Sunday Hike: Multi-Loop Hike at Multi-Use Trails

We managed to find yet another new hiking spot! 😎 Bailey and Sarah Williamson Preserve is located on the far eastern side of Raleigh, about half an hour from us. This place has a large parking lot, but unfortunately, no restroom or any other facilities. 😕 There is one lone porta potty there though, in case of emergency! 😆

ยิ่งหาก็ยิ่งเจอ เพิ่งค้นพบว่าแถวนี้ยังมีที่เดินป่าใหม่ๆให้ไปลองอีกหลายแห่ง 😎 Bailey and Sarah Williamson Preserve ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมือง Raleigh จากบ้านเราขับรถไปแค่ครึ่งชั่วโมงก็ถึง ที่นี่มีลานจอดรถใหญ่โต เสียก็แต่ว่าไม่มีห้องน้ำ 😕 แต่ถ้าอั้นไม่ไหวจริงๆเค้ามีสุขาเคลื่อนที่ไว้คอยให้บริการ 😆

Right next door is this picturesque Oaky Grove Methodist Church.

ติดกันเป็นโบสถ์ Oaky Grove Methodist Church

The trails here are interconnected loops, with the main parking lot located on Mial Plantation Road. We started off on Walnut Hill Way, which is a multi-use trail for both hikers and bikers (but bikers are not supposed to ride on this particular section).

เส้นทางเดินป่าที่นี่เป็นวงแหวนหลายวงเชื่อมต่อกัน เริ่มต้นจากลานจอดรถซึ่งตั้งอยู่บนถนน Mial Plantation Road เส้นแรกมีชื่อว่า Walnut Hill Way เป็นทางอเนกประสงค์ที่มีไว้สำหรับทั้งคนเดินเท้าและนักปั่นจักรยาน (แต่ช่วงสั้นๆนี้เค้าห้ามขี่จักรยาน ต้องจูงเอาจนไปถึงช่วงหน้าถึงจะเริ่มขี่ได้)

That led us right onto the next trail – Two-Pond Loop. This part is for hiking only. Blue blazes here along the way,

จากนั้นเราต่อไปยังเส้นที่สองซึ่งมีชื่อว่า Two-Pond Loop เส้นนี้สำหรับคนเดินเท้าโดยเฉพาะ ห้ามจักรยานเข้า ตามทางมีหมุดปักสีน้ำเงินคอยบอกทาง

First we passed by one pond.

ผ่านบ่อที่หนึ่งตามที่ชื่อเค้าบอกไว้

And then the other… There is a free library at the far end, right next to a bench overlooking the pond, where you can sit back and enjoy your literary selection… 😉

และตามด้วยบ่อที่สอง…ตามคำโฆษณา ที่สุดปลายทางมีห้องสมุดเคลื่อนที่ให้หยิบหนังสืออ่านได้ฟรีๆ แถมยังมีม้านั่งตั้งอยู่ริมน้ำให้พร้อมสรรพ เอาๆไว้นั่งอ่านหนังสือที่เลือกได้ตามอัธยาศัย 😉

After Two-Pond, we continued on to our third loop of the day – the Pine Warbler Trail. This section is again, a multi-use route. You can get here straight from Walnut Hill Way without taking the detour to Two-Pond like we did. It has black blazes along the way, and is in fact two loops connected together with a straight shot in between.

หลังจากเส้น Two-Pond เราเดินต่อไปยังวงแหวนเส้นที่สามคือ Pine Warbler Trail เส้นนี้เป็นทางอเนกประสงค์ที่สามารถตัดตรงมาจากเส้น Walnut Hill ได้โดยที่ไม่ต้องไปอ้อมผ่านเส้น Two-Pond อย่างที่เราไปกัน ตลอดทางมีหมุดปักสีดำ จริงๆแล้วเส้นนี้เป็นวงแหวนสองวงเชื่อมต่อกันด้วยทางตัดตรงช่วงกลาง

There is an attempt to regulate traffic on this part, since both hikers and bikers are allowed. My husband is not a big fan of this particular sign. 😆 It basically tries to tell bikers and runners to go one way on certain days of the week, while directing hikers to go the opposite way. I suppose their logic is, this way, faster-moving traffic can flow one way and has a better chance to see slower-moving traffic coming towards them. There seems to be multiple problems with this overly complicated system, in our opinion. 😐 First of all, the sign has multiple stick figure drawings that appear to confuse people rather than helping them. 😵 Second of all, it was not large enough for bikers to see, passing through with any kind of speed at all. And lastly, why add the extra difficulty of switching directions depending on the days of the week!? 😵‍💫 Needless to say, we were confused by the sign and went the wrong way at first, before finally being able to figure out what to do. 😓

เจ้าหน้าที่ที่นี่เค้าพยายามจัดระเบียบการใช้เส้นทางตรงช่วงนี้ เพราะมีทั้งคนเดินเท้าและนักปั่นจักรยานใช้ทางร่วมกัน คุณสามีเห็นป้ายแล้วส่ายหัว 😆 คือประมาณว่าเค้าจัดให้จักรยานกับนักวิ่งไปทางนึง ส่วนคนเดินเท้า (รวมไปถึงคนเดินจูงจักรยาน)ให้ไปอีกทางเป็นบางวัน แต่บางวันให้สลับกันไปอีกทาง คือเข้าใจได้ว่าการจราจรที่เร็วกว่าจะไปทางนึง จะได้เห็นการจราจรที่เดินช้าเวลาสวนมาจากอีกทาง แต่คือจำเป็นมั้ยที่ต้องบังคับการเดินทางกันแบบซับซ้อนขนาดนี้ 😐 ในรูปจะเห็นว่ามีรูปนักเดินทางหลากหลายมาก แทนที่จะช่วยกลับทำให้สับสนมากกว่าว่าเอ๊ะชั้นกลุ่มไหนแน่ 😵 แถมป้ายเค้าตัวหนังสือบอกวันเล็กขนาดนี้สิงห์ปั่นจักรยานมากันเร็วๆจะอ่านทันมั้ยนะ แล้วทำไมต้องสลับทิศแบบสลับวันกันให้ยิ่งงงขึ้นไปอีก 😵‍💫 สรุปว่าเห็นป้ายเดียวกันครั้งแรกเราอ่านแล้วไปทาง คุณสามีจะไปอีกทาง ตกลงกันแล้วปรากฎว่าไปผิดทางจนได้ จนมาศึกษากันอีกที่ถึงจะเข้าใจ 😓

From Pine Warbler, we continued on to our fourth and final loop of the day – Little Falls Loop. This was the longest stretch, at 2.3 miles round trip, and dotted with yellow blazes. Same traffic rules here. And if you’re wondering why there is no picture of a falls, it was because we didn’t see any! 😆 Not sure if it’s a dry season, or if this is some sort of false advertisement… 🤨

จากเส้น Pine Warbler เราต่อไปยังวงแหวนเส้นที่สี่และเส้นสุดท้ายของวันนั้นคือเส้น Little Falls Loop เส้นนี้เป็นเส้นที่ยาวที่สุดในจำนวนทั้งหมด โดยสิริรวมระยะทางทั้งเส้นอยู่ที่ 2.3 ไมล์ หรือประมาณ 3.7 กิโล และมีป้ายบอกทางเป็นสีเหลือง พร้อมป้ายกำกับทางจราจรอันเดียวกันกับเส้นที่แล้ว ถ้าสงสัยว่าทำไมถึงไม่มีรูปน้ำตกตามที่ชื่อบอก ก็จะเฉลยว่าเพราะไม่มีน้ำตกให้เห็นนั่นเอง 😆 ไม่แน่ใจว่าเรามากันหน้าแล้งหรือเค้าตั้งชื่อเก๋ไก๋ไว้หลอกคนกันแน่ 🤨

At the far end, Little Falls Loop connects with yet again another loop – Longleaf Loop, which we did not take, because we were running out of daylight! 😛

ตรงสุดปลายทางของเส้น Little Falls Loop จะสามารถเชื่อมต่อไปยังวงแหวนอีกเส้นคือ Longleaf Loop ได้ แต่เราไม่ได้ไปกันเพราะไม่มีเวลาเหลือพอก่อนพระอาทิตย์ตก 😛

We looped back to complete the circle on Little Falls, then continued on to the remaining part of Pine Warbler Trail.

เราเดินวนกลับมาจนครบรอบวงแหวน Little Falls จากนั้นจึงวกกลับไปตามเก็บช่วงที่เหลือของเส้น Pine Warbler

We made it back on Walnut Hill Way towards the parking lot just in time right at sunset. 😅

กลับมาถึงเส้น Walnut Hill Way มายังลานจอดรถทันก่อนพระอาทิตย์ตกพอดีแบบเฉียดฉิวมาก 😅

Altogether, we clocked in at 4.74 miles, which took us a total of 2 hours!

วันนั้นรวมแล้วเดินกันไป 4.74 ไมล์ หรือประมาณเกือบ 8 กิโล ใช้เวลาสองชั่วโมงจากต้นจนจบ

Beautiful dusk colors on the sky on our drive home! 😍

ขับรถกลับบ้านเจอฟ้าสีกำลังสวยพอดี 😍

Sunday Hike: Birthday Hike at Lake Crabtree

This past Sunday was my birthday. I wanted to go hiking but didn’t want anything too strenuous or too far away. It was my day after all, and the goal was to enjoy one of my most favorite activities with as little effort involved as possible. 😝 We finally settled on Lake Crabtree County Park, a location that was once familiar to us but it’s been a while since the last time we were there, as we now live on the opposite side of town.

หลังจากที่ห่างหายจากการเดินป่าไปซะนานเพราะซัมเมอร์นี้อากาศระอุรุนแรงกว่าทุกปีที่เคยมีมา แต่ด้วยความที่ว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันคล้ายวันเกิด ประกอบกับอุณหภูมิที่เริ่มจะเป็นใจขึ้นบ้าง เลยได้โอกาสออกไปฉลองกันด้วยกิจกรรมโปรด ถึงจะอยากออกกำลังกาย แต่อากาศก็ยังเรียกได้ว่าค่อนข้างร้อนอยู่มากพอสมควร เลยไม่อยากจะต้องใช้พลังงานมากเกินความจำเป็น สุดท้ายเลยตกลงใจไปกันที่ Lake Crabtree County Park ที่นี่เคยมากันบ่อยสมัยที่บ้านอยู่แถวนั้น แต่หลังจากที่ย้ายมาอยู่ฝั่งนี้แล้วก็ไม่เคยกลับไปอีกเลย เพิ่งจะได้กลับมาเยือนเป็นครั้งแรก

The lake looked so beautiful when we got there. I had never been here at this time of the year and had no idea there would be large fields of yellow flowers along the shore. I realized I couldn’t have picked a more perfect location! 😍

จอดรถลงไปถึงเห็นวิวแล้วก็ไม่ผิดหวัง ริมทะเลสาบมีทุ่งดอกไม้สีเหลืองกำลังเบ่งบานสดสวย ดีใจที่เลือกทำเลได้เหมาะเจาะถูกใจ 😍

We set out on the Lake Trail clockwise, knowing we didn’t have enough time to finish the entire loop, but we would still like to try and get out as far as we could before turning back.

เราเริ่มต้นออกเดินไปตามเส้นรอบทะเลสาบ ทั้งๆที่รู้ว่าเวลาไม่พอให้เดินครบรอบ แต่ก็ตั้งใจว่าจะเดินให้ไกลที่สุดเท่าที่ไปได้ แล้วค่อนเดินย้อนกลับเอา

The dirt trail was well maintained. There were brightly colored blazes along the way, and every turn was clearly marked. The only complaint we had was that this was a multi-use trail, which means that we had to yield to oncoming bikers from time to time.

ทางที่นี่เป็นทางลูกรัง แต่มีหมุดปักบอกทางตามระยะอย่างชัดเจน ทุกทางแยกมีป้ายครบ ไม่มีการหลงแน่นอน เสียอยู่อย่างเดียวที่เค้าอนุญาตให้ขี่จักรยานได้ด้วย เดินๆไปเลยต้องคอยหลบทางให้นักปั่นกันอยู่เรื่อย

The lake trail snaked along the edge of the lake, with plenty of beautiful lake views. 

ทางสายรอบทะเลสาบตัดขนานไปกับทะเลสาบสมชื่อ มีวิวริมน้ำสวยๆให้ชมเกือบตลอดทาง

We made it all the way to the dam, before turning back. This time, we chose to take a different route, the Highland Trail, for a change of scenery.

เราเดินกันไปจนถึงเขื่อนถึงได้ตัดสินใจหันหลังเดินกลับ คราวนี้เราเลือกตัดขึ้นไปที่เส้น Highland Trail เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ

After weaving our way deeper up into the woods, we finally made it back to the lakeshore. The crowd had thinned out some by that time.

ขากลับไม่มีวิวทะเลสาบให้ชม แถมทางยาวกว่าขามานิดหน่อย แต่สุดท้ายก็ตัดกลับมาที่ริมทะเลสาบตามที่ป้ายบอกไว้ กลับมาถึงคนเริ่มบางตาไปเยอะ

I just had to grab a picture with these beautiful flowers. 😊

ขอถ่ายรูปกับดอกไม้สวยๆหน่อยนึง 😊

We clocked in at 3.64 miles that day. It took us almost an hour and a half from start to finish. The weather was on the warm side, but we did have the lake breeze and some decent shade along the way. My only regret is that we didn’t get a chance to do the entire loop, so we plan to go back in the near future to do just that. 😇

วันนั้นเดินกันไป 3.64 ไมล์หรือเกือบ 6 กิโลได้ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง อากาศค่อนข้างร้อน แต่พอมีลมทะเลคอยผ่อนคลายช่วงขาไป ส่วนขากลับก็มีร่มไม้คอยบังแดดให้เกือบตลอดทาง เสียดายก็แต่ว่ามีเวลาไม่พอให้เดินจนครบรอบ เลยนัดกันไว้ว่าวันไหนว่างต้องกลับมาใหม่มาเดินให้ครบซะที 😇

This right here was the sole reason why we didn’t have time to finish the lake loop that day, and every single morsel was so worth it! 😆 My husband’s infamous homemade tomato pie 😍 has become my defacto birthday dinner meal over the past few years, every since I decided to give up meat for one week over my birthday (pretty much all I can manage per year 😅). Somehow he managed to improve his recipe each and every year so far! 🙄 We will just to have to wait and see how it turns out next year!

และเจ้าพายมะเขือเทศในรูปนี่แหละคือสาเหตุที่ต้องรีบกลับบ้านกันวันนั้น 😆 ประมาณว่าตั้งแต่ตัดสินใจงดกินเนื้อสัตว์เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ช่วงวันเกิด (คือปีทั้งปีก็อดได้เท่านี้แหละ 😅) คุณสามีก็ได้ไอเดียทำพายมะเขือเทศ 😍 ให้เป็น birthday dinner มาตลอดทุกปีจนกลายเป็นประเพณีประจำครอบครัวไปแล้ว ไม่ทราบเหมือนกันว่าแกมีเทคนิคยังไง ทำทีไรก็อร่อยกว่าเดิมทุกปี 🙄 ไหนลองดูซิว่าปีหน้าจะยังสามารถล้มแชมป์ได้อีกมั้ย

Pandemic Pause: Hiking the Neusiok Trail at Pine Cliffs

Trip Date: August-September 2020

วันสัญจร: สิงหาคม-กันยายน 2563

Because we weren’t comfortable having a cat sitter coming into the house to take care of our fur babies 😻 while we’re gone on a trip like we usually do because of the pandemic, we decided to instead drive back home half way through to check up on them ourselves. It was not that bad, only a couple of hours each way. Totally worth the extra peace of mind if you ask me! 😆

ปรกติเวลาไปเที่ยวหลายวันเราจะต้องจ้างคนมาดูแมวที่บ้านวันละครั้ง แต่คราวนี้คุณสามีไม่ไว้ใจว่าเค้าจะเอาเชื้อโรคเข้ามาในบ้านเรารึเปล่า คิดสะระตะแล้วเลยตัดสินใจว่าเราจะขับรถกลับบ้านมาเยี่ยมน้องแมวกันเองครึ่งทริป จริงๆแล้วก็ไม่ได้ไกลมากมายแค่สองชั่วโมงนิดๆเท่านั้นเอง เสียเวลาหน่อยแต่เพื่อซื้อความสบายใจยังไงก็คุ้ม 😆

After making sure our kitties were okay, we went back to the beach house and set out on another cool hike the next day. This time, a beach hike at Pine Cliffs Recreation Area, which is the beginning of the 20-mile long Neusiok Trail. It is also part of the infamous Mountains-to-Sea Trail, whose many sections we have hiked numerous times before!

หลังจากกลับมาที่บ้านน้อยริมแม่น้ำ วันรุ่งขึ้นเรากลับไปเดินป่ากันต่อที่ Pine Cliffs Recreation Area จะเรียกว่าเดินป่าอาจจะไม่ถูก เพราะดูแล้วจะใกล้เคียงกับการเดินชายทะเลซะมากกว่า 😆 ที่นี่เป็นเส้นทางเดินป่าที่มีชื่อว่า Neusiok Trail ซึ่งมีระยะทางกว่า 20 ไมล์ และเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเดินป่าสายหลัก Mountains-to-Sea ของรัฐนี้ที่เราไปเดินกันมาหลายช่วงแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่จะได้มาเดินช่วงใกล้ปลายทางติดทะเล

We drove to the trailhead at Pine Cliffs Recreation Area in Havelock. The area felt deserted. There was only one other car parked there when we got there. It was a little hard to figure out where the actual trail was. All we saw was debris everywhere, perhaps remnant from a recent storm? 🤔

เราไปจอดรถไว้ที่ Pine Cliffs Recreation Area ในเมือง Havelock ซึ่งตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำ ไปถึงมีรถจอดอยู่แค่คันเดียว เดินวนอยู่นานหาทางไปไม่เจอ แถวนี้ดูแล้วรกร้างมาก มีเศษซากปรักหักพังระเนระนาดอยู่ทั่วบริเวณ ไม่แน่ใจว่าโดนหางพายุพัดกระจัดกระจายไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ 🤔

We finally decided to just descended down to the beach and started walking. It was amazing how the terrain here was so very different from what we had ever encountered before. This trail borders the Croatan National Forest right along the sandy beach of the Neuse River. Hiking in, we have forest to our left, and water to our right. It was such a stark contrast of landscapes, creating a very interesting ground for us to explore. 😍

สุดท้ายตัดสินใจปีนลงเนินไปที่ริมน้ำแล้วเดินเลียบชายฝั่งไปเรื่อยๆ ภูมิประเทศที่นี่เป็นอะไรที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อน ฝั่งซ้ายเป็นป่าทึบ Croatan National Forest ส่วนทางขวาเป็นแม่น้ำ Neuse River ที่กว้างขวางจนให้ความรู้สึกไม่ต่างไปจากทะเล เดินแล้วเหมือนกับได้ประสบการณ์แบบทูอินวันในทีเดียว 😍

Some of the tree stumps were polished by years of wind and salt water exposure.

ตอไม้บนชายหาดถูกลมทะเลขัดจนขึ้นเงา

There weren’t many blazes along the path. We managed to spot a few, but they weren’t very easy to locate!

เดินไปหน่อยถึงได้สังเกตเห็นหมุดปักบอกทาง แต่ก็มีอยู่แค่ไม่กี่อันเท่านั้น

Interesting species of vegetation abound…

พืชผักที่นี่หน้าตาประหลาดไปกว่าที่คุ้นเคยกัน

And many creatures, dead and alive! 🙄

สรรพสัตว์แถวนี้ก็มีอยู่หลากหลาย ทั้งที่เป็นและตาย 🙄

We walked about a mile or so, before turning around and went back to the car. Even though there was a nice constant flow of sea breeze throughout the hike, the temperature was high in the 80s, and we were getting overheated. 🥵 All in all, we clocked in at almost exactly 2 miles, which took us just a little over an hour to finish. We met one family in the beginning, just done with the hike and heading back to their car. About half way through, we ran into another group of people setting up a tent and chilling on the beach, with their boat parked at the shore nearby. All in all, a very lightly-trafficked trail, perfect spot if you want to avoid the crowd, especially during pandemic time!

เดินไปได้ซักหนึ่งไมล์หรือประมาณกิโลครึ่งก็หันหลังเดินกลับ เพราะอากาศร้อนพอสมควร 30 กว่าองศาเซลเซียส ถึงจะมีลมทะเลพัดให้เย็นขึ้นมาหน่อย แต่แดดจัดมาก ทำเอาเหงื่อโชกไม่ใช่เล่น 🥵 สรุปแล้ววันนั้นเดินกันไป 2 ไมล์พอดิบพอดี หรือประมาณกิโลครึ่งนิดๆ ใช้เวลาทั้งหมดชั่วโมงหน่อยๆ ตอนไปถึงเจอครอบครัวนึงกำลังเดินกลับออกมาขึ้นรถ เดินไปได้ประมาณครึ่งทางไปเจออีกกรุ๊ปจอดเรือไว้ที่ชายฝั่งแล้วมานั่งกางเต้นท์ตากลมกันอยู่ สรุปแล้วเป็นทางปลอดคน เหมาะแก่การเดินป่าช่วงโควิดเป็นอย่างยิ่ง

Check out my other posts from the same trip here:

อ่านโพสต์อื่นจากทริปเดียวกันได้ที่นี่:

Saturday Hike: Morgan Creek Trail & Merritt’s Pasture

This weekend we ventured out to Chapel Hill to a couple of trails I read about recently on WRAL that we’ve never heard of before. We pulled into a very small parking lot off of NC 54 and Fordham Boulevard, and were able to grab the last available spot there.

เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว เราไปบุกเบิกเส้นทางเดินป่าแห่งใหม่ที่เมือง Chapel Hill หลังจากไปอ่านเจอเค้าแนะนำไว้ในหนังสือพิมพ์ WRAL ซึ่งเป็นสื่อท้องถิ่นของที่นี่ เลี้ยวเข้าไปถึงที่จอดรถจากถนนสาย NC 54 และถนน Fordham Boulevard มีที่เหลือไว้เป็นที่สุดท้ายพอดี

We weren’t really sure where to go since we had not been there before. Just on a whim, we decided to cross the bridge then veered left on to a dirt trail that looks promisingly secluded. That took us along the creek. A few stones steps were laid there to take you across a narrow section of the creek into a more wooded area. There were a few offshoot paths that you could take to go down and explore the creek more closely.

ลงจากรถไม่ค่อยแน่ใจว่าควรเดินไปทางไหนแน่ เลยสุ่มเอาเดินข้ามสะพานแล้วเลี้ยวซ้ายไปบนทางลูกรังที่ดูไม่ค่อยมีคน ทางพาเราเดินเลียบริมห้วย จากนั้นจึงไปเจอสะพานเล็กๆเป็นก้อนหินเรียงไว้ให้ข้ามไปอีกฝั่งซึ่งดูเป็นป่าขึ้นมาหน่อย ตามข้างทางมีแยกเล็กๆให้ลงไปสำรวจริมห้วยได้อย่างใกล้ชิด

We took the dirt path to the point where it seemed to end abruptly with a couple of huge downed trees. From there we turned back and figured we would check out another small path we saw on our left when heading in. It was a very narrow trail, hardly a foot in width, and would be very easy to miss if you are not a seasoned hiker 😎. This took us deep into the woods. It was obvious that it had been quite a while since anybody had been on this route, since we walked into tons of spider webs along the way! 😓

สุดทางเดินลูกรังมีต้นไม้ใหญ่ล้มขวางทางอยู่ คุณสามีไปด้อมๆมองๆดูแล้วบอกว่าไปต่อไม่ได้ต้องวกกลับ แต่ขาไปอุตส่าห์เหลือบไปเห็นทางแยกเล็กๆซ่อนอยู่ทางซ้ายมือ เลยลองลุยไปกันดู ทางเส้นนี้แคบมาก เดินได้ทีละคน พาเราเดินเข้าป่าลึก ดูจากปริมาณการถากถางไยแมงมุมแล้วคาดว่าคงไม่มีใครมาเดินกันแถวนี้นานพอสมควร 😓

Just when I was starting to get a little worried 😐, not sure where the trail was taking us, we rounded a bend and ran into more downed trees… I recognized almost immediately that these were the same ones we encountered before, from the other side! We ducked under and emerged right where we turned back just a moment ago. We realized later on that this was not part of the official trails that we were planning on taking. But it turned out to be our most favorite part of the hike that day! 😆

พอจะเริ่มกังวลเล็กน้อยว่าเอ ทางมันจะพาเราเข้าป่าไปถึงไหน 😐 ก็ปรากฎไปเจอะกับต้นไม้ใหญ่ล้มขวางทางอยู่ข้างหน้า ดูแล้วหน้าตาคุ้นๆ อ๋อ มันต้นเดียวกับไอ้ต้นเมื่อกี๊ที่เห็นนี่นา แต่เราเลี้ยวอ้อมมาอีกฝั่งนึง คราวนี้เลยมุดใต้ลำต้นไปโผล่อีกด้านไปเจอกับทางเมื่อซักครู่ที่เราวกกลับไปกัน สรุปแล้วเลยเข้าใจว่าทางที่เราเลือกมากันนี้คงไม่ใช่ทางที่เค้าแนะนำมาในหนังสือพิมพ์ แต่กลายเป็นว่าเป็นการผจญภัยที่นับได้ว่าเป็นไฮไลต์ของการเดินป่าในวันนั้น 😆

From there, we walked back towards the bridge, then took the trail the other way, onto the official Morgan Creek Trail. This was the opposite end from Merritt’s Pasture. It was only a short distance from the bridge until it ended at a nearby apartment complex. Towards the end you’ll have to scale this giant pipe in order to cross the creek, which added to the fun! 😛

จากที่นั่น เราเดินกลับไปยังจุดเริ่มต้นที่ปลายสะพาน แล้วเลี้ยวไปอีกทางซึ่งมีป้ายบอกไว้อย่างเป็นทางการว่าเป็น Morgan Creek Trail ตามที่เค้าแนะนำมา ทางนี้เป็นอีกด้านซึ่งตรงข้ามกับช่วงที่ไปจรดกับทุ่ง Merritt’s Pasture เดินไปไม่ไกลก็ไปสุดทางที่อพาร์ทเม้นท์คอมเพลกซ์ แต่ก่อนถึงต้องเดินทรงตัวข้ามท่อประปาที่เห็นในรูปกันก่อน สร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินกันไปอีกแบบ 😛

After that we walked back to the parking lot and went the other way on Morgan Creek Trail, heading towards Merritt’s Pasture. You can either take the nicely paved path, or a side unpaved trail that cut through a couple of its sections. We opted for the latter to avoid the crowd.

จากนั้นเราเดินกลับไปยังที่จอดรถกันอีกครั้ง คราวนี้เราเดินไปอีกทางที่มีป้ายบอกไว้ว่าเป็น Morgan Creek Trail และจะนำเราไปสู่ทุ่ง Merritt’s Pasture ซึ่งช่วงนี้สามารถเลือกเดินเป็นทางราดคอนกรีต หรือทางดินที่เลียบไปกับพงหญ้า เราเลยเลือกทางหญ้าซึ่งดูแล้วไม่ค่อยมีคนกว่า

The trail takes you under Highway 15-501. It got really pretty as we approached the pasture from all the pretty fall colors that’s just starting to come in.

ทางดินมาบรรจบกับทางคอนกรีตอีกครั้ง และนำเราลอดใต้สะพานซึ่งเป็นถนนไฮเวย์สาย 15-501 ยิ่งใกล้ทุ่งทางก็ยิ่งสวย เพราะต้นไม้ข้างทางเริ่มจะเปลี่ยนสีต้อนรับฤดูใบไม้ผลิกันพอดี

At one point we spotted a large creature flying above our head. Joel called out that it was a turkey vulture. I looked up to locate it and realized they were having quite a party going on. 😆 Spreading across a few trees, we counted almost 30 of them up there. 😳 It was quite a sight to behold, to say the least! 😅

ก่อนถึงทุ่งเล็กน้อยเหลือบไปเห็นนกอะไรบินผ่านเหนือหัว คุณสามีบอกว่าเป็นอีแร้งที่เค้าเรียกกันว่า turkey vulture เงยหน้าขึ้นไปมองบนต้นไม้ปรากฎว่ามีเกาะอยู่เป็นฝูง นับดูแล้วเกือบ 30 ตัวได้ 😳 ดูแล้วน่าขนลุก ไม่รู้ว่ามาประชุมอะไรกัน 😅

We finally reached Merritt’s Pasture and set out to take the 3-quarter-mile loop clockwise. It was a beautiful day and a lot of people were lounging around in the pasture enjoying the unseasonably warm weather. We spotted a couple picnicking and a couple of groups doing a photo shoot. Fortunately the trail itself was not that crowded. We only ran into a few people before we completed the loop.

ไปถึงทุ่ง Merritt’s Pasture มีทางวงแหวนให้เดินรอบทุ่ง วันนั้นอากาศอุ่นสบายกำลังดี มีคนมานั่งนอนอาบแดดกันไม่น้อย เดินครึ่งทางไปเจอหนุ่มสาวกำลังปิคนิคกินแซนด์วิชกันอยู่บนม้านั่ง วกไปอีกหน่อยมีอีกคู่กำลังแอ๊คท่าให้ช่างภาพถ่ายรูปอยู่กลางทุ่ง ดีที่ทางที่เราเดินไม่ค่อยมีคน วนจนครบรอบเจอสวนกันอยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้น

We found traces of cotton on the ground during the first quarter. There was a cute bench equipped with a bell and a bird house in the middle, courtesy of the Merritts Family. Then, the trail went into a more wooded area before emerging right next to the creek and looped back to where we started off from.

ระหว่างทางเดินมีเศษปุยฝ้ายร่วงอยู่ประปรายบนพื้นดิน เดินไปประมาณค่อนข้างเจอม้านั่งหน้าตาประหลาด ประดับไปด้วยระฆังเล็กๆอยู่ฝั่งนึง และบ้านนกน้อยหลังจิ๋วอยู่อีกฝั่ง ป้ายที่พื้นข้างหน้าบอกไว้ว่าเป็นอภินันทนาการจากครอบครัวตระกูล Merritt ตามชื่อทุ่งหญ้า หลังจากนั้นทางวกเข้าป่าทึบ ก่อนจะไปบรรจบกับลำห้วยเจ้าเก่าอีกครั้ง แล้วจึงวกกลับไปยังจุดที่เราเริ่มออกเดินทาง

All in all, we clocked in at 3.60 miles, which took us about an hour and a half to complete. By the time we got back to the parking lot, there were tons of cars lining up the side of the road, squeezing in wherever they could. While this was a cool spot, we doubted we will ever come back due to the crowd. 😕 But it’d be a great hike for someone who can wake up early and get there before the crowd!

วันนั้นเดินกันไป 3.60 ไมล์ หรือประมาณเกือบๆ 6 กิโล ใช้เวลาทั้งหมดชั่วโมงครึ่งพอดี กว่าจะกลับไปถึงที่จอดรถปรากฎว่ามีรถจอดกันจนล้นลาน ช่วงโควิดระบาดดูแล้วที่นี่ไม่ค่อยจะน่าเดินซักเท่าไหร่ เพราะคนเยอะเกิน 😕 สำหรับคนชอบตื่นเช้าๆอาจจะเวิร์ค แต่พวกเราคงไม่มีโอกาสจะได้กลับมาเยือนในอนาคตอันใกล้นี้

Saturday Hike: Swift Creek Bluffs Nature Preserve

We discovered a cool new hiking spot very close to home this weekend at Swift Creek Bluffs Nature Preserve. We had originally planned on a hike at Duke Forest since it had been a while since we were last there. But due to a late start 🙄, we didn’t get to leave until almost 4 pm. 😆 I did a quick search and landed on this new-to-us location just a few miles down the road from where we live.

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเราไปเจอเส้นทางเดินป่าแห่งใหม่ใกล้บ้านโดยมิได้ตั้งใจ ตอนแรกเตรียมการจะไปเดินกันที่ Duke Forest เพราะไม่ได้ไปมานานแล้ว แต่ด้วยความที่ตื่นสาย 🙄โอ้เอ้ไปมากว่าจะได้ออกจากบ้านก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายสี่โมง 😆 เลยลองเสิร์ชหาที่ทางใกล้ๆบ้านดู ก็เลยมาเจอ Swift Creek Bluffs Nature Preserve แห่งนี้เข้า ขับรถไปจากบ้านไม่กี่นาทีก็ถึง

This is a very short trail, less than 2 miles total. We started off on Swift Creek Loop, which took us along the said creek, then continued on Beech Bluffs Loop, where a series of steps, fancily named the Stairway to Heaven, took us up to the top of the bluffs.

เส้นทางนี้เป็นทางสายสั้นๆ แค่ไม่ถึงสองไมล์ เราเริ่มต้นกันที่ Swift Creek Loop ซึ่งพาเราเดินเลียบไปกับลำห้วยเจ้าของชื่อ จากนั้นจึงต่อไปยัง Beech Bluffs Loop ซึ่งมีขั้นบันไดที่เค้าตั้งชื่อไว้ซะเก๋ไก๋ว่า Stairway to Heaven ที่นำเราไปขึ้นไปถึงบนผาสูง

The trail continued until it ended up at Lochmere Golf Course.

เดินไปสุดทางจะไปเจอกับสนามกอล์ฟ Lochmere

From there, we came back the same way, took a little detour to check out Creek Loop, before ending back up where Swift Creek Loop branched off.

จากที่นั้นเราหันหลังกลับทางเดิมที่มา แต่แวะไปดูทางแยก Creek Loop ก่อนวนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นที่ Swift Creek Loop

Since this is a loop that put us right back where we started off from, we had to do both the ascending and descending twice. Needless to say, the steps felt a lot nicer on our tired legs on the way back down! 😅

เพราะทางสายนี้เป็นวงแหวน เลยต้องขึ้นลงบันไดเจ้ากรรมสองรอบ ขาลงเดินสบายกว่าขาขึ้นหลายเท่า 😅

There were a few wet spots but many were readily equipped with boardwalks to help avoid the mud.

มีบางจุดที่มีน้ำขัง แต่เค้ามีแผ่นไม้กระดานปูไว้ให้เดินข้ามเสร็จสรรพ ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องลุยโคลน

As usual, mushroom spottings! 😉

กิจกรรมประจำสัปดาห์ – ส่องเห็ด 😉

So many cool tree formations along the way.

ต้นไม้หลากหลายรูปแบบ

Very few blazes spotted along the way, most of them in dire condition… But the trail was pretty straightforward so we did not feel like we needed to rely on them.

ทางเส้นนี้มีหมุดนำทางก็จริง แต่ส่วนใหญ่ผุพังไปหมด แต่จริงๆแล้วไม่ต้องมีก็ได้ เพราะทางค่อนข้างชัดเจนไม่ซับซ้อน เดินยังไงก็ไม่หลง

An interesting sign… 🤨

ป้ายนี้น่าสนใจ เค้าว่าที่นี่ใช้เป็นที่ทำการศึกษาเศษขยะ เพราะฉะนั้นกรุณาอย่าเป็นพลเมืองดีเก็บขยะไปทิ้งให้เค้า 🤨

Inspiring words in the middle of the woods!

มีบทกลอนเพราะๆให้อ่านเพลินๆกลางป่า

All in all, we clocked in at 2.13 miles, which took us a little over an hour due to the elevation gain. I have a feeling this will become one of our frequent spots when we need a quick hike in the future! ☺️

วันนั้นเดินกันไปทั้งหมดสองไมล์กว่าๆ หรือประมาณสามกิโลครี่ง ใช้เวลาชั่วโมงนิดๆ เพราะต้องปีนขึ้นลงเขาสองรอบ คาดว่าต่อไปคงจะได้กลับมาเยี่ยมเยือนที่นี่กันอีกบ่อยครั้ง เพราะอยู่ใกล้บ้านดีแท้ ☺️

Saturday Hike: Intermittent Hiking Turned Dilly-Dallying on Route 751

We had such an epic fail on our hiking attempt a couple of weeks ago! 😆 We started off at the New Hill-Olive Chapel Road section of the American Tobacco Trail in Apex. Since it rained the day before and we remembered this trail to be nicely paved, we thought it would be a good choice. Plus, the path is wide, making it appropriate for our ongoing social distancing effort.

เมื่อสองอาทิตย์ก่อนตั้งใจจะไปเดินป่ากัน แต่เกิดการล้มเหลวไม่เป็นท่า 😆 เดิมทีกะว่าจะไปที่ช่วง New Hill-Olive Chapel Road ของเส้นทางเดินป่า American Tobacco Trail ในเมือง Apex เพราะฝนตกหนักวันก่อนวันที่ไปเลยพยายามหาที่ที่ไม่ต้องลุยโคลน จำได้ว่าทางที่นี่ราดยางเกือบตลอดสาย แถมกว้างขวางเหมาะแก่การเว้นระยะห่างทางสังคม

It turned out there were too many cyclists for our comfort on the trail… 😐 They kept zooming past us in close range on high speed again and again, none of them wearing any masks. Joel had read studies that said the virus could be more easily transmitted through airborne droplets especially from cyclists and runners. The theory, though subsequently debunked by others that came after it, made us pause and eventually decided not to take the chance. So we turned around and headed back to the car.

ไปถึงเดินได้ไม่ทันไรก็เลี้ยวกลับ เพราะนักปั่นจักรยานชุกชุมมาก แต่ละรายซูมผ่านเราไปฉิวๆ แถมไม่มีใครใส่หน้ากากกันซักคน 😐 คุณสามีไปอ่านเจองานวิจัยช่วงแรกๆที่เค้าว่าเวลาเจอคนวิ่งกับคนปั่นจักรยานจะมีการเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสจากละอองลมหายใจได้สูงกว่าปรกติ ถึงแม้ว่างานวิจัยช่วงหลังๆจะไม่เห็นด้วย แต่เราเอาสบายใจไว้ก่อนดีกว่า กันไว้ดีกว่าแก้

We clocked in at a little under a half mile during the 11 minutes we hiked there. 😆

ภาคแรกจบลงด้วยระยะทางครึ่งไมล์ ยังไม่ถึงกิโลดี ใช้เวลาสิริรวม 11 นาที 😆

After a brief research, we set out to another trail nearby called the Eagle Spur Trail, which sounded like it would be nice and secluded… The trail supposedly ends at Jordan Lake after a little over 2 miles then we would turn around and head back. We drove past the trail head and found a small parking lot nearby, then walked back to it. Spoiler alert, we didn’t make it very far! 😂

จากนั้นเราไปลองกันอีกที่คือ Eagle Spur Trail ซึ่งอยู่ห่างไปไม่ไกล ฟังดูน่าจะไม่ค่อยมีคน เป็นทางเดินประมาณ 2 ไมล์กว่าๆไปถึงทะเลสาบ Jordan Lake แล้วกลับทางเดิม ไปถึงขับเลยไปนิดเจอที่จอดรถไม่มีรถซักคัน อุตส่าห์ดีใจว่าทางคงโล่งดีไม่มีคน เดินไปได้ไม่ทันไรถึงได้รู้ว่าทำไมไม่มีคน 😂

We discovered that the trail was completely flooded over just a few steps in. After we got home, I did some more research and found that apparently, this trail had been flooded for over a year now… Some people suggested wading through the flooded section with waders or trash bags since it was “just knee deep” and “only 30 feet” long. 😬

เดินไปยังไม่ทันถึงไหนเจอน้ำท่วมทางขาด ไม่ใช่ว่าท่วมเล็กน้อยแบบพอลุยได้ แต่ท่วมเป็นบึงเลยค่ะ 😆 กลับมาบ้านไปอ่านรายละเอียดดูถึงได้รู้ว่าที่นี่ท่วมแบบนี้มาเป็นปีแล้ว มีนักเดินป่ามืออาชีพบางคนบอกให้เอาถุงขยะหุ้มขาแล้วลุยเอา “ท่วมแค่เข่าเอง” “ลุยไปแค่ 30 ฟุตก็พ้น” เอ่อ ไม่เอาอ่ะค่ะ 😬

This time, we clocked in another 0.37 miles in another 12 minute interval.

ภาคสองนี้เดินกันไปได้อีก 0.37 ไมล์ ประมาณครึ่งกิโลนิดๆ ใช้เวลา 12 นาที ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการประเมินสถานการณ์น้ำท่วมเสียมากกว่าจะได้เดินกันจริงจัง 😆

Still determined to hike that day, we looked at the map and pinpointed a road around the bend that could potentially let us bypass the flooded section to continue on the trail. Once there, we quickly realized that the vegetation was way too thick to wade through, especially with Joel in his hiking shorts. So, after this third try, we finally gave up hiking for the day. 😆

แค่นั้นยังไม่เข็ด คุณสามีอุตส่าห์กางแผนที่ดูว่าจะหลบทางที่ขาดได้ยังไง ไปเจอถนนอ้อมไปไม่ไกล ดูแล้วมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเวิร์ค เลยลองไปกันดู ไปถึงเป็นหมู่บ้าน สุดทางคือหลืบที่เห็นในรูปสุดท้าย น่าจะตัดไปถึงทางที่เราตั้งใจจะไปได้พอดี แต่เข้าไปส่องดูใกล้ๆแล้วก็ต้องส่ายหัว เพราะว่าพงหญ้าสูงประมาณเท่าเอวได้ คุณสามีใส่กางเกงขาสั้นเลยคาดว่าไม่น่าจะสามารถหักร้างถางพงไปถึงได้ไหว ในที่สุดเลยต้องยอมแพ้ 😆

All in all, we hiked a whopping 0.84 mile that day! 😂

ตกลงวันนั้นหลังจากที่ได้ใช้ความพยายามจนสุดความสามารถแล้ว เราเดินป่ากันไปรวมทั้งสิ้น 0.84 ไมล์​ ยังไม่ถึงกิโลครึ่งดีเลย 😂

In the effort not to waste the trip entirely, I started spotting cool stuff along the road on Route 751. First up was this cute little garden center called For Garden’s Sake. They have this old blue truck parked out front with pumpkins scattered all over it. I can’t believe Fall is finally here! 😍

ก่อนกลับบ้าน เพื่อไม่ให้ขับรถมาเสียเที่ยว เลยขอแวะถ่ายรูปตามทางซะหน่อย ถนนสาย 751 นี้มีที่น่ารักๆเตะตาหลายแห่ง เริ่มด้วยศูนย์เกษตรกรรมที่มีชื่อว่า For Garden’s Sake เค้าเอารถบรรทุกเก่าๆสีฟ้ามาจัดตกแต่งเป็นบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วง ประดับประดาไปด้วยลูกฟักทองหลากสีหลายสไตล์ จอดไว้เรียกลูกค้ามาเข้าชม 😍

Next up was Old Mill Farm, where a pair of goats and sheep each were hanging out right by the road. This male goat was very loud. I initially thought he was friendly, but quickly realized he didn’t want us anywhere near them, so we obediently retreated once we got his message, loud and clear! 😆

ต่อมาเป็นฟาร์มปศุสัตว์ชื่อ Old Mill Farm ซึ่งมีคอกแพะกับแกะตั้งอยู่ริมถนน คุณแพะเขี้ยวโง้งตัวนี้ พอเห็นเราจอดรถแวะก็รีบปรี่เข้ามา ตอนแรกนึกว่ามาทักทาย เพราะแกเสียงดังฟังชัดมาก แต่สุดท้ายถึงได้เข้าใจว่าแกแบ๊ะไล่ คือประมาณว่าเป็นจ่าฝูงคอยปกป้องลูกหมู่ หลังจากได้รูปสมใจอยากแล้วเราเลยถอยทัพกลับรถ แกถึงได้หยุดแบ๊ะ กลับไปกินหญ้าต่อกับพวกพ้อง 😆

Last but not least, I assumed this used to be a grocery store at some point, but had long gone out of operation. It’s cool that they preserved the place with such cool decor though. There was a house in the back and a gentleman in the garage was watching me when we stopped over. I waved to him and he waved back, so I think he was OK with me taking pictures of his place… 😛

สุดท้ายเป็นร้านขายของชำเก่าแก่ที่ปิดให้บริการไปนานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ แต่เจ้าของยังเก็บรักษาไว้ให้คนผ่านไปมาได้ดู ด้านหลังเป็นบ้านมีโรงรถอยู่ข้างๆ ตอนเราจอดรถแวะลงไปถ่ายรูปเหลือบไปเห็นลุงแก่นั่งมองอยู่ เราเลยโบกมือให้ แกก็ยิ้มให้โบกกลับ เลยกลับไปถ่ายรูปร้านแกต่อได้อย่างสบายใจ 😛

Friday Hike: Birthday Hike at Hemlock Bluffs

Last Friday was my birthday. 😊 We celebrated it COVID style by going on a hike at Hemlock Bluffs Nature Preserve. This is a familiar trail, very close to home, and one of our favorites in the area. We have been here several times, but I just realized I never did a post on it. So I figured this is a good opportunity to do so!

เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว เราฉลองวันคล้ายวันเกิด 😊 สไตล์โควิดด้วยการไปเดินป่าที่ Hemlock Bluffs Nature Preserve ที่นี่มากันบ่อยเพราะอยู่ใกล้บ้าน และเป็นเส้นทางเดินป่าที่เราชื่นชอบกันที่สุดแห่งหนึ่งในละแวกนี้ เพิ่งนึกได้ว่ายังไม่เคยเอามาลงโพสต์ คราวนี้เลยได้โอกาสมาแนะนำให้รู้จักกัน

There is a visitor center that houses many facilities, including a restroom, a nature center, a recycled garden, and a little outdoor playground area for kids. I imagine this would be a great place for families with little ones.

ติดกับที่จอดรถเป็นตึกรับรองหลังใหญ่ที่มีทั้งห้องน้ำ ศูนย์การเรียนรู้เรื่องธรรมชาติ สวนพืชผักเล็กๆที่เต็มไปด้วยวัสดุเหลือใช้ต่างๆ รวมไปถึงสนามเด็กเล่นขนาดย่อมๆ ถ้าใครมีลูกหลานตัวน้อยพามาเดินเล่นคงจะเพลิดเพลินกันดีทีเดียว

The trails here are short and nice, very well paved with plenty of mulch that feels pleasant and cushiony when you step on it. We like to come here especially after it rains because we don’t have to worry about the mud.

ทางเดินที่นี่ไม่ยาวมาก แต่ได้รับการบำรุงอย่างดี พื้นส่วนใหญ่โรยด้วยเปลือกไม้จนหนา เดินแล้วนุ่มฝ่าเท้าดีแท้ แถมเปลือกไม้พวกนี้มีคุณสมบัติในการซับน้ำอย่างดีเยี่ยม เวลาหลังฝนตกหนักๆเดินกันสบายไม่ต้องกลัวจะเปื้อนโคลนกันเลย

This time we started off on the East Hemlock Bluffs side, which leads to Swift Creek Trail. The steps leading down to it didn’t seem like much on the descending portion, but were pretty brutal on the way back up! 😓 There were a few lookout stops on the way for you to rest though, if you need to catch a breath or two. Parts of this lower loop section were these long boardwalks that look harmless but can be very slippery after a downpour. 😅

คราวนี้เราไปเริ่มกันที่ฝั่งตะวันออกกันก่อน ซึ่งมีบันไดยาวนำไปสู่ทางที่มีชื่อว่า Swift Creek Trail ตอนลงไปก็ไม่เท่าไหร่ แต่ตอนขากลับขึ้นมานี่สิ ปีนกันลมแทบจับ 😓 แต่เค้ามีที่ชมวิวให้พักเหนื่อยอยู่สองสามจุดระหว่างทางถ้าขึ้นรวดเดียวไม่ไหว ทางเดินด้านล่างมีส่วนที่เลียบไปกับลำห้วยเล็กๆปูด้วยพื้นไม้ ใบไม้ที่ตกอยู่ตามทางเหล่านี้ดูสวยก็จริง แต่เวลาฝนตกใหม่ๆต้องคอยระวังมิฉะนั้นอาจจะเกิดการก้นจ้ำเบ้าได้ 😅

After climbing back up the steps, we headed over to the West Hemlock Bluffs side to do the Chestnut Oak Loop Trail. Since this is a short one, we did it twice, first counter clockwise, then the other way round.

เสร็จจากนั้นเราก็ไปต่อกันยังฝั่งตะวันตกซึ่งเป็นทางเดินที่เรียกว่า Chestnut Oak Loop Trail ด้วยความที่ทางสั้นมากเลยได้เดินวนกันสองรอบ

Half way through the hike Joel noticed that his Apple Watch did not seem quite right. 🙄 We put ours next to each other to compare and realized the abnormally large elevation gain shown on his. (Mine does not have it because it’s an earlier series.) I know we climbed those 100 steps, but there was no way that was a 140 million feet, even though it might feel that way! 🤣 A full reset once we got home appears to have fixed whatever issue there was, for now!

เดินไปได้ประมาณครึ่งทางคุณสามีเกิดสังเกตว่านาฬิกาที่ตั้งวัดเส้นทางไว้ดูจะแปลกๆ 🙄 เลยเอามาลองเทียบกันดู ปรากฎว่าของแกบอกค่าการเพิ่มระดับความสูงพุ่งกระฉูดไปที่ 140 ล้านฟุต (ของเราไม่มีโหมดนี้เพราะเป็นรุ่นเก่ากว่า) คือเข้าใจว่าปีนกระไดกันขึ้นมาเป็นร้อยขั้นจนหอบแฮกๆกันอยู่ แต่เอก็ไม่น่าจะสูงได้ขนาดนั้น 🤣 กลับบ้านมารีเซตนาฬิกาดูหวังว่าจะเวิร์คแล้ว ไม่งั้นคงได้เวลาไปซื้ออันใหม่

Mushroom spotting – one of my favorite hiking activities! 😊

การส่องเห็ดเป็นกิจการการเดินป่าสุดโปรดของเรา 😊

We clocked in at a little under 3 miles total, which took us a little over an hour. The weather is getting a lot cooler here I think we’ll be back hiking a lot more often this fall!

วันนั้นเดินกันไปเกือบ 3 ไมล์ หรือประมาณ 4 กิโลครึ่งนิดๆ ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ พักนี้อากาศเริ่มเย็นขึ้นมาก ถือเป็นฤกษ์งามยามดีที่เราจะได้กลับไปเดินป่ากันอย่างจริงจังกันซักที

When we got home, Joel made me a yummie tomato pie for dinner, followed by a tres leches birthday cake – COVID or not, that’s definitely a happy birthday in my book! 😍

กลับบ้านมาคุณสามีทำพายมะเขือเทศแสนอร่อยเป็นอาหารเย็น ตบท้ายด้วยเค้กวันเกิด tres leches ซึ่งเป็นเค้กราดด้วยนมเข้มข้นของโปรดของเรา จะโควิด ไม่โควิด ได้ฉลองวันเกิดด้วยของอร่อยถูกปากอย่างนี้ก็แฮปปี้เหลือล้นแล้ว 😍

Saturday Hike: Clear Sky at Carvers Creek

My dearest husband double-booked us again this weekend. Coincidentally, our hiking group’s last choice of destination for Spring Series this Sunday happened to be a relatively familiar section of Eno River State Park. So, we happily opted to explore a new trail on our own on a Saturday hike at Carvers Creek State Park in Fayetteville instead!

สัปดาห์นี้คุณสามีนัดซ้อนอีกแล้ว แต่ประจวบเหมาะที่กลุ่มเพื่อนรักการเดินป่าของเรามีกำหนดไปเดินป่ากันที่ Eno River State Park ช่วงที่เราไปกันมาหลายครั้งแล้ว เลยถือโอกาสได้ไปบุกเบิกเส้นทางเดินป่าสายใหม่ที่เรายังไม่เคยไปกันที่ Carvers Creek State Park ในเมือง Fayetteville แทน

I discovered this close by new-to-us park just a few months ago, when I happened upon these pictures of a dried out millpond full of cypress trees with exposed root systems. It was unlike anything I had ever seen before so I happily added it to our to-do list right before the quarantine started. Fast forward to this weekend, when we were looking for a new destination to explore, this park came to mind. However, after careful research, we determined that the section I wanted to see is likely going to be crowded on an early Saturday afternoon with perfect weather in the lower 80s. 😞 Instead, we opted for more obscure trails at the eastern Sandhills Access, hoping to avoid the throng of people. We started off at Longleaf Pine trail, then continued on the the Fox Squirrel Loop before circling back to finish off Longleaf Pine. Each section was clearly marked with different shaped and colored blazes, very easy to navigate!

เมื่อหลายเดือนก่อนตอนเรากำลังหาที่เที่ยวแห่งใหม่ใกล้บ้าน เผอิญไปเจอรูปหนองน้ำแห้งผากจนมีรากอูมของต้นสนโผล่ขึ้นมาให้เห็น ดูแล้วแปลกตาดีแท้ เลยคอยเล็งไว้ว่าจะหาโอกาสไปดูของจริง มาวันเสาร์นี้เลยได้โอกาสกะจะไปให้เห็นเป็นบุญตา แต่พอไปหาข้อมูลดูแล้วเราทั้งคู่เห็นพ้องต้องกันว่าคนคงจะต้องเยอะแน่ๆ 😞 ด้วยความที่อากาศกำลังสบายอยู่ที่ 80 องศาฟาเรนไฮต์ หรือประมาณยี่สิบกว่าไม่ถึงสามสิบองศาเซลเซียสดี สุดท้ายเลยตกลงกันว่าน่าจะลองไปที่อีกฟากของ park เดียวกันด้าน Sandhills Access ฝั่งตะวันออกที่ดูไม่ค่อยฮอตฮิตเท่าไหร่ เราเริ่มออกเดินกันที่เส้นทางเดินป่า Longleaf Pine จากนั้นจึงต่อไปยังเส้น Fox Squirrel Loop แล้วจึงวนกลับมาจบลงที่ Longleaf Pine อีกที แต่ละเส้นมีหมุดปักคอยบอกทางเป็นคนละสี คนละรูปทรงเรขาคณิต เดินง่ายไม่มีการหลงแน่นอน

The parking lot was empty when we arrived, as predicted! 😉

ไปถึงเจอลานจอดรถว่างโล่งกำลังดีอย่างที่คาดการณ์ไว้ 😉

The trail, though not my first choice, was surprisingly refreshing, with a terrain that’s very different from our usual hikes in the Triangle area. It was a forest of longleaf pines, as the name suggested, along wide double-tracked trails, filled with sand! Yes, not dirt, or rocks, but sand! 🧐 Apparently, this area is what they called the Sandhills region, which scientists believe used to be where the oceans receded, millions of years ago! 😳

ถึงจะไม่ได้ตั้งใจมาแต่แรก แต่มาถึงแล้วก็ไม่ผิดหวัง เส้นทางเดินป่าที่นี่แปลกตาไปกว่าที่เราคุ้นเคยกัน เป็นป่าสนชนิดที่เค้าเรียกกันว่า longleaf pine ทางเดินกว้างขวางมีสองเลน แต่ที่น่าแปลกก็คือเป็นพื้นทราย แทนที่จะเป็นดินหรือหิน เหมือนที่เคยเจออยู่ปกติ 🧐 ไปอ่านเจอว่าแถวนี้เค้าเรียกว่าเป็นย่าน Sandhills หรือแปลตรงตัวว่า เนินทราย เพราะนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าที่นี่เคยเป็นมหาสมุทรมาก่อนเมื่อหลายล้านปีมาแล้ว 😳

There were signs of controlled burns all along the edges, where we could spot charred trunks and pinecones with burnt tips. This is a technique used to maintain the livelihood of this complex and endangered ecosystem, to stimulate soil enrichment and promote new growth.

ตามชายป่ามีร่องรอยการถูกเผาไหม้ ตามลำต้นเห็นเป็นรอยดำ รวมทั้งลูกสนที่ตกอยู่ตามพื้นก็มีรอยไหม้เช่นกัน นี่เป็นเทคนิคการเผาป่าตามกำหนดที่มีการควบคุมการลุกลามให้อยู่ในขอบเขตที่กำหนดไว้ เพื่อปรับสภาพของดิน ช่วยให้อัตราการเจริญเติบโตของต้นไม้เพิ่มขึ้น

My favorite activity – wildflower spotting! 😊 With an added bonus of…wild raspberries?

กิจกรรมสุดโปรดคือการส่องหาดอกไม้ป่า 😊 แถมยังไปเจอโบนัสเป็นลูกราสเบอร์รี่ป่า…รึเปล่าก็ไม่รู้

Horse encounter on the trail! 🥰

เที่ยวนี้เจอม้าสมใจ 🥰

…followed by a squirrel spotting, on none other than Fox Squirrel Loop Trail! 😆

…กับไปเจอเจ้ากระรอกตัวนี้บนเส้น Fox Squirrel Loop เค้าตั้งชื่อทางไว้เหมาะเจาะจริงๆ 😆

We took a short detour to check out a beautiful pond at the end of Little Pond Spur Trail.

แวะอ้อมไปดูสระน้ำในรูป จากแยก Little Pond Spur

Though the weather started out nice, I felt overheated by the end of the hike. 🥵 My heart rate was up into the 170-180 ranges by the time we finished. We clocked in at 5.69 miles, which took us just north of 2 hours. I’m not sure if we’ll be hiking again this summer, with the heat getting more and more intense every day… Maybe we can start out a little earlier in the day…will see!  😉

ตอนเริ่มออกเดินก็ว่าอากาศดี ไม่ร้อน แต่กว่าจะเดินกลับมาถึงรถก็เหงื่อโซก 🥵 อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งไปเลย 180 สรุปแล้วเดินกันไป 9 กิโลหน่อยๆ ใช้เวลาสองชั่วโมงนิดๆ อากาศเริ่มจะร้อนจัดขึ้นทุกวัน ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้กลับมาเดินป่ากันอีกรึเปล่าหน้าร้อนนี้ ถ้าจะไปกันจริงๆคงจะต้องเริ่มกันเช้าหน่อยจะได้ไม่ร้อนจัดขนาดนี้ 😝

Sunday Hike: River Crossing at Raven Rock

We were back to regular schedule this weekend with our next-to-last hike of the Spring Series. This was our first time hiking at Raven Rock State Park, which is located about half an hour south from us, in a town called Fuquay-Varina. The park has a few different access points. We met at the Avents Creek Access by the north entrance of the park to start our hike with the group.

เรากลับมาเดินป่าตามกำหนดการเดิมอีกครั้งตามโปรแกรมเดินป่าฤดูใบไม้ผลิกับกลุ่มเพื่อนผู้รักการเดินป่าของเรา อาทิตย์นี้เราไปรวมกลุ่มกันที่ Raven Rock State Park ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Fuquay-Varina ใช้เวลาขับรถจากบ้านไปประมาณครึ่งชั่วโมง จุดนัดหมายอยู่ที่ Avents Creek Access ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอุทยานแห่งชาติแห่งนี้

This particular trail is a horse trail, as evident by the multiple horse trailers we saw in the parking lot, and shortly later, the honorable occupants themselves returning to their awaited chariots! 😆 I am a little disappointed to report that we did not have any other horse encounters on the route, other than this big crowd we saw at the beginning. 😔

เส้นทางที่เราเลือกเดินกันสัปดาห์นี้จริงๆแล้วเป็นทางเดินม้า ไปถึงที่จอดรถก็เห็นตู้ขนม้าจอดให้เห็นอยู่เรียงราย ยืนอยู่ซักพักก็ได้เห็นเจ้าของตู้ทยอยกลับมากันเป็นฝูงใหญ่ 😆 เสียดายที่ไม่มีม้ามาปรากฎกายให้เห็นอีกเลยตลอดทาง 😔

Almost a mile in, we ran into quite a few families happily enjoying themselves at Avents Creek. There was a small waterfall further back on the right. Here, we took off our shoes and waded across barefoot. The water came up to almost my knees at its deepest, but it was so nicely cool and clear – such a welcome amidst the heat! 😉

เดินไปได้เกือบไมล์ก็ถึง Avents Creek ซึ่งหลายครอบครัวเล่นน้ำกันอยู่อย่างสนุกสนาน มองขึ้นไปทางขวามีน้ำตกเล็กๆให้เห็นอยู่ไกลๆ น้ำที่นี่ค่อนข้างลึกเกือบถึงเข่า เลยต้องถอดรองเท้าลงไปลุยกัน 😉 น้ำเย็นเจี๊ยบและใสแจ๋ว มองลงไปมีปลาตัวเล็กๆว่ายวนให้เห็นอยู่ประปราย

Big trees provide ample shade along the trail, despite the high temperature.

ถึงอากาศจะร้อน แต่ก็มีต้นไม้ใหญ่คอยให้ร่มเงาตามทาง

Cool moss and several kinds of wild mushrooms!

ที่ขาดไม่ได้ก็คือเห็ดป่าหลากหลายชนิด

A (very) small waterfall towards the end.

ใกล้สุดทางมีน้ำตกขนาดจิ๋วให้เห็นอีกอัน

The original plan was to start off with the West Loop, then continue on to the East Loop. But due to the rather intense heat, and the few steep inclines we came upon along the West Loop trail, all of us unanimously gave up and decided to forgo the second half of the hike altogether! 🥵

กำหนดการเดิมทีจะให้เราเริ่มเดินที่วงแหวนด้านตะวันตกกันก่อน จากนั้นจึงไปต่อที่วงแหวนด้านตะวันออก แต่อากาศร้อนเหลือทน แถมทางเดินยังขึ้นเขาลาดชัน กว่าจะเดินจบวงแหวนแรกเราก็หอบกันแฮ่กๆถ้วนหน้า 🥵 ทุกคนเลยพร้อมใจกันล้มเลิกวงแหวนช่วงหลัง แยกย้ายกันกลับบ้านแทน

We clocked in at a little over 4 miles, which took us an hour and 45 minutes. We will be back next week with our last hike in our Spring Series!

อาทิตย์นี้เดินกันไปสี่ไมล์กว่าๆ หรือประมาณหกกิโลครึ่งหน่อยๆ ใช้เวลาทั้งหมดชั่วโมงกับสี่สิบห้านาที ไว้อาทิตย์หน้าจะกลับมาเดินป่ากันเป็นการปิดท้ายโปรแกรมเดินป่าฤดูใบไม้ผลิของปีนี้