Pandemic Pit Stop: Mickey Barn, Mini Church, Mill Town, and Moving Sculpture

We are back again with another Pandemic Pit Stop installment. 😊 I wasn’t really planning on having another one this soon… But then I accidentally came across an article about this rather famous sculpture currently on display not too far from us. When I learned that it would be leaving town at the end of August, I decided that we should go check it out while we still could! 🤔

วันนี้กลับมานำเสนอโปรแกรมออกนอกบ้านต้านโควิดภาคสองอย่างรวดเร็วเกินความคาดหมายเล็กน้อย 😊 คือจริงๆแล้วไม่ได้ตั้งใจจะไปติดๆกันขนาดนี้ แต่บังเอิญไปอ่านเจอว่ามีรูปปั้นชื่อดังมาวางตั้งโชว์อยู่ไม่ไกลจากบ้านเรา แล้วเค้ากำลังจะย้ายไปที่อื่นตอนสิ้นเดือนสิงหาคม เลยต้องรีบไปชมเป็นขวัญตาก่อนจะอดได้เห็นกัน 🤔


This tour took us about an hour west to Burlington, and other small towns surrounding it. First stop is a 50-year-old barn located in a quiet little windy road in a little town called Whitsett, brightly painted with a larger-than-life Mickey Mouse. It was in such great condition we could tell that it had been maintained with tender loving care 😍 throughout the years. According to the page I found it from, the barn was built in 1971 by a gentleman by the name of Tom Kleeburg. I couldn’t find any other information about it online, unfortunately. 😔

ทัวร์กระยาจกรอบนี้พาเราขับรถมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกสู่เมือง Burlington และอีกหลายเมืองเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลจากกัน จุดหมายแรกเป็นโรงนาอายุเกือบ 50 ปีที่ตั้งอยู่ที่เมืองเล็กๆที่มีชื่อว่า Whitsett ถึงจะเก่าแก่แต่ก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี มองเห็นเด่นสะดุดตามาแต่ไกล 😆 ตามข้อมูลที่หาเจอมาทราบแต่ว่าโรงนามิคกี้เม้าส์แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1971 โดยคุณ Tom Kleeburg แต่ไม่สามารถหารายละเอียดอื่นใดมากไปกว่านี้ 😔


Next stop was the tiniest church I have ever seen in my life! This miniature Friedens Lutheran Church in Gibsonville was constructed with the logs from the original church, which was built in 1745, after it burned down in 1939. There was an old well right next to it, and a set of benches surrounding some cross-shaped stone plaques with beautiful religious quotes.

ถัดไปเป็นโบสถ์ขนาดเล็กที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา โบสถ์ Friedens Lutheran Church ที่เมือง Gibsonville แห่งนี้จำลองมาจากหลังดั้งเดิมซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1745 แต่ถูกไฟไหม้ไปในปีค.ศ. 1939 เค้าสามารถเก็บท่อนไม้จากซากที่หลงเหลืออยู่มาสร้างเป็นโบสถ์จิ๋วนี้ขึ้นมา ข้างๆมีบ่อน้ำเล็กๆ และตรงหน้าโบสถ์มีม้าหินให้นั่งชมล้อมรอบแผ่นสลักหินที่เต็มไปด้วยคำคมทางศาสนาคริสต์

I happened to notice that there was no lock on the door…so I nudged Joel to go and try see if it would open. 🤔 Two unhinging maneuvers later and voila, the doors did indeed open to reveal a fully functional church, with a carpeted aisle flanked by two rows of tiny little pews, leading to the front podium with a small wooden cross, two candle holders (one with a candle still in it), and an opened book of bible. Needless to say, our minds were completely blown! 😳

เราเผอิญตาดีไปเห็นว่าประตูโบสถ์ไม่ได้ล๊อคกุญแจ 🤔 เลยสะกิดคุณสามีให้ไปลองเปิดดู ปรากฎว่าถอดกลอนมาปุ๊บประตูก็เปิดออกได้จริงๆ 😳 ข้างในมีม้านั่งเล็กๆสองแถว หันหน้าเข้าสู่แท่นหลักตรงกลางที่มีไม้กางเขนเล็กๆตั้งอยู่ ถัดไปสองข้างเป็นเชิงเทียนซึ่งยังมีเทียนหลงเหลืออยู่ให้เห็น และที่ขาดไม่ได้ก็คือพระคัมภีร์ไบเบิลเปิดกางอยู่ โอ้มายก๊อด เค้าจำลองมาครบเครื่องทุกอย่างจริงๆ

We went across the street to check out the modern version of the church that was built to replace the original one after the fire, before going along on our way to the next stop. 

ก่อนไปแวะข้ามถนนไปดูโบสถ์ใหม่ที่เค้าสร้างขึ้นมาแทนหลังที่ไฟไหม้ไป จากนั้นจึงเดินทางกันต่อไปยังจุดหมายถัดไป


Glencoe Mill Village is located in the town of Burlington, North Carolina. It gave us a glimpse into the time when textile production was booming here in the late 1880s. The Glencoe Mill textile factory stood right next to the bank of Haw River and was operational until the 1950s. A little village sits nearby to provide housing for all the workers. The beautifully preserved homes, 38 of them restored by the National Register of Historic Places, sit on a neat little street, in a row of pastel-colored lineups. We spotted a few folks lounging on their front porches, just like in the old days.

หมู่บ้าน Glencoe Mill ที่เมือง Burlington แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อสมัยปลายคริสตศตวรรษที่ 19 ประมาณร้อยกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่กิจการทอผ้ากำลังเฟื่องฟูที่รัฐนี้ โรงงานทอผ้า Glencoe Mill เป็นโรงงานผลิตผ้าสักหลาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุคนั้น และเปิดกิจการมาจนถึงช่วงปีค.ศ. 1950 ก่อนที่จะปิดตัวลงในที่สุด ตัวโรงงานสร้างอยู่ริมแม่น้ำ Haw River และทางเจ้าของได้สร้างหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ไว้อยู่ติดกัน สำหรับเป็นที่พักอาศัยของเหล่าบรรดาพนักงาน ทางการได้บูรณะบ้านเรือนสีสวยเหล่านี้จำนวนทั้งหมด 38 หลังและขึ้นทะเบียนให้เขตนี้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ พร้อมเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าเยี่ยมชม โดยมีป้ายบอกรายละเอียดตามทางอธิบายประวัติของบ้านแต่ละหลังที่แตกต่างกันออกไป

This little lady appeared to be the town ambassador of some sort. 😻 She promptly came to greet us as soon as we stepped out of the car, and proceeded to give us a private tour of the village for a bit. That is, until some creature came scurrying by and captured her attention, so she had to excuse herself to go tend to the more urgent business at paws! 🤣 We spotted her again on our way back, chilling on a porch of one of the houses with whom we think was her mama (since they looked like carbon-copies of each other, except for the sizes!). As soon as she saw us, she came running right back over, followed closely by her mama. Turned out, the uber-friendliness does run in the family!

น้องแมวน้อยตัวนี้เข้าใจว่าดำรงตำแหน่งเป็นประชาสัมพันธ์ประจำเมือง 😻 เราจอดรถปุ๊บแกก็รีบเข้ามาต้อนรับทันที แถมพาเดินชมหมู่บ้านอยู่พักใหญ่ก่อนจะเหลือบไปเห็นตัวอะไรในพงหญ้าแกถึงได้ขอตัวไปจัดการธุระด่วนของแก 🤣 เดินกลับมาเห็นแกกำลังนั่งเอกเขนกอยู่หน้าบ้านกับแมวอีกตัวที่เดาเอาว่าเป็นคุณแม่ เพราะหน้าตาโขลกออกมาจากพิมพ์เดียวกันเป๊ะ พอแกเห็นเราเท่านั้นก็รีบวิ่งตรงมาทักทายกันอีกรอบ ตัวแม่เองก็วิ่งตามมาติดๆ ประมาณว่าอัธยาศัยดีกันทั้งตระกูล

We walked over to check out the remnant of the textile factory complex, just across the street from the village. The beautiful brick structures featured several buildings, all shut down but look to be in great shape. According to their web site, some of these are available for lease as art studios at pretty reasonable prices. There was a sculpture with a label calling it “Weaver’s Tools” which is meant to commemorate Glencoe Mill’s history. At the far end, we also found 2 rusted pieces of large propellers that likely were used to power the mill.

เราเดินแวะไปดูตึกโรงงานทอผ้าที่อยู่เยื้องๆกันกับตัวหมู่บ้าน ส่วนใหญ่ตัวตึกทำด้วยอิฐและปิดตายไว้หมดแต่ยังเดินดูรอบๆได้ web site ของที่นี่บอกว่าตึกบางหลังเปิดให้เช่าเป็นสตูดิโอสำหรับศิลปินในราคาค่อนข้างย่อมเยา ที่หน้าตึกมีรูปปั้นกระสวยทอผ้าขนาดยักษ์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่สถานที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีใบพัดอันโตจากกังหันที่เคยนำพลังงานน้ำจากเขื่อนมาสู่โรงงาน

A few steps away, at Great Bend County Park, we took a short walk along the Haw River Trail to check out the old dam that used to run the mill. A few people were chilling on the grass, and some fishing in the river.

หลังจากนั้นเราไปเดินตามทางเลียบแม่น้ำ Haw River ที่ Great Bend County Park ซึ่งตั้งอยู่ถัดไปไม่ไกลเพื่อไปชมตัวเขื่อนที่เค้าสร้างไว้เพื่อให้พลังงานแก่โรงงานทอผ้า

We finally made our way to our final stop of the day at Alamance Arts in Graham, where Seward Johnson’s infamous Embracing Peace sculpture sits at its front lawn. The sculpture was inspired by a photo of a US Navy sailor kissing a nurse at Times Square in New York City on August 14, 1945, when the end of World War II was announced. It has traveled all over the world before finally ending up here in NC last year. The installment was originally scheduled to be there from October 2019 until April 2020. When I checked the ‘Current Exhibits‘ page at Alamance Arts before we went, it listed the end date as August 2020. However, when I checked again just now, it appears they have extended it until Spring 2021. I guess that’s one of the rare perks, courtesy of the pandemic! 🙄

ในที่สุดเราก็มาถึงจุดหมายสุดท้ายซึ่งเป็นต้นกำเนิดของทริปนี้ รูปปั้นอันโด่งดังที่ตั้งอยู่หน้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Alamance Arts ในเมือง Graham นี้มีชื่อว่า Embracing Peace สร้างขึ้นโดยคุณ Seward Johnson โดยได้รับแรงบันดาลใจมากจากภาพถ่ายอันลือชื่อจากวันสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง 14 สิงหาคมปีค.ศ. 1945 ซึ่งจับภาพนายทหารเรือหนุ่มน้อยกำลังจุมพิตสาวในเครื่องแบบนางพยาบาลที่ไทม์แสควร์ในนิวยอร์ค รูปปั้นอันนี้เดินทางมาแล้วทั่วโลกเพื่อให้ผู้คนได้ชมกัน จนได้ส่งมาถึงที่เมืองนี้เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เดิมมีกำหนดจะย้ายไป ณ จุดหมายแห่งใหม่เมื่อเดือนเมษายนต้นปีนี้ แต่เกิดมาเจอโควิดเลยได้อยู่ต่อมาอีกหลายเดือน ก่อนเราไปตอนที่เช็คดูหน้า ‘นิทรรศการที่จัดแสดงอยู่ขณะนี้‘ ของทางพิพิธภัณฑ์ เห็นในรายละเอียดบอกไว้ว่ารูปปั้นนี้จะมีให้ชมได้ถึงสิ้นเดือนสิงหาคมปีนี้ แต่พอกลับไปเช็คดูอีกทีหลังสิ้นเดือนปรากฎว่าเค้าอัพเดตมาเป็นฤดูใบไม้ผลิปี 2021 แทน ไม่น่าเชื่อว่าผลกระทบทางอ้อมจากพิษโควิดจะเป็นไปในทางที่ดีได้เหมือนกัน 🙄

Besides the towering sculpture, Alamance Arts has a collection of cool art pieces scattered all over the path way that leads to the Children’s Museum, which is right in the back of it. I guess most of these colorful pieces probably belong to the museum. My favorite was this Alice in Wonderland bench cleverly designed in the shape of an opened book!

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้นอกจากจะมีรูปปั้นให้ดูฟรีแล้ว ตามทางเดินด้านข้างยังเต็มไปด้วยงานแสดงศิลปะสีสวยหลายชิ้น แต่ดูอีกทีส่วนใหญ่น่าจะเป็นของพิพิธภัณฑ์เด็กที่ตั้งอยู่ด้านหลังมากกว่า งานชิ้นโปรดของเราคือม้านั่งรูปหนังสือจากนิทานเรื่อง Alice in Wonderland

We stopped by the cute little town square, where we spotted an ongoing protest with folks holding a confederate flag pitching their stance against a group of Black Lives Matter supporters. Quite an interesting sight to behold!

ก่อนกลับบ้านเราไปแวะเดินเล่นที่ใจกลางเมือง Graham ปรากฎว่าไปเจอกลุ่มผู้ประท้วงถือธงสมาพันธรัฐอเมริกา (ซึ่งมีที่มาจากสงครามกลางเมืองของที่นี่ และถือกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายที่ให้การสนับสนุนสถาบันทาสและเหยียดผิวคนดำ) กำลังยืนประจันหน้ากับอีกกลุ่มที่ถือป้ายเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมให้คนผิวดำ

We ended the day picking up food from this Barbecue joint called Smokehouse at Steve’s. We didn’t have high hopes despite the rave reviews, but it actually turned out to be one of the best BBQ we’ve ever had! They had a market section in the same building and we were glad we grabbed a few extra goodies from there before we left. We were so hungry when we got home that I completely forgot to take a shot of those yummies before they disappeared! 😊

ท้ายที่สุดเราแวะไปเติมพลังกันที่ร้าน Smokehouse at Steve’s ระหว่างที่รอสั่งอาหารกลับบ้านเดินข้ามไปแอบดูอีกส่วนที่เป็นซุปเปอร์มาร์เกตเลยได้ของว่างติดไม้ติดมือมาอีกหลายอย่าง 😊 กลับถึงบ้านด้วยความหิวจัดเลยลืมถ่ายรูปบาร์บีคิวมาให้ดูกัน แต่ขอบอกว่าอาหารของเค้าอร่อยทุกอย่างสมคำร่ำลือจริงๆ

Pandemic Pit Stop: Stone Village, Cider, and Sushi

After getting cooped up at home for months with no end in sight, I was starting to get a little stir crazy. 🤪 We usually have a weeklong trip in May for our anniversary, but obviously that didn’t happen this year… 😔 And it’s been too hot to go on our weekly hikes these past couple of months… 🥵I finally put my foot down and decided to do something about it, for my own mental stability’s sake! So here we are with the first in a hopefully-many-more-to-come weekend outing series that I’ve aptly named ‘Pandemic Pit Stops’. My only 2 criteria includes that the destination be outdoors and that it locates within a 2 hour drive from home, to hopefully eliminate the need for bathroom stops. 😝

หลังจากที่มีชีวิตติดบ้านมาหลายเดือน และจนบัดนี้ยังไม่มีวี่แววว่าสถานการณ์จะกลับคืนสู่สภาวะปรกติได้เมื่อไหร่ สภาพจิตของคนชอบเที่ยวอย่างเราก็เริ่มจะเหี่ยวเฉาลงทุกวัน ปรกติทุกปีเดือนพฤษภาจะต้องพากันไปฉลองวันครบรอบแต่งงานที่ไหนซักแห่ง แต่ปีนี้ก็อดไป 😔 แถมช่วงนี้อากาศร้อนจัดจนไม่สามารถไปเดินป่าได้ 🥵 ในที่สุดเราเลยต้องหามาตรการมาปรับปรุงคุณภาพชีวิตกันซักหน่อย ก่อนที่จะเกิดอาการคลุ้มคลั่งมากไปกว่านี้ 🤪 จึงได้มาบังเกิดเป็น “โปรแกรมออกนอกบ้านต้านโควิด” โดยมีกฎตายตัวอยู่สองข้อคือ หนึ่งต้องเป็นกิจกรรมกลางแจ้ง และสองต้องอยู่ห่างจากบ้านไม่เกินสองชั่วโมง เพื่อลดโอกาสการต้องแวะใช้ห้องน้ำสาธารณะ


This weekend, we drove out to Prospect Hill, a little town about half an hour south of the NC-Virginia border. In the front yard of this little house on Highway NC 86 sits the elaborate labor of love known as the Shangri-La Stone Village. 

สุดสัปดาห์นี้เราขับรถไปที่เมือง Prospect Hill ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนถึงเส้นแบ่งพรมแดนระหว่างรัฐนอร์ทแคโรไลน่าและรัฐเวอร์จิเนียบนถนนไฮเวย์สาย NC 86 ที่สนามหน้าบ้านหลังนี้มีของดีมาไว้ให้แวะดูกันที่เค้าตั้งชื่ออย่างหรูไว้ว่า หมู่บ้านหินแชงกรีล่า

Built during the years 1968-1977 by a retired tobacco farmer named Henry L. Warren, this roadside wonder consists of 27 different structures, including a church, a library, a school, a theatre, a hotel, a bank, a gas station, a water tower, and even a gym. The last of the bunch was a hospital that his family finished up for him after he passed away with cancer. 

หมู่บ้านเล็กๆริมถนนแห่งนี้สร้างขึ้นโดยฝีมือของคุณ Henry L. Warren ชาวนาไร่ยาสูบที่มาริเริ่มงานอดิเรกชิ้นนี้หลังจากที่เกษียณอายุจากการทำงานเมื่อปีค.ศ. 1968 คุณ Henry ลงมือลงแรงค่อยๆสร้างเมืองเล็กๆของแกทีละหลังๆ มีทั้งโบสถ์ ห้องสมุด โรงเรียน โรงหนัง ธนาคาร แท้งค์เก็บน้ำ โรงยิม แกใช้เวลาทั้งหมด 9 ปี สร้างอาคารต่างๆทั้งหมดรวมแล้ว 27 หลัง จนกระทั่งมาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อปีค.ศ. 1977 หลังจากนั้นบรรดาลูกหลานจึงได้ช่วยกันสร้างผลงานชิ้นสุดท้ายที่แกทิ้งไว้คือโรงพยาบาลให้จนเสร็จสมบูรณ์

My most favorite part of it all were these strange whimsical pieces that can be found hiding all over the place. A stone cat, a french bulldog statue, a headless rooster, a paper windmill, a tiny action figure, a lego piece, colorful toy cars, just to name a few. Some seem original, others I believe were added by visitors over the years. At first glance, they don’t look like they should be there… But when you look at them again, you realize that they are perfectly where they belong, all bits and pieces stand together with the sole purpose to bring smiles and joy to the rogue passers-by like us!

ถ้ามองดีๆจะเห็นว่ามีของชิ้นเล็กชิ้นน้อยวางตั้งไว้ทั่วหมู่บ้าน มีตั้งแต่รูปปั้นแมวน้อย หมาสีดำผูกผ้าพันคอแดง ไก่ไร้หัว ไปจนถึงกังหันลมพลาสติก ตุ๊กตาซุปเปอร์ฮีโร่ ชิ้นส่วนเลโก้ และรถยนต์ของเล่น บางชิ้นก็ดูเข้ากันกับตึกรามบ้านช่องดีอยู่ แต่อีกหลายชิ้นน่าจะมีผู้หวังดีคอยบริจาคทิ้งไว้โดยมิได้นัดหมาย ตอนแรกดูแล้วไม่ค่อยเข้ากับบรรยากาศซักเท่าไหร่ แต่ดูอีกทีมันก็น่ารักไปอีกแบบ ถึงจะไม่ลงล๊อค แต่เห็นแล้วก็อดสร้างรอยยิ้มให้คนที่ผ่านไปมาอย่างเราๆไม่ได้

We signed the guest book thanking the property owner for keeping this wonderful place of happiness available for visitors and went along our way.  

ก่อนไปเราแวะลงชื่อในสมุดเยี่ยมเพื่อขอบคุณสมาชิกครอบครัวบ้านนี้ที่อุตส่าห์ยินดีเปิดสนามหน้าบ้านให้คนแปลกหน้ามาเที่ยวชมกันอยู่ได้ตั้งหลายสิบปี

Our next stop is just a few miles south, on the same road, at Botanist & Barrel Cidery and Winery. We sampled a delicious flight of ciders and a glass of rosé wine. They have outdoor seating in the back with plenty of picnic tables, dotted with cool decorating items made from old barrels and ancient-looking pieces of equipments. This nice gentleman introduced himself to us as the brewmaster and thanked us for visiting. He even pointed me to the pig roaster that was sitting by the trunk of a tree when he saw me checking out the yard decor. Their ciders and wine were tasty. The fruity note was pleasant, and none of them too overly sweet. We picked our two favorites to bring back home with us for later enjoyment. 😊

ถัดไปไม่กี่ไมล์บนถนนเดียวกัน เราไปแวะที่โรงผลิตไวน์และเหล้าผลไม้ชื่อ Botanist & Barrel ไปลองชิมเหล้าผลไม้หลายรส รวมทั้งเหล้าไวน์รสผลไม้สีแดงสวย ที่นี่เค้ามีโต๊ะปิคนิคไว้ให้นั่งจิบไวน์กันชิลๆอยู่ด้านหลังร้าน ของตกแต่งประดับประดาของเค้ามีที่เก๋ๆอยู่หลายชิ้นที่ทำจากถังหมักเหล้าและเครื่องมือที่ดูเก่าแก่ดึกดำบรรพ์ ลุงเห็นเราไปนั่งยองๆถ่ายรูป เลยเดินมาแนะนำตัวเองว่าเป็นช่างหมักเหล้าอยู่ที่นี่ แล้วอุตส่าห์ไปชี้ให้ดูถังย่างหมูที่เข็นไปเก็บไว้ข้างๆโคนต้นไม้ตรงเกือบสุดลาน เหล้าผลไม้ที่นี่รสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นผลไม้ แถมยังไม่หวานมากเหมือนเจ้าอื่นๆ เราเลยขออุดหนุนเอากลับมาจิบต่อที่บ้านกันอีกสองขวด

On the way back, I spotted this lovely mural on an old gas station just down the road!

ระหว่างทางกลับเหลือบไปเห็นภาพจิตรกรรมฝาผนังอันนี้เลยต้องแวะลงไปถ่ายรูปมาให้ดูกัน

We ended our day in downtown Durham with some cold beer at Pour

ก่อนกลับบ้านไปแวะกันที่ดาวน์ทาวน์เมือง Durham เพื่อให้คุณสามีได้จิบเบียร์เย็นๆที่ร้าน Pour

And a passion fruit sorbet ice cream from The Parlour.  

ส่วนตัวเราไปแวะซื้อไอศครีมเสาวรสเชอร์เบทจากร้าน The Parlour มานั่งกินเป็นเพื่อน

Last but not least, nigiri omakase sets togo from M Sushi – one of our favorite sushi spot in town that just opened back up this month, after they had to shut down since mid March due to the pandemic! The nigiris hit the perfect spot, even though they were not at the same caliber as those served fresh at the counter when we used to dine in, understandably since they had to sit in the car for half an hour on our way home. Nevertheless we were thankful. And we will definitely be going back to help support the business. Until we can safely go in for freshly made sushi again, this will have to do for now… 😛

ก่อนจบรายการขอแวะที่สุดท้ายคือร้านซูชิโปรด M Sushi เพื่อไปสั่ง nigiri omakase กลับไปกินที่บ้าน ร้านนี้ปิดเพราะพิษโควิดมาตั้งแต่กลางเดือนมีนา เพิ่งจะมาเปิดอีกทีเมื่อต้นเดือนนี้เอง นิกิริถึงจะไม่อร่อยเท่าตอนที่ไปกินสดๆที่ร้าน เพราะแช่อยู่ในรถตั้งครึ่งค่อนชั่วโมงกว่าจะมาถึงบ้าน แต่ก็ช่วยบรรเทาความอยากลงได้เล็กน้อย ดีใจที่ร้านกลับมาเปิดซักที หลังจากที่อดทนรอกันมานาน สงสัยต้องหมั่นกลับมาอุดหนุนเค้าบ่อยๆ จะได้มีกินกันไปจนกว่าจะได้กลับไปกินของจริงที่ญี่ปุ่นอีกที 😛