Travel Diary: Old Town Pingyao

Trip Date: September 2018

วันที่เดินทาง: กันยายน 2561

Pingyao is a small charming city with cobblestone streets, old style shops and residences that makes you feel like you have traveled back hundreds of years to ancient China. It is one of the best preserved ‘walled cities’ in the world. With its location almost perfectly halfway between, it was the ideal pit stop for us on our journey from Beijing to Xi’an.

ผิงเหยาเป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่เกือบกลางทางระหว่างเมืองปักกิ่งกับซีอานพอดิบพอดี เมืองนี้เป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่เมืองที่มีกำแพงกั้นรอบเมือง ทุกอย่างที่นี่ยังรักษาสภาพความเก่าแก่ดั้งเดิม ตั้งแต่พื้นถนนที่ปูด้วยหิน ไปจนถึงห้างร้านต่างๆที่ดูเก่าแก่จนเหมือนกับว่าเราเดินเข้าไปในฉากหนังจีนโบราณที่เคยเห็นกันในทีวี

This was our first time traveling on the Chinese high-speed train network, and boy, what an experience it was! There were so many people at the train station waiting to board the same train as ours. Boarding started about 10 minutes before departure. A sea of people just piled in from all directions to get checked in thru the 2 turnstile gates that would let hundreds of people in one-by-one. I got separated from everybody during the ‘muscling in’ process, but I figured we would just regroup once we all got through. I proceeded to calmly swipe my ticket when I got to the front, mimicking countless people I had seen doing just so in front of me. Except that the gate would not open as I tried to push through. I swiped again and again to no avail, while escalating voices of angry Chineses, including the one ticketing agent manning the post, kept shouting at me the same word that I could not understand and nobody seemed to hear me saying ‘what?’ over and over back at them. I was starting to panic 😥 when I finally heard my Dad’s voice, shouting from somewhere far behind, telling me to ‘step back’, so I did, and voilà, the gate flung open and I was free! This was probably the most traumatic experience I had during the entire trip. Chinese people just had the hardest time understanding why a girl that looks 100% Chinese like me does not understand a word of Chinese (I actually do understand some, but in no way nearly good enough to make them happy), and no matter how hard I tried to explain that it was because I grew up in Thailand, they just kept shaking their heads at me. 

เราได้มีโอกาสขึ้นรถไฟด่วนของจีนเป็นครั้งแรกก็ตอนเดินทางจากปักกิ่งไปผิงเหยานี่แหละ ที่สถานีรถไฟคนเยอะมาก เค้าเปิดให้คนเข้าไปขึ้นรถไฟประมาณสิบนาทีก่อนเวลาออกเดินทาง ด้วยความที่คนเยอะมากเราเลยถูกแยกจากกลุ่มไปอยู่คนเดียว คนเป็นร้อยเบียดกันเข้าไปขึ้นรถไฟโดยผ่านทางกั้นสองอันที่เป็นด่านตรวจตั๋ว เราเห็นคนข้างหน้าสแกนตั๋วตรงหน้าปัดแล้วที่กั้นก็เปิดให้ผ่านไปทีละคน พอถึงตาเราก็ทำอย่างเค้า แต่ปรากฎว่าที่กั้นมันดันไม่เปิด เราสแกนแล้วสแกนอีกมันก็ไม่เปิด ถึงตอนนี้ลุงป้าน้าอาที่อยู่รายรอบเริ่มโมโห ทุกคนตะโกนอยู่คำเดียวซ้ำๆ ซึ่งเราเองก็ไม่เข้าใจ ถามกลับว่าอะไรๆเป็นภาษาอังกฤษก็ไม่มีใครตอบเรา กลับตะโกนดังขึ้นๆเรื่อย เราเริ่มโมโหบ้างเตรียมจะหันไปด่ากลับ บังเอิญได้ยินเสียงป๊าตะโกนมาจากไกลๆว่าให้ถอยหลัง เราเลยถอย แล้วก็สแกนตั๋วใหม่ คราวนี้ที่กั้นเปิดให้เราผ่านไปจนได้ในที่สุด คนจีนที่นี่ไม่สามารถจะเข้าใจได้ว่าเหตุใดสาวหน้าหมวย 100% อย่างเราถึงฟังภาษาจีนไม่ออก (จริงๆแล้วฟังออกบ้าง แต่ก็ได้อยู่แค่งูๆปลาๆไม่กี่คำ) ทั้งๆที่พยายามอธิบายว่าข้าพเจ้าเป็นคนไทยไม่ใช่คนจีน แต่ก็ไม่มีใครฟัง 😣

We spent 3 nights here at a traditional B&B called ‘Citywall Old House Ji’s Residence’ (平遥城墙老宅-冀府). This cozy little inn features traditional Chinese style structures with every room facing out onto the small courtyard in the middle where there is a lovely garden and seating areas. Our rooms came with this humungous bed that took up about half of the entire space, with a clean and modern en-suite bathroom on the other end. The meals we had here, both the provided breakfasts and the opted-for dinners, were some of the best food we’ve had in town. They also have a giant white hare that hangs out in the courtyard who seems to get along quite well with the other kitty and doggie residents.

เราไปพักกันที่โรงแรมเล็กๆที่มีชื่อว่า ‘Citywall Old House Ji’s Residence’ (平遥城墙老宅-冀府) เป็นโรงแรมสไตล์จีนโบราณ ห้องพักทุกห้องหันหน้าออกมาที่ลานโล่งๆตรงกลางซึ่งมีสวนเล็กๆ และโต๊ะเก้าอี้ไว้ให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ ที่นี่มีสัตว์เลี้ยงหลายชนิด ทั้งหมาแมว รวมไปถึงกระต่ายสีขาวหนวดยาวหางปุยที่เห็นในรูป ห้องที่เราพักกันมากับเตียงขนาดยักษ์ซึ่งพอนอนได้ห้าคนเป็นอย่างต่ำ 😆 อีกฝั่งเป็นโต๊ะไม้แบบโบราณเอาไว้ให้วางของ ในห้องมีห้องน้ำในตัวเสร็จสรรพ อาหารที่นี่รสชาติอร่อยเกินความคาดหมาย ทั้งมื้อเช้าที่รวมมากับห้อง และมื้อเย็นที่เราเลือกทานกันคืนแรกเพราะขี้เกียจออกไปข้างนอก อร่อยจนทุกคนพร้อมใจกันกลับมาทานมื้อเย็นซ้ำกันอีกมื้อคืนสุดท้ายก่อนออกเดินทาง

We spent one day sightseeing outside of Pingyao in a private car with driver the hotel arranged for us, at a very reasonable price. Our first stop was the Shuanglin Temple (双林寺) where we saw 2,000 clay sculptures of various gods and warriors in their unrestored state dating from the 12th-19th centuries. My favorite part was the paintings on the ceiling and the intricate carvings of the ancient wood structure.

วันแรกเราออกไปเที่ยวนอกเมืองผิงเหยากันโดยใช้รถที่ทางโรงแรมจัดให้พร้อมคนขับในราคาย่อมเยา ที่แรกที่ไปคือ Shuanglin Temple (双林寺) ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่เกือบพันปีที่มีรูปปั้นดินของเทพเจ้าและนักรบหลายสมัยถึง 2,000 องค์ เค้าว่ารูปปั้นเหล่านี้คงสภาพดั้งเดิมโดยไม่มีการบูรณะปฏิสังขรณ์แต่อย่างใด ที่ติดใจมากคือไม้แกะสลักและลวดลายมังกรบนเพดานที่ยังคงสีสวยชัดเจนอย่างไม่น่าเชื่อ

Next stop was the Wang Family Compound (王家大院), which is considered the largest of the courtyard style houses in Shanxi county. They said the family got rich by trading bean curd! The place was huge. According to Wikipedia, the entire compound consists of 231 courtyards and 2,078 rooms spreading across almost 20 acres. We spent hours walking around and still didn’t get to see all it had to offer. After a while, things started to look pretty much the same anyway 😝. On the way out, Joel spotted this food establishment that eerily reminded us of our KFC here.

ถัดมาเป็นบ้านของครอบครัวตระกูลหวาง (王家大院) ซึ่งเป็นบ้านสไตล์ courtyard ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครชานซี เค้าว่าตระกูลนี้ร่ำรวยมาจากการขายเต้าหู้ บ้านเค้าใหญ่สมคำร่ำลือจริงๆ กินพื้นที่ถึง 20 เอเคอร์หรือประมาณ 50 ไร่ มีลานบ้าน 231 ลานและห้องหับรวมแล้วถึง 2,078 ห้อง เดินกันเป็นชั่วโมงก็ยังไม่ทั่ว เดินไปซักพักมันชักดูเหมือนๆกันไปหมด 😝 ตอนเดินออกมาคุณสามีไปเจอร้าน ZFC ในรูปที่คาดกันว่าจะน่าก๊อปกันมาจาก KFC บ้านเรานั่นเอง 😂

Last stop of the day was the Zhangbi Ancient Fortress (张壁古堡). This was not in our original itinerary but the driver insisted that we shouldn’t miss it, so we went and check it out since it was on the way back. This impressive structure was a 1,600 year-old military fortress that features a castle, several temples, and a system of underground tunnels that spread throughout the entire area. We went down into one of the tunnels and it felt like we had entered a maze that was going on forever. We kept wondering when we were going to reach the other end and were getting a little worried when an old Chinese lady passed us by and just disappeared ahead of us – we were very impressed she was there all by herself!

ก่อนกลับโรงแรมคุณคนขับแนะนำให้แวะเที่ยวที่ Zhangbi Ancient Fortress (张壁古堡) ซึ่งไม่ได้อยู่ในหมายกำหนดการเดิมของเรา แต่เค้าว่าน่าเที่ยวและเป็นทางผ่านเราเลยตกลงไปแวะกัน ที่นี่เป็นป้อมปราการทางทหารที่มีอายุกว่าพันปี เป็นเหมือนเมืองขนาดย่อมๆเลยทีเดียว มีพร้อมทั้งปราสาท วัดวาอารามและบ้านช่องที่โอบล้อมด้วยกำแพงกั้นโดยรอบ ที่แปลกไปกว่าที่อื่นก็คืออุโมงค์ที่เค้าสร้างไว้ใต้ดินเป็นที่เชื่อมต่อจุดต่างๆบนพื้นดิน เราลองเดินเข้าไปชมอุโมงค์ที่เค้าเปิดให้ลงไปได้ เดินไปซักพักเหมือนกับเข้าไปในเขาวงกต หาทางออกไม่เจอซักที ขณะที่กำลังจะเปลี่ยนใจว่าเดินกลับทางเดิมซะดีมั้ยก็บังเอิญมีอาม่าแก่ๆเดินตามหลังเรามาและแซงหน้าเราไปด้วยความมั่นใจ แกเดินสวบๆซักพักก็หายลับไปกับตา เราเลยเกิดมีกำลังใจกันว่าอาม่ายังไปได้ เราก็ควรจะไปได้เช่นกัน 😆

The next day we toured around inside the walled city of Pingyao. First stop was to the Pingyao Ancient Government Office where we saw a couple of live performances, and then went up the front tower to get the view of the city.

วันรุ่งขึ้นเราเดินเที่ยวกันอยู่ในตัวเมืองผิงเหยา ไปแวะกันก่อนที่ที่ว่าการของเมืองผิงเหยา ซึ่งเค้ามีการแสดงการพิพากษาคดีในสมัยโบราณให้ชมกัน ตอนออกมาเราปีนขึ้นไปดูวิวของเมืองผิงเหยาจากบนหอคอยด้านหน้า

Then we strolled around town along the main street called Ming and Qing Dynasties Street browsing through the variety of offerings from street vendors. We did get a couple bottles of the black vinegar shown in the last couple of pictures which apparently is a specialty of this region. According to this web site, this is considered one of the “Four Famous Vinegars” of China. No wonder the food at the inn was so good!

จากนั้นเราไปเดินกันที่ถนนสายหลักของเมืองซึ่งเรียกว่า Ming and Qing Dynasties Street ซึ่งมีสินค้าให้แวะชมกันตลอดสาย เราได้มีโอกาสไปอุดหนุนน้ำส้มสายชูสีดำจากร้านสุดท้ายในรูปโดยเพิ่งมารู้ว่าเป็นสินค้าขึ้นชื่อของแถบนี้ เค้าว่ากันว่านี่เป็นหนึ่งในสี่ของน้ำส้มสายชูดำที่ขึ้นชื่อที่สุดในเมืองจีน มิน่ากับข้าวที่โรงแรมถึงได้อร่อยนักหนา

At Pingyao Temple of the City God (平遥城隍庙), there are statues of Chinese astrological signs lining the entrance. Of course, I had to take a picture with my dragon statue, and Joel with his rooster. Inside, there were several displays of heaven and hell, the ‘hell’ part was very vivid it was quite disturbing to see!

ที่หน้า Pingyao Temple of the City God (平遥城隍庙) เค้ามีรูปปั้นสิบสองนักษัตรเรียงรายอยู่ตรงทางเข้าวัด เราเลยอดไม่ได้ต้องไปถ่ายรูปกับมังกรปีเกิดเรา คุณสามีก็ไม่น้อยหน้าขอไปถ่ายกับปีไก่เหมือนกัน ข้างในวัดมีรูปปั้นแสดงถึงฉากสวรรค์และนรก โดยเฉพาะฝั่งนรกนี่เค้าทำให้เห็นกันจะๆ ละเอียดลออมากดูแล้วน่าจินตนาการตามไปด้วย

The last official stop of the day was the Pingyao Confucian Temple (平遥文庙), which is the oldest preserved Confucian temple in China.

ที่สุดท้ายที่ไปแวะกันคือ Pingyao Confucian Temple (平遥文庙) ซึ่งว่ากันว่าที่นี่เป็นวัดขงจื๊อที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศจีน

We checked out the city wall on the way back, and enjoyed sunset views of the old town on our last night in Pingyao. The atmosphere at dusk was very picturesque, especially when the streets were free of tourists! 😆

ก่อนกลับโรงแรมแวะชมกำแพงเมืองระหว่างทาง ทิวทัศน์ในยามพลบค่ำช่วงพระอาทิตย์ตกดินได้บรรยากาศไปอีกแบบ โดยเฉพาะถนนที่ว่างปราศจากนักท่องเที่ยวต่างไปจากตอนกลางวัน

The next day, we checked out of the inn and made two final stops before heading to the train station. One of the places we had looked forward to visiting on this trip was the Qiao’s Family Compound (乔家大院), which was the filming location for Zhang Yimou’s movie, “Raise the Red Lantern” (大红灯笼高高挂). We watched the film right before the trip and were excited to get to see the real place in person. Our driver actually cautioned us against the visit, but we insisted that we had to go. And he was absolutely right – the place was capitalizing big time on being featured on the film and felt like one big tourist trap to us, but we were glad we went anyway! 😝

วันรุ่งขึ้นเราเช็คเอ๊าท์จากโรงแรมก่อนจะไปแวะเที่ยวอีกสองแห่งก่อนไปสถานีรถไฟ ที่แรกเป็นที่ๆเราตั้งใจจะมาดูกันให้ได้เพราะเห็นมาจากหนังดังเรื่อง Raise the Red Lantern (大红灯笼高高挂) ของจางอี้โหมว ซึ่งดูกันไว้ตั้งแต่ก่อนมา คุณคนขับรถอุตส่าห์เตือนว่าอย่าไปเลย แต่เราก็ไม่เชื่อ พอไปถึงถึงได้เห็นว่าเค้าเอาหนังมาโฆษณาเรียกคนจริงๆ แต่ก็ยังดีใจที่ได้ไปเห็นของจริงจากในหนัง 😝

Our one last stop was at the 10th-century Zhenguo Temple (镇国寺), one of the oldest wooden temples in China. I love seeing such old architecture, and this is probably one of the oldest I have ever seen in person. It gave me such awe, imagining how the structure had stood through time for more than a thousand years and still remained in such great shape. Then, off we went to the train station, which was really tame compared to the one in Beijing. 😂

ที่สุดท้ายที่ไปแวะกันคือ Zhenguo Temple (镇国寺) ซึ่งเป็นวัดที่สร้างด้วยไม้ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศจีน เราชอบไปดูสถานที่โบราณอย่างนี้มาก ยิ่งเก่ายิ่งชอบ เห็นแล้วน่าทึ่งว่าสมัยนั้นเค้าสร้างกันยังไง เป็นพันกว่าปียังยืนหยัดอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้ เสร็จจากที่นี่ก็ได้เวลาออกเดินทางกันพอดี สถานีรถไฟที่ผิงเหยาเอาไปเทียบกับที่ปักกิ่งแล้วดูเงียบไปถนัดตา 😂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s