Travel Diary: Winston-Salem Stays

Trip Date: February-March 2020

วันที่เดินทาง: กุมภาพันธ์-มีนาคม 2563

During the one-week break in between our Winter and Spring Hiking Series, we took the opportunity to go on a mini weekend trip to Winston-Salem. I had been there once, years ago, with friends in college, but don’t really remember much about it. Joel, on the other hand, had never been. This was right before the coronavirus outbreak situation became serious in this country. Looking back on it, we were so glad we decided to go! We don’t know how long it will be until we can safely take another trip anywhere again… 😔

เมื่อเดือนที่แล้ว เรามีเวลาว่างหนึ่งสัปดาห์หลังจากจบโปรแกรมเดินป่าหน้าหนาวก่อนโปรแกรมเดินป่าฤดูใบไม้ผลิจะเริ่มต้น เลยได้ถือโอกาสขับรถไปเที่ยวกันที่เมือง Winston-Salem ที่เลือกเมืองนี้ก็เพราะทำเลที่ตั้งอยู่ห่างไปไม่ไกลมาก แถมคุณสามียังไม่เคยไปมาก่อน ส่วนตัวเราเคยไปกับเพื่อนสมัยเรียน แต่ก็นานมากแล้วจำอะไรไม่ค่อยได้ 😝ตอนแรกคิดอยู่นานว่าจะไปดีมั้ย หรือว่าจะหยุดอยู่บ้านเอาแรงดี ช่วงนั้นสถานการณ์โควิดในประเทศนี้ยังไม่ค่อยรุนแรงมาก ตอนนี้มาแอบดีใจเล็กๆที่ตัดสินใจไปกัน เพราะดูลาดเลาแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะต้องรอกันอีกนานเท่าไหร่ถึงจะมีโอกาสไปไหนๆได้อีก 😔

Despite it being a short weekend trip, the weather was perfect so I took a bunch of pictures 😊. I was debating on how to organize these, and ended up deciding to break them up into 4 different posts; stays, eats, sees, and arts. This post is the first in the series.

ถึงแม้จะเป็นทริปสั้นๆ แต่โชคดีที่อากาศดี แม้จะหนาวแต่ก็ไม่มีฝน เลยถ่ายรูปกลับมากันตรึม 😊คิดอยู่นานว่าจะแบ่งโพสต์ยังไงดี สุดท้ายเลือกแบ่งเป็นสี่ตอน ‘พัก’ ‘กิน’ ‘ดู’ และ ‘ศิลปะ’ วันนี้มาเริ่มกันกับตอนแรกก่อนเลย

I’m starting with this place we did *not* stay at, but totally wish we did 😆! The Graylyn Estate came highly recommended by numerous travel guides I read about on Winston-Salem. We considered booking a room here, but it was a little further from downtown, where we would like to be, and also the price point was a little higher than what we were planning on spending. We did however make a trip there, just to see what the fuss was all about. And I get it. The place was immaculate. It would probably have been well worth the price tag they are charging, judging from what we saw.

มาเริ่มกันด้วย Graylyn Estate ที่ซึ่งเราแอบเสียใจอยู่เล็กน้อยที่ไม่ได้ไปพักกัน 😆ก่อนไปอ่านไกด์นำเที่ยวมาหลายแห่ง ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ไปพักที่นี่ แต่เช็คดูแล้วราคาดูจะสูงเกินงบไปหน่อย แถมอยู่ไกลจาก downtown พอสมควร เลยตัดสินใจว่าไม่เอาดีกว่า แต่ไปถึงก็ยังอดไปแอบด้อมๆมองๆดูไม่ได้ว่าทำไมเค้าถึงเชียร์กันนักหนา ไปเห็นแล้วก็ต้องยอมรับว่าสถานที่เค้าโอ่อ่าสมคำร่ำลือจริงๆ ดูแล้วคาดว่าน่าจะดีงามตามราคา

The property sits on a large piece of land, with a little pond on one side. The stone bridge at the end added to the picturesque quality. This spot would be perfect for a morning or evening stroll. This is one of the largest private residences in North Carolina, second only to the Biltmore Estate in Asheville.

ตัวโรงแรมตั้งอยู่บนที่ผืนใหญ่ ข้างนึงมีสระน้ำไว้ให้เดินชม สุดฝั่งเป็นสะพานหินที่ทำไว้ให้ดูเก๋ไก๋ ถ้าพักที่นี่คงต้องหาเวลามาเดินทอดน่องช่วงสายๆหรือไม่ก็เย็นๆ น่าสบายอารมณ์ดีแท้ ที่นี่เค้าขึ้นแท่นเป็นบ้านพักส่วนตัวที่มีขนาดใหญ่อันดับสองของรัฐนอร์ทแคโรไลน่า รองมาจาก Biltmore Estate ในเมือง Asheville

The inside was as impressive as the outside. We stopped by the bar in the basement for a quick drink after our self-guided tour.

ด้านในดูโก้หรูไม่แพ้ด้านนอก เราเข้าไปอุดหนุนสั่งดริงค์ที่บาร์ชั้นใต้ดินหลังจากเดินทัวร์รอบอาคาร

Now, moving on to the place we actually stayed at… Right before the trip, I got a referral email from a dear friend who just found out we had never stayed at an airbnb. I browsed through the list of offerings in Winston-Salem and this particular tiny house caught my attention. I showed it to Joel and he was on board, so we went ahead and booked it. Initially we planned to stay for both Friday and Saturday nights, but by the time we decided on it, Saturday night was already taken. We reasoned that it was probably for the best, since this place too was quite a bit away from downtown. We decided we could stay for one night, just to get a taste of what it was like, then move downtown for the second night. As it turned out, one night in the tiny house was more than what we needed! 😝

ต่อไปเป็นที่ที่เราไปพักกันมาจริงๆ 😄ก่อนจะไปเผอิญได้คุยกับเพื่อน ซึ่งพอรู้ว่าเรายังไม่เคยลองใช้บริการ airbnb นางเลยจัดการส่งคูปองส่วนลดมาให้ พอลองเสิร์ชดูก็ไปเจอบ้านจิ๋วหลังนี้ที่เกิดเตะตาขึ้นมา คุณสามีเองก้อเห็นดีด้วย ตอนแรกจะจองทั้งสองคืนวันศุกร์และเสาร์ แต่พอไปจองเข้าจริงปรากฎว่าคืนวันเสาร์ไม่ว่างซะแล้ว เหลือแต่คืนวันศุกร์ คิดไปคิดมา เออก็ดีเหมือนกัน เพราะทำเลอยู่ห่างจาก downtown เช่นกัน เอาเป็นว่าอยู่ซักคืนแล้วค่อยย้ายเข้าไปในเมืองละกัน ดีนะที่จองแค่คืนเดียว 😝

We stopped by to check in on Friday afternoon. This place was only 10 minutes drive from town, but felt like a world away! There were two different tiny houses on the property, which was some kind of a farm. The red barn was also another airbnb rental.

เราแวะเข้าไปเช็คอินตอนบ่ายวันศุกร์ บ้านจิ๋วหลังนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 นาที แต่ดูบรรยากาศแล้วเหมือนอยู่กันคนละโลกเลยก็ว่าได้ ที่นี่เค้าเป็นฟาร์ม มีบ้านจิ๋วไว้ให้เช่าอยู่สองหลัง โรงนาหลังแดงๆในรูปก็เช่าอยู่ได้ด้วยเหมือนกัน

Having seen tiny houses on TV, this was the first time we had seen one in person. It was indeed tiny, as advertised! There was just barely enough space for the essentials, not to mention room for the both of us. Joel has had his fair share of practice from our numerous trips to Asian countries, so he was quite an expert on how to maneuver one’s self in tiny spaces. 😆I, on the other hand, kept bumping into things as I moved around. I was a little apprehensive when I first found out that the place came with a compose toilet. But I convinced myself it would be ok, we were only staying there for one night after all. Without going into too much details, all I’d say is that it was quite an experience, and I was so grateful for my dearest husband who took care of ‘cleaning things up’ as the manual instructed before we checked out. 😝

ก่อนไปเคยเห็นบ้านจิ๋วก็แต่ในทีวี เพิ่งเคยมาเห็นของจริงครั้งแรกก็คราวนี้เอง จิ๋วสมชื่อจริงๆ ข้างในเหมือนจะมีทุกอย่างครบ แต่ดูท่าสถาปนิกจะใช้ความพยายามอยู่ไม่น้อย เข้าไปกันสองคนก็เต็มบ้านไม่เหลือที่แล้ว คุณสามีเคยมีประสบการณ์กับที่ต่ำเตี้ยมาเยอะเพราะไปเที่ยวเอเชียบ่อย หลังจากเดินหัวโขกมาหลายรอบ 😆แต่ตัวเราเองนี่สิ ปรกติก็ซุ่มซ่ามอยู่แล้ว พอมาเจอที่แคบๆแบบนี้เลยแย่ หันไปทางไหนก็ชนโป๊กๆ แถมอีกอย่างที่เพิ่งค้นพบเมื่อมาถึงก็คือ ไม่มีส้วมชักโครก 😐 แต่เป็นส้วมหลุมที่แยกช่องรับการถ่ายหนัก-เบาไปคนละทางไม่ให้ปนกันเพื่อลดกลิ่น หน้าตาก็เหมือนส้วมปรกติ แต่เค้ามีข้อบังคับใช้ติดไว้บนฝาส้วมที่อ่านดูแล้วแทบจะไม่อยากใช้ เราปลอบใจตัวเองว่าอยู่แค่คืนเดียวคงไม่เป็นไร ต้องขอขอบคุณสามีผู้น่ารักที่ช่วยเป็นธุระ ‘จัดการ’ กับสิ่งปฏิกูลตามคู่มือการใช้งานก่อนเช็คเอาท์ 😝

We left to do some more sightseeings, then grabbed dinner in town. By the time we got back, it was freezing cold. Even inside. With the heater on high! 🥶Joel immediately set about trying to start the fire in the little Kimberly fireplace they had installed in there. There were detailed instructions in the manual on how to do that. It took us over an hour before we successfully started the fire and had the place finally heated up. Then came the question, how do we keep the fire going through the cold, cold night…? 🙄 Joel wanted to set the alarm for every hour so he could get up and tend to the fire. The problem with that is the fact that our bed sits on the loft, with these steep steps and no banister! I was worried he would tumble and fell down half asleep 😬. In the end, we decided to just leave it and hope for the best. 😅

หลังจากแวะเข้ามาเช็คอินกันแล้วเราก็ไปเที่ยวต่อกัน จากนั้นจึงไปทานข้าวเย็นในเมือง กว่าจะกลับมาถึงบ้านจิ๋วอีกทีก็มืดแล้ว แถมอากาศยังหนาวจับใจ 🥶ทั้งในและนอกบ้าน ทั้งๆที่เปิดฮีตเตอร์อยู่ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกถึงความอุ่นเลยซักเล็กน้อย คุณสามีใช้ความพยายามอยู่นานมากกว่าจะก่อไฟในเตาผิงได้ คู่มือเค้ามีสอนไว้เป็นข้อๆว่าต้องทำอย่างไรบ้าง แต่ทำตามแล้วก็ไม่สามารถจะก่อไฟให้ติดได้ จนสุดท้ายต้องไปปรึกษาอากู๋ ในที่สุดหลังจากตั้งหน้าตั้งตาอยู่กว่าชั่วโมงถึงได้ประสบความสำเร็จ แต่ก็เกิดมีปัญหาตามมาว่าเราจะทำยังไงไฟถึงจะไม่มอด เพราะเตาก็อันกระจิ๋วพอๆกับบ้าน ต้องค่อยๆหยอดฟืนเพิ่มได้ทีละไม่กี่อัน 🙄 คุณสามีบอกว่าจะตั้งนาฬิกาคอยปลุกทุกๆชั่วโมงเพื่อขึ้นมาเติมฟืน แต่ไอ้เราก็ห่วง เพราะเตียงอยู่บนชั้นลอย แล้วบันไดก็ชันเหลือเกิน แถมไม่มีราวกั้น ดึกๆตื่นมาสลึมสลืออาจสะดุดตกมาหัวฟาดพื้นเอาได้ง่ายๆ 😬สรุปแล้วเลยเอาเป็นว่าก่อนนอนยัดฟืนเข้าไปให้เต็มที่แล้วก็เตรียมผ้าห่มมากองไว้ปลายเตียงเผื่อตื่นขึ้นมาหนาวจะได้หยิบมาคลุมเพิ่มได้ 😅

We were happy we got to stay in the tiny house. It was an interesting experience. But we were also glad we left after one night! 😝

สรุปว่าดีใจที่ได้มีโอกาสมาลองอยู่ที่บ้านจิ๋ว ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีในชีวิต แต่ก็โล่งใจที่ไม่ต้องอยู่ต่อกันอีกคืน 😝

We spent our second night in Winston-Salem in this place called Wherehouse Art Hotel, right in the heart of town. This was another airbnb property, but it couldn’t be more different. It was such a perfect eclipse of an experience! 😆 I guess that was the beauty of airbnb – they have everything to suit every taste!

คืนที่สองเราย้ายกันไปอยู่ที่โรงแรม Wherehouse Art ซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมือง Winston-Salem ที่นี่เป็น airbnb เหมือนกับที่แรก แต่บรรยากาศห่างกันลิบลับ 😆 ซึ่งก็คงจะเป็นจุดขายของ airbnb ที่มีทุกอย่างเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าแต่ละคนที่มีเทสต์แตกต่างกันไป

We stayed in the Screening Room. The entire place, including our room, felt more like an art museum than a hotel. The room was very spacious, especially compared to what we had the night before. It was very wildly decorated. The walls were beautifully painted. Every piece of furniture was a piece of art form. It was an eclectic symphony of mismatches that somehow seemed to fit beautifully together in that one space.

เราเลือกอยู่ห้องที่มีชื่อว่า Screening Room มาที่นี่เหมือนได้เข้ามาชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะ  ห้องพักเค้ากว้างขวางใหญ่โต ยิ่งถ้าเทียบกับเมื่อคืนก่อน 😆ของทุกชิ้นคัดสรรมาแบบโดนใจคนรักศิลปะ ผนังเค้าเพ้นท์เป็นลวดลายสวยงาม ข้างนอกอารมณ์นึง ในห้องน้ำอีกอารมณ์นึง ดูแล้วไม่มีอะไรเข้ากันซักอย่าง แต่ดูอีกทีรวมๆแล้วกลับเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด

The communal area was equally interesting. It even came with a very friendly kitty resident.

ห้องนั่งเล่นกับครัวด้านนอกก็ตกแต่งได้ฉูดฉาดไม่แพ้กัน แถมยังมีน้องแมวมาไว้ให้ดูเล่นหนึ่งตัว

Since we seemed to be the only ones there, I peeked around and took a snap of some of the other rooms they had to offer there, all equally beautifully decorated!

ดูลาดเลาแล้วคาดว่าจะมีเรามาอยู่กันแค่สองคน เลยแอบไปเดินสำรวจดูห้องอื่นๆที่เค้ามีไว้ให้เช่า แต่ละห้องก็มีธีมที่แตกต่างกันไป

Haydee, our lovely host, met us at the front to check us in and showed us around. She told us this staircase that leads to the hotel part of the building was once a chimney! Again, this area was artfully painted and the walls were adorn with many pieces of art work, most, if not all of them are for sale. That last one with the connected hearts was Joel’s favorite! 😏

คุณ Haydee ซึ่งเป็นคนมาต้อนรับเรา พาเดินรอบๆโรงแรม เธอเล่าให้ฟังว่าตรงนี้เมื่อก่อนเคยเป็นปล่องไฟ แล้วเค้าเอามาแปลงร่างเป็นบันไดทางขึ้นไปสู่โรงแรม (ข้างล่างเป็นร้านอาหาร) เค้าแต่งซะสวยเชียว ทั้งขั้นกระได ราวบันไดเพ้นท์เป็นลวดลายหลายสีสัน ภาพที่เห็นแขวนอยู่ข้างฝานั่นติดป้ายขายหมด ภาพสุดท้ายหัวใจคู่นั่นคุณสามีชอบใจมาก แต่แพงไปหน่อยเลยไม่ได้ซื้อเค้ามา 😝