Sunday Hike: Duke Forest

We went back to join our Winter Series Hiking group at Duke Forest on Sunday. This research forest spans across 3 different counties. Besides serving its purpose as research and educational resources, it also offers recreational benefits for those of us living in the area. The gravel trails here are nice and wide throughout the entire route, with occasional gradual climbs.

อาทิตย์นี้เรากลับไปเดินป่ากับเพื่อนๆกลุ่มเดิมจากโปรแกรมเดินป่าหน้าหนาวที่ Duke Forest ที่นี่เป็นป่าสำหรับการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัย Duke แต่เปิดให้คนทั่วไปอย่างเราๆมาใช้เพื่อกิจกรรมนันทนาการตามอัธยาศัย ทางเดินที่นี่โรยกรวดไว้อย่างดี แถมกว้างขวางสะดวกสบาย ส่วนใหญ่เป็นทางตรงไม่วกวน แต่มีบางส่วนที่ลาดชันเล็กน้อยให้ได้เรียกเหงื่อกันบ้าง

There are signs detailing the types of trees and landscaping specifics for each different section.

แต่ละส่วนมีป้ายอธิบายว่าเค้าปลูกต้นไม้อะไรไว้ และมีการทดลองใช้วิธีแบบใดบ้างเพื่อการศึกษาวิจัย

Clear road signs everywhere, so no chance of getting lost here!

ถนนทุกสายมีป้ายบอกชื่ออย่างชัดเจนไม่ต้องกลัวหลง

As the name suggests, the majority of the path took us through a forest of trees. The trail cuts across New Hope Creek a couple of times – the one at Wooden Bridge gives an optional side track that winds along the creek. We didn’t get to do that this time because it was flooded over, according to our hike leader Joe Miller.

ทางเดินที่นี่พาเราเข้าป่าตามชื่อที่เรียกไว้ มีสะพานไม้เชื่อมส่วนที่ตัดผ่านลำห้วย New Hope Creek คราวที่แล้วที่มาเราเดินลงทางแยกริมห้วยไปชมวิวริมน้ำได้ แต่คุณหัวหน้ากลุ่มบอกว่าทางข้างหน้าน้ำท่วมกลบหมด เลยอดไปกันคราวนี้

We saw some signs of Spring along the path.

ระหว่างทางเริ่มมีดอกไม้ให้เห็นประปราย

This week we clocked in at 4.55 miles, which took us about an hour and a half. Temperature was nice and cool in the 50s throughout the entire hike!

วันนั้นเดินกันไปสี่ไมล์ครึ่ง หรือประมาณ 7 กิโลกว่าๆ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง อากาศเย็นสบายกำลังดีอยู่ที่สิบกว่าๆองศาเซลเซียส

Sunday Hike: Danger, Horton Grove!

This week we went back to Horton Grove Nature Preserve in Bahama for our Winter Series Hike. The last time we were here, it was the end of Spring and I had a heat stroke 🥵 at the end of the hike. This time, the temperature was a lot cooler at 60 degrees, so there was no need to worry about that at all! 

อาทิตย์นี้เรากลับไปเดินป่ากันที่ Horton Grove Nature Preserve ในเมือง Bahama กันอีกครั้ง คราวก่อนที่มาถ้ายังจำกันได้เรามาเป็นลมแดด 🥵เป็นครั้งแรกในชีวิตที่นี่ คราวนี้อากาศกำลังสบายอยู่ที่ 60 องศาฟาเรนไฮต์ (15 องศาเซลเซียส) เลยไม่ต้องกลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย

When we were here back in Spring, the meadow was lush and green – a stark difference from this time when there was not much to see in the middle of winter… But beauty in nature is really all around, you just have to look for it! 😆

คราวที่แล้วที่มาเป็นฤดูใบไม้ผลิทุ่งหญ้ากำลังเขียวขจี คราวนี้มาหน้าหนาวเลยไม่ค่อยมีอะไรให้ดูเท่าไหร่ แต่ธรรมชาติยังไงๆก็มีความสวยงามซ่อนอยู่ เพียงแต่เราต้องหาให้เจอเท่านั้นเอง 😆


I never really thought of hiking as a dangerous activity, until now… About a third of the way into the hike, I heard the sound of the wind, and was just thinking about how windy it was, on such a clear day. The next thing I knew, something landed right next to me with a loud thud! I screamed 😱and jumped before I realized that a branch, about the size of Joel’s arm, had broken and fell. It missed my head by about 2 feet or so. I was too spooked and forgot to snap a picture of it. 😅This lady behind me saw the whole thing and she kept saying how lucky I was!

เดินป่ากันมาก็นานหลายปี ไม่เคยคิดเลยว่านี่เป็นกิจกรรมอันตราย จนมาอาทิตย์นี้ถึงได้ตระหนัก วันนั้นเดินไปประมาณเกือบครึ่งค่อนทาง เผอิญได้ยินเสียงลมพัดหวิวหวู่ ยังคิดในใจว่าแหมท้องฟ้าใสแจ๋วแต่ทำไมถึงลมแรงจัง กำลังจะเงยหน้าขึ้นไปมอง ปรากฎได้ยินเสียงโครมใกล้ๆตัว ตกใจร้องกรี๊ด 😱พร้อมกับกระโดดหลบด้วยสัญชาติญาณนินจา ป้าข้างหลังชี้ให้ดูว่าท่อนไม้อันที่ตกอยู่ข้างๆตัวเพิ่งตกลงมาจากข้างบน ท่อนขนาดประมาณต้นแขนคุณสามีเห็นจะได้ ป้าแกเห็นจากต้นจนจบ พูดแล้วพูดอีกว่าโชคดีจริงๆที่ไม่ได้หล่นใส่หัว ท่าทางป้าจะตกใจมากกว่าเราซะอีก 😅แต่เราเองก็มัวแต่ตะลึงจนลืมเก็บรูปท่อนไม้เจ้ากรรมมาเป็นหลักฐาน

We clocked in at 4.6 miles in just a little over one and a half hours. Despite the close-call with the fallen tree limb, we did have a great hike! 😆And I’m still looking forwarding to going back out there in the wild again next week. But perhaps we ought to avoid Horton Grove…that’s two strikes out of two recent hikes! 🙄

ถึงแม้จะหวุดหวิดเกือบโดนท่อนไม้ฟาดหัว 😆แต่ก็ยังเดินกันเพลิน วันนั้นเดินไป 4.6 ไมล์ หรือประมาณ 7 กิโลครึ่ง ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง และยังตั้งใจกลับมาเดินป่ากันต่ออาทิตย์หน้า แต่สงสัยว่าไม่ควรจะกลับมาที่นี่อีกจะดีไหม มาสองทีหลังนี้มีเหตุการณ์ให้ตื่นเต้นไม่ซ้ำกันอย่างนี้ คราวหน้ามาจะเจออะไรอีกเนี่ย 🙄

Saturday Hike: Brumley Nature Preserve Revisit

This past Saturday, we finally made it back to Brumley Forest Nature Preserve in Chapel Hill to check out the sunflower field. We heard that they predicted a ‘staggering bloom’ for the field at Dorothea Dix in Raleigh this year, so we didn’t have high hopes to begin with. The unreasonably scorching weather these past few weeks with 3-digit heat index kept discouraging us from making the trek. But when the temperature miraculously dipped down below 80 on Saturday after a series of rain storms, we decided to give it a shot, even though we knew that the peak bloom would be way past its prime at this point.

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเรากลับไปเยือน Brumley Forest Nature Preserve ที่ Chapel Hill กันอีกครั้ง เพื่อไปดูสถานการณ์ที่ทุ่งดอกทานตะวัน ปีนี้เค้าว่าดอกทานตะวันที่ Dorothea Dix ซึ่งเป็นอีกทุ่งที่เค้าตั้งใจปลูกไว้ให้คนไปถ่ายรูปกันโดยเฉพาะคงจะออกมาไม่สวย เพราะว่าดอกทานตะวันจะไม่ได้บานพร้อมกันเต็มทุ่งเนื่องจากลมฟ้าอากาศไม่เป็นใจ เราเลยไม่ได้คาดหวังอะไรมาก จริงๆกะจะกลับไปกันเร็วกว่านี้ แต่หลายอาทิตย์ที่ผ่านมาอากาศร้อนเหลือเกิน เลยไม่ได้ไปกันซักที จนมาอาทิตย์นี้ หลังจากพายุฝนโหมกระหน่ำมาหลายวัน อุณหภูมิเลยลดลงมาต่ำกว่า 80 องศาฟาเรนไฮต์จนได้ เลยตัดสินใจไปลองกันดู ทั้งๆที่ก็รู้อยู่ว่าคงจะเลยเวลาดอกไม้บานเต็มที่มานานแล้ว

And we were right – it was a total bust! 😆 The surrounding weeds have overgrown, and there was only a few blooms left.

แล้วก็เป็นไปดั่งที่คาดการณ์ไว้ไม่ผิดพลาด 😆 วัชพืชขึ้นกันจนรกรุงรังเต็มทุ่ง เหลือดอกทานตะวันไว้ให้เราดูแค่ไม่กี่ดอก

We tried to salvage what we could, and managed to get some decent shots, but still, it was overall quite a sad view to behold. Maybe we’ll have better luck next year!

ถึงโดยรวมจะดูน่าเศร้า แต่เราก็ยังดันทุรังหาดอกสวยๆมาถ่ายรูปกันจนได้ หวังว่าปีหน้ากลับมาใหม่จะได้รูปสวยๆกว่านี้

You might notice that I have no Apple Watch workout shot like I normally do. That’s because this is not technically a hike. We just made a short stroll straight to the field and back. The whole trip was maybe a mile at most. But I figured since this is a revisit to a hiking spot, I can reasonably sneak it into the ‘Hikes’ category nonetheless. 😝

ถ้าเคยอ่าน post ก่อนๆอาจจะสังเกตได้ว่าคราวนี้เราไม่มี workout shot จาก Apple Watch เหมือนกับคราวก่อนๆ เพราะว่าคราวนี้จริงๆแล้วไม่เชิงว่าจะเป็นการเดินป่าอย่างเป็นทางการ เราแค่เดินเข้าไปถึงทุ่งทานตะวันแล้วก็เดินกลับ รวมแล้วทั้งทริปคงจะไม่ถึงไมล์ดีด้วยซ้ำ แต่ไหนๆก็มาที่ๆเราเคยมาเดินป่า เลยคิดว่าน่าจะอลุ้มอล่วยนับเป็นทริปเดินป่าไปละกัน 😝

We tried to redeem the trip with an awesome sushi omakase dinner at our favorite spot in the Triangle, M Sushi. The meal, as always, did not disappoint. Our only complaint is that it’s all the way in downtown Durham, and not closer to where we live – but that’s probably for the better, or we’d end up there every weekend otherwise! 😝

หลังจากที่ผิดหวังมาจากทุ่งดอกทานตะวัน เราเลยไปหาของกินอร่อยๆปลอบใจตัวเองกันที่ M Sushi เจ้าประจำ ซูชิที่นี่สดอร่อยเหมือนเดิม เสียอยู่อย่างเดียวก็คืออยู่ไกลบ้านไปหน่อย ไม่งั้นได้มากินกันทุกอาทิตย์แน่ๆ 😝

Out-of-Town Hike: Windy Hill Open Space Preserve

Last week, on Friday, we got a chance to hike almost 3,000 miles from home in the Golden State of California, at Windy Hill Open Space Preserve in Portola Valley. It was quite a dramatic change of scenery from what we’re used to on our weekly hikes. To start off, we were greeted at the trail head by this informative yet very intimidating sign that warned us the area was a mountain lion habitat. That last instruction ‘If attacked, fight back.’ 😱 gave us a bit of a pause, but we drove over half an hour just to be there, so we decided to just go on ahead anyway! 😆

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เราไปเดินป่ากันไกลถึงรัฐแคลิฟอร์เนียกันเลย ที่ที่ไปเรียกว่า Windy Hill Open Space Preserve ตั้งอยู่ที่เมือง Portola Valley ซึ่งอยู่ประมาณครึ่งทางระหว่างเมือง San Jose กับเมือง San Francisco เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศไปจากสไตล์เดิม ๆ ที่เราคุ้นเคย ไปถึงยังไม่ทันเริ่มเดินก็เห็นป้ายเตือนในรูปข้างบน ว่าแถบนี้เป็นถิ่นที่อยู่ของสิงโตภูเขา 😱 แถมในป้ายยังสอนไว้เสร็จสรรพว่าถ้าเจอสิงโตกระโจนเข้าใส่ให้สู้กลับ อ่านแล้วเลยเกิดความลังเลขึ้นมากันเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่อุตส่าห์ขับรถกันมาตั้งกว่าครึ่งชั่วโมง ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เลยตัดสินใจไปต่ออย่างกลัวๆกล้าๆ 😆

Fortunately, the only wildlife we saw were a bunch of rabbits, some birds, and a lizard – no mountain lions!

โชคดีที่เจอสัตว์ป่าแค่เจ้ากระต่ายกับกิ้งกือที่เห็นในรูป ไม่มีสิงโตแต่อย่างใด

We started off on the Anniversary Trail, which gave us the beautiful view of the Bay Area and Silicon Valley.

เราเริ่มต้นกันที่ Anniversary Trail ซึ่งพาเราไปชมวิวจากบนยอดเขาที่มองลงไปเห็น Bay Area กับ Silicon Valley ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะวันอากาศดีๆอย่างนี้

Then we switched to the Lost Trail, which was full of these huge trees that look hundreds of years old.

จากนั้นเราไปต่อกันยัง Lost Trail ซึ่งทางแคบขึ้นและมีต้นไม้เก่าแก่คอยให้ร่มเงาเกือบตลอดทาง

We even spotted some wild strawberries on the way back!

ขากลับยังแอบไปเจอสตรอเบอรี่ป่าซ่อนอยู่ในพงข้างทางอีกด้วย

We clocked in at 3.85 miles in about an hour and a half that day – we would have hiked further if we had more time, perhaps we can go back and complete the other trails at some point!

เที่ยวนี้เดินกันไป 3.85 ไมล์หรือประมาณ 6 กิโลนิดๆ เพราะมีเวลาไม่เยอะ เที่ยวหน้าถ้ามีโอกาสได้มาใหม่จะกลับไปเดินกันให้ไกลกว่านี้

Besides hiking, I also got a chance to meet and catch up with some really good friends of mine from college – it was so good to see them after so many years!

ทริปนี้นอกจากจะได้ไปเดินป่ากันแล้ว ยังดีใจที่ได้ไปเจอเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ตั้งแต่สมัยเรียนที่ไม่ได้เจอกันนานหลายปี

And we did some sightseeing in San Jose. Shown above is a mural in Japan Town, and the infamous Winchester Mystery House.

แวะไปเดินเที่ยวกันที่ Japan Town กับ Winchester Mystery House ที่เมือง San Jose

Of course, a trip can’t be completed without some good food to soothe our bellies. 😋 From top left, fresh strawberry mochi from Santo Market, nigiri sushi omakase from Amami Shima, poke bowl from Aloha Fresh, Red King ramen from Ramen Nagi, grilled pork from Khaosan Thai, and last but not least, the best-ever uni pasta from EMC Seafood, all in San Jose.

และที่ขาดไม่ได้ก็คือการแวะไปชิมของอร่อยๆที่บ้านเราไม่มี 😋 จากรูปบนซ้าย สตรอเบอรี่โมจิจากร้าน Santo Market, ซูชิ omakase จากร้าน Amami Shima, poke จากร้าน Aloha Fresh, ราเมง Red King จากร้าน Ramen Nagi, หมูปิ้งจากร้าน Khaosan Thai, และท้ายที่สุดคือพาสต้าหอยเม่นแสนอร่อยจากร้าน EMC Seafood ทั้งหมดอยู่ที่เมือง San Jose

Sunday Hike: Horton Grove Nature Preserve

Yesterday was the last day of our Spring Hiking Series. We ended the season with a hike at Horton Grove Nature Preserve in Bahama, NC. It was quite hot 🥵 by the time we started out around 1 pm but we quickly got into the shade once we entered the wooded area so I thought we would be OK…

เมื่อวานนี้เป็นโปรแกรมเดินป่าครั้งสุดท้ายของฤดูใบไม้ผลิปีนี้ เราไปจบรายการกันที่ Horton Grove Nature Preserve ที่เมือง Bahama ซึ่งอยู่ห่างจาก Raleigh ขึ้นไปทางตอนเหนือประมาณ​50 ไมล์ ไปถึงตอนบ่ายโมงอากาศกำลังร้อนได้ที่ แต่พอเดินเข้าป่าก็มีร่มเงาจากต้นไม้ช่วยบังแดดให้ เลยพอค่อยยังชั่วขึ้นบ้าง

The forest was lush and green from recent rains. Sadly, all the wildflowers were gone from the impending summer heat. So, instead of spotting for wildflowers, I switched to looking for interesting tree formations instead 😛! The huge spider was an unexpected bonus.

เพราะอากาศเริ่มร้อนจัดเลยไม่มีดอกไม้ป่าสวยๆเหลือไว้ให้ชมกันแล้ว ต้นไม้ในป่ากำลังเขียวขจี คราวนี้เลยได้เปลี่ยนโฟกัสมาถ่ายรูปต้นไม้ใบหญ้ากับแมงมุมยักษ์กันแทน

The heat finally got to me when we were about 500 feet from the car. I had been noticing for the past mile or so how my heart rate was way higher than it should be, in the 170s to 180s range on a relatively flat terrain. We stopped at the last junction where the trails splitted, mostly to wait for direction confirmation. I was leaning against this information kiosk they had there when my vision started to get dark and blurry, my limbs felt like lead weighing on me and I was having a really hard time concentrating on people’s conversation. I ended up sliding down to the ground when the others started heading out towards the parking lot and Joel finally noticed there was something wrong with me. He tried to get me to sip on water. I sat there for about 5 minutes before my heart rate started to come down and I had regained my vision. I tried standing up and felt stable enough to head back out on the trail. We realized a few steps out that we could actually see our car from where we were and that gave me a boost of energy enough to finally make it back. It didn’t take very long for me to feel almost fully recovered once I started cooling down in the full blast of A/C. 

เดินไปซักค่อนทางเริ่มสังเกตว่าอัตราการเต้นของหัวใจเริ่มจะเร็วผิดปรกติ ขึ้นไปถึง 170-180 กว่าๆทั้งๆที่ทางเดินก็ค่อนข้างราบเรียบไม่ได้ชันขึ้นเขาอะไรมากมาย เพื่อนๆที่มาด้วยกันหยุดพักที่ป้ายบอกทางตรงทางแยกสุดท้ายเพราะไม่แน่ใจกันว่าต้องไปทางไหน เรายืนพิงป้ายได้ซักพักก็รู้สึกตาลาย หูอื้อ ฟังเค้าคุยกันไม่รู้เรื่อง Joel เพิ่งมาเห็นว่าภรรยาทรุดลงไปกองกับพื้นเมื่อพรรคพวกเริ่มออกเดินทางกันต่อ เลยเอาน้ำให้เราค่อยๆจิบ นั่งอยู่ประมาณซักห้านาทีถึงหายตาพร่า รู้สึกเลือดลมเริ่มจะสูบฉีดเป็นปรกติขึ้นเลยค่อยๆลองยืนขึ้นดูว่าไหวมั้ย พอเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เห็นรถเราอยู่ไม่ไกล เลยฮึดสู้เดินกลับไปถึงรถจนได้ ขึ้นรถเปิดแอร์โกรกซักพักก็รู้สึกดีขึ้นเยอะ

I had never had a heat stroke before and the experience was scary enough for me to ban any future hikes in such intense heat. Fortunately, this was the last official hike of the Spring Series, so we are not obligated to go on any more hikes during the summer. If the temperature ever dips down below 90 degrees, we might venture out for a hike or two, but otherwise, we’ll resume the activity in Fall when the weather is more pleasant.

เกิดมาเพิ่งเคยเป็นลมแดดครั้งนี้เป็นครั้งแรก เป็นประสบการณ์ที่น่ากลัวจนคิดว่ากิจกรรมเดินป่าคงจะต้องยุติไปจนกว่าอากาศจะเป็นใจ ดีที่อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์สุดท้ายของโปรแกรมฤดูใบไม้ผลิพอดี ถ้าอุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 90 องศาฟาเรนไฮต์ (32 องศาเซลเซียส) อาทิตย์ไหนเราอาจจะได้มาผจญภัยกันอีก แต่ไม่งั้นคงต้องรอไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วงถึงจะได้กลับมาเดินป่ากันอีกครั้ง

We clocked in at 4.8 miles in under 2 hours today. Notice how the elevation gain was only a few hundred feet but my heart rate stayed dangerously high pretty much throughout the entire hike!

เมื่อวานนี้เดินไปเกือบห้าไมล์ (ประมาณ 8 กิโล) จากรูปจะเห็นว่าระดับความสูงเพิ่มไปแค่ไม่กี่ร้อยฟุต แต่อัตราการเต้นของหัวใจอยู่สูงตลอดทาง

Not far from the trail head was the Historic Stagville area, where we stopped by to check out these structures that were said to be the only remaining two-story slave residences in North Carolina. Obviously, these pictures above were taken when we came here last time in February so there weren’t any leaves on the trees 😛.

ห่างไปไม่ไกลเป็นบริเวณเล็กๆที่เรียกว่า Historic Stagville ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของที่นี่ เป็นบ้านไม้สองชั้นหลายหลังที่เคยใช้เป็นบ้านพักของทาสเมื่อประมาณร้อยกว่าปีก่อนแต่สภาพยังดีๆอยู่เลย (ภาพข้างบนถ่ายไว้ตั้งแต่คราวที่แล้วที่มากันเมื่อต้นปี)