Pandemic Pause: On the Way to Asheboro

Trip Date: December 2020

วันที่เดินทาง: ธันวาคม 2563

As usual, we stopped by a few places along the way to Asheboro. First stop was at Fair Game Beverage Company in Pittsboro. We didn’t realize until we got there that this place was more like an entire community rather than just one distillery. The whole place was actually called Chatham Beverage District, and consists of several different operations in a cool setting with very artsy vibes.

ระหว่างทางไป Asheboro เราได้หยุดแวะเที่ยวตามรายทางเช่นเคย แห่งแรกคือ Fair Game Beverage Company ในเมือง Pittsboro ก่อนไปไม่ทราบว่าที่นี่จริงๆแล้วเป็นแหล่งรวมโรงผลิตเครื่องดื่มหลากหลายชนิด โดยมีชื่อเต็มๆว่า Chatham Beverage District

The location was a little obscure, but there were clear signs letting us know we were heading in the right direction.

ตำแหน่งที่ตั้งออกจะสันโดษเล็กน้อย แต่มีป้ายตามทางคอยบอกอย่างชัดเจนว่าเรามาถูกทางแน่นอน

The vibes there was chilled and relaxing. There were picnic tables and benches scattering around. It wasn’t very crowded that day we went.

บรรยากาศที่นี่ชิลด์ๆ สบายๆ วันนั้นที่ไปคนไม่เยอะ มีโต๊ะเก้าอี้กระจัดกระจายทั่วบริเวณให้นั่งเอนจอยเครื่องดื่มตามอัธยาศัย

Besides a distillery, a brewery, a meadery, and a cidery, the place also includes a hemp smith shop, an art gallery, and even a biofuel terminal!

กิจการที่นี่มีตั้งแต่โรงเบียร์ โรงเหล้าน้ำผึ้ง โรงเหล้าผลไม้ ไปจนถึงโรงกลั่นเหล้าเพียวๆ นอกจากนี้ยังมีร้านขายผลิตภัณฑ์จากเส้นใยธรรมชาติ แกลเลอรี่แสดงผลงานศิลปะ รวมไปกระทั่งถึงโรงกลั่นเชื้อเพลิงชีวภาพ

There is an axe throwing range all the way in the back of the property!

ด้านหลังสุดมีสนามขว้างขวาน

This place was a photographer’s paradise. 😍 There were quirky little art pieces everywhere.

ผลงานศิลปะเรียงรายเต็มไปหมด เดินถ่ายรูปกันจนเพลิน 😍

We grabbed our lunch at Copeland Springs Kitchen, a sustainable farm-to-table style eatery that serves fresh local dishes made from locally sourced ingredients. Our lunch was tasty, especially considering there was no meat in it… 😛

ก่อนกลับเราแวะทานข้าวกลางวันกันที่ Copeland Springs Kitchen ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน ที่นี่เค้าเสิร์ฟอาหารสไตล์สดจากฟาร์ม โดยแต่ละเมนูล้วนแล้วแต่มีวัตถุดิบมาจากแหล่งเกษตรกรรมในท้องถิ่น สองจานที่สั่งมารสชาติดีเกินความคาดหมาย ทั้งๆที่เป็นอาหารเจไม่มีเนื้อสัตว์เจือปน 😛

After lunch, we headed over for a quick hike at Faith Rock Nature Trail, over in Franklinville. We had some trouble finding the trailhead using Google Maps, which initially sent us to Faith Rock Rd. After a bit of turning around, we finally located it on Andrew Hunter Rd. There was a big gravel lot there with plenty of spaces to park.

หลังทานข้าวเสร็จเราต่อไปเดินป่ากันที่ Faith Rock Nature Trail ในเมือง Franklinville วนหากันอยู่พักใหญ่ๆกว่าจะเจอต้นทาง เพราะคุณ Google Map พาเราไปที่ถนน Faith Rock ซึ่งเท่าที่ดูแล้วไม่มีทางเข้าไปถึงได้ สุดท้ายงมไปมาไปเจอะลานจอดรถที่ถนน Andrew Hunter ซึ่งดูมีภาษีกว่าหลายเท่า

The first thing we saw was the ruins of a textile mill, which stood largely intact near the shore of Deep River.

จอดรถลงมาเจอซากปรักหักพังของโรงงานทอผ้าแห่งนี้อยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Deep River ถึงได้แน่ใจว่ามาถูกที่แน่ตามที่โพยเค้าว่าไว้

The trail starts right after we crossed this bridge over to the other side of Deep River.

ต้นทางเดินป่าตั้งอยู่อีกฝั่งของสะพานข้ามแม่น้ำ Deep River ตามที่ป้ายบอก

Looking back to see the mill ruins from across the river.

จากอีกฝั่งมองกลับมาเห็นวิวซากโรงงานอีกมุมหนึ่ง

Made it to Faith Rock!

ในที่สุดก็มาถึง Faith Rock จนได้

This was a short hike, less than a mile there and back. It took us about half an hour from start to finish, almost half of which was the time spent climbing up and enjoying the view at Faith Rock.

ทางเส้นนี้เป็นสายสั้นๆ ไปกลับยังไม่ถึงไมล์ดี หรือประมาณกิโลเกือบครึ่งเท่านั้น วันนั้นเราใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เพราะต้องตะกายขึ้นก้อนหินไปดูวิวกัน เลยขอนั่งอยู่นานหน่อย

Stopping by to check out a Randolph County barn quilt in Ramseur.

แวะถ่ายรูปลายผ้าบนโรงนาระหว่างทางที่เมือง Ramseur

Last stop of the day was this tiny little town with the coolest name – Whynot! 🤷‍♀️ Many businesses in town were capitalising on the unusual moniker. Our favorite was this last sign, in front of one of the churches! 🤣

ท้ายสุดแวะไปเที่ยวกันที่เมืองชื่อสุดเก๋ Whynot 🤷‍♀️ ป้ายโฆษณาร้านรวงหลายแห่งต่างนำเอาชื่อเมืองมาใช้เป็นชื่อร้านกันเต็มไปหมด แต่ที่เห็นแล้วชอบใจที่สุดเห็นจะต้องยกให้อันสุดท้ายที่เห็นซึ่งตั้งอยู่หน้าโบสถ์ใหญ่ในเมือง Why not, try God? ยกคะแนนความคิดสร้างสรรค์ให้เต็มสิบ 🤣

Check out my other posts from the same trip here:

อ่านโพสต์อื่นจากทริปเดียวกันได้ที่นี่:

Pandemic Pause: Hiking at Elk Knob State Park

Trip Date: October-November 2020

วันที่เดินทาง: ตุลาคม-พฤศจิกายน 2563

After Boone and Todd, we drove out to Elk Knob State Park, which is located near the NC-Tennessee border at Snake Mountain, hoping to get a good hike in for the day. However, when we got there, the parking lot was completely full. My dear husband, who was very nervous with the high number of COVID-19 case surge back at the time, was reluctant to proceed. We ended up compromising with a quick hike, since we already drove all the way out there. 🙄

หลังเสร็จจากแวะเที่ยวเมือง เรามุ่งหน้าเข้าป่าตั้งใจจะไปเดินป่ากันที่ Elk Knob State Park ซึ่งตั้งอยู่ที่ชายแดนระหว่างรัฐนอร์ทแคโรไลน่ากับรัฐเทนเนสซี่ทางด้านตะวันตก แต่พอไปถึงปรากฎว่าที่จอดรถเต็ม คุณสามีเลยเกิดความลังเล เพราะช่วงนั้นที่ไปสถานการณ์โควิดยังย่ำแย่อยู่ เจรจากันแล้วเลยตกลงว่าจะรีบเดินรีบออก เพราะไหนๆก็อุตส่าห์ขับรถกันมาถึงนี่แล้ว 🙄

We chose the Beech Tree Trail, an easy one-mile loop that was advertised as ‘lightly trafficked’, featuring a community art project by Appalachian State University. The trail was clearly marked with bright yellow signs throughout.

สรุปกันว่าเส้น Beech Tree Trail น่าจะเวิร์คสุด เพราะเป็นทางวงแหวนสั้นๆแค่ไมล์เดียวเท่านั้น ไกด์เค้าโฆษณาไว้ว่า ‘คนไม่เยอะ’ แถมมีผลงานศิลปะที่สปอนเซอร์โดย Appalachian State University มาติดตั้งให้ชมตามทาง นอกจากนั้นยังมีหมุดปักสีเหลืองคอยบอกทางอย่างชัดเจน

So many beautiful artworks lining up the short trail! 😍

ตามทางมีภาพวาดหลากสีหลายลายให้ดูแบบไม่ขาดสาย 😍

One mile done in just under half an hour. We ended up running into only one family along the way.

สรุปแล้ววันนั้นเดินกันไปหนึ่งไมล์ หรือประมาณกิโลครึ่ง ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงได้ เดินจนสุดทางเจอพ่อแม่ลูกเดินสวนมาแค่ครอบครัวเดียวเท่านั้น

This was such a beautiful park. Bare winter trees created a wonderful silhouette against the bright blue clear sky backdrop. I hope we get to come back here at some point, post COVID…for a real hike! 😇

พาร์คนี้ตอนที่ไปต้นไม้โกร๋นกำลังสวย โดยเฉพาะเวลาที่เห็นกิ่งก้านสีขาวโพลนตัดกับท้องฟ้าสีใสยิ่งสวยขึ้นไปอีก เสียดายมาแวะแป๊บเดียว ถ้ามีโอกาสคราวหน้าอยากกลับมาเดินป่ากันอย่างจริงจังกันอีกครั้งหลังโควิด 😇

Since we had plenty of time left before sunset, we did a little bit of sightseeing on the way back…starting with St. Mary’s Episcopal Church. This tiny little church in West Jefferson is famous for the frescoes by local NC artist Ben Long. The three main ones are “Mary, Great with Child,” “John the Baptist,” and “The Mystery of Faith”.

เพราะไม่ได้เดินกันนาน เลยมีเวลาเหลือเฟือ พอไปเที่ยวต่อได้อีกรอบ เราไปแวะชมภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างท้องถิ่นที่นี่ชื่อคุณ Ben Long ที่ St. Mary’s Episcopal Church โดยมีภาพหลักสามชิ้นตั้งเด่นอยู่ได้แก่ “Mary, Great with Child” “John the Baptist” และ “The Mystery of Faith”

Continuing on to downtown West Jefferson, where tons of colorful art and cute shops lined both sides of the streets. 🥰

จากนั้นเราไปเดินเล่นกันต่อที่ย่านดาวน์ทาวน์ของเมือง West Jefferson ซึ่งมีสตรีทอาร์ตและผลงานศิลปะอื่นๆให้ชมกันเพลินๆตลอดช่วงถนนสายหลัก 🥰

We drove through here the day before when we were coming back from Grayson Highland, and Joel noticed what appeared to be a little cemetary right in the middle of town! 😳 Naturally, we had to go check it out… It turned out to be a tombstone shop! 🤣

จริงๆเมื่อวันก่อนเราขับรถผ่านถนนเส้นนี้ตอนที่กลับมาจาก Grayson Highland กันทีนึงแล้ว คุณสามีตาดีไปเห็นสุสานเล็กๆตั้งอยู่กลางเมือง 😳 พอวันนี้กลับมาแวะเลยต้องไปสำรวจกันดู ไปถึงปรากฏว่าจริงๆแล้วมันคือร้านรับทำป้ายตั้งหน้าหลุมศพนั่นเอง 🤣

More barn quilts!

ตึกรามที่นี่มีลายผ้าโรงนาเหมือนกัน

This here is a special one. Apparently, this location was supposed to have one of the very few real quilts on display – not just paintings like all the others! I was really excited to come check it out. It took us a while to actually locate the barn. You can see why – the quilt (the one on the right in the shot above) has almost disintegrated into nothingness. 😐 We had a picture of it, which was taken when it was still in pristine condition, so we kept looking for something that matched the picture. This is probably the reason why most people don’t hang real quilts on their barns! 😅

อันนี้อุตส่าห์ขับรถไปดูกัน เพราะไปอ่านเจอมาว่าที่นี่เค้าเอาผ้าห่มจริงๆมาแขวนโชว์ ไม่ใช่แค่ลายเพ้นท์เหมือนอันอื่นๆ ที่ไปเห็นกันมา เลยตื่นเต้นเล็กน้อยเพราะเป็นอันแรกที่ค้นพบ ไปถึงเดินหากันอยู่นานมาก คือมีรูปจากอินเตอร์เนตที่มีคนมาโพสต์ไว้ ไอ้เราก็เดินหากันอยู่นั่น ไม่เจอซักที จนสุดท้ายเหลือบไปเห็นกรอบโกร๋นๆอันนี้ (อันใหญ่ทางขวาในรูปข้างบน) ถึงได้มาถึงบางอ้อว่า มันคือไอ้ที่เราหาไม่เจอกันอยู่นี่เอง 😐 คือประมาณว่าผ้าเค้าแหลกสลายไปกับกาลเวลา เหลือไว้ให้เห็นแค่ขอบๆ เออ คงเพราะอย่างนี้แหละนะคนอื่นเค้าถึงไม่มีใครอาจหาญเอามาแขวนกัน 😅

Check out my other posts from the same trip here:

อ่านโพสต์อื่นจากทริปเดียวกันได้ที่นี่:

Pandemic Pause: Yadkin County Barn Quilts

Trip Date: October-November 2020

วันที่เดินทาง: ตุลาคม-พฤศจิกายน 2563

We departed upon our second mountain trip on the last weekend of October, hoping to see better fall colors this time. But mother nature was not on our side, yet again… 😔 It was way past peak foliage when we arrived, but the weather was nice and cold, and our trip still turned out to be a colorful one nonetheless! 😍

ทริปภูเขารอบสองของเราบังเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนตุลาคม อุตส่าห์ขอกลับไปแก้ตัวอีกที หวังว่าคราวนี้จะได้เห็นใบไม้สีสวยกว่าคราวที่แล้ว แต่อนิจจาฝนฟ้าไม่เป็นใจ 😔 คราวก่อนมาเร็วไป คราวนี้สามอาทิตย์ถัดมาปรากฎว่าสายไปซะแล้ว แต่ยังโชคดีที่เจออากาศเย็นสบาย และถึงจะไม่ได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสี แต่เรากลับได้ไปเห็นสีสันในรูปแบบอื่นแทน 😍

During my research for the trip, I came upon something I’ve never heard of before called ‘barn quilt trails‘. This is a tradition that was established relatively recently within the past two decades. The first official occurence started in 2001 by a quilter in Ohio by the name of Donna Sue Groves, who decided to hang a painted quilt pattern on the family barn to honor her mother and their heritage. After that, the concept took off and became prevalent in parts of the United States and Canada. Here in US, there are quilt trails available for public viewing in more than 48 states, featuring more than 7,000 quilts.

ระหว่างการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อแปลนทริปครั้งนี้ เราเผอิญไปเจอเวบไซต์ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘barn quilt trails‘ หรือเส้นทางผืนผ้าโรงนา ซึ่งเป็นประเพณีที่เพิ่งจะกลายมาเป็นที่นิยมเมื่อยี่สิบกว่าปีมานี้เอง กิจกรรมนี้ริเริ่มในปีค.ศ. 2001 เมื่อคุณ Donna Sue Groves ลูกสาวช่างเย็บผ้าจากรัฐโอไฮโอเกิดแรงบันดาลใจอยากจะทำอะไรให้เป็นเกียรติแก่คุณแม่ของเธอ เธอเลยได้ไอเดียการเอาลายผ้าห่มมาแขวนประดับไว้หน้าโรงนา เพราะคุณแม่ของเธอเป็นนักต่อลายผ้าห่มมืออาชีพ พอแขวนไปแล้วเกิดติดใจ เลยไปหว่านล้อมให้เพื่อนบ้านเอาอย่าง จัดลายผ้าห่มอื่นๆมาแขวนกันจนทั่วเมือง จากนั้นคุณ Donna จึงจัดการโปรโมทเส้นทางลายผืนผ้าเพื่อนำนักท่องเที่ยวมาสู่เมืองเล็กๆของเธอ ไม่นานนักไอเดียของเธอก็แพร่หลายไปทั่วประเทศ แถมยังข้ามพรมแดนไปถึงแคนาดา ปัจจุบันมีเส้นทางผืนผ้าโรงนาให้นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมกันตลอดทั่ว 48 รัฐในอเมริกา ครอบคลุมลายผ้ารวมแล้วถึงกว่า 7,000 ลาย

I initially thought that people were literally hanging homemade quilts on their barns. My husband pointed out, reasonably so, that it would not be sustainable, given that they had to withstand years of wind, rain, and daily sunlight. Turns out, these were squares of quilt patterns painted on pieces of metal or wood. Oh, and they don’t always have to be hung on barns either – any types of structure would do! 🤪

ตอนแรกที่ได้ยินนึกว่าเค้าเอาผ้าห่มทั้งผืนมาแขวนกัน คุณสามีติงว่ามันจะทนลมฟ้าอากาศได้ซักกี่วัน เออก็จริงของเค้า ปรากฎว่าไปอ่านรายละเอียดแล้วถึงได้รู้ว่าเค้าทำกรอบเป็นลายผ้ามาแขวน โดยใช้แผ่นโลหะหรือไม้มาเพ้นท์ลายที่เลือกไว้ อ้อ แล้วอีกอย่างคือ เค้าไม่ได้แขวนกันแค่ตามโรงนา จะเป็นอาคารบ้านเรือนอะไรได้ทั้งนั้น 🤪

On this trip, we had the chance to see some of the beautiful barn quilts on display in both Yadkin and Ashe counties. Big thanks for my hubby’s patience while we drove around looking for these quilts! They were not always easy to find, even though we had the addresses. Some of them were gone. Others were so worn down they were almost unrecognizable when we actually spotted them. And a lot of the time, it was so deep inside what looked like private property, we weren’t sure if we were trespassing or not… 😬 I did my best to be quick about snapping these pictures and made sure we were in and out in (almost) no time. 😅

ทริปนี้เรามีโอกาสได้ไปชมงานศิลปะแหวกแนวหลายสีสันนี้ในเขต Yadkin County และ Ashe County ต้องขอขอบคุณคุณสามีผู้น่ารักที่มีความอดทนสูงมาก อุตส่าห์ขับรถตระเวนหาลายผ้าอยู่ได้เป็นชั่วโมงๆโดยไม่บ่นซักคำ ถึงจะมีแผนที่เป็นไกด์แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหาเจอกันได้ง่ายๆ บางอันไปถึงเค้าปลดระวางไปแล้ว บางอันแขวนไว้นานจนสีซีดจางแทบดูลายไม่ออก และบางที่ก็ไม่ใช่ว่าจะเห็นได้จากริมถนน ต้องเดินกันเข้าไปในเขตบ้านเจ้าของที่จนเราเองก็ไม่แน่ใจว่าไปบุกรุกเค้ารึเปล่า 😬 แต่ก็พยายามรีบไปรีบถ่ายรูปอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ 😅

Without further ado, here are the lovely quilts we found on our excursion. 😍 We followed the map conveniently provided at the Visit Yadkin home page.

และภาพที่จะเห็นต่อไปนี้ก็คือบรรดาลายผ้าสีสวยที่เราไปเห็นมาทั้งหมด 😍 โดยไปตามแผนที่ที่ทางเวบไซต์ Visit Yadkin จัดเตรียมไว้ให้

Barn quilts in East Bend.

ลายผ้าในเมือง East Bend

Barn quilts in Boonesville.

ลายผ้าในเมือง Boonesville

The lovely town of Boonesville.

วิวสวยๆจากเมือง Boonesville

We only made it to this one barn quilt in Jonevilles. The ‘Rose of Sharon’ is located in front of the Yadkin Valley Museum.

ที่เมือง Jonevilles ไปเจอแค่ลายเดียวที่เห็นนี้เท่านั้น ลายนี้เรียกว่า ‘กุหลาบชารอน’ ตั้งอยู่หน้าพิพิธภัณฑ์ Yadkin Valley

Further attempts to locate more quilts were a complete failure after we ran into several road blocks due to recent flooding in the area. We came across this river where we saw a group of gawkers on the side of the road, so naturally we had to stop and check it out. 🧐 Turned out the river was overflowing into nearby properties! 😱 Besides a few police cars blocking traffic coming onto the bridge, there were a few USGS guys on the scene assessing the damage.

จริงๆตั้งใจจะไปดูอีกหลายลาย แต่ปรากฎว่าขับรถวนไปมาเจอทางขาดอยู่หลายสาย เพราะเมืองนี้เกิดน้ำท่วม ขับมาถึงสะพานในรูปข้างบนตาดีไปเห็นฝรั่งมุง เลยอยากรู้อยากเห็นต้องจอดรถลงไปดูว่าเค้ามุงอะไรกัน 🧐 ปรากฎว่าเป็นน้ำป่าไหลหลากท่วมเข้ามาถึงในเมือง 😱 เค้าเอารถตำรวจมาจอดปิดทางไม่ให้รถขึ้นสะพาน และมีเจ้าหน้าที่จากกรมสำรวจมายืนประเมินความเสียหายกันอยู่

On our way back home we stopped by for a few more barn quilts in Yadkinville. That first picture up there showed an example of one of the ones that was out of commission. When we first got to the address, we couldn’t find a quilt. It was when we were turning the car around to leave, when I saw it out of the corner of my eye, laying behind one of the many deserted structures in the complex!

ขาไปดูไม่ครบ ขากลับเลยแวะอีกรอบ ไปเก็บตกเอาที่ที่ไปไม่ถึง คราวนี้ไปตระเวนกันที่เมือง Yadkinville ภาพแรกที่เห็นเป็นตัวอย่างที่บอกว่าเค้าปลดระวางไปแล้ว ตอนแรกไปถึงหาไม่เจอ จนเลี้ยวเข้าไปกลับรถจะออกมาถึงได้ไปเจอะว่าเค้าถอดมาวางข้างตึกอย่างที่เห็น

Stopping by for a quick stroll in downtown Yadkinville.

แวะเดินชมวิวในเมือง Yadkinville ก่อนกลับ

Check out my other posts from the same trip here:

อ่านโพสต์อื่นจากทริปเดียวกันได้ที่นี่: