Saturday Hike: Intermittent Hiking Turned Dilly-Dallying on Route 751

We had such an epic fail on our hiking attempt a couple of weeks ago! 😆 We started off at the New Hill-Olive Chapel Road section of the American Tobacco Trail in Apex. Since it rained the day before and we remembered this trail to be nicely paved, we thought it would be a good choice. Plus, the path is wide, making it appropriate for our ongoing social distancing effort.

เมื่อสองอาทิตย์ก่อนตั้งใจจะไปเดินป่ากัน แต่เกิดการล้มเหลวไม่เป็นท่า 😆 เดิมทีกะว่าจะไปที่ช่วง New Hill-Olive Chapel Road ของเส้นทางเดินป่า American Tobacco Trail ในเมือง Apex เพราะฝนตกหนักวันก่อนวันที่ไปเลยพยายามหาที่ที่ไม่ต้องลุยโคลน จำได้ว่าทางที่นี่ราดยางเกือบตลอดสาย แถมกว้างขวางเหมาะแก่การเว้นระยะห่างทางสังคม

It turned out there were too many cyclists for our comfort on the trail… 😐 They kept zooming past us in close range on high speed again and again, none of them wearing any masks. Joel had read studies that said the virus could be more easily transmitted through airborne droplets especially from cyclists and runners. The theory, though subsequently debunked by others that came after it, made us pause and eventually decided not to take the chance. So we turned around and headed back to the car.

ไปถึงเดินได้ไม่ทันไรก็เลี้ยวกลับ เพราะนักปั่นจักรยานชุกชุมมาก แต่ละรายซูมผ่านเราไปฉิวๆ แถมไม่มีใครใส่หน้ากากกันซักคน 😐 คุณสามีไปอ่านเจองานวิจัยช่วงแรกๆที่เค้าว่าเวลาเจอคนวิ่งกับคนปั่นจักรยานจะมีการเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสจากละอองลมหายใจได้สูงกว่าปรกติ ถึงแม้ว่างานวิจัยช่วงหลังๆจะไม่เห็นด้วย แต่เราเอาสบายใจไว้ก่อนดีกว่า กันไว้ดีกว่าแก้

We clocked in at a little under a half mile during the 11 minutes we hiked there. 😆

ภาคแรกจบลงด้วยระยะทางครึ่งไมล์ ยังไม่ถึงกิโลดี ใช้เวลาสิริรวม 11 นาที 😆

After a brief research, we set out to another trail nearby called the Eagle Spur Trail, which sounded like it would be nice and secluded… The trail supposedly ends at Jordan Lake after a little over 2 miles then we would turn around and head back. We drove past the trail head and found a small parking lot nearby, then walked back to it. Spoiler alert, we didn’t make it very far! 😂

จากนั้นเราไปลองกันอีกที่คือ Eagle Spur Trail ซึ่งอยู่ห่างไปไม่ไกล ฟังดูน่าจะไม่ค่อยมีคน เป็นทางเดินประมาณ 2 ไมล์กว่าๆไปถึงทะเลสาบ Jordan Lake แล้วกลับทางเดิม ไปถึงขับเลยไปนิดเจอที่จอดรถไม่มีรถซักคัน อุตส่าห์ดีใจว่าทางคงโล่งดีไม่มีคน เดินไปได้ไม่ทันไรถึงได้รู้ว่าทำไมไม่มีคน 😂

We discovered that the trail was completely flooded over just a few steps in. After we got home, I did some more research and found that apparently, this trail had been flooded for over a year now… Some people suggested wading through the flooded section with waders or trash bags since it was “just knee deep” and “only 30 feet” long. 😬

เดินไปยังไม่ทันถึงไหนเจอน้ำท่วมทางขาด ไม่ใช่ว่าท่วมเล็กน้อยแบบพอลุยได้ แต่ท่วมเป็นบึงเลยค่ะ 😆 กลับมาบ้านไปอ่านรายละเอียดดูถึงได้รู้ว่าที่นี่ท่วมแบบนี้มาเป็นปีแล้ว มีนักเดินป่ามืออาชีพบางคนบอกให้เอาถุงขยะหุ้มขาแล้วลุยเอา “ท่วมแค่เข่าเอง” “ลุยไปแค่ 30 ฟุตก็พ้น” เอ่อ ไม่เอาอ่ะค่ะ 😬

This time, we clocked in another 0.37 miles in another 12 minute interval.

ภาคสองนี้เดินกันไปได้อีก 0.37 ไมล์ ประมาณครึ่งกิโลนิดๆ ใช้เวลา 12 นาที ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการประเมินสถานการณ์น้ำท่วมเสียมากกว่าจะได้เดินกันจริงจัง 😆

Still determined to hike that day, we looked at the map and pinpointed a road around the bend that could potentially let us bypass the flooded section to continue on the trail. Once there, we quickly realized that the vegetation was way too thick to wade through, especially with Joel in his hiking shorts. So, after this third try, we finally gave up hiking for the day. 😆

แค่นั้นยังไม่เข็ด คุณสามีอุตส่าห์กางแผนที่ดูว่าจะหลบทางที่ขาดได้ยังไง ไปเจอถนนอ้อมไปไม่ไกล ดูแล้วมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเวิร์ค เลยลองไปกันดู ไปถึงเป็นหมู่บ้าน สุดทางคือหลืบที่เห็นในรูปสุดท้าย น่าจะตัดไปถึงทางที่เราตั้งใจจะไปได้พอดี แต่เข้าไปส่องดูใกล้ๆแล้วก็ต้องส่ายหัว เพราะว่าพงหญ้าสูงประมาณเท่าเอวได้ คุณสามีใส่กางเกงขาสั้นเลยคาดว่าไม่น่าจะสามารถหักร้างถางพงไปถึงได้ไหว ในที่สุดเลยต้องยอมแพ้ 😆

All in all, we hiked a whopping 0.84 mile that day! 😂

ตกลงวันนั้นหลังจากที่ได้ใช้ความพยายามจนสุดความสามารถแล้ว เราเดินป่ากันไปรวมทั้งสิ้น 0.84 ไมล์​ ยังไม่ถึงกิโลครึ่งดีเลย 😂

In the effort not to waste the trip entirely, I started spotting cool stuff along the road on Route 751. First up was this cute little garden center called For Garden’s Sake. They have this old blue truck parked out front with pumpkins scattered all over it. I can’t believe Fall is finally here! 😍

ก่อนกลับบ้าน เพื่อไม่ให้ขับรถมาเสียเที่ยว เลยขอแวะถ่ายรูปตามทางซะหน่อย ถนนสาย 751 นี้มีที่น่ารักๆเตะตาหลายแห่ง เริ่มด้วยศูนย์เกษตรกรรมที่มีชื่อว่า For Garden’s Sake เค้าเอารถบรรทุกเก่าๆสีฟ้ามาจัดตกแต่งเป็นบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วง ประดับประดาไปด้วยลูกฟักทองหลากสีหลายสไตล์ จอดไว้เรียกลูกค้ามาเข้าชม 😍

Next up was Old Mill Farm, where a pair of goats and sheep each were hanging out right by the road. This male goat was very loud. I initially thought he was friendly, but quickly realized he didn’t want us anywhere near them, so we obediently retreated once we got his message, loud and clear! 😆

ต่อมาเป็นฟาร์มปศุสัตว์ชื่อ Old Mill Farm ซึ่งมีคอกแพะกับแกะตั้งอยู่ริมถนน คุณแพะเขี้ยวโง้งตัวนี้ พอเห็นเราจอดรถแวะก็รีบปรี่เข้ามา ตอนแรกนึกว่ามาทักทาย เพราะแกเสียงดังฟังชัดมาก แต่สุดท้ายถึงได้เข้าใจว่าแกแบ๊ะไล่ คือประมาณว่าเป็นจ่าฝูงคอยปกป้องลูกหมู่ หลังจากได้รูปสมใจอยากแล้วเราเลยถอยทัพกลับรถ แกถึงได้หยุดแบ๊ะ กลับไปกินหญ้าต่อกับพวกพ้อง 😆

Last but not least, I assumed this used to be a grocery store at some point, but had long gone out of operation. It’s cool that they preserved the place with such cool decor though. There was a house in the back and a gentleman in the garage was watching me when we stopped over. I waved to him and he waved back, so I think he was OK with me taking pictures of his place… 😛

สุดท้ายเป็นร้านขายของชำเก่าแก่ที่ปิดให้บริการไปนานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ แต่เจ้าของยังเก็บรักษาไว้ให้คนผ่านไปมาได้ดู ด้านหลังเป็นบ้านมีโรงรถอยู่ข้างๆ ตอนเราจอดรถแวะลงไปถ่ายรูปเหลือบไปเห็นลุงแก่นั่งมองอยู่ เราเลยโบกมือให้ แกก็ยิ้มให้โบกกลับ เลยกลับไปถ่ายรูปร้านแกต่อได้อย่างสบายใจ 😛