Saturday Hike: Duke Forest, Revisited

The weather here in NC is back in the 70s again this weekend. It was such perfect hiking weather we decided we needed to take advantage of it. We were just going to do a quick hike at one of our tried-and-true spots at Duke Forest. I wasn’t even planning on doing a post since this is a repeat location. But it turned out to be a totally different experience than we intended, so I felt compelled to get it on record after all! 😊

ช่วงนี้อุณหภูมิที่นี่กลับมาอุ่นอีกแล้ว เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเจออากาศกำลังดี ไม่ร้อนไม่หนาว เลยอดชวนกันไปเดินป่าไม่ได้ ตอนแรกกะว่าจะไปเดินกันง่ายๆที่ Duke Forest เพราะไม่ได้ไปมานาน จริงๆไม่ได้ตั้งใจจะเอามาลงโพสต์ แต่ไปถึงเกิดการเปลี่ยนแผน สุดท้ายเลยต้องเอามาลงจนได้ 😊

When we first got there, we noticed the ‘Forest Closed’ sign right away. However, upon closer inspection, we realized the closure was for weekdays only, so we were good to go!

ไปถึงยังไม่ทันลงจากรถเหลือบไปเห็นป้ายบอกว่าป่าปิด ลงไปอ่านดูใกล้ๆถึงได้รู้ว่าเค้าปิดแค่วันธรรมดา ดีที่ไม่ได้เลี้ยวรถกลับบ้านไปซะก่อน

About half way towards the wooden bridge on our usual route, our jaws dropped when we saw that about half of the forest was completely gone! 😱

เดินไปได้ครึ่งทางก่อนถึงสะพานไม้ข้ามลำห้วย ตกใจ เฮ้ย ต้นไม้หายไปไหนทั้งแถบ 😱

Here’s the before and after pictures of the same sign right in front of the missing section. The first one was taken the last time we were here, almost exactly a year ago. I just realized, while looking through the pictures, that the last time we were here, the forest was closed then too, for the same reason – ‘Deer Herd Reduction Program.’ I hope this is not their new method to cull the deer population, by taking away their home…? 😐

อุตส่าห์ไปขุดภาพเก่าจากที่มาคราวที่แล้วมาเปรียบเทียบกันให้ดู นี่คือป้ายอันเดียวกันที่ปักไว้อยู่ตรงหน้าช่วงป่าที่ต้นไม้อันตรธานไป ภาพแรกถ่ายไว้เมื่อปีที่แล้ว ส่วนภาพหลังจากเมื่อวันเสาร์นี้ ไปค้นดูรูปถึงได้เห็นว่า คราวที่แล้วที่เรามากันช่วงประมาณเดียวกันนี้ เค้าก็มีป้ายปิดป่าปักไว้ตรงทางเข้าเหมือนกัน ด้วยเหตุผลเดียวกันเพื่อ “จำกัดจำนวนประชากรกวาง” เอ หรือว่าเค้าจะค้นพบวิธีใหม่โดยการทำลายแหล่งที่พักอาศัยเพื่อกำจัดฝูงกวางแถวนี้ 😐

Once we got to the wooden bridge, we decided to be a little adventurous and took the steps down to walk along New Hope Creek. We tried the right side first, but didn’t get very far before the trail appeared to have ended. So we turned around and headed back to the bridge.

ตอนแรกกะไว้ว่าจะเดินตามทางเอกอย่างทุกทีที่เคยมา แต่ไปถึงสะพานไม้ข้ามลำห้วยดูทีท่าแล้วไม่เฉอะแฉะเหมือนคราวก่อนๆ เลยเปลี่ยนใจเลี้ยวลงบันไดไปเดินเลียบห้วยดู เริ่มด้วยทางขวามือก่อน แต่ไปได้ไม่ทันไรก็สุดทางไปต่อไม่ได้ เลยต้องเลี้ยวกลับไปลองอีกฟากแทน

The other side proved to be much better. There were bright blue blazes along the way, which really helped towards the end where it wasn’t very clear to us where the actual trail was. The trail started off nice and easy. Fall color here was a little past its peak, but still very pretty, making this a very pleasant stroll along the creek.

ฝั่งนี้ดูมีภาษีกว่าหลายเท่า มีหมุดปักบอกทางสีฟ้าแจ่มตั้งแต่ช่วงต้นทาง ตอนแรกๆก็ไม่ได้ช่วยอะไรเพราะทางเลียบไปกับลำห้วยเห็นอยู่ชัดๆ แต่หลังๆก็ได้วงกลมสีฟ้านี่แหละ ถึงได้ค่อยๆลัดเลาะคลำได้ถูกทาง ใบไม้ที่นี่ดูแล้วคาดว่าคงจะเริ่มเปลี่ยนสีมาได้พักใหญ่ๆแล้ว แต่ก็ยังสวยอยู่ โดยเฉพาะทางเลียบน้ำอย่างนี้ดูแล้วยิ่งสวยขึ้นไปอีก

The trail led us to a scramble up this steep rock wall. After that, it turned VERY rugged, with slanted narrow paths hugging the edge of the creek. We had to hang on to tree roots and rocks on the side to steady ourselves in order to make it through. 😓

เดินไปซักประมาณครึ่งไมล์ได้ ก็ไปเจอกับหน้าผาหินที่เห็นในรูป ดีว่ามีวงกลมสีฟ้าบอกทางให้ปีนขึ้นไป ไม่งั้นคงไปไม่ถูกแน่ๆ หลังจากนั้นทางกันดารขึ้นอีกหลายเท่า ต้องคอยเกาะก้อนหินกับรากไม้ข้างทางไม่ให้ลื่นตกห้วย 😓

We know, from past trail guides courtesy of Joe Miller, that the trail could take us to the main path which would then lead us back to the parking lot (We did miss that particular hike with Joe, so this was our first time at this section). But after making it to this last blue blaze, we could not find where the trail continued. We gave up, turned around and headed back the way we came. 😞

จากไกด์นำทางที่คุณ Joe Miller เคยให้เรามาไว้ จำได้ว่าทางเลียบห้วยนี่ควรจะนำเรากลับไปสู่ทางหลักที่เลี้ยวไปเจอกับทางไปที่จอดรถได้ (แต่คราวนั้นเราไม่ได้ไปกับเค้าเลยไม่รู้ว่าต้องไปยังไงแน่) แต่หลังจากบุกป่าฝ่าดงมาจนถึงป้ายบอกทางอันสุดท้ายในรูป หายังไงก็ไม่เจอทางไปต่อ สุดท้ายเลยต้องหันหลังเดินกลับทางเดิม 😞

Going back down the same rock wall.

คราวนี้ได้ปีนลงหน้าผาแทน

The missing forest section on our way back, in a different light.

ป่าช่วงที่หายไปขากลับ แสงกำลังสวยพอดี

We clocked in at 3.48 miles, which took us almost 2 hours. All in all, it was a cool hike, with certain elements of excitement that makes it unique from our usually more leisure pace! 😅

วันนั้นเดินกันไปประมาณห้ากิโลครึ่ง ใช้เวลาทั้งหมดเกือบสองชั่วโมง เป็นการเดินป่าที่สนุกสนานพร้อมการผจญภัยเล็กน้อย เปลี่ยนบรรยากาศไปจากการเดินเนิบๆอย่างทุกที 😅

On the way to our refueling spot, Fall colors are in full swing here in Durham.

ระหว่างทางไปแวะเติมพลัง ใบไม้ตามรายทางที่เมือง Durham สีกำลังสวยได้บรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงดีแท้

At Namu, we enjoyed cold beers and delicious Korean dishes in their beautiful outdoor seating area.

ไปแวะจิบเบียร์เย็นๆกันที่ร้าน Namu ซึ่งมีอาหารเกาหลีอร่อยๆให้ชิมอีกด้วย แถมมีที่นั่งกลางแจ้งพร้อมรับมือกับสถานการณ์โควิดพอดี