Girls’ Weekend Getaway in NYC

Excursion Date: September 2021

วันสัญจร: กันยายน 2564

A few weeks ago, I had a reunion with my dear friend Yauna. Yauna was one of the very first friends I made in Hawaii when I first came to this country. It has been more than 20 years since then and our lives have taken us on separate paths but we found ways to reconnect and remained best of friends. 🥰

ปลายเดือนที่แล้วเรานัดไปเจอกันกับ Yauna เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยวัยเรียนที่ฮาวาย เป็นเพื่อนกันมาจะยี่สิบกว่าปีแล้วเพิ่งได้มีโอกาสไปเที่ยวกันแค่สองสาว (แก่) คราวนี้เป็นครั้งแรก 🥰

We met up on what was supposed to be a long weekend in NYC, but got shortened down to only 2 days due to a series of flight delays. 🤪 We still made the most out of it though. It was so great to see her after more than 2 years! 😍 Due to the shortage on time, we didn’t get to do much, but we still managed to see some very cool things while we were there…

จริงๆแล้วเตรียมตัวไปตะลุยนิวยอร์คกันแบบหยุดยาวสุดสัปดาห์สี่วัน แต่ดันโดนยกเลิกเที่ยวบินซ้ำแล้วซ้ำอีก จนสุดท้ายเหลือเวลาอยู่แค่สองวันเท่านั้น 🤪 ถึงกระนั้นก็ยังพยายามใช้เวลาที่มีเหลืออยู่ให้คุ้มค่า อุตส่าห์ได้มาเจอกันทั้งที หลังจากที่ไม่ได้เห็นหน้ากันมาตั้งสองปีกว่า เพราะว่าเวลามีจำกัด เลยทำอะไรไม่ได้มาก แต่ก็ยังได้ไปสนุกสนานกันตามวัย 😍

First off, we met up with Neha, another dear friend of mine from NC who now lives there with her husband Jack in Brooklyn. She took us to a very cool and unusual exhibit at The Invisible Dog Art Center called ‘Dog Show #1: The Dinner Party’ by Stephen Morrison. It featured dog-themed pieces of all kinds assembled into a display with a dinner table as the centerpiece. The level of creativity was beyond ingenious. Every single thing there brought such a smile to your face!

เริ่มต้นด้วยการไปเจอเพื่อนสาวอีกหนึ่งราย คุณ Neha เป็นเพื่อนสมัยเรียนโทจากที่รัฐนอร์ทแคโรไลน่านี้เอง แต่ตอนนี้นางกับคุณ Jack สามีย้ายไปเป็นชาวนิวยอร์คอย่างเต็มตัว ตั้งหลักปักฐานอยู่ที่ฝั่งบรู๊คลิน วันนั้นอุตส่าห์มาพาเราไปชมพิพิธภัณฑ์แปลกแหวกแนวที่มีชื่อว่า The Invisible Dog Art Center ช่วงนั้นเค้ากำลังจัดแสดงนิทรรศการ ‘Dog Show #1: The Dinner Party’ โดยศิลปิน Stephen Morrison เค้าจัดผลงานชิ้นเอกตั้งเด่นเป็นโต๊ะอาหารที่บรรดาแขกสี่ขากำลังสังสรรค์กันอย่างเฮฮา บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารหลากหลายชนิดที่ล้วนแล้วแต่จัดแต่งมาตามธีมแบบหมาๆ นอกจากนั้นของประดับประดารอบห้องไม่ว่าจะเป็นภาพวาดที่แขวนบนผนัง แจกัน หนังสือ ล้วนแล้วถูกดัดแปลงให้เป็นเรื่องหมาๆไปตามๆกัน ประมาณว่าให้คะแนนความสร้างสรรค์เต็มสิบ เค้าเข้าใจจัดเต็มกับทุกรายละเอียดจริงๆ

After that, Yauna & I walked across the Brooklyn Bridge on our way back to Manhattan. I had wanted to do this for years and this was the first time I actually got to do it! The pedestrian walkway was a little over a mile long. It took us a little over half an hour or so to get from one side to the other, with plenty of stops for photos in between. 😊

เสร็จจากพิพิธภัณฑ์เรากับคุณ Yauna ไปเดินข้ามสะพานบรู๊คลินกลับไปฝั่งแมนฮัตตันกันสองคน เราตั้งใจจะมาเดินที่นี่หลายทีแล้ว แต่เพิ่งจะได้มีโอกาสมาถึงที่ก็คราวนี้แหละ สะพานช่วงที่ให้คนเดินมีความยาวประมาณไมล์นิดๆ หรือประมาณเกือบๆสองกิโล ใช้เวลาเดินจากฝั่งนึงไปถึงอีกฝั่ง รวมทั้งแวะถ่ายรูปด้วยแล้ว ประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าๆได้ 😊

From there, we made our way to Chinatown. This place seems to have gotten a lot more colorful since the last time I was here, years ago!

กลับมาถึงฝั่งนี้เราไปต่อกันที่ไชน่าทาวน์ มาคราวนี้รู้สึกว่าแถวนี้จะมีสีสันกว่าคราวก่อนที่มาเมื่อหลายปีที่แล้วเยอะ เลยได้เดินถ่ายรูปกันอย่างเพลิดเพลิน

For dinner, we got a very sumptuous meal of abalone congee, garlic and pepper crab, and sauteed morning glory with bean paste (not pictured, and they call it ‘chinese spinach’ in their menu 🙄) at Congee Village. All the dishes were very tasty, despite only 3 stars on Yelp! 😆

คืนนั้นเดินกันจนหมดแรง ตกลงได้ไปกินข้าวเย็นกันที่ร้าน Congee Village อาหารเค้ารสชาติดีใช้ได้ ทั้งๆที่รีวิวโชว์ว่าได้แค่ 3 ดาวเท่านั้น 😆 เราสั่งโจ๊กเป๋าฮื้อ ปูทอดกระเทียมพริกไทย และผักบุ้งผัดเต้าเจี้ยว (ซึ่งในเมนูเค้าเรียกเป็น chinese spinach 🙄)

The next morning, we started off with a brunch at Egg Shop.

เช้าวันรุ่งขึ้นเราไปเริ่มต้นมื้อแรกกันที่ร้าน Egg Shop

Then, we went back to Chinatown to pick up some herbs I couldn’t get in NC (because the stores were already closed when we got there the day before 😛), before walking back to our airBnB in East Village to drop off the goods. Plenty of cool street art along the way! 🥰

จากนั้นต้องเดินกลับไชน่าทาวน์กันอีกรอบ เพราะตั้งใจมาซื้อสมุนไพรและของแห้งที่หาซื้อแถวบ้านไม่ได้ (เพราะคืนก่อนมาเย็นไปร้านปิดกันหมดแล้ว 😛) เสร็จแล้วต้องแบกของกลับไปเก็บที่ที่พักย่าน East Village ยังดีที่ว่าระหว่างทางมีสตรีทอาร์ตสวยๆให้ชมตลอดทาง 🥰

After a short break, we soldiered on to Koreatown where we had yet another sumptuous lunch at miss KOREA BBQ. Both of us originally thought the name referred to the beauty pageant but after Yauna spotted the name written in Korean, we finally realized that they meant ‘miss’ in the nostalgic sense, as in the act of ‘missing’ presumably the food from Korea! 😆

กลับถึงที่พักได้นั่งพักซักแผลบแล้วค่อยแวบออกไปกันอีกรอบ คราวนี้ไปกินมื้อกลางวันกันที่ Koreatown คุณ Yauna เป็นคนเลือกร้านชื่อ miss KOREA BBQ ตอนแรกที่ได้ยินชื่อก็เข้าใจกันว่าเค้าหมายถึงนางงามเกาหลี ยังงงๆว่าทำไมตั้งชื่อร้านแปลกจัง ไปนั่งในร้าน Yauna เหลือบไปเห็นชื่อร้านเขียนเป็นภาษาเกาหลีถึงได้รู้ว่าจริงๆแล้วเค้าหมายถึง ‘miss’ คือคิดถึง ประมาณว่าคิดถึงอาหารจากบ้านเกิดเมืองนอนอะไรประมาณนี้ 😆

We ended the day with an omakase meal at Sushi Kai. Unfortunately I was still full from our Korean meal, and did not get to enjoy it as much as I hoped to. 😣

กินเนื้อย่างเกาหลียังไม่ทันย่อยก็ถึงเวลาต้องกินกันอีกรอบซะแล้ว ถ้าไม่ติดว่าเสียเงินจองไว้แล้วคงจะยกเลิกแน่ๆ แต่ถึงป่านนั้นก็สายเกินการ เลยต้องจำใจไปกระเดือกกันต่อที่ร้าน Sushi Kai ซูชิเค้าก็สดใหม่ใช้ได้ แต่ด้วยความที่ยังอิ่มเหลือเกินเลยไม่รู้สึกอร่อยซักเท่าไหร่ 😣

We ended the night with an Innisfree Korean face mask session – one of the goodies we picked up from a beauty shop in Koreatown. 😊

กลับบ้านมาอาบน้ำอาบท่าเสร็จแล้วขอประทินโฉมกันด้วย face mask ยี่ห้อ Innisfree จากเกาหลีที่เพิ่งไปได้มาจาก Koreatown วันนั้นเอง 😊

The next morning, we had some relaxing time at AIRE Ancient Baths in Tribeca. This came with glorious reviews on several platforms, but honestly, I didn’t really get all the hype after experiencing it… Perhaps the fancy luxury spa was just too posh for a small city girl like me! 😛

เช้าวันรุ่งขึ้นได้เวลาเก็บกระเป๋ากลับบ้าน ก่อนขึ้นเครื่องมีเวลาแวะไปแช่น้ำแร่กันที่ AIRE Ancient Baths ซึ่งตั้งอยู่ที่ย่าน Tribeca สปาแห่งนี้ใครๆว่ากันว่าดีนักหนา แต่ไปลองมาแล้วเราว่าก็งั้นๆแหละ ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมคนอื่นเค้าชอบใจกันนัก อาจจะเป็นได้ว่าสปาเค้าหรูเกินไปสำหรับสาวบ้านนอกอย่างเราๆ 😛

Last but not least, we can’t have a trip to New York City without a meal of Thai food! 😋 Soothr Thai Noodle Bar perfectly scratched that itch for me this time around. We ordered Roasted eggplant salad, Sukhothai Tom Yum noodle, Nam-Tok Moo, and Sticky rice with Thai egg custard. Every single dish tasted as yummy as they look, making this the perfect ending to our girls’ getaway!

ท้ายที่สุด ไปถึงนิวยอร์คทั้งทีที่พลาดไม่ได้ก็คืออาหารไทยอร่อยๆซักมื้อ 😋 วันนั้นก่อนขึ้นเครื่องเราไปแวะทานมื้อกลางวันกันที่ร้าน Soothr Thai Noodle Bar ทุกอย่างที่สั่งมารสชาติกลมกล่อมสมใจอยาก ไม่ว่าจะเป็น ยำมะเขือยาว ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยต้มยำ น้ำตกหมู หรือข้าวเหนียวสังขยา เป็นการส่งท้ายทริปนี้ด้วยความสมบูรณ์แบบดีแท้

It was a short trip, but packed full of quality times with dear friends and I enjoyed every single minute of it. 🥰

ถึงแม้ว่าจะเป็นทริปสั้นๆแต่ก็เต็ม(พุง)อิ่มไปด้วยความสนุกสนานคุ้มค่าทุกนาที 🥰

Photo Credits: First photo & me with dog taken by Neha. My solo shots and selfies were courtesy snaps from Yauna, whose magic touch miraculously made me look nice and lean in every picture she took of me somehow! 😊

เครดิตภาพ: ภาพแรกและภาพเรากับคุณหมาถ่ายโดยคุณ Neha ส่วนภาพเดี่ยวและเซลฟี่เป็นอภินันทนาการจากคุณ Yauna ซึ่งมีพรสวรรค์ในการทำให้เพื่อนสาวดูผอมเพรียวในทุกรูปที่เธอถ่าย 😊

Travel Diary: Artsy Austin

Trip Date: May 2019

วันสัญจร: พฤษภาคม 2562

We left for Austin early the next day. Before we went, I had read a few articles about the all the beautiful walls and I was thoroughly impressed by the sheer amount of street arts this city has to offer! They even had a dedicated space for creative arts called Hope Outdoor Gallery. So, my number one mission was to see and photograph as many colorful walls as I could while we’re there.

วันรุ่งขึ้นเราไปต่อกันที่เมือง Austin ก่อนไปได้อ่านเจอมาว่าที่เมืองนี้มีสตรีทอาร์ตสวยๆให้ดูเต็มเมือง ยิ่งหาก็ยิ่งเจอ ประมาณว่ามีเยอะมากๆ แถมเค้ายังมีสถานที่ที่กันเอาไว้ให้จิตรกรทั้งหลายได้มาแสดงออกถึงความสร้างสรรค์ทางศิลปะกันอย่างเต็มที่ที่ Hope Outdoor Gallery เราเลยตั้งใจจะมาดื่มด่ำกับงานศิลปะที่นี่กันให้เต็มอิ่ม

I had done extensive research before we left on the location of the walls, which seem to be scattered all over town. In my original plan, I had divided them up into a few different groups, based on their proximities to each other. However, we realized that it was going to be raining pretty much the entire time we’re there, over the course of two days. 😆 When it hadn’t started raining by the time we left Wimberley, we had changed our plan to try to cram in as much as we could during our first few hours in Austin before the rain hit us. Big thanks to my super-patient hubby for being extra supportive and accommodating me to accomplish the impossible task! 🥰

ก่อนมาเราอุตส่าห์หาข้อมูลเตรียมตัวมาอย่างเต็มที่ ทำรายการแหล่งที่ตั้งของผนังสีสวยมาจนยาวเหยียด แถมแบ่งเป็นกลุ่มเสร็จสรรพว่าอันไหนอยู่ใกล้ๆกัน จะต้องจากที่ไหนไปต่อที่ไหน ก่อนมาเช็คพยากรณ์อากาศอีกทีปรากฎว่าเค้าว่าฝนจะตกตลอดเวลาที่เราอยู่ที่ Austin สองวัน 😆 พอตอนเช้านั้นมาจาก Wimberley ถึง Austin แล้วฝนยังไม่ตก เราเลยเปลี่ยนแผนมาเป็นการตระเวนถ่ายรูปแบบมาราธอนแข่งกับฝน เพื่อเก็บภาพผนังสวยๆให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ต้องขอขอบคุณคุณสามีผู้น่ารักที่ขับรถไปทั่วเมืองให้อย่างไม่มีบ่นซักคำ 🥰

All in all, we were pretty impressed with the amount of walls we got to see in a very limited period of time! Like I said, we covered most of it within the first few hours we were in Austin, then we were able to sneak in a few the next day, and a bit more right after we left town! Unfortunately, we never made it to Hope Outdoor Gallery because of the aforementioned rain! 😞 Perhaps another trip to Austin might be in our stars after all! 😝

สรุปแล้วเก็บภาพมาได้เกือบครบทุกรายการ ถือเป็นที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ประมาณ 90% ของภาพที่เห็นนี่คือได้มาภายในช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรกที่มาถึง ส่วนที่เหลือไปตามเก็บกันวันรุ่งขึ้น กับเช้าวันต่อมาก่อนออกเดินทาง เสีดายที่ไม่มีเวลาไป Hope Outdoor Gallery เพราะฝนเจ้ากรรมดันตกซะก่อน 😞 ไม่เป็นไรเอาไว้คราวหน้าละกัน 😝

Husband also double-dutied as my personal photographer! 😍

คุณสามีนอกจากจะทำหน้าที่เป็นโชเฟอร์แล้ว ยังเป็นช่างภาพส่วนตัวให้อีกด้วย 😍

Besides colorful walls, we managed to check out the famous Allens Boots Shop, on South Congress Avenue. Their collection of boots was a sight to behold! There were rows and rows of leather boots in all shapes and sizes, in every possible design one can imagine!

นอกจากจะได้ถ่ายรูปผนังสวยๆแล้ว เรายังได้เผื่อเวลาไปเยี่ยมร้านขายรองเท้าบู๊ตชื่อดัง Allens Boots ซึ่งตั้งอยูบนถนน South Congress ที่นี่เค้ามีรองเท้าบู๊ตวางเรียงขายอยู่เป็นพันๆคู่ มองไปที่ไหนก็มีแต่รองเท้าบู๊ต มีทุกสี ทุกขนาด ทุกลายให้เลือกกันจริงๆ ถ้าราคาเป็นมิตรกว่านี้ซักหน่อยคงได้อุดหนุนกันมาซักคู่ 😆

Checked out artist Ai Weiwei’s “Forever Bicycles” sculpture, that was crafted out of 1,300 bikes at Town Lake Metropolitan Park.

ผลงานศิลปะชื่อ “Forever Bicycles” โดย Ai Weiwei ที่ Town Lake Metropolitan Park ซึ่งประกอบขึ้นจากจักรยาน 1,300 คัน

Fit in a meal of sumptuous bowls of ramen at Ramen Tatsu-Ya, which has awesome Asian-inspired arts on their walls!

แวะเติมพลังกันที่ร้านราเมง Tatsu-Ya ซึ่งมีภาพวาดสไตล์เข้ากับบรรยากาศร้านให้ชมระหว่างการกิน

We had an epic sushi dinner at Soto on South Lamar, which officially served as our anniversary dinner. The food was really good, but we felt that it was a bit overpriced. If we ever go back, I’d be happy with just their super yummie bowl of uni pasta, which was the highlight of our meal there!

ซูชิมื้อเย็นที่ร้าน Soto on South Lamar ถือเป็นโอกาสพิเศษเพื่อฉลองครบรอบแต่งงานสำหรับทริปนี้ อาหารสดอร่อยใช้ได้ แต่เราติว่าแพงไปนิด ถ้าได้กลับไปอีกคราวหน้าคงจะสั่งแค่จานสุดท้ายในรูปคือ พาสต้าหอยเม่น รสชาติหอมอร่อยกลมกล่อมกำลังดี 😋

Last but not least, we got to witness what they said would be millions of bats emerging from under the Congress Avenue Bridge on our second night there. OK, what we actually saw was numbered at more like in the hundreds 🤣, but still, it was pretty awesome! We didn’t have high hopes, as research told us that they likely wouldn’t come out if it’s raining, and we were going to be surrounded by rain. But we decided to give it a try anyway since it was not actively raining at the time, and it paid off – we almost gave up but in the end they actually did deliver as promised! I did attempt to shoot a few photos of the swarm of bats when they came out, but unfortunately all of them turned out to be just blurry shadows! 😆

ท้ายที่สุดเรามีโอกาสได้ไปเห็นที่เค้าว่ากันว่าจะเป็นฝูงค้างคาวนับล้านตัวบินออกหากินจากใต้สะพาน Congress Avenue เอาเข้าจริงที่เห็นคืออยู่ที่ประมาณหลักร้อย 🤣 แต่ก็ยังดีกว่าไม่เห็นเลย คือก่อนไปไม่ได้ตั้งความหวังกันไว้สูงมาก เพราะไปอ่านเจอว่าถ้าอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนค้างคาวคงจะไม่ออกมา แต่ไหนๆเราก็อยู่แถวนั้นเลยกะว่าฝนยังไม่ตกน่าจะไปลองดู ไปรออยู่นานจนเลยเวลาที่เค้าว่าค้างคาวควรจะออกมาได้แล้วก็ยังไม่มีวี่แวว จนตอนเกือบจะกลับได้ยินเสียงคนข้างๆบอกว่ามาแล้วๆ ตอนแรกก็ยังไม่เห็น พอมองอีกทีเห็นค้างคาวออกมาจริงๆ สรุปแล้วโชคดีจริงๆที่ไม่ได้ยอมแพ้กลับไปซะก่อน พยายามถ่ายรูปไว้เหมือนกันแต่ปรากฎรูปออกมาเป็นเงาเลือนๆเหมือนกันหมดทุกรูป 😆

Check out my other posts from the same trip here:

อ่านโพสต์อื่นจากทริปเดียวกันได้ที่นี่: