiful yellow wildflower field.

ไปถึงที่จอดรถปรากฎว่าฟ้าอึมครึมมาก ยังไม่ทันลงจากรถฝนก็ลงเม็ดซะแล้ว 😅 แต่ดูทีท่าแล้วเหมือนจะแค่เปาะแปะไม่น่าจะตกแรงเลยตัดสินใจออกเดินทาง โชคดีพอเริ่มเดินฝนก็หยุดพอดี แถมฟ้าครึ้มๆยังช่วยบังแดดให้ตอนช่วงแรกๆที่เป็นทุ่งดอกไม้โล่งๆ

This time we headed counterclockwise from the main parking lot. It was a good thing we did, because the pretty yellow flowers that were in their prime just the week before appeared to be mostly on their last legs! 😅

คราวนี้เราเดินทวนเข็มนาฬิกาวนไปอีกทางจากลานจอดรถ ไปเห็นดอกไม้สีเหลืองสดใสจากคราวก่อนใกล้ๆแล้วก็ดีใจที่รีบมา เพราะดูจากสภาพแล้วคงบานอยู่ให้เห็นอีกไม่นาน 😅

But we still managed to find a few pretty spots. 🥰

แต่ก็ยังอุตส่าห์หามุมสวยๆถ่ายรูปได้อยู่บ้าง 🥰

The clearing soon gave way to a bit of wooded area, clearly marked with similar blue blazes as seen on the other side.

เดินผ่านทุ่งดอกไม้ไปจนสุดก็จะเปลี่ยนบรรยากาศไปเป็นป่าดงพงไพร ซึ่งมีหมุดปักบอกทางสีฟ้าเช่นเดียวกับอีกฝั่ง

Then the trail dumped us out right next to Aviation Parkway, right along one side of the lake.

จากนั้นทางจึงตัดคู่ไปกับถนน Aviation Parkway ซึ่งอยู่ทางฝั่งขวา ส่วนทางซ้ายเป็นทะเลสาบ

Before dipping right back into the woods again. Some of the blazes in this part are chipped blue paint instead of the metal plaques we had been seeing so far. 

แล้วจึงเลี้ยววกกลับเข้าป่ากันอีกครั้ง หมุดปักบอกทางช่วงนี้บางอันเป็นสีพ่นถลอกๆ ไม่ใช่หมุดเหล็กเหมือนช่วงก่อนๆ

Only one mile in and it already felt like we might be half way along…as it looked like we were directly across from the boat dock, which was near where we started off. But we discovered soon after that the lake actually curves to the right, making it quite longer than what it appeared to be. 😅

เดินมาได้แค่ไมล์กว่าๆก็ดูเหมือนกับว่าจะมาได้ครึ่งทางแล้ว เพราะมองข้ามทะเลสาบไปเห็นท่าเรือที่อยู่ใกล้กับที่จอดรถอยู่ฝั่งตรงข้ามพอดี แต่พอเดินเลยไปอีกหน่อยถึงได้เห็นว่าทะเลสาบมีการเลี้ยวไปทางขวาอีกตั้งไกล 😅

One of the upsides of this part of the trail is that bicycles are not allowed! 😆

ทางช่วงนี้มีดีตรงที่ว่าห้ามจักรยานเข้ามาวิ่ง 😆 เลยไม่ต้องคอยกระโดดหลบเหมือนคราวก่อน

And there was a variety of pretty wildflowers. 😍

ยังคงมีดอกไม้ป่าบานสะพรั่งให้ชมตามทาง 😍

The trail continued on to merge with another greenway. At this point, about a third of the way in, it started to get a bit confusing since we couldn’t really tell if we were actually still on the Lake Trail. Just as we were about to whip out the phone to check on the map, we spotted this tiny little sign to our left, assuring us that we were indeed still on the right path. 😊

ถึงตอนนี้ทางตัดไปรวมกับทางเดินหลักอีกเส้น ประมาณดูแล้วน่าจะมาได้เกือบครึ่งทาง ระหว่างที่กำลังสับสนไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่ามากันถูกทางรึเปล่า กำลังจะล้วงกระเป๋าเอาแผนที่มาเปิดดู เพราะช่วงนี้ไม่มีป้ายบอกมาซักพักใหญ่แล้ว ก็เผอิญตาดีไปเห็นป้ายเล็กๆทางซ้ายมืออันนี้เข้าพอดี เลยอุ่นใจว่ามาถูกทางแน่นอน 😊

Some early signs of fall already arriving in NC! 

ใบไม้เริ่มจะเปลี่ยนสีกันแล้ว เป็นสัญญาณว่าฤดูใบไม้ผลิกำลังจะมาเยือน

About two thirds of the way in, the trail hugged right back along the edge of the lake. This part was one of the prettiest parts of it all. I don’t think it was a coincidence that this was the busiest part on the entire stretch! 😆

เดินมาซักครึ่งค่อนทางถึงได้มีทะเลสาบโผล่กลับมาให้ดูอีกครั้ง ถ้าถามเรา เราว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่วิวสวยที่สุดตลอดทั้งทางที่เดินกันมา จึงไม่น่าแปลกใจที่คนดูจะพลุกพล่านกว่าช่วงอื่นๆ 😆

Soon enough, we spotted the dam where we stopped and turned back the last time.

เดินไปอีกแป๊บก็ไปเจอะเจ้าเขื่อนตรงที่เราเลี้ยวกลับเมื่อคราวก่อน

The rest of the way back was quite easy, since we already knew what we were doing.

จากจุดนี้เดินกลับไปที่ลานจอดรถได้อย่างสบายบรื๋อ เพราะเพิ่งจะเดินกันไปเมื่ออาทิตย์ก่อน

When I first saw this tree 🤔, I was thinking to myself, ‘What kind of magic trickery is this? How in the world is this tree hovering in the air like that!?’ 🤯 And then we rounded the corner, and I got my answer. 😆

ตอนเห็นต้นไม้ต้นนี้แวบแรกยังงง 🤔 อยู่ว่ามันตั้งอยู่ลอยๆอย่างงี้ได้ยังไงหว่า 🤯 พอเดินเลยมาหน่อยค่อยถึงบางอ้อว่าต้นมันมีการเลี้ยวมาอย่างนี้นี่เอง 😆

Spotted this cool shine right beside the MetLife buildings.

ตึก MetLife มีแสงลงเป็นออร่ามาก

It was not even 6 pm by the time we made it back, but the sky looked almost like the sun was already setting! 🙄 (It wasn’t – sunset here is usually around 7pm at this time of the year) I’m certainly not going to complain about the pretty lighting for my pictures. 😛

กลับมาถึงรถยังไม่ทัน 6 โมงเย็นดี แต่ดูเหมือนใกล้พระอาทิตย์จะตกแล้ว 🙄 (ช่วงนี้จริงๆแล้วพระอาทิตย์จะต้องตกประมาณทุ่มนึง) แต่ก็ดีเหมือนกันแสงถ่ายรูปออกมากำลังสวยเชียว 😛

We clocked in at 5.67 miles, which took us just over two hours. We were really proud of ourselves, considering how long it had been since we hiked this far, and how out of shape we both were. 😊

วันนั้นเดินกันไป 5.67 ไมล์ หรือประมาณ 9 กิโลหน่อยๆ ใช้เวลาสองชั่วโมงนิดๆ ซึ่งเป็นที่น่าภาคภูมิใจมาก เพราะไม่ได้เดินป่ากันไกลขนาดนี้มานานมากแล้ว 😊

Sunday Hike: Birthday Hike at Lake Crabtree

This past Sunday was my birthday. I wanted to go hiking but didn’t want anything too strenuous or too far away. It was my day after all, and the goal was to enjoy one of my most favorite activities with as little effort involved as possible. 😝 We finally settled on Lake Crabtree County Park, a location that was once familiar to us but it’s been a while since the last time we were there, as we now live on the opposite side of town.

หลังจากที่ห่างหายจากการเดินป่าไปซะนานเพราะซัมเมอร์นี้อากาศระอุรุนแรงกว่าทุกปีที่เคยมีมา แต่ด้วยความที่ว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันคล้ายวันเกิด ประกอบกับอุณหภูมิที่เริ่มจะเป็นใจขึ้นบ้าง เลยได้โอกาสออกไปฉลองกันด้วยกิจกรรมโปรด ถึงจะอยากออกกำลังกาย แต่อากาศก็ยังเรียกได้ว่าค่อนข้างร้อนอยู่มากพอสมควร เลยไม่อยากจะต้องใช้พลังงานมากเกินความจำเป็น สุดท้ายเลยตกลงใจไปกันที่ Lake Crabtree County Park ที่นี่เคยมากันบ่อยสมัยที่บ้านอยู่แถวนั้น แต่หลังจากที่ย้ายมาอยู่ฝั่งนี้แล้วก็ไม่เคยกลับไปอีกเลย เพิ่งจะได้กลับมาเยือนเป็นครั้งแรก

The lake looked so beautiful when we got there. I had never been here at this time of the year and had no idea there would be large fields of yellow flowers along the shore. I realized I couldn’t have picked a more perfect location! 😍

จอดรถลงไปถึงเห็นวิวแล้วก็ไม่ผิดหวัง ริมทะเลสาบมีทุ่งดอกไม้สีเหลืองกำลังเบ่งบานสดสวย ดีใจที่เลือกทำเลได้เหมาะเจาะถูกใจ 😍

We set out on the Lake Trail clockwise, knowing we didn’t have enough time to finish the entire loop, but we would still like to try and get out as far as we could before turning back.

เราเริ่มต้นออกเดินไปตามเส้นรอบทะเลสาบ ทั้งๆที่รู้ว่าเวลาไม่พอให้เดินครบรอบ แต่ก็ตั้งใจว่าจะเดินให้ไกลที่สุดเท่าที่ไปได้ แล้วค่อนเดินย้อนกลับเอา

The dirt trail was well maintained. There were brightly colored blazes along the way, and every turn was clearly marked. The only complaint we had was that this was a multi-use trail, which means that we had to yield to oncoming bikers from time to time.

ทางที่นี่เป็นทางลูกรัง แต่มีหมุดปักบอกทางตามระยะอย่างชัดเจน ทุกทางแยกมีป้ายครบ ไม่มีการหลงแน่นอน เสียอยู่อย่างเดียวที่เค้าอนุญาตให้ขี่จักรยานได้ด้วย เดินๆไปเลยต้องคอยหลบทางให้นักปั่นกันอยู่เรื่อย

The lake trail snaked along the edge of the lake, with plenty of beautiful lake views. 

ทางสายรอบทะเลสาบตัดขนานไปกับทะเลสาบสมชื่อ มีวิวริมน้ำสวยๆให้ชมเกือบตลอดทาง

We made it all the way to the dam, before turning back. This time, we chose to take a different route, the Highland Trail, for a change of scenery.

เราเดินกันไปจนถึงเขื่อนถึงได้ตัดสินใจหันหลังเดินกลับ คราวนี้เราเลือกตัดขึ้นไปที่เส้น Highland Trail เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ

After weaving our way deeper up into the woods, we finally made it back to the lakeshore. The crowd had thinned out some by that time.

ขากลับไม่มีวิวทะเลสาบให้ชม แถมทางยาวกว่าขามานิดหน่อย แต่สุดท้ายก็ตัดกลับมาที่ริมทะเลสาบตามที่ป้ายบอกไว้ กลับมาถึงคนเริ่มบางตาไปเยอะ

I just had to grab a picture with these beautiful flowers. 😊

ขอถ่ายรูปกับดอกไม้สวยๆหน่อยนึง 😊

We clocked in at 3.64 miles that day. It took us almost an hour and a half from start to finish. The weather was on the warm side, but we did have the lake breeze and some decent shade along the way. My only regret is that we didn’t get a chance to do the entire loop, so we plan to go back in the near future to do just that. 😇

วันนั้นเดินกันไป 3.64 ไมล์หรือเกือบ 6 กิโลได้ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง อากาศค่อนข้างร้อน แต่พอมีลมทะเลคอยผ่อนคลายช่วงขาไป ส่วนขากลับก็มีร่มไม้คอยบังแดดให้เกือบตลอดทาง เสียดายก็แต่ว่ามีเวลาไม่พอให้เดินจนครบรอบ เลยนัดกันไว้ว่าวันไหนว่างต้องกลับมาใหม่มาเดินให้ครบซะที 😇

This right here was the sole reason why we didn’t have time to finish the lake loop that day, and every single morsel was so worth it! 😆 My husband’s infamous homemade tomato pie 😍 has become my defacto birthday dinner meal over the past few years, every since I decided to give up meat for one week over my birthday (pretty much all I can manage per year 😅). Somehow he managed to improve his recipe each and every year so far! 🙄 We will just to have to wait and see how it turns out next year!

และเจ้าพายมะเขือเทศในรูปนี่แหละคือสาเหตุที่ต้องรีบกลับบ้านกันวันนั้น 😆 ประมาณว่าตั้งแต่ตัดสินใจงดกินเนื้อสัตว์เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ช่วงวันเกิด (คือปีทั้งปีก็อดได้เท่านี้แหละ 😅) คุณสามีก็ได้ไอเดียทำพายมะเขือเทศ 😍 ให้เป็น birthday dinner มาตลอดทุกปีจนกลายเป็นประเพณีประจำครอบครัวไปแล้ว ไม่ทราบเหมือนกันว่าแกมีเทคนิคยังไง ทำทีไรก็อร่อยกว่าเดิมทุกปี 🙄 ไหนลองดูซิว่าปีหน้าจะยังสามารถล้มแชมป์ได้อีกมั้ย

Twice as Nice, Hike & Chill Sundays

I accidentally stumbled upon what was to become Joel’s latest ‘happy place’ on Pinterest recently. It was a post featuring something called a ‘garden bar’. Intrigued, I looked it up and found out that it was this garden center in North Raleigh that came equipped with a small bar that serves a limited selection of beers, wines, and mimosas. 😲

เมื่อประมาณเกือบสองเดือนก่อน เราบังเอิญไปเจอโพสต์ใน Pinterest เกี่ยวกับสถานที่ที่มีชื่อว่า ‘garden bar’ ฟังดูแล้วน่าสนใจก็เลยไปลองเสิร์ชดูซิว่ามันคืออะไร ปรากฎว่ามันเป็นร้านขายต้นไม้ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมือง Raleigh นี่เอง แต่จุดเด่นก็คือเค้ามีบาร์เล็กๆตั้งอยู่ด้านในคอยเสิร์ฟเบียร์ ไวน์ และเครื่องดื่มค็อกเทลมิโมซ่าหน้าตาดี 😲 พอเอาไปบอกคุณสามีแกว่าเราต้องไปสำรวจกันดูโดยด่วน 😂

As predicted, Joel was totally in! 😆 So, we went and checked out Atlantic Gardening Company one Sunday. We needed plants to grow for the season, and would normally go to the garden center closer to home anyway. But this was ‘way better’ according to Joel, because, “I can sip on a beer while we shop.” 🤣

ก่อนไปก็ไม่ได้คิดว่าจะกลายมาเป็นลูกค้าขาประจำของร้านที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Atlantic Gardening Company แห่งนี้ 😆 ที่ไปครั้งแรกเพราะมีข้ออ้างว่ากำลังจะย่างเข้าฤดูร้อน ได้เวลาเริ่มปลูกพืชผักสวนครัวประจำปีพอดี ปรกติก็ไปร้านที่อยู่ใกล้บ้านกันทุกปีอยู่แล้ว แต่คุณสามีแกบอกว่า ที่นี่ “ดีกว่าหลายเท่า” เพราะว่า “เราค่อยๆจิบเบียร์ไปค่อยๆช็อปไปได้” 🤣

We did a scouting trip the first time just to the garden bar itself. The small bar is located inside the store on one end, with plenty of tables to sit and enjoy your drinks, both inside and out.

อาทิตย์แรกที่ไปดูลาดเลาไปถึงปุ๊บก็ไปเช็คดูเมนูเครื่องดื่มกันก่อนเป็นอันดับแรก บาร์เค้าขนาดกะทัดรัดตั้งอยู่มุมร้านด้านใน มีเก้าอี้ให้นั่งที่เคาน์เตอร์สี่ห้าตัว หรือจะนั่งเป็นโต๊ะถัดออกมาก็ได้ มีให้บริการทั้งด้านในและนอกร้าน

Tasty drinks in hand, we browsed through the entire store, and came home with a small selection of plants to start off the season for our balcony gardening. 😍

พอเลือกเครื่องดื่มกันเสร็จเรียบร้อย เราก็ไปเดินชมร้านกัน ได้ต้นไม้ติดมือกลับบ้านมาปลูกในกระถางบนระเบียงบ้านได้จำนวนหนึ่ง 😍

By the way, they had a plant called ‘Creeping Jenny’! 🤯

ตาดีไปเจอะต้นไม้ชื่อประหลาด ‘Creeping Jenny’ 🤯

Naturally, my husband wanted to go back again the following week, and then the next. 😐 To make the trip a little more ‘rewarding’ 🙄, I found a new-to-us nature preserve nearby so that we could burn off some calories beforehand. 😏 Annie Louise Wilkerson, MD Nature Preserve Park turned out to be such a perfect spot, fully equipped with a park office, a picnic shelter, a children’s playground, plenty of parking, and a nice clean restroom – which is a very important perk in my book! 😊

อาทิตย์ถัดมา คุณสามีบอกว่าเรามีความจำเป็นต้องกลับไปเยือน garden bar กันอีก เพราะสวนครัวแกยังมีผักไม่ครบ 😐 เราเลยต้องใช้ความพยายามในการทำให้การเดินทางมีความคุ้มค่ามากขึ้นเล็กน้อย 🙄 ด้วยการไปหาป่าไม้ใกล้เคียงเพื่อเดินเผาผลาญแคลอรี่ก่อนไปดริ้งค์กัน 😏 เลยไปเจอป่าสงวนพันธุ์ธรรมชาติ Annie Louise Wilkerson, MD Nature Preserve Park ซึ่งอยู่เลยไปไม่ไกล ที่นี่มีทุกอย่างสะดวกครบครัน ทั้งออฟฟิศพร้อมเจ้าหน้าที่ประจำ เพิงพักปิคนิค สวนเด็กเล่น และที่สำคัญที่สุดสำหรับเราก็คือห้องน้ำสะอาดๆนั่นเอง 😊

They take wildlife seriously here! 😆

ที่นี่เค้าตั้งใจคุ้มครองสัตว์ป่ากันอย่างจริงจัง 😆

We were on a pretty tight schedule, since the park doesn’t open until 1 pm, but the garden bar closes at 5 pm on Sundays. 😅 The first time there, we opted to go with the Forest Loop trail. This nice little trail, we discovered, connects with the Mountain-to-Sea trail at Falls Lake. It was clearly marked with bright yellow blazes, and there is a clear sign telling you when you are about to leave their property to continue onto the MST.

ครั้งแรกที่ไปต้องรีบร้อนกันเล็กน้อย เพราะป่าที่ไปเดินวันอาทิตย์เปิดบ่ายโมง ส่วน garden bar ปิดห้าโมงเย็น 😅 เราเลือกเดินที่เส้น Forest Loop ทางสายสั้นที่เชื่อมต่อกับเส้นทาง Mountain-to-Sea ที่เราคุ้นเคยตรงช่วง Falls Lake โดยมีหมุดปักบอกทางสีเหลือง และมีป้ายบอกชัดเจนว่าเรากำลังออกจากบริเวณพื้นที่ของเค้าไปต่อยังเส้น MST

We did check out a bit of the MST, just enough that we got a glimpse of Falls Lake, before turning back. Again, a clear sign lets you know you have stepped back onto the nature preserve area. 🙂

เราเดินเลยไปรำลึกความหลังบนเส้น MST กันเล็กน้อย เอาแค่พอให้ได้เห็นทะเลสาบอยู่ลิบๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับทางเดิม หมุดปักทางที่นี่เปลี่ยนเป็นสีขาวตามสไตล์ MST พอกลับเข้าบริเวณอาณาเขตของป่าสงวนก็มีป้ายบอกชัดเจนอีกเช่นกัน 🙂

That first weekend, we spent about 45 minutes with a total mileage of 1.84 mile, short but sweet!

วันนั้นเดินกันไปพอหอมปากหอมคอ ยังไม่ถึงสองไมล์ดี หรือประมาณสามกิโลได้ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที

With the hiking mission accomplished, we headed on back to the garden bar for the second weekend in a row. I did get to try a different flavor of mimosa this time. 😊 So many flowers were in bloom I couldn’t help but get a little carried away with picture snapping. 😛

หลังจากจบภารกิจการเดินป่า เราก็ได้ฤกษ์กลับไปเยือน garden bar กันอีกเป็นครั้งที่สอง คราวนี้เราลองเป็นมิโมซ่ารสพีช 😊 ดอกไม้ที่นั่นกำลังออกดอกบานสะพรั่ง เลยได้เดินถ่ายรูปซะเพลิน 😛

Found yet another cool plant! 😍

ไปเจอต้นไม้แปลกๆอีกละ 😍

And we did come home with another tray of plants to add to our collection.

ได้ต้นไม้ติดมือกลับบ้านมาอีกถาดย่อมๆ

Since Joel ‘insisted’ that our garden was still ‘incomplete’ 🙄, we had no choice but to head back to the garden bar yet again the following weekend. 😅 But first, another stop to Annie Louise Wilkerson, MD Nature Preserve Park, this time for the remaining trails we didn’t get a chance to check out the week before.

อาทิตย์ถัดมาคุณสามียืนกรานว่าสวนครัวแกยังมีที่เหลือ 🙄 เลยจำใจต้องกลับไป garden bar กันอีกที 😅 แต่ก่อนอื่นเราขอแวะไปเดินป่าที่ Annie Louise Wilkerson, MD Nature Preserve Park กันก่อนอีกเช่นเคย เพราะยังมีอีกหลายเส้นที่ยังไม่ได้เดินเมื่อคราวก่อน

First, we started off with the Farm Pond trail, a short but very picturesque path along a small pond.

เริ่มต้นด้วยเส้น Farm Pond สั้นๆที่พาเราเดินรอบบ่อน้ำขนาดเล็ก

After that, we walked over to the Hidden Rocks trail, yet another short loop that features a set of large boulders in the middle of a forest. This time, we spotted a family of about 5 deer roaming in the woods. And, yes, they did spot us too! 😆

จากนั้นจึงไปต่อยังเส้น Hidden Rocks ซึ่งเป็นทางสั้นๆอีกเหมือนกัน แต่คราวนี้พาเดินไปที่กลุ่มก้อนหินขนาดใหญ่กลางป่า คราวนี้โชคดีไปเจอะครอบครัวกวางประมาณสี่ห้าตัวเดินมาให้เห็นอยู่ไกลๆ ใช่ว่าเราเห็นเค้าอยู่ฝ่ายเดียว เค้าก็เห็นเราเดินมาแต่ไกลเหมือนกัน 😆

Last but not least, my favorite part of this entire park – the Woodland Village! 😍

ท้ายที่สุดเป็นที่ๆเราชอบมากที่สุดในป่าแห่งนี้นั่นก็คือสวนเล็กๆที่เค้าตั้งชื่อว่า Woodland Village 😍

Apparently, the staff had set out a little area meant to entertain children. 🤩 It came equipped with a set of crates containing ‘supplies’ – all of natural materials, for kids to make little ‘fairy houses’ in the woods.

เจ้าหน้าที่เค้าอุตส่าห์จัดเตรียมไว้เอาใจสมาชิกตัวน้อยของครอบครัว 🤩 โดยพยายามปลูกฝังให้เด็กๆมีความรักธรรมชาติด้วยการหาอุปกรณ์จากธรรมชาติมาให้ประกอบเป็นบ้านนางฟ้าหลังน้อย