Travel Diary: One Night in San Antonio

Trip Date: May 2019

วันที่เดินทาง: พฤษภาคม 2562

For our 9th anniversary this May, we celebrated with a weeklong road trip through central Texas. Starting our journey in San Antonio, we slowly made our way up to the Dallas/Fort Worth area to visit our dear friends who recently relocated from South Carolina. Neither of us had been to Texas before so we didn’t know what to expect, but we came away loving the beautiful state of Texas, and can’t wait to go back and explore the other parts we didn’t make it to this time! 🥰

ปีนี้เราไปฉลองครบรอบแต่งงาน 9 ปีกันที่รัฐเท็กซัส เริ่มต้นการเดินทางที่เมือง San Antonio ทางตอนใต้ แล้วค่อยๆแวะเที่ยวไปจนสุดทางกันที่เมือง Dallas กับ Fort Worth เพื่อเยี่ยมเพื่อนรักที่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่จากรัฐ​ South Carolina เราทั้งสองคนต่างไม่เคยมาเยือนรัฐนี้มาก่อน เลยไม่มีความคาดหวังใดๆทั้งสิ้นก่อนมา แต่ปรากฏว่าจบทริปด้วยความประทับใจ และอยากหาโอกาสกลับไปเที่ยวกันอีกในอนาคตถ้าเป็นไปได้ 🥰

We landed in San Antonio on a Saturday evening and proceeded to check in to Hotel Valencia Riverwalk. It made a great home base for us due to its proximity to everything we wanted to check out, given the limited time we had there.

เรามาถึงเมือง San Antonio ตอนบ่ายแก่ๆวันเสาร์ มาถึงก็ตรงดิ่งเข้าไปเช็คอินที่โรงแรมก่อนเลย เราเลือกอยู่ที่ Hotel Valencia Riverwalk ซึ่งทำเลที่ตั้งกำลังพอเหมาะพอเจาะ ใกล้กับที่เที่ยวหลายที่ที่เล็งไว้พอดี เพราะเราเผื่อเวลาไว้เที่ยวที่นี่แค่บ่ายนี้เท่านั้น

We got a taste of Mexican culture at the Historic Market Square. Joel got to sip on a tasty Michelada, while we wandered around checking out the colorful scenes. We sampled authentic Mexican offerings and enjoyed the live upbeat music from the stage. 🥳

หลังจากทิ้งสัมภาระไว้ที่โรงแรม เราตรงไปยังจุดหมายแรกคือตลาดนัดเม็กซิโก (Historic Market Square) ที่นี่เค้ามีดนตรีเล่นกันสดๆบนเวทีให้ได้บรรยากาศครื้นเครง คุณสามีลองชิมเครื่องดื่มขึ้นชื่อที่เรียกว่า Michelada ซึ่งเค้าเอาเบียร์เม็กซิกันไปผสมกับน้ำมะเขือเทศและน้ำหอย (clam juice) 😂 แล้วเหยาะมะนาวเล็กน้อย รอบขอบแก้วทาเกลือผสมพริกให้มีรสเผ็ดสะใจ ส่วนเราเองเลือกชิมข้าวโพดปิ้งราดด้วยซอสเนยแล้วโรยหน้าด้วยพริกป่นเม็กซิกันซึ่งไม่เผ็ดเลยซักนิด

From there, we took an uber to The Grotto, which is the northern/upper section of the infamous San Antonio River Walk. Right where the uber dropped us off, I spotted some cool street art, right underneath the I-35 freeway overpass, and had to make a beeline to snap some shots. 😊

จากตลาดเม็กซิกันเราเรียกรถ uber ไปส่งที่ Grotto ซึ่งตั้งอยู่ส่วนบนของทางเดินเลียบแม่น้ำ San Antonio ตอนลงจากรถเกิดตาดีไปเห็นสตรีทอาร์ตสวยๆใต้สะพานทางด่วน เลยแอบไปเก็บภาพมาให้ชมกัน 😊

The Grotto features cool looking stone art works and benches by local artist Carlos Cortés. This non-touristy part of the River Walk offers a peaceful stroll through interesting art installations along the way, with very few people around. The most prominent one is called F.I.S.H. – a school of 25 colorful fiberglass fishes by artist Donald Lipski that can be found just a short distance from The Grotto.

ที่ Grotto นี่มีงานประติมากรรมที่สร้างจากหินโดยนักประติมากรท้องถิ่นชื่อ Carlos Cortés ทางเดินเลียบแม่น้ำ San Antonio ช่วงนี้คนไม่เยอะ มีงานศิลปะจัดไว้ให้ชมกันตลอดทาง ที่โดดเด่นที่สุดก็คืองานที่ชื่อว่า F.I.S.H. ซึ่งเป็นฝูงปลาหลากสีจำนวน 25 ตัว ทำจากไฟเบอร์กลาส ห้อยเรียงรายอยู่ใต้สะพานห่างจาก Grotto มานิดเดียว

Once we got closer to the main part of the River Walk, there was a noticeable change of mood in the atmosphere. Restaurants with colorful umbrellas lined both sides of the walk way. There were numerous tour and dinner cruises along the river, all of them filled with people. The path got so crowded at times we couldn’t help but wonder if any tipsy tourists 🤪 had fallen into the river, since there was no barrier of any kind!

เราเดินเลียบแม่น้ำมาเรื่อยๆ จนพอเข้าเขตที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่รู้จักกันบรรยากาศเริ่มคึกคักขึ้นทันตา ทั้งสองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านค้าและร้านอาหาร หลายแห่งมีร่มหลากสีกางไว้ให้ลูกค้าได้นั่งดื่มด่ำบรรยากาศริมแม่น้ำกัน ยิ่งค่ำลงคนยิ่งเยอะ ทั้งที่ล่องในเรือสำราญสีสวยตามน้ำ และที่เดินกันตามทาง ที่นี่เค้าอนุญาติให้ถือเหล้าเบียร์เดินจิบกันได้ (ปรกติถ้าเป็นที่เมืองอื่นๆจะผิดกฎหมาย) สงสัยอยู่แต่ว่ามีกี่คนที่เมาหัวทิ่มลงไปในน้ำมั่ง 🤪 เพราะตามทางเดินไม่มีที่กั้นซักนิด ก้าวพลาดนิดเดียวกลายเป็นลูกหมาตกน้ำได้ง่ายๆ

We checked out some of the famous spots towards the end of the busy section like Selena Bridge, Rosita’s Bridge and Marriage Island. We then crossed the Romantic Lock Bridge, where couples leave unique locks marked with their names and throw the keys into the river to symbolize their eternal love. Also, the Bexar County Courthouse is beautifully lit up at night.

ตรงเกือบสุดทางมีหลายที่ให้แวะดู เช่น Selena Bridge Rosita’s Bridge และ Marriage Island รวมไปถึง Romantic Lock Bridge ซึ่งเป็นที่ๆคู่รักมาล๊อคหัวกุญแจสลักชื่อตัวเอง แล้วโยนตัวกุญแจทิ้งน้ำไป เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าจะรักกันตราบชั่วนิรันดร ภาพสุดท้ายนั่นคือ Bexar County Courthouse ซึ่งตอนกลางคืนจุดไฟไว้สว่างไสวสวยงาม

We ended the night with the San Fernando Cathedral light show, which happens nightly on the weekend at 9, 9:30, and 10pm. The show features the history of San Antonio and was quite a sight to behold. We got there early and grabbed what we thought were decent seats right near the front on one side. But when the show started we realized that we weren’t getting the best view from that angle, so we walked over towards the middle in the back, where the colorful projection looked so much better!

คืนนั้นก่อนกลับโรงแรมเราแวะไปที่วิหาร San Fernando ซึ่งเค้ามีโชว์แสงสีเสียงให้ดูกันทุกคืนวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เริ่มต้นทุกๆครึ่งชั่วโมง จากสามทุ่มไปจนถึงสี่ทุ่มครึ่ง การแสดงใช้หน้าโบสถ์เป็นฉากหนัง เล่าถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมือง San Antonio เราไปถึงกันตั้งแต่สองทุ่มครึ่ง ไปจองที่แถวหน้าด้านข้างโบสถ์ แต่พอเค้าเริ่มฉายถึงได้รู้ว่าวิวจากมุมด้านข้างเห็นฉากแบบมุมเอียงๆมองไม่ชัด เลยต้องย้ายไปยืนกันตรงแถวหลัง ซึ่งได้วิวสวยงามตระการตากว่าหลายเท่า 😆